Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 325: เฮลวอร์คเกอร์
ที่พื้นด้านบนสงครามยืดเยื้อมากกว่าที่คิด ฝ่ายฟอร์ชาโดเวอร์ได้รับบาดเจ็บกันถ้วนหน้า มีที่ล้มตายไปก็ไม่น้อย ส่วนฝ่ายพันธมิตรจากกิลด์ชื่อดังก็เหลือกันอยู่ไม่ถึงสิบคนซึ่งนับรวมฟรองเซย์ เวโรนิกาและอัสการ์แล้ว
“ถ้าเราถอนตัวตอนนี้ พวกฟรองเซย์จะแย่รึเปล่าคะ” โซลิเนยังเป็นห่วงเพื่อนร่วมกิลด์อุสทรินา เธอมั่นใจว่าหากขาดเสียงเพลงของตนไปคนที่ตายอาจมีมากกว่านี้
“งั้นพวกเจ้าอยู่ที่นี่ก่อน ข้าจะเอาของนี่ไปส่งให้กับหัวหน้า”
ตกลงกันได้เรียบร้อย นานาชิก็พุ่งไปต่อโดยแทบไม่มีเวลาได้พักหายใจสักนิด
หลายนาทีก่อนหน้าที่นานาชิจะกลับมา บริเวณด้านนอกสงครามระหว่างกลุ่มอะบีสแม้ยังไม่จบสิ้นแต่ก็เหมือนรู้ผลไปแล้ว ศึกเวหาระหว่างมังกรแห่งความมืดและมังกรสายฟ้า บทสรุปคือร่างของมังกรแห่งความมืดที่ร่วงลงไป การถูกเอ็ดวานเฉือนปีกแหว่งไปเล็กน้อยทำให้เขาไม่สามารถบินได้คล่องแคล่วเหมือนเดิม จนในที่สุดก็ไม่สามารถหลบการโจมตีด้วยสายฟ้าแบบสุดแรงของเรย์ได้
กริมเซฟบาดเจ็บหนัก ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลจากดาบของเรย์และเอ็ดวาน กรงเล็บทั้งเล็กและใหญ่ของเรย์ในร่างมังกร อาวุธของไกรา หรือแม้แต่เล็บของอสูรอัญเชิญของแอนทิสตา
“แข็งแกร่งขึ้นกว่าครั้งก่อนลิบลับเลยนะ”
“โชคดีที่มีห้องจำลองการต่อสู้น่ะ” เรย์บอกออกไปตามตรง
“ห้องฝึกแบบนั้นเฟรย์การ์ดอย่างเราก็มี แต่ถึงมีเวลาฝึกชั่วนิรันดร์ก็ใช่ว่าทุกคนจะพัฒนาได้ก้าวกระโดด พวกแกคว้าโอกาสในการเติบโตได้มากกว่าพวกเรา มันก็แค่นั้นแหละ”
กริมเซฟดูคุยกันรู้เรื่องมากกว่าทุกครั้งจนพวกเรย์รู้สึกประหลาดใจ
“หมายความว่า เจ้ายอมรับความพ่ายแพ้แล้วงั้นเหรอ” แอนทิสตาถามอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ
“ข้าแพ้แล้ว… แต่สงครามมันยังไม่จบหรอก” กริมเซฟแสยะยิ้ม
“ถ้าหมายถึงศึกทางอื่นก็ไม่ต่างกันนักหรอก เมื่อครู่คนของเราเพิ่งรายงานมาว่าด้านของ ริแลนท์ โครินาเล ไซริลและอีวาก็รู้ผลไปแล้ว” เอ็ดวานแย้ง
“พวกแกแค่ไม่เข้าใจว่ายกที่สองกำลังจะเริ่มแล้ว คิดว่าเฟรย์การ์ดอย่างพวกเรารออยู่ในยุคนี้แค่เพราะอยากกำจัดกลุ่มอะบีสเท่านั้นเหรอ”
เรย์รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี เขานึกถึงหนังสือโครนิเคิลออฟซีนที่นานาชิได้รับคำสั่งให้ชิงกลับมา เขาติดต่อหาพรรคพวกโดยตรงเพื่อหยุดอีกฝ่ายไว้ แต่เรย์ช้าไปเพียงเล็กน้อย ขณะนี้นานาชิกับหนังสือได้มาอยู่ตรงหน้าเฟรย์และเซเรเนดแล้ว
เซเรเนดถูกลูนาร์ผนึกพลังเอาไว้เหลือเพียงหนึ่งในร้อย ไม่ว่าใครก็คาดไม่ถึงว่าพลังเพียงเศษเสี้ยวของเขาจะทำให้เขายังเคลื่อนไหวได้ ทันทีที่เขาได้รับการติดต่อจากอะโพฟิส เซเรเนดก็สลัดจนหลุดออกจากสภาพที่ถูกตรึงเอาไว้
เซเรเนดบินหายไปอย่างรวดเร็ว จากทิศทางที่เขามุ่งไปทุกคนเดาได้ น่าจะทิศทางเดียวกับที่นานาชิจะนำหนังสือไปส่งให้กับมิเนอร์วา
“พวกเฟรย์การ์ดเล็งโครนิเคิลออฟซีนอยู่” ประโยคนี้โซนาตาไม่ได้เตือนแค่นานาชิที่กำลังวิ่งหน้าตั้งอยู่ แต่เขาบอกกับสมาชิกทุกคนในกลุ่มไปด้วยพร้อมกัน
นอกจากลามินาที่อยู่ช่วยฟรองเซย์ ไม่มีใครสนใจการต่อสู้ของตนอีก ต่างคนต่างวางมือจากคู่ต่อสู้เพื่อตรงไปยังทิศทางของนานาชิ พวกเขาไม่ได้หวังว่าจะเป็นกลุ่มแรกที่ไปถึงแต่คิดว่าอย่างน้อยที่สุดด้วยความเร็วของนานาชิ มันอาจจะทำให้เขามีทางเลือกมากขึ้นว่าจะหนีไปสมทบกับกลุ่มไหน
เซเรเนดคือคนแรกที่ถึงตัวนานาชิ เขารู้ว่าไม่มีเวลาสำหรับการพิรี้พิไร มือข้างหนึ่งยื่นออกมาข้างหน้าก่อนที่จะสาดลำแสงสีดำใส่อีกฝ่ายแบบไม่ให้ตั้งตัว ลำแสงสีดำเฉียดหน้านานาชิไปเพียงแค่คืบ เขารอดมาได้อย่างฉิวเฉียดเพราะได้รับการแบ่งปันทัศนวิสัยจากสมาชิกที่เห็นภาพผ่านกล้องสำรวจระยะไกลของมิเนอร์วาอีกต่อหนึ่ง
การหลบการลอบโจมตีสำเร็จไม่ได้ทำให้ความกังวลของนานาชิลดลงไปสักนิด เขาแน่ใจว่าการโจมตีเมื่อครู่มันมีหลายสิ่งที่ผิดปกติ
“ไม่ใช่เวทมนตร์” จีดัสจงใจใช้ประโยคนี้เพื่อบอกว่าสิ่งที่เขามองอยู่ไม่ใช่แค่เวทมนตร์ที่ไม่มีใครรู้จัก แต่เป็นสิ่งอื่นที่นอกเหนือจากระบบของเวทมนตร์โดยสิ้นเชิง
คล้ายกับปาฏิหาริย์ที่เทพเจ้าสร้างขึ้น แต่มันอยู่ในรูปแบบตรงกันข้าม นี่เป็นพลังของปีศาจ และเป็นปีศาจของแท้ที่ไม่ใช่แค่ชื่อของเผ่าพันธุ์ที่พบได้ในเนเธอร์เวิลด์ เซเรเนดคือตัวตนที่อยู่เหนือขอบเขตนั้นออกไป
“เฮลวอร์คเกอร์” โรมิเอลที่ร่วมมองทุกอย่างผ่านไซคิกเน็ตเวิร์กพึมพำออกมา
โซนาตารู้จักชื่อนี้จากหนังสือสักเล่ม มันคือชื่อเรียกพระเจ้าของเผ่าพันธุ์ปีศาจ พวกเขาคือตัวตนที่ว่ากันว่ายิ่งใหญ่ทัดเทียมกับแปดเทพปีศาจ เป็นสิ่งที่ไม่อาจเรียกได้เต็มปากว่าเป็นสิ่งมีชีวิต
“เฮลวอร์คเกอร์มันแค่นิทานหลอกเด็กไม่ใช่เหรอ” ซีวีหันไปถามจีดัส เธอเพิ่งสังเกตว่าจีดัสมีเหงื่อเม็ดโต ๆ ผุดขึ้นมาเต็มใบหน้า
“มันไม่ใช่แค่นิทาน… พวกนั้นมีอยู่จริง แต่เซเรเนดคนนี้ถูกดึงมาจากอีกจักรวาล ดังนั้นเขาคงไม่ใช่เฮลวอร์คเกอร์ที่พวกเรารู้จัก ไม่สิ เฮลวอร์คเกอร์อยู่เหนือทุกกฎแห่งความเป็นจริง บางทีอาจจะเป็นหนึ่งในเฮลวอร์คเกอร์ในนิทานที่ว่าก็ได้…” จีดัสพึมพำเหมือนสติไม่ได้อยู่กับเนื้อกับตัว
“เจ้านรกหรือเทพปีศาจก็เหมือนกันนั่นแหละ ข้าจะผนึกให้ดู” ลูนาร์ตัวจริงหันไปตะโกนเร่งให้ร่างแยกของเธอทำงานเร็วขึ้น แต่ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่การตีอาวุธช้าหรือเร็ว หรือระยะห่างจากเธอและเซเรเนด พวกเธอแค่ไม่สามารถดูดกลืนวิญญาณของอีกฝ่ายได้มากไปกว่านี้
เซเรเนดกระหน่ำโจมตีนานาชิอีกหลายระลอก สสารมืดที่เขายิงออกมาแปลกประหลาดพิสดารจนเหยื่อไม่มีช่องว่างให้หนีได้ แม้อีกฝ่ายจะเป็นสิ่งมีชีวิตที่รวดเร็วที่สุดที่เซเรเนดเคยเห็น แต่การต้องหลบกระสุนสีดำที่เคลื่อนที่ได้อย่างอิสระทุกทิศทางมันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำได้ตลอด
คนอย่างนานาชิไม่ยอมเป็นฝ่ายรอให้ถูกโจมตีอยู่ข้างเดียว เขาโต้กลับอีกฝ่ายด้วยเช่นกัน ดาวกระจายและคาถาอาจจะไม่สามารถทำร้ายอีกฝ่ายได้ แต่อย่างน้อยมันจะทำให้พรรคพวกได้ข้อมูลสำคัญในการต่อกรกับเซเรเนดต่อไป
ทุกคนกำลังตามมาช่วยแต่นานาชิคิดว่าตนอาจไม่รอดไปถึงตอนที่ความช่วยเหลือมาถึง ไม่มีอะไรที่เขาใช้จะได้ผลกับเซเรเนด ราวกับว่าอีกฝ่ายเป็นเพียงแค่ภาพหลอนที่สัมผัสไม่ได้ ตรงกันข้ามกับกระสุนสีดำที่เซเรเนดกราดยิงไปทั่ว
ในที่สุดนานาชิก็พลาด ไหล่ซ้ายของเขาเฉียดถูกสสารสีดำไปเพียงแค่เล็กน้อย แต่สิ่งที่เกิดตามมาเลวร้ายเกินกว่าที่จินตนาการไว้มาก ไหล่ซ้าย แขนทั้งข้าง และอีกหนึ่งในสามของซีกซ้ายของเขาถูกระเบิดดังโพล๊ะ ราวกับลูกโป่งที่ถูกเข็มทิ่มจนแตกเหลือแค่เพียงเศษของยางที่ฉีกขาดกระจุย
ความเจ็บปวดระดับนี้หากเป็นคนอื่นอาจหมดสติหรือเสียชีวิตไปแล้ว แต่นานาชิคือนินจาผู้ฝึกฝนตนเองมาอย่างหนัก เขาทนความเจ็บปวดนี้ได้โดยไม่มีแม้แต่เสียงร้องหลุดออกมา
เซเรเนดไม่ได้สนใจชีวิตของนินจาหนุ่มตรงหน้า สิ่งเดียวที่อยู่ในสายตาของเขาคือหนังสือล้ำค่าที่กระเด็นมาจากร่างที่โชกเลือดของนานาชิต่างหาก
“หึหึหึ มีหนังสือนี้ กับพลังของฉัน เรื่องการควบคุมประวัติศาสตร์ดังใจก็ไม่ใช่เรื่องยาก”
“หนังสือนั่นมีประวัติศาสตร์เขียนเอาไว้แล้ว พวกเจ้าแก้ไขมันได้ตามใจชอบไม่ได้หรอก” นานาชิพยายามชวนคุยเพื่อถ่วงเวลา น้ำเสียงของเขาซ่อนความรู้สึกเจ็บปวดเอาไว้
“ไม่ลองก็ไม่รู้หรอก” เซเรเนดฉีกยิ้มพลางเก็บหนังสือที่ตกอยู่ขึ้นมาสำรวจ “หืมม พลังเวทที่มีในหนังสือน่าจะมากกว่านี้นี่นา… แต่ก็ช่างเถอะเรื่องใส่พลังเข้าไปเพิ่มฉันทำเองก็ได้”
เซเรเนดชะงักไปเมื่อลองเปิดหนังสือดู “นี่มัน…”
นานาชิเป็นฝ่ายฉีกยิ้มบ้าง “เล่มนั้นพรรคพวกของเราลองสร้างเลียนแบบขึ้นมาดู เหมือนของจริงจนน่าขนลุกเลยใช่ไหม”
“ของจริงอยู่ที่ไหน” เซเรเนดยื่นมือออกไปข้างหน้าในท่าที่พร้อมจะปล่อยกระสุนสีดำออกมาได้ทุกเมื่อ
“หัวหน้าของพวกเรา กลัวว่าพวกแกจะมาแย่งไปก็เลยให้ข้าเอาไปซ่อนไว้ก่อนจะมาที่นี่”
“บอกมา!!” เซเรเนดสัมผัสได้ว่าคนอื่นกำลังจะมาถึง แม้แต่เขาเองก็ยังร้อนรนเมื่อนึกถึงกลุ่มอะบีสทั้งกลุ่ม
“…” แม้ว่าใบหน้าเกือบทั้งหน้าของเขาจะถูกซ่อนไว้ภายใต้ผ้าปิดบังใบหน้า แต่เซเรเนดแน่ใจว่าอีกฝ่ายกำลังยิ้มอย่างผู้ชนะ
“แกจะได้เจอกับสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าความตาย” เซเรเนดพูดจบก็คิดจะใช้พลังบางอย่างกับนานาชิ มันคือพลังปริศนาที่ทำให้เฟรย์การ์ดบีบบังคับให้ทุกคนมารับใช้ตนได้
เซเรเนดไม่มีโอกาสใช้พลังนี้ คลื่นดาบพุ่งมาจากข้างหลังทำให้เขาต้องเบี่ยงหลบ เจ้าของการโจมตีมีพลังของเทพปีศาจอยู่ในร่าง เขาคือเซกันที่วิ่งนำโด่งคนอื่นมานั่นเอง
ทางทิศทางอื่น เสียงฝีเท้าดังขึ้นเช่นกัน เซเรเนดมัวแต่สนใจพวกคนเหล่านั้น จนลืมไปว่ากลุ่มอะบีสมีคนที่มีพลังในการสลับที่อยู่ นานาชิถูกสลับที่กับโซนาตาในพริบตาต่อมา
โซนาตาโผล่มาพร้อมกับการโจมตีที่เตรียมเอาไว้แล้ว เขาเลียนแบบพลังของเซเรเนดและยิงกระสุนสีดำอัดใส่อีกฝ่ายในระยะประชิด เซเรเนดประมาทเพราะมองว่าไม่มีมนุษย์หน้าไหนเป็นคู่ต่อสู้ที่คู่ควรกับตน เขาจึงพลาดไปอย่างที่ไม่น่าจะพลาดได้
ร่างของชายผู้มีพลังของเฮลวอร์คเกอร์กระเด็นไปไกล กระสุนสีดำที่เป็นพลังแบบเดียวกับที่เขาใช้สร้างความเสียหายให้กับเขาได้มากกว่าที่คิดเอาไว้ ถ้าไม่ได้ตั้งสติให้ดีหลังจากนั้นแม้แต่ครึ่งเทพแบบเขาก็อาจสลบไปได้