Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 321: เมื่อเฟรย์การ์ดเข้าร่วมสงคราม
“ข้าเห็นตอนที่เจ้าบดขยี้โกเลมเหล็กด้วยมือเปล่า” ชายร่างใหญ่พูดอย่างขึงขัง ก่อนหน้านี้เวโรนิกาถูกโกเลมเหล็กที่ศัตรูควบคุมเล่นงาน แต่เธอกลับตอบโต้กลับไปได้ง่าย ๆ โดยที่ไม่ได้ใช้แม้แต่ดาบในมือ
โกเลมเหล็กที่ใหญ่กว่ามนุษย์สองเท่าถูกแรงมหาศาลของเวโรนิกากดเอาไว้จนเกือบทะลุลงไปถึงชั้นใต้ดิน ก่อนที่มันจะตกลงไปชั้นล่าง เวโรนิกาใช้มือเปล่า ๆ ของเธอบีบหัวของโกเลมเหล็กจนแหลกคามือและหมดสภาพไปก่อนที่มันจะได้สร้างความเสียหายให้กับใคร
“ไม่มีเวลามายุ่งด้วยหรอก สู้ตรงนี้ไปฟรองเซย์ก็ไม่เห็น ข้าต้องให้ยายนั่นยอมรับให้ได้ว่าเวโรนิกาผู้นี้เหนือกว่า”
“พูดอะไรไม่เห็นรู้เรื่อง” ศัตรูเหวี่ยงหมัดมาชนิดทุ่มสุดตัว
“ฟังไม่รู้เรื่องก็ช่างสิ” เวโรนิกาทำท่าเหมือนจะวิ่งเข้าสวน แต่ว่าเธอกลับใช้อาวุธอีกอย่างยิงกลับไปแทน มันคือคันธนูที่ทั้งสายและลูกธนูถูกสร้างขึ้นด้วยไฟของเธอ
เวโรนิกาไม่ได้มีดีแค่เรี่ยวแรง แม้ว่าเวทมนตร์ไฟของเธอไม่ได้รุนแรงมากมายนัก เทียบกับไฟที่ดิแอสใช้จัดการกับพวกทหารมันอาจร้อนแรงไม่เท่า แต่ว่าเธอเหนือชั้นกว่าในเรื่องของการควบคุม เธอปรับเปลี่ยนรูปร่างของเปลวเพลิงได้ดังใจนึก สร้างเป็นลูกศร กับเส้นเอ็นของคันธนู ดีดลูกธนูออกไปด้วยความเร็วสูง ลูกศรเพลิงเองก็ทั้งแข็งและคมเหมือนกับโลหะ ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เธอทำได้แต่ดิแอสทำไม่ได้
จอมพลังฝ่ายศัตรูถูกลูกศรของเวโรนิกาโหมยิงใส่แต่มันไม่ระคายผิวที่เหมือนหุ้มเหล็กของเขา
เวโรนิกาเข้าใจจุดนั้นดีแต่แรก เธอไม่ได้พยายามฝืนยิงให้ทะลุแต่เปลี่ยนรูปร่างของลูกศรให้กลายเป็นเหมือนเชือกพันรัดศัตรู
แม้จากภายนอกดูเหมือนเชือก แต่คนที่โดนเข้าไปรู้สึกเหมือนถูกยางเหนียวพันรัดไว้ทั่วร่าง ที่แย่กว่านั้นคือยางนั่นกำลังลุกไหม้
“ของแบบนี้ใช้กับเอ็กซิคิวชันเนอร์ไม่ได้หรอก” ชายร่างใหญ่หลบหนีด้วยการข้ามมิติในระยะสั้น จะด้วยความบังเอิญหรือเหตุใดก็ไม่สามารถบอกได้ เวโรนิกามาหยุดรอที่ตำแหน่งที่เขาโผล่ออกมาพอดี
ดาบเล่มโตถูกสะบัดออกไปสุดแรง มันกระแทกใบหน้าของชายร่างใหญ่อย่างจัง ผิวที่เหมือนเหล็กกล้าหยุดคมดาบเอาไว้ทำให้ใบหน้าของเขาไม่ขาดออกเป็นสองซีก แต่มันไม่สามารถทนรับแรงกระแทกมหาศาลได้ เขาตาเหลือกและสงบไปก่อนที่ร่างจะตกกระแทกพื้น
เธอจัดการศัตรูได้สำเร็จแต่ไม่มีเวลาพักหายใจสักนิด เพราะไม่ห่างออกไป เอ็กซิคิวชันเนอร์ No. 1 ถึง No. 5 ได้มารวมตัวกัน เหตุผลเดาได้ไม่ยาก เพราะว่า ฟรองเซย์ อัสการ์ ชวาร์ซ และลามินาจากกลุ่มอะบีสอยู่ที่นั่น
“โอ้ยยย” ลูกน้องคนสนิทของชวาร์ซถูกกระสุนวิญญาณของลอเรนซ์เข้าไป ทุกคนเสียวสันหลังวาบคิดว่าร่างของเธอคงกลายเป็นรูโบ๋ไปแล้ว แต่เธอก็แค่ลุกขึ้นมาพร้อมกับคลำท้องและบ่นว่าเจ็บ
“ชารูนาถอยไปก่อน”
“จะให้ท่านชวาร์ซสู้แล้วตัวเองหนีได้ยังไงคะ”
“จะหนีก็ไม่ว่าหรอก พวกเราไม่ได้อยากฆ่าคนซะหน่อย เรามีธุระกับของที่อยู่ข้างหลังต่างหาก” ลอเรนซ์เหลือบมองผ่านไปด้านหลังของพวกฟรองเซย์ มันคือประตูสู่ชั้นสุดท้ายของวิหาร
“เจ้าพวกนี้น่าโมโหจริง รู้ใช่ไหมว่ามันตั้งชื่อวิหารนี้ว่าวิหารแห่งกาลเวลา” มาร์ฟีสมองทหารกิงคารอนด้วยความโกรธแค้น
“น่าจะยืนยันได้แล้วสิว่าทั้งหมดนี่เป็นฝีมือของชายคนนั้น”
“ชายคนนั้น” ลามินาถามเอาความกับน้องที่มาจากโลกคู่ขนาน แต่อีกฝ่ายไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่ม ลามอนต์เชื่อว่ามันเกินจุดที่แค่คำอธิบายไม่กี่ประโยคจะยุติสงครามได้
ช่วงเวลาเดียวกับที่พรรคพวกของฟรองเซย์และกองทัพกิงคารอนกำลังต้านทานกองทัพฟอร์ซาโดเวอร์ ที่ด้านหน้าของวิหารแห่งกาลเวลาสงครามที่ดุเดือดไม่แพ้กันกำลังจะเริ่มในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า
กริมเซฟยืนอยู่ใกล้กับขอบหลุมที่เกิดขึ้นจากการระเบิดก่อนหน้านี้ ครั้งนี้เขาไม่มีโครินาเลและริแลนท์อยู่เคียงข้างแต่กลับมีคนที่ดูแล้วน่าจะเป็นลูกทีมอยู่รายล้อม พวกเรย์คุ้นหน้าคุ้นตาหลายคนในนั้น พวกเขาคือนักผจญภัยและนักรบที่มีชื่อเสียงในยุคนี้
“แย่แฮะ เจ้านั่นจ้องเขม็งมาทางนี้เลย กะว่าจะได้สู้กับคนอื่นบ้างแท้ ๆ” ฟรีโอนิเอลเหลือบมองเรย์ที่จ้องเขม็งกลับไปที่กริมเซฟ สองคนนี้ทำอย่างกับว่ามีความแค้นกันมาตั้งแต่ชาติปางก่อน
แอนทิสตาและไกราไม่ได้พูดอะไร เพราะปากของทั้งสองไม่ว่างมาตั้งแต่ครู่ก่อน สองคนต่างผลัดกันร่ายเวทสนับสนุนหลายชนิดเพื่อเพิ่มพละกำลัง ความเร็ว และความทนทานให้กับสมาชิกอะบีสทุกคนในสนามรบ
เซกันเหมือนกับเรย์ตรงที่เขาไม่มีโอกาสเลือกศัตรู ริแลนท์หมายหัวเขาไว้ ครั้งก่อนฝีมือของเซกันไล่กระชั้นเข้ามาจนตามหลังชนิดที่สามารถหายใจรดต้นคอได้ คราวนี้ศัตรูจึงมาพร้อมกับทีมตัวเองเหมือนกับกริมเซฟ
“มากี่คนก็ไม่มีประโยชน์หรอก เวเนเธอหยุดการเคลื่อนไหวของริแลนท์ ส่วนเซกันก็ใช้ท่าไม้ตายกวาดพวกมันทั้งหมดไปพร้อมกันเลย” เจเนวีฟวางแผนเสร็จโดยไม่ถามคนอื่น
“ทำแบบนั้นอาจจะตายเป็นเบือนะครับ”
“ไม่พวกมันตายก็เราตายนะ”
“พวกลูกน้องของริแลนท์น่าจะถูกควบคุมด้วยสาเหตุบางอย่าง พวกเขาอาจจะเป็นผู้บริสุทธ์ เซกันก็เลยไม่อยากทำให้ถึงตาย” อัลโตช่วยเซกันอธิบายให้สองสาวเข้าใจ
“เล่นแบบนี้เลยเรอะ”
ไม่ห่างออกไป ทีมโรมิเอลที่ประกอบไปด้วยตัวเขา มนุษย์กระรอกเมโร มนุษย์ต้นไม้ซิลวาน และจูเดสปากำลังรับมือกับทีมของโครินาเล
ทีมของโครินาเลมีจำนวนมากกว่าทีมของกริมเซฟและริแลนท์อยู่เล็กน้อย นับรวมตัวเธอแล้วมีสมาชิกอยู่ยี่สิบคนพอดี นอกจากโครินาเลที่แข็งแกร่งเหนือมนุษย์แล้ว ลูกน้องของเธอแต่ละคนก็มีฝีมือไม่ธรรมดาเช่นกัน
ป่าของซิลวานถูกขยายออกไป จากต้นไม้เพียงหนึ่งต้น กิ่งก้านและรากได้แผ่ขยายออกไปด้วยความเร็วสูง จากนั้นต้นไม้อีกหลายชนิดก็เกิดขึ่้นตามมา บางส่วนเกิดจากเมล็ดพันธุ์ที่ซิลวานสะสมเอาไว้ในร่าง บางส่วนคือต้นไม้หรือละอองเกสรที่มีอยู่ในบริเวณนั้น ไม่นานนักบวิเวณด้านหน้าของวิหารแห่งกาลเวลาก็ปกคลุมด้วยป่าขนาดย่อม ๆ
ไม่ใช่ทุกคนในกลุ่มอะบีสเชี่ยวชาญการต่อสู้ในป่าเหมือนกับเมโร เซกันหรือเวเน แต่ป่าที่ซิลวานสร้างไม่ใช่ป่าธรรมดาทั่วไป พืชทุกต้นที่อยู่ในป่านี้ถูกควบคุมโดยซิลวาน ทุกอย่างในป่าแห่งนี้พร้อมที่จะช่วยสนับสนุนและปกป้องสมาชิกทุกคน
ไซริลและอีวามีทีมขนาดเล็ก ทั้งสองทีมรวมกันแล้วมีขนาดเพียงครึ่งเดียวของทีมโครินาเล อลินาและพรรคพวกแค่ห้าคนจึงรับผิดชอบในการจัดการกับทีมนี้
ต่างจากเซกันที่มัวแต่ลังเลว่าควรจะโจมตีพวกที่ถูกเฟรย์การ์ดควบคุมไว้ กลุ่มไซเลนเซอร์ต่างคุ้นชินกับสงครามและการเข่นฆ่า พวกเค้าไม่รอให้อีกฝ่ายพร้อมด้วยซ้ำ เพียงแค่การปะทะเริ่มขึ้น อลินา เคสเทรล และฟิลิเซียก็สังหารศัตรูไปได้แล้วถึงสี่คน
“อ้าว พริบตาเดียวก็คนเหลือพอ ๆ กันแล้ว” กาเรนแสยะยิ้ม เขารู้สึกโชคดีที่ฝ่ายศัตรูมีผู้หญิงคนเดียวคืออีวา ทำให้เขาไม่ต้องฝืนใจเล่นงานผู้หญิง
“อยากฆ่าก็เชิญเลย พวกนี้จะหามาแทนกี่คนก็ไม่ยากหรอก” อีวาตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ไคเลอร์ได้ฟังแล้วก็ส่ายหน้า “หาคนมาแทนไม่ยากที่ไหนล่ะครับ คนพวกนี้ฝีมือใช้ได้เลย เมื่อครู่ถ้าไม่ถูกเล่นงานทีเผลอต่อให้เป็นไซเลนเซอร์อย่างพวกเราก็คงต้องสู้จนเหนื่อย”
“เฟรย์การ์ดอย่างพวกเรามีไทม์แมชชีน ถ้ายุคนี้ไม่มีคนเก่งเหลือแล้ว ก็แค่ไปหาใหม่ยุคอื่นก็สิ้นเรื่อง” ไซริลแสยะยิ้มอย่างน่าหมั่นไส้
อลินาได้ยินแล้วก็หัวเราะ “เจ้าพวกนี้ทำให้โซนาตาของพวกเราดูเป็นคนน่ารักไปเลยแฮะ”
ทีมโซนาตาในขณะนี้เหลือเพียงแค่สามชีวิต เขาทิ้งลามินาไว้กับทีมของนานาชิเพื่อให้คอยช่วยเหลือฟรองเซย์ในการต่อสู้ภายในวิหารแห่งกาลเวลา ส่วนหน้าที่ที่เขา ลูนาร์และทีมของเซเลนอสตกลงกันไว้ในตอนแรกคือการเผชิญหน้ากับเฟรย์และเซเรเนด
“พวกนายไม่ต้องอยู่ช่วยตรงนี้หรอก เจ้าพวกนี้มันไม่ยอมแสดงพลังที่แท้จริง แค่ฉัน ซีวี จีดัสและลูนาร์ก็พอแล้ว”
“จะดีเหรอครับ ตอนนี้ยังไม่เอาจริง แต่ถ้าเห็นโอกาสเด็ดหัวคุณได้ก็อาจจะไม่สนใจเรื่องเก็บไพ่ตายไว้แล้ว”
“มีข้าอยู่ทั้งคน ไม่มีปัญหาหรอกน่า” ลูนาร์ยืดอกขึ้นเล็กน้อย
เอ็ดวานรู้สึกห่วงยิ่งกว่าเดิมอย่างไม่มีเหตุผล แต่เขาไม่ได้กล้าค้านอะไร
“ทีมของนายไม่ได้มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง ฉันว่าสลายทีมชั่วคราวเถอะ แบ่งคนกันออกไปเสริมกลุ่มอื่น ตัวนายก็ไปช่วยทีมโรมิเอลก็ได้” โซนาตาสั่งการโดยบอกจี้ทีละคน
“รับคำสั่งครับ” เซเลนอสตอบรับอย่างว่าง่าย
“ฮาจา เวทรักษาของเธอเป็นอาวุธที่ทำให้ข้อได้เปรียบของริแลนท์หมดไป ไปรวมกลุ่มกับทีมเซกันซะ ฝากหมอนั่นด้วยล่ะ”
“ค่ะ” ฮาจาพยักหน้ารับคำสั่ง