Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 322: ยังไม่อยากตาย
“เอ็ดวาน นายเคยซ้อมกับทีมเรย์บ่อย ๆ สินะ ไปช่วยทางนั้นที นายมีทั้งวิชาดาบ เวทมนตร์ทั้งโจมตีและรักษา น่าจะยิ่งช่วยเสริมความแข็งแกร่งทางนั้นได้”
“งั้นข้าจะไปส่งฮาจาที่ทีมเซกันก่อนแล้วค่อยไปสมทบกับทีมเรย์”
ดีวานเห็นทุกคนในทีมมีที่ไปหมดแล้วจึงพูดขึ้นบ้าง “ทีมอื่น ๆ น่าจะคนพอแล้วนะ ให้ข้าไปช่วยทีมอลินาหรือย้อนกลับไปช่วยทีมนานาชิก็คงไม่จำเป็น”
“นั่นสิ งั้นก็อยู่ช่วยทางนี้อีกคนก็แล้วกัน มีคนเก่ง ๆ เพิ่มอีกคนก็ยิ่งอุ่นใจ”
ซีวีที่เร็วกว่าใครเพื่อนประเดิมก่อน เธอบินด้วยความเร็วสูงและพุ่งกระแทกใส่เฟรย์จนกระเด็นไปหลายก้าว ในชั่วขณะที่เผลอคิดไปว่าแบบนี้เธอคนเดียวอาจจะจัดการกับเฟรย์ได้ด้วยซ้ำ เซเรเนดก็โผล่มาที่ด้านหลังพร้อมกับใช้มือเปล่าฟันสับไปที่คอ
ทั้งที่เหมือนการโจมตีธรรมดา แต่มันเร็วและรุนแรงกว่าภาพที่เห็น ซีวีถึงกับสติขาดช่วงในขณะหนึ่ง แต่พอเธอได้การควบคุมร่างกายกลับคืนมา เธอก็ถอยออกมาตั้งหลักทันที
“บอกแล้วว่าอย่าประมาท” โซนาตาทำเสียงดุใส่
“ไม่ได้ประมาทนะ เจ้านั่นอันตรายเกินไปต่างหากล่ะ” ซีวีแก้ตัว
ลูนาร์มองออกว่าศัตรูไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา แม้จะคล้ายเอลเลนนอสแต่ก็ไม่ใช่ เธอเชื่อว่าเขาเป็นเผ่าพันธุ์พิเศษที่เกี่ยวข้องกับเทพเจ้าของจริง แต่ลูนาร์ไม่ได้หวั่นไหวเพราะเธอเตรียมตัวมาเป็นอย่างดีแล้ว
แหวนแยกร่างทำงาน ลูนาร์จากคนเดียวแยกเป็นสามร่าง เธอหยิบเอาอุปกรณ์หลายชิ้นออกมาจากกระเป๋าคลังสมบัติและส่งต่อให้กับร่างแยกใช้งานต่อ พวกเธอแต่ละคนช่วยกันจัดเตรียมเตาหลอม ทั่งตี ค้อน คีมจับและอื่น ๆ
เซเรเนดประหลาดใจกับสิ่งที่ลูนาร์ทำ มันเหมือนกับว่าเธอกำลังเตรียมตัวตีอาวุธมากกว่าการต่อสู้ เขาชะงักเพื่อดูท่าที และกว่าเขาจะเริ่มลงมืออะไร ลูนาร์ก็เริ่มตีดาบไปแล้ว
อั๊กกก ชายหนุ่มรู้สึกโหวงเหวงอย่างอธิบายไม่ได้อยู่ในอก เขาไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ทุกครั้งที่ลูนาร์ฟาดค้อนลงไป บางส่วนของวิญญาณเขาก็เกิดการสั่นคลอน
“เจ้าพลาดเองที่ไม่รีบฆ่าเราตอนที่ยังมีโอกาส” ลูนาร์ร่างหลักควักอาวุธและอุปกรณ์ออกมาจนเต็มอัตราศึกโดยมีโซนาตา จีดัสและดีวานช่วยระวังให้เธออีกที
“วิชาที่ใช้ผนึกเทพปีศาจ ใช้กับมนุษย์ได้ด้วยงั้นรึ” เฟรย์ที่ถูกซัดกระเด็นไปตอนแรกกลับมาแล้ว
“เพราะว่าหมอนี่ไม่ใช่มนุษย์น่ะสิ” ลูนาร์ตอบเพื่อให้อีกฝ่ายเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องง่าย ๆ ในการผนึกวิญญาณ อย่างไรก็ตามความจริงไม่ง่ายอย่างท่าทางเรียบง่ายที่มองเห็นได้ วิญญาณเทพปีศาจทั้งแปดเองก็มีลักษณะที่แตกต่างกัน พวกมันแต่ละตนเป็นสิ่งมีชีวิตหรือถ้าจะเรียกว่าเป็นเทพเจ้าที่มีรูปแบบวิญญาณต่างกันโดยสิ้นเชิงก็ว่าได้
ลูนาร์โชคดีที่เฟอร์โรปู่ของเธอได้ทำการศึกษาเทพปีศาจมาตลอดหลายพันปี รวมถึงจำลองโครงสร้างวิญญาณของเทพปีศาจไว้จนครบ มันทำให้ลูนาร์สามารถต่อยอดงานวิจัยนั้นและคิดค้นการผนึกวิญญาณเทพปีศาจลงในอาวุธได้ เมื่อนำเอาเทคนิคนั้นมาใช้กับโลหะในตำนานที่แม้แต่เทพปีศาจก็ยากที่จะทำลายมัน การผนึกที่สมบูรณ์แบบจึงถือกำเนิดขึ้น
ตอนนี้ลูนาร์ได้นำสิ่งนั้นมาปรับใช้กับเซเรเนดที่เป็นเทพเจ้าเช่นกัน ปัญหาคือเธอมีข้อมูลเกี่ยวกับศัตรูน้อยมาก เขามีต้นกำเนิดจากอะไร มีพลังแบบไหน รูปแบบพลังวิญญาณใกล้เคียงกับเผ่าใด ลูนาร์ไม่สามารถฟันธงไปได้โดยละเอียด
กล่าวคือการที่พวกเฟรย์การ์ดไม่เคยให้เซเรเนดแสดงพลังที่แท้จริง จึงกลายเป็นดาบสองคม แง่หนึ่งมันทำให้ลูนาร์ไม่สามารถผนึกเขาได้โดยง่าย แต่อีกแง่ก็คือกลุ่มอะบีสอาจจะตายไปหมดแล้วหากคนคนนี้ได้มีโอกาสเอาจริง
“ที่ผ่านมา นายคงคิดสินะว่า แพ้ก็ไม่เป็นไร ยังไงฝ่ายเรายังมีไม้เด็ดซ่อนไว้อยู่ น่าเสียดายที่วันนี้ไม้เด็ดที่ว่าคงไม่มีโอกาสได้ใช้อีกแล้ว” โซนาตาทำใจดีสู้เสือ ความจริงแล้วเขายังห่วงว่าลูนาร์จะทำได้สำเร็จหรือไม่
เซเรเนดอ่อนแอลง ส่วนเฟรย์เองก็ไม่ได้แข็งแกร่งไปกว่าพรรคพวกของเขา ดีวานฝากให้โซนาตาและจีดัสคุ้มกันลูนาร์ต่อ ในขณะที่เขาและซีวีต่างเข้าไปรุมเล่นงานเฟรย์
อาจเพราะศัตรูได้ความทรงจำส่วนหนึ่งของโซนาตาไป แฝดต่างโลกของโซนาตาจึงมีวิชาการต่อสู้และการเคลื่อนไหวเหมือนกับเขา เฟรย์ใช้ดาบความถี่สูงและปืนอนุภาคเป็นอาวุธหลัก มีสเปลอิมมูนิตีที่ทำให้ไม่ได้รับผลจากเวทมนตร์เหมือนกับพวกไซเลนเซอร์ นอกจากนั้นร่างกายของเขาได้ถูกดัดแปลงมาแล้วจนมีประสิทธิภาพเหนือมนุษย์ เขาแค่ไม่มีพลัง ‘สตีลมายด์’ ที่เป็นจุดเด่นที่สุดของโซนาตา
เฟรย์มีพลังชื่อ ‘อนาเธอร์มี’ พลังที่ต่อยอดมาจากอีริธ สแตนด์ พลังนี้ทำให้เขาสามารถนำตัวตนอีกจักรวาลของตนเองมาสู่โลกนี้ได้ แต่ทั้งโซนาตาทั้งเฟรย์ต่างรู้ว่าเขาไม่สามารถใช้มันได้ ด้วยความเสี่ยงที่อาจจะนำพาตัวอันตรายที่ควบคุมไม่ได้มาทำให้ฝ่ายของตนเสียเปรียบยิ่งกว่าเดิม
จีดัสไม่ได้แค่ยืนคุ้มกันอยู่เฉย ๆ เขาประเมินสถานการณ์แต่ละด้านไปพร้อมกัน ต้องขอบคุณพลังของฟิลิเซีย มันทำให้เขาเห็นภาพและเสียงระดับที่เหมือนกับว่าได้ไปอยู่ในสถานที่จริง
เขามองเห็นการต่อสู้ของพวกเรย์อย่างชัดเจน ทีมของเรย์มีประสบการณ์มากขึ้นจาการสู้กับกริมเซฟในโลกจำลอง แต่ดูเหมือนว่าฝ่ายศัตรูเองก็ทำแบบเดียวกัน ความแข็งแกร่งโดยรวมอาจจะไม่แตกต่างจากเดิมมากแต่ที่ชัดเจนก็คือกริมเซฟรู้จักศัตรูของเขาดี เขามองเห็นจุดอ่อนของทุกคนชัดเจน
ฟรีโอนิเอลมีเวทมนตร์เรียกดาวตกที่พลังทำลายมหาศาล ข้อเสียของเวทคือมันยากที่จะควบคุมความเสียหายไม่ให้ไปถูกพวกเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีข้อจำกัดที่ต้องใช้พลังเวทมนตร์สูงในการร่ายเวทแต่ละครั้ง เวทมนตร์อันตรายจึงแทบหาโอกาสใช้ไม่ได้
ส่วนเพลงดาบของเขามีจุดอ่อนเล็กน้อยคือความต่อเนื่อง วิชาดาบของฟรีโอนิเอลเหมาะกับการดวลตัวต่อตัว ใช้จังหวะในชั่วพริบตาสังหารศัตรูก่อนที่ดาบของอีกฝ่ายจะสร้างบาดแผลให้กับตน เดิมทีมันไม่ใช่วิชาที่เหมาะในการต่อสู้ในสงครามที่ชุลมุนเช่นนี้
ไกรามีปัญหาส่วนหนึ่งที่คล้ายกับฟรีโอนิเอล เขาไม่ใช่จอมเวท แต่เป็นนักสู้ที่สามารถใช้เวทได้ เด็กหนุ่มมีพลังเวทมนต์ไม่ได้เหลือเฟือเหมือนกับจอมเวททั่วไป ยิ่งเขาเลือกใช้แต่เวทมนตร์ที่ส่งผลกว้างมันก็ยิ่งสิ้นเปลืองพลังเวท การที่พลังเวทหมดสิ้นและไม่สามารถใช้เวทมนตร์ของเดวัลได้อีกมันทำให้เขากลายเป็นแค่นักสู้ธรรมดา ๆ คนหนึ่ง
แอนทิสตามีจุดอ่อนอยู่แค่เพียงร่างกายที่เปราะบางของเธอ ไม่จำเป็นต้องถึงมือกริมเซฟด้วยซ้ำ แค่ลูกน้องของเขาคนใดคนหนึ่งก็สามารถทำให้เธอบาดเจ็บสาหัสได้ไม่ยาก เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดเรื่องแบบนั้นแอนทิสตาต้องใช้อสูรอัญเชิญอย่างน้อยหนึ่งตัวรวมร่างกับตนเองเอาไว้ตลอดเวลา
คนที่กริมเซฟมองหาจุดอ่อนไม่ออกเลยคือเรย์นั่นเอง เขาสมบูรณ์แบบด้วยค่าพลังทุกด้านในระดับสูง นอกจากความเก่งกาจจากร่างกายที่ถูกฝึกฝนมาเป็นอย่างดี ออรามังกรที่เข้มแข็ง พลังต้านทานต่อธาตุต่าง ๆ ของมังกร เรย์ยังมีสัญชาตญาณในการต่อสู้ที่ประมาทไม่ได้
หากให้กริมเซฟประเมินด้วยสายตา เขาเชื่อว่าเรย์ในตอนนี้แกร่งราวแปดในสิบส่วนของตนแล้ว ทำให้หากไม่นับกริมเซฟที่เป็นอัศวินมังกรที่ถูกสร้างขึ้น เรย์คืออัศวินมังกรตามธรรมชาติที่แข็งแกร่งที่สุดที่ซีนเคยมีมา
ศัตรูล้มลงไปทีละคน กริมเซฟไม่ได้ใส่ใจลูกน้องราวกับพวกเขาเป็นแค่ของใช้แล้วทิ้ง บางคนในนั้นขอให้เขารอกำลังเสริมก่อนแต่ว่าเขาไม่ได้สนใจรับฟัง
ฟรีโอนิเอลยั้งมือเอาไว้ไม่ได้ฟันคอของเด็กสาวคนหนึ่งที่เข้ามาในวิถีดาบ หญิงสาวชุดเขียวและแว่นกลมโตทำหน้าเหมือนอยากร้องไห้ เขาแน่ใจว่าเธอไม่ได้อยากมาอยู่ในตรงนี้แต่ถูกบังคับให้มา
“ไม่อยากสู้ก็ถอยไปซะ”
“ไม่ได้” เธอน้ำตาคลอเบ้า “ถอยไม่ได้ ไม่งั้น…”
“พวกเฟรย์การ์ดข่มขู่มาเหรอ”
สาวชุดเขียวส่ายหน้า ฟรีโอนิเอลแน่ใจว่าไม่ใช่การปฏิเสธ แต่เธอแค่ไม่สามารถพูดออกมาได้
“คิดจะทำอะไรกับลูกน้องข้า” กริมเซฟแสยะยิ้ม เขามองไปที่ฟรีโอนิเอลและหญิงสาวชุดเขียวสลับกัน
“ขะ ข้าไม่ได้พูดอะไรเลยนะคะ”
“ไม่ต้องมาแก้ตัว คนทรยศต้องตาย”
“อย่าาาา” หญิงสาวกรีดร้อง เธอรู้ว่าอะไรกำลังจะตามมาจึงออกวิ่งสุดกำลัง
กริมเซฟเร็วกว่าเธอมาก และเร็วยิ่งกว่าดาบของฟรีโอนิเอลที่กำลังฟันสวนออกไป เขาหลบดาบได้อย่างง่ายดายและกระโจนรวดเดียวถึงตัวหญิงสาวชุดเขียว ก่อนที่จะเหวี่ยงกำปั้นออกไป
เสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดดังลั่น กำปั้นของกริมเซฟทะลวงร่างของหญิงสาวผู้ไม่สามารถปกป้องตัวเองได้ มันทะลุจากหลังมาข้างหน้า ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหัวใจของเธอแหลกเละไปในการโจมตีครั้งนี้
“ยังไม่อยากตาย ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้าขอโทษ”
“กริมเซฟ!” เรย์และฟรีโอนิเอลตะโกนชื่อศัตรูพร้อมกัน ยิ่งกว่าเห็นพรรคพวกตัวเองถูกทำร้ายก็คือการได้เห็นคนที่ฆ่าพรรคพวกตัวเองได้อย่างหน้าตาเฉยแบบนี้
ทั้งที่รู้ว่าไม่มีทางหนีพ้น แต่ลูกน้องบางคนก็เริ่มทำแบบเดียวกัน พวกเขารู้ว่าการฝืนสู้ต่อถ้าไม่ถูกพวกที่แกร่งผิดมนุษย์อย่างเรย์และฟรีโอนิเอลจัดการก็คงไม่พ้นถูกหัวหน้าตัวเองฆ่าตายแน่ พวกเขาตัดสินใจวิ่งหนี
กริมเซฟไม่ปล่อยคนทรยศลอยนวลไป เขาเล็งเล่นงานพวกนั้นก่อนศัตรู เพียงพริบตาเท่านั้นคนที่พยายามหนีก็ถูกเด็ดหัวไปเพิ่มอีกสามชีวิต