Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 318: ความสัมพันธ์แบบเปิด
ด้านไลริคผู้มีเพียงเศษเสี้ยวความทรงจำของโซนาตา เขาเติบโตขึ้นทุกวันจนใกล้จะกลายเป็นเด็กหนุ่มเต็มที ระยะหลังมานี้เขาไม่ได้เที่ยววิ่งเล่นซุกซนกับวาโลและลูเมนเหมือนที่เคยเป็นมา
ความสัมพันธ์ของเขาและโซลิเนเป็นเรื่องที่บางคนเฝ้ามองด้วยความเป็นห่วง ทั้งสองเหมือนแม่กับลูกที่ไม่ได้ร่วมสายเลือดเดียวกันในทีแรก แต่บ่อยครั้งมันดูเหมือนความสัมพันธ์จะแปรเปลี่ยนไปแล้ว กลายเป็นแบบคู่รักมากกว่าแค่คนที่ถูกเลี้ยงมาและคนที่ทำหน้าที่พี่เลี้ยง
โซลิเนหลงรักจนเข้าขั้นคลั่งไคล้โซนาตามายาวนานหลายปี ภายหลังเมื่อพบว่าโซนาตาคบหาดูใจกับซีวีและมีสาวมากหน้าหลายตาเข้ามาพัวพัน เธอจึงพยายามตัดใจจากเขา
ดังนั้น มันช่วยไม่ได้ที่ทุกคนจะมองว่าไลริคถูกมองเป็นตัวแทนของโซนาตา
ญาติพี่น้องใกล้ชิด ศิษย์กับอาจารย์ ผู้ปกครองกับบุตรที่รับเลี้ยงไว้ ความสัมพันธ์เหล่านี้เป็นสิ่งต้องห้ามในหลายวัฒนธรรมรวมไปถึงในซีนเองด้วย
แล้วการประชุมแบบไม่เป็นทางการและมีสมาชิกไม่ครบถ้วนได้ถูกจัดขึ้นที่เพนต์เฮาส์ของโซนาตา
“อย่าไปยุ่งเรื่องของพวกเขา” โซนาตาเตือนทุกคน
“พวกเราเข้าใจว่าทั้งคู่ไม่มีความเกี่ยวข้องทางสายเลือด แต่ว่า…” เอ็ดวานถูกบังคับให้มาพูดแทนหลาย ๆ คนที่รู้สึกไม่สบายใจ
“ตราบใดที่ไม่ใช่การบังคับหลอกลวงกัน คนจะรักจะชอบกันมันไม่ดีตรงไหน” ซีวีอยู่ฝ่ายเดียวกับโซนาตา การอยู่กลุ่มอะบีสยาวนานทำให้เธอไม่ยึดติดกับกรอบที่ตนเคยยึดถือ
“ไลริคถ้าว่าตามอายุจริงเขายังไม่ถึงปีด้วยซ้ำ ดูยังไงก็ไม่เหมาะสมกันสักนิด” จูเดสปาออกความเห็น ต่างจากคนอื่นที่เป็นห่วงถึงได้เข้ามายุ่ง กรณีของเขาก็แค่พูดไปเพราะอยากให้ทุกคนมองว่าตนเองเป็นคนมีคุณธรรม
“นั่นสิ อย่างน้อยช่วงนี้ก็ให้คนอื่นช่วยดูแลเขาไปก่อน แยกกันสักพักจนเขาโตพอที่จะตัดสินใจได้ แล้วก็…” ดีวานยังไม่ได้ตัดสินว่าทางไหนถูกต้องกว่า แต่เขาเสนอแนวทางแบบประนีประนอม เขาเชื่อว่าถ้าห่างกันสักพักทุกคนจะยอมรับเรื่องแบบนี้ได้มากขึ้น
“ถึงจะดูไร้เดียงสาในบางเรื่องแต่เจ้านั่นไม่ได้โง่หรอกนะ” โซนาตาตอบด้วยสีหน้าจริงจัง
“พวกเราก็แค่กังวลว่ามันจะดูไม่ดีในสายตาของคนอื่น”
“ใครจะมองไม่ดีงั้นเหรอ” โซนาตาถามสวนจูเดสปา “พวกเราคือนักเดินทางข้ามเวลา ไม่ได้อยู่ยุคใดยุคหนึ่งตลอดไปด้วยซ้ำ ถ้ามีปัญหาก็มีก็แค่ระหว่างพวกเรากันเองนี่แหละ”
“ทำไมจะต้องไปสนใจคนอื่น หรือกฎบ้าบอที่คนอื่นกำหนดด้วย พวกเราก็คือพวกเรา” โรมิเอลพูดต่อ ทุกคนคาดไม่ถึงว่าจะได้ยินเสียงของโรมิเอล เขาไม่เคยพูดหรือออกความเห็นเรื่องไหนที่ไม่เกี่ยวกับการต่อสู้ ครั้งนี้นอกจากอดรนทนไม่ไหวจนต้องแทรกขึ้นมา การพูดยังพูดสนับสนุนโซนาตาที่เขามองเป็นอริอีกด้วย
โซนาตาแอบลอบอมยิ้ม อาจจะเป็นแค่เรื่องเล็กน้อยแต่เขาคิดว่านี่คือจุดเริ่มต้นที่ดี เขาหวังว่าหลังจากนี้ทั้งตนเองและโรมิเอลจะมีโอกาสได้พูดคุยกันมากกว่านี้
จูเดสปาดูขัดใจที่การยุแยงให้กลุ่มบาดหมางกันไม่ประสบความสำเร็จ ซ้ำร้ายโรมิเอลที่ควรจะถือหางข้างเขาเพื่อให้ความชอบธรรมของโซนาตาลดลงก็กลับไปช่วยสนับสนุนอีกฝ่ายซะนี่ จูเดสปาตัดสินใจหยุดมือไว้ก่อนที่เขากับโรมิเอลจะผิดใจกันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องนี้
“ขอห้ามไม่ให้ยุ่งกับเรื่องของสองคนนั่น ไม่ว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะลงเอยแบบไหน พวกเราจะเคารพในการตัดสินใจของพวกเขา” คำพูดดั่งประกาศิตของโซนาตา ทำให้ทุกคนได้แต่คิดว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดก็คงจะต้องปล่อยให้มันเป็นไป
“พูดเรื่องนี้แล้วขอแทรกนิดนึงนะ ฉันว่านายเองก็น่าจะทำเรื่องของตัวเองให้ชัดเจนด้วยเหมือนกัน” กาเรนผู้ที่ไม่กลัวจะถูกเพื่อนถีบสวนพูดใส่ด้วยน้ำเสียงยียวน เห็นชัด ๆ ว่านี่คือความแค้นส่วนตัว
“จะให้เชือดมันไหม” อลินาหันไปถามโซนาตา น้ำเสียงไม่เหมือนล้อเล่นสักนิด
“เอาไว้ฆ่าทีหลัง ฉันจะตอบคำถามเจ้าบ้านี่ก่อน”
“เอ๋ เดี๋ยวสิ ไม่ได้จะห้ามกันเหรอ”
โซนาตากระแอม “อยากรู้อะไรเรื่องของฉันก็ถามมา”
กาเรนได้ยินแบบนั้นก็แสยะยิ้มชั่วร้าย “จะเรื่องอะไรซะอีกล่ะ มันก็ต้องเรื่องความสัมพันธ์น่าสับสนของนายน่ะแหละ”
“ความสัมพันธ์ของโซนาตาเกี่ยวอะไรกับนายด้วย” เคสเทรลเป็นอีกคนที่ออกหน้าปกป้องโซนาตา เขาบิดมือดังกร๊อบแกร๊บเหมือนพร้อมจะทุบหัวเจ้าเพื่อนตัวแสบหากว่าอีกฝ่ายไม่มีเหตุผลดีพอ
“พวกเราคือกองกำลังนะ ลำดับความสำคัญในการสั่งการคือเรื่องสำคัญ ใครเป็นหัวหน้าใครเป็นลูกน้องหรือเท่าเทียมกันมันต้องชัดเจน การที่บอกไม่ได้ด้วยซ้ำว่าคนไหนเป็นภรรยาของหัวหน้ากลุ่ม มันชวนสับสนไม่ใช่เหรอ”
เคสเทรลได้ฟังแล้วก็ทำท่าครุ่นคิด ยังอยากรู้สึกเตะก้นอีกฝ่ายอยู่แต่ก็รู้สึกว่าเหตุผลกาเรนไม่ได้ถึงขั้นฟังไม่ขึ้น
อลินาเหลือบมองไปทางเอลลี มินอาและแอมเบอร์ สามคนที่อ้างตนเป็นผู้ช่วยให้กับโซนาตา พวกเธอยังมีฝีมือได้ไม่ถึงขั้นที่จะมาเป็นผู้บริหารแต่ก็พูดไม่ได้ว่าพวกเธออยู่แค่ระดับเดียวกับทหารทั่วไป
“พวกเราขออธิบายเองได้ไหมคะ” มินอากระซิบกับโซนาตา ส่วนเขาก็แค่พยักหน้าเบา ๆ
สามสาวต่างออกมายืนอยู่ข้างหน้าของเหล่าสมาชิก พัค มินอาสาวสวยในชุดนักวิจัยที่ทุกคนคุ้นหน้าเป็นอย่างดีเพราะเธอมักจะออกมาช่วยอธิบายผลงานสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ แทนด็อกมา นอกจากนั้นเธอยังเป็นเจ้าของพลังและโรงแรมที่พวกเขาใช้เป็นที่พักอยู่ในตอนนี้
เอลลี ซอว์เยอร์ สาวผมทองทรงทวินเทล ทหารสาวสุดเปรี้ยวจี้ด แม้จะใส่เครื่องแบบทหารของกลุ่มอะบีสแต่เธอไม่ได้สนใจกฎระเบียบมากมาย เสื้อนอกของเธอแหวกออกจนเห็นสปอร์ตบราสีดำกลืนกับชุดเครื่องแบบได้อย่างเต็มตา เอลลีเป็นคนเดียวในกลุ่มพวกเธอที่ยังคิดตามไม่ทันว่าถูกเรียกออกมาทำไม
คนสุดท้ายคือลูกพี่ลูกน้องของอลินา และเป็นเพื่อนสนิทที่สุดคนหนึ่งของโซลิเนที่ไม่ได้อยู่ในการประชุมนอกรอบครั้งนี้ เธอคือแอมเบอร์ เรดวูด อดีตนางแบบชื่อดังที่มาพร้อมกับชุด หมวกและกระเป๋าแบรนด์เนมเข้าชุด แอมเบอร์เป็นอีกคนที่ดูไม่น่าจะมาอยู่ตรงนี้มากที่สุด เธอดูไม่เหมือนนักสู้เลยไม่ว่าจะมองจากมุมไหน
“พวกเราไม่ใช่ภรรยาของท่านโซนาตาค่ะ” มินอาเริ่มจากข้อสรุปที่ทุกคนสงสัยที่สุด
“เอ๋! จริงเหรอเนี่ย” ฟรีโอนิเอลดูยินดีออกนอกหน้า
“ใช่แล้ว พวกเราเป็นบอร์ดีการ์ด เพียงแค่ว่าใกล้ชิดกันเป็นพิเศษ” เอลลีตอบด้วยเสียงสดใส
“แล้วเธอล่ะแอมเบอร์” อลินาถือโอกาสถามด้วย เธอก็สงสัยเช่นกันแต่ไม่เคยได้มีจังหวะถามไถ่
“เราตกลงกันไว้แบบนั้น แม้ว่าโดยพฤตินัยจะไม่ต่างนัก”
“โดยพฤตินัย” ฮาจาเอียงคอสงสัย แอนทิสตาที่ยืนอยู่ข้าง ๆ จึงกระซิบอธิบาย ผลคือทำให้เธออายจนใบหน้ากลายเป็นสีแดงไปในทันที
“พวกเราคบกันแบบความสัมพันธ์เปิดค่ะ หมายความว่าฉัน เอลลีและแอมเบอร์คบหากับท่านโซนาตาโดยที่พวกเราเปิดใจมองคนอื่นไปด้วยไม่ได้ผูกมัดตัวเองไว้กับคนแค่คนเดียว”
ถึงจุดนี้มีสมาชิกเกินกว่าครึ่งถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก พวกที่มาจากยุคอนาคตเข้าใจได้ทันทีว่า ‘ความสัมพันธ์แบบเปิด’ คืออะไร แต่พวกที่มาจากซีนต่างก็สับสน
“ที่มาดารัส มีชนเผ่าเร่ร่อนที่สตรีสามารถมีสามีได้หลายคน ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาด” ลามินาช่วยอธิบายให้เห็นว่าแม้แต่ในซีนเองก็มีความแตกต่างจากวัฒนธรรม เรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับเธอ
“ไม่ได้หมายความว่ามันจะเป็นแบบนี้ไปตลอดนะคะ ถ้าวันหนึ่งที่พวกเรามั่นใจในความสัมพันธ์กับท่านโซนาตาหรือว่าพบเจอกับคนที่ถูกใจมากกว่า มันสามารถลงเอยด้วยการแต่งงานได้เช่นกัน” แอมเบอร์อธิบายเพิ่ม
“แสดงว่าพวกเราก็ยังมีความหวังสิเนี่ย” กาเรนกระซิบกระซาบกับฟรีโอนิเอล มันทำให้อลินาที่ได้ยินไปด้วยต้องกลอกตามองบน
“ไม่เอาโซนาตา ก็ไม่ได้หมายความจะเลือกพวกเจ้าหรอก” ราวกับอ่านใจอลินาได้ เวเนแซวมาจากด้านหลัง ทำให้ทั้งเจเนเวีฟ เมโรและไกราถึงกับหัวเราะครืน
โซนาตารอจนเสียงคุยจ้อกแจ้กเบาลง เขาจึงย้ำให้เข้าใจกันอีกรอบ “อย่างที่พวกมินอาบอกไป เท่ากับว่าตอนนี้ฉันมีภรรยาอย่างเป็นทางการแค่ซีวีและลูนาร์”
“หาาาา” ทุกคนร้องประสานเสียง หนึ่งในนั้นคือตัวลูนาร์เองที่ร้องดังกว่าใครเพื่อน
“ข้าไปเป็นภรรยาของเจ้าตั้งแต่เมื่อไหร่กัน” เสียงดังลั่นของลูนาร์กลบเสียงของทุกคนมิด ไม่จำเป็นต้องถามอะไรต่อเพราะตัวละครสำคัญที่อยู่ในข่าวกำลังซักไซ้ให้เอง
“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปนี่แหละ” โซนาตาตอบหน้าตาเฉย “ฉันตัดสินใจแล้ว”
“มันควรจะต้องถามข้าก่อนไม่ใช่เหรอ”
“ถามไปก็เท่านั้นแหละ อย่างเธอก็คงปฏิเสธจนถึงที่สุด”
“เอ้าาาา” ไม่ใช่แค่ลูนาร์ที่ร้อง เกินกว่าครึ่งของพยานก็ร้องตาม
“ฉันชอบเธอ เธอเองก็ชอบฉัน แต่เธอเป็นประเภทถ้าไม่มัดมือชกก็คงไม่ยอมแต่งด้วยหรอก”
ลูนาร์ทำปากขมุบขมิบเหมือนจะด่าให้เจ็บแสบ แต่เธอไม่รู้ว่าจะสรรหาคำแบบไหนมาใช้ให้สาสมกับคนหน้าด้านหน้าทนชนิดที่เกิดมาไม่เคยพบเจอมาก่อน
“เธอมีแต่พี่ชาย แต่พี่ชายของเธอก็ไม่ได้อยู่ในยุคนี้ ดังนั้นก็ตัดเรื่องการสู่ขอไป…”
“เดี๋ยวก่อนนะคะ เดี๋ยวก่อน” ฮาจาทนไม่ไหวจึงต้องขอแทรก “ไม่ใช่ว่าลูนาร์รักกันกับเอ็ดวานเหรอคะ”
“งั้นเหรอ” โซนาตาหันไปส่งยิ้มให้เอ็ดวาน ทำให้สายตาทุกคู่ไปรวมกันที่นั่น
“หะ หาาา” เอ็ดวานทำตัวไม่ถูก มือไม้ของเขาปัดไปมาเหมือนพยายามอธิบายบางอย่าง แต่เขาไม่สามารถเรียบเรียงคำพูดออกมาได้
ทุกคนรวมถึงลูนาร์รออยู่ครู่หนึ่งเพื่อให้เขาสงบสติอารมณ์ แล้วในที่สุดเอ็ดวานก็อ้าปากได้