Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 323: เหล่าตัวหมากบนกระดาน
“ใครคิดจะหนีอีก จงคิดให้ดี” กริมเซฟโยนร่างไร้วิญญาณอีกสามร่างลงกับพื้น
ไม่มีใครคิดหนีเพิ่ม พวกเขาตัดสินใจหันมาสู้แลกตายกับพวกเรย์ แต่แทนที่จะสู้อย่างฮึกเหิมมันเป็นการสู้อย่างไร้ความหวัง คนเหล่านี้ไม่มีทางชนะพวกเรย์ในเวลานี้ได้เลย
กริมเซฟเดิมทีก็ไม่ได้คาดหวังอะไรกับลูกน้อง เขาคิดว่าหากพวกนี้สร้างช่องว่างให้ได้เล็กน้อยก็ถือว่าชีวิตของพวกเขาคุ้มค่าแล้ว เรย์กับฟรีโอนิเอลแม้จะสู้ด้วยความโกรธแต่สองคนนี้ไม่ได้ประมาทเลยสักนิด ช่องว่างที่กริมเซฟมองหาจึงยังไม่เกิดขึ้น
กลับกันคือไกราและแอนทิสตาเริ่มอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด ก่อนหน้านี้ที่เขาไม่ได้สนใจทั้งคู่เพราะกริมเซฟประเมินพวกเขาไว้ต่ำชนิดที่ว่าจะฆ่าเมื่อไหร่ก็ไม่ได้ยากเย็น แต่ตอนนี้เขาคิดว่าถ้าฆ่าทั้งคู่ทิ้ง เรย์และฟรีโอนิเอลคงจะคลุ้มคลั่งยิ่งกว่านี้
แค่คิดเขาก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา
กริมเซฟพุ่งไปที่แอนทิสตาด้วยความเร็วสูง กำปั้นที่เพิ่งใช้ทะลวงร่างของพวกพ้องถูกเงื้อจนสุด แอนทิสตาในขณะนี้เป็นร่างรวมของเธอกับเรกซ์ เธอรีบเปลี่ยนธาตุตนเองเป็นธาตุแสงที่ชนะทางธาตุความมืดของกริมเซฟได้
แอนทิสตารู้ทั้งรู้ว่าไม่ได้ผล เธอแค่พยายามตอบโต้จนถึงที่สุด เธอรู้ว่าทันทีที่หมัดถูกปล่อยออกมา ชะตากรรมของเธอจะเหมือนกับหญิงสาวชุดเขียวผู้น่าสงสารคนนั้น
ฉัวะ
เสียงดาบเกิดขึ้นก่อนเพียงชั่วเสี้ยววินาที ไม่ใช่เรย์หรือฟรีโอนิเอลที่ถูกลูกน้องของกริมเซฟยื้อเอาไว้ แต่ดาบยืดได้ที่เธอเคยเห็นมาก่อนคือต้นเสียง การโจมตีนี้แม้จะฝากแผลไม่ร้ายแรงไว้ที่กำปั้นของกริมเซฟ แต่มันก็มากพอทำให้เขาต้องหยุดการโจมตีเอาไว้ก่อน
“เอ็ดวาน” แอนทิสตาเรียกชื่อของเขาด้วยความดีใจ ความช่วยเหลือได้มาถึงแล้ว
“ข้ามาช่วยแล้ว” เอ็ดวานจงใจตะโกนบอกทั้งพรรคพวกและศัตรูให้รู้ตัว
ลูกน้องของกริมเซฟในตอนนี้เหลือเพียงแค่สามคน ฟรีโอนิเอลตัดสินใจยื้อกับพวกเขาไว้โดยลำพัง เปิดโอกาสให้เรย์ได้กลับมาช่วยเอ็ดวานดวลกับกริมเซฟอีกครั้ง
เรย์และเอ็ดวานรู้จักวิชาดาบของอีกฝ่ายเป็นอย่างดี จังหวะที่คนหนึ่งฟันจากด้านบน อีกคนก็ก้มมุดวิถีดาบและฟันใส่กริมเซฟจากด้านล่าง คนหนึ่งใช้สายฟ้าร่วมกับดาบ อีกคนก็ใช้ไฟเคลือบไว้ที่ใบดาบเช่นกัน
กริมเซฟไม่ได้หวาดกลัวที่กำลังถูกกดดันจนถอยร่น ตรงกันข้ามเขายิ่งสนุกจนแทบระเบิดหัวเราะออกมา
เรย์อัดพลังไฟฟ้าลงไปในดาบมากขึ้น คลื่นไฟฟ้าที่ก่อตัวเป็นคมดาบขยายใหญ่จนกลายเป็นดาบยักษ์ ส่วนเอ็ดวานก็ทำสิ่งที่คล้ายกัน เขาร่ายเวทเพลิงระดับสูงใส่ดาบและสั่งให้ยืดออก
จีดัสจับตาดูทุกขณะจนมั่นใจว่าเขาไม่จำเป็นต้องแทรกแซง หากไม่มีสิ่งที่คาดฝันเกิดขึ้น มันแทบจะฟันธงได้แล้วว่ากริมเซฟต้องแพ้ศึกนี้อย่างแน่นอน
เสนาธิการแห่งกลุ่มอะบีสย้ายไปมองภาพรวมที่ด้านอื่น กลุ่มของเซกันก่อนหน้านี้วิกฤติหนักเพราะหลาย ๆ คนได้รับบาดแผลจากริแลนท์กันถ้วนหน้า ลูกน้องของริแลนท์เกือบทั้งหมดเป็นสายเดียวกับเวเน พวกเขามีทักษะอย่างน้อยหนึ่งอย่างที่ไว้จับกุมหรือสกัดกั้นศัตรู แต่ละคนทำหน้าที่แค่เปิดช่องให้ริแลนท์โจมตี
ที่พวกเขาทำแบบนั้นก็เพราะมั่นใจในพลังของหัวหน้าตนเอง แผลของริแลนท์ไม่มีทางรักษา ดังนั้นแค่แผลเลือดตกยางออกไม่ใหญ่โตก็ทำให้ถึงฆาตได้
คนที่โดนเข้าไปหนักสุดคือเวเน เธอถูกฟันมือข้างซ้ายขาดกระเด็น เหตุเกิดเพราะเธอมั่นใจว่าตนใช้เวทมนตร์หยุดอีกฝ่ายได้แล้ว เธอคาดไม่ถึงว่าริแลนท์เตรียมการไว้เช่นกัน ลูกน้องของเขาคนหนึ่งมีพลังที่เกี่ยวกับการสลายเวท เขาทำให้เวทมนตร์ที่ควรจะหยุดริแลนท์ไว้ถูกยกเลิก
ผลคือเวเนถูกเล่นงานอย่างจัง ที่โดนตามมาติด ๆ กันคือเจเนวีฟที่ถูกแทงเฉียดหัวใจไปนิดเดียว โชคดีที่สำหรับแวมไพร์ แผลแบบนี้ฆ่าเธอไม่ได้
แต่ถึงเจเนวีฟไม่ตาย เธอก็ห่างไกลจากคำว่าปลอดภัยดี เธอจำเป็นต้องใช้วิธีการเหมือนเซกันในการรักษาตัว นั่นคือเธอต้องทะลวงอกตัวเองเพื่อทำลายบาดแผลทั้งหมดที่ถูกสัมผัสโดยดาบของริแลนท์
จนเมื่อความช่วยเหลือมาถึง สถานการณ์ของฝ่ายเซกันจึงพลิกกลับมาได้เปรียบ ส่วนหนึ่งต้องขอบคุณอัลโตที่ช่วยกำจัดลูกน้องของริแลนท์ไปได้หลายคน จึงทำให้ฮาจาที่เพิ่งมาถึงทำหน้าที่ของเธอได้อย่างเต็มที่
ทุกคนกลับมาสมบูรณ์อีกครั้งในขณะที่ฝ่ายตรงกันข้ามมีทั้งคนที่หมาดสภาพไปแล้วและคนที่บาดเจ็บจนไม่สามารถต่อสู้ได้ดีเหมือนในตอนแรก
มีโอกาสเพียงเล็กน้อยที่ผลการต่อสู้จะพลิกได้อีก จีดัสฝากให้ฟิลิเซียช่วยจับตามองทางนี้และรายงานเขาทันทีหากสถานการณ์เลวร้ายลง
ด้านโรมิเอล ทุกอย่างไปได้สวยก่อนที่เซเลนอสจะมาช่วยด้วยซ้ำ ขณะที่โรมิเอลใช้วิธีการโจมตีโครินาเลซึ่งหน้า จูเดสปาและเมโรกลับอาศัยร่มเงาของป่าในการซุ่มโจมตี
“พวกเราไม่มีทางเลือก ถ้าไม่ทำตามคำสั่งก็มีแต่ต้องเจอเรื่องที่น่ากลัวยิ่งกว่าความตาย” นักสู้รายหนึ่งโอดครวญขอความเห็นใจจากโรมิเอล
“งั้นก็ออกจากกลุ่มเลยสิ ไม่ว่าอีกฝ่ายจะข่มขู่อะไร ถ้ายอมถอนตัว ทางนี้จะช่วยเอง”
“มันไม่ง่ายแบบนั้นหรอก” โครินาเลตอบให้แทน “สิ่งที่คนทรยศจะต้องเจอ แม้แต่ความตายก็เป็นแค่เรื่องเล็กน้อยไปเลย”
นักสู้หลายรายรุมเข้าใส่โรมิเอลพร้อมกัน แต่ละคนใช้ท่าไม้ตายรุนแรงที่ต่อให้คนโดนคือโรมิเอลก็คงยากที่เขาจะปลอดภัยไปได้
“เพลงดาบความไวแสง” อัศวินคนแรกฟันออกไปด้วยความความเร็วที่แทบมองไม่เห็น
“ทวนเวทเจ็ดธาตุ” นักสู้หญิงผู้ใช้ทวนแทงออกไปถึงเจ็ดครั้งและเปลี่ยนธาตุไปด้วยในทุกการโจมตี
“กิกะไลท์นิงพันซ์” นักสู้ศิลปะการต่อสู้อีกคน ต่อยใส่โรมิเอลด้วยเวทมนตร์ระดับสูงถึงขั้นกิกะ
“เพลงดาบทลายนภา ท่าที่หก” ชายกลางคนผู้แต่งตัวเหมือนกับโจรสลัดคือคนสุดท้ายในกลุ่มนี้ จิตต่อสู้ของเขาคลุมดาบจนเห็นออราสีดำแผ่ออกมาจากใบดาบ
แต่ทั้งสี่ไม่มีคนใดเลยที่ไปจนถึงตัวของโรมิเอล พวกเขาถูกพลังเยือกแข็งเล่นงานในระยะประชิด เพียงพริบตาที่เข้าใกล้พลังความเย็นสุดขั้วก็แช่แข็งแต่ละคนไปจนถึงระดับเซลล์
โรมิเอลไม่ได้ใจดีเหมือนคนอื่นในกลุ่มอะบีส หลังจากที่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้ถอนตัวแต่ถูกปฏิเสธ เขาก็พร้อมจะลงมือแบบไม่ต้องไว้หน้าอีก
“ทั้งที่พวกนี้อาจจะถูกบังคับให้มาสู้ แต่กลับฆ่าพวกเขาแบบไม่สนใจเลยนะ”
“อย่ามาทำพูดดีเลย” เสียงของเมโรดังก้องมาจากในเงามืดของป่า “เองบังคับให้พวกนี้มาสู้แท้ ๆ จะมาโทษฝ่ายเราได้ยังไง”
ลูกน้องของของโครินาเลตายไปจนเกือบหมด เธอสามารถดูดกลืนซากศพของคนเหล่านั้นและสร้างขึ้นมาใหม่แบบเดียวกับที่แรปโซดีทำได้ แต่มันไม่ใช่ความสามารถที่ใช้ได้ในทันทีทันใด โครินาเลไม่เหลือทางโต้คืนนอกจากการตอบโต้ด้วยกำลังกายที่ยังได้เปรียบเหนือกว่า
ตอนที่เซเลนอสมาถึง เขาพบว่าโครินาเลกำลังสู้อยู่ตามลำพัง เธอไม่สามารถจัดการกับโรมิเอลและพรรคพวกได้ แต่ในขณะเดียวกันพวกเขาก็จัดการกับเธอไม่ลงเช่นกัน
“ให้ช่วยไหมครับ”
“ต้องถามด้วยรึ ไม่ใช่ว่าถูกโซนาตาสั่งให้มาช่วยเหรอ” จูเดสปาแขวะเซเลนอสเล็กน้อย ระยะหลังมานี้เขาแน่ใจแล้วว่าเซเลนอสไม่ได้คิดช่วยยึดอำนาจจากโซนาตา
เซเลนอสอมยิ้ม “ตามนั้นแหละครับ มาช่วยกันล้มผู้หญิงคนนี้กันเถอะ”
จีดัสสั่งการเพิ่มในแต่ละกลุ่มอีกเล็กน้อย ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องที่ย้ำเตือนให้แต่ละทีมระวังตัว หรือมอบหมายให้บางคนในกลุ่มคอยหาทางป้องกันไม่ให้ศัตรูเคลื่อนไหวได้ตามใจชอบ เขายังไปดูการต่อสู้ระหว่างมิเนอร์วาและอะโพฟิสอีกเล็กน้อย
“ทางนี้ยังรับมือไหวครับ ศัตรูยังไม่ฟื้นตัวจากการปะทะคราวก่อน พวกเขามีอีเธอร์เกียร์น้อยกว่าเดิม เรื่องยุ่งยากคือพวกเขามีหุ่นรุ่นใหม่และนักบินตัวปัญหาเพิ่มมา” สปีดรายงานสถานการณ์การต่อสู้บนฟ้าให้กับจีดัส
“หุ่นรุ่นใหม่มีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับฮาร์บินเจอร์ค่ะ แต่นักบินยังตามหลังพวกเราอยู่หลายก้าว” แบมบีนาอีกหนึ่งนักบินรายงานเพิ่มขณะที่ยิงอีเธอร์เกียร์ของฝ่ายเฟรย์การ์ดร่วงลงไปอีกเครื่อง
“ถ้ามีอะไรเปลี่ยนแปลงรีบรายงานด่วน”
“รับทราบครับ/รับทราบค่ะ”
แล้วก็มาถึงกลุ่มสุดท้ายที่จีดัสห่วงที่สุด มันคือทีมของนานาชิที่ถูกทิ้งไว้ที่วงแหวนชั้นกลางของวิหารแห่งกาลเวลา กลุ่มนี้มีเป้าหมายแตกต่างจากลามินาที่ทำหน้าที่ช่วยเหลือฟรองเซย์ พวกเขาได้รับคำสั่งให้แทรกซึมเข้าไปสำรวจชั้นในสุดของวิหารเพื่อดูว่ากิงคารอนจะทำสิ่งใด