Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 327: พริบตาสู่ร่างเทพ
“รู้แล้วน่า อย่ามาสั่งนะเฟ้ย” เวโรนิกาตั้งใจไปช่วยอัสการ์อยู่แล้ว แต่แทนที่จะไปถึงตัวอัสการ์ของโลกตัวเอง คนที่วิ่งมาขวางกลับกลายเป็นอัสการ์จากต่างโลก
อัสการ์ผู้เย็นชากว่าชี้ดาบจ่อไปทางเวโรนิกา “มาดูกันดีกว่า ว่าลอเรนซ์จะฆ่าตัวข้าในโลกนี้ได้ก่อน หรือหัวของเจ้าจะถูกข้าตัดร่วงลงมาก่อน”
“หนอยยย”
ลามินาอยากขยับไปช่วยเช่นกัน แต่ลามอนต์ประกบเธอไว้อย่างเหนียวแน่นยิ่งกว่ากาว ไม่ว่าจะขยับไปทางไหน ไม่ว่าจะโจมตีแบบใด อีกฝ่ายก็ใช้ทักษะที่ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันผนึกการเคลื่อนไหวของเธอไว้
“ผมอยากเต้นรำกับพี่มานานแล้ว”
“ข้าบอกแล้วไงว่าข้าไม่เคยมีน้องชายโรคจิตแบบนี้”
ไม่เหลือใครมาคอยช่วย อัสการ์ทำได้แค่ถอยหนีกับปัดป้อง เขากางเวทมนตร์โล่สะท้อนกระสุนวิญญาณของลอเรนซ์ที่เพิ่งเรียนมาสด ๆ ร้อน ๆ แต่มันไม่ได้ผลอย่างที่หวัง กระสุนสะท้อนกลับออกไปจริงแต่ลอเรนซ์ควบคุมกระสุนเหล่านั้นได้ มันวกกลับมาใหม่อีกครั้ง และอีกครั้ง ราวกับจะไม่มีทางจบสิ้น
กระสุนแทบไม่อ่อนแรงลง แถมยังเพิ่มจำนวนมากขึ้นเมื่ออีกฝ่ายกระหน่ำยิงเข้ามาเพิ่ม อัสการ์ต้องเปลี่ยนแผนเป็นยกเลิกเวทเดิมและหันไปใช้โล่ต้านพลังวิญญาณแทน คราวนี้ได้ผลดีกว่าเพราะมันทำให้กระสุนที่สัมผัสกับโล่สลายไป แต่ปัญหาใหม่คือโล่เวทมนตร์เองก็ได้รับความเสียหายด้วยเช่นกัน
อัสการ์เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในศึกดวลความอึด พลังเวทมนตร์ของเขายังเหลืออยู่ แต่การร่ายเวทนั้นต้องใช้แรงกายแรงใจด้วยเช่นกัน ฝ่ายที่ถูกบีบให้ตั้งรับอย่างเดียวย่อมเสียเปรียบฝ่ายรุกที่ลงมืออย่างไร้กังวล ยังไม่นับเรื่องก้นบึ้งพลังของลอเรนซ์ที่เหนือกว่าราวฟ้ากับดิน
“หืมม” ลอเรนซ์ประหลาดใจ
จู่ ๆ อัสการ์เลิกเป็นฝ่ายตั้งรับและกลับมาเป็นฝ่ายโจมตีแทน มิหนำซ้ำเขาผู้ที่เป็นจอมเวทกลับพยายามเข้าประชิดด้วย
ลอเรนซ์ไม่รอดูว่าอัสการ์จะทำอย่างไร เธอยิงสวนออกไปหลายนัด ทุกนัดต่างเข้าเป้าและสร้างความเสียหายให้อีกฝ่ายหนึ่ง บางนัดถูกที่ไหล่ เอว ขาและแขน แต่ไม่มีนัดไหนเลยที่เข้าจุดอันตราย
เป็นแค่การเดิมพันโง่ ๆ แต่อัสการ์ผู้ไม่หลงเหลือหนทางจำเป็นต้องเสี่ยง โชคดีที่เขาชนะการเดิมพัน อัสการ์มองออกว่าลอเรนซ์รู้สึกแบบใดกับอัสการ์ในโลกของเธอ เมื่อเห็นคนที่มีใบหน้าเหมือนกับ ‘ผู้ชายที่เธอชอบ’ พุ่งเข้าใส่อย่างกะทันหันเธอจึงเผลอยั้งมือโดยไม่ตั้งใจ มันคือเหตุผลที่ไม่มีกระสุนวิญญาณนัดไหนเลยที่ทำให้เขาถึงฆาต
“เมกะบอมบ์” ทันทีที่เข้าประชิด อัสการ์ก็ระเบิดเวทออกไป เป้าหมายของเขาไม่ใช่ลอเรนซ์แต่คือพื้นที่แตกร้าวที่อยู่ระหว่างเธอและเขา
ตั้งแต่เริ่มสู้อัสการ์ไม่คิดว่าตนมีโอกาสชนะ เขาแค่ต้องการดึงลอเรนซ์ให้ออกมาจากพื้นที่ต่อสู้ วูบหนึ่งที่เห็นพื้นของชั้นกลางแตกออก เขาคิดว่าตนเองทำได้สำเร็จแล้ว
แต่กลายเป็นว่าลอเรนซ์กลับรอดไปได้ เธอเร็วและคล่องแคล่วเกินไป แทนที่จะตกลงไปที่ช่องว่างที่อัสการ์สร้างขึ้น เธอกลับเคลื่อนที่ในอากาศด้วยการโดดไต่ตามเศษของอิฐ หิน ปูน ที่กระเด็นอยู่กลางอากาศ เป็นการเคลื่อนไหวที่อัสการ์ไม่มีทางเลียนแบบได้ ผลการการระเบิดจึงมีเพียงแค่เขาเท่านั้นที่ร่วงลงไป
“ข้าไม่มีทางตกลงไปด้วยลูกไม้แบบนั้นหรอก”
“อัสการ์!!” ฟรองเซย์ตะโกนเรียก แต่เปล่าประโยชน์เธอถูกดิแอสยื้อเอาไว้จนขยับแยกไปไม่ได้ดังใจ
“ข้าจัดการได้แล้ว” ลอเรนซ์หันบอกกับรุ่นพี่ แต่อีกฝ่ายมองกลับมาด้วยสายตาผิดหวัง
“น่าสมเพช” อัสการ์ถอนหายใจ “เกือบจะถูกเจ้ากระจอกนั่นเล่นงาน เพราะดันลังเลไม่กล้าฆ่า นี่น่ะเหรอ No. 3 ของฟอร์ซาโดเวอร์”
ลอเรนซ์ได้ฟังก็หน้าชาเถียงกลับไม่ออก มันเป็นอย่างที่อัสการ์พูดทุกประการ หากเธอไม่ลังเลคงจะสังหารอีกฝ่ายไปได้นานแล้ว
“คนที่น่าสมเพชมันเจ้าต่างหากล่ะ” ฟรองเซย์พูดจบก็พุ่งเข้ามาหาอัสการ์
เป็นเรื่องที่ไม่มีใครคาดฝัน ครู่ก่อนฟรองเซย์ยังสู้พัวพันอยู่กับดิแอส เหตุใดเธอจึงสามารถเปลี่ยนเป้าไปโจมตีอัสการ์ได้ คำตอบก็คือร่างของดิแอสที่ทรุดเข่าอยู่กับพื้น
ดิแอสอยากคิดว่าครึ่งหนึ่งที่ทำให้เขาบาดเจ็บเป็นฝีมือของเหล่ายอดฝีมือของกิลด์ต่าง ๆ แต่เขารู้อยู่แก่ใจว่าตนไม่ได้รับบาดเจ็บมากมายจากคนเหล่านั้น คนที่เล่นงานเขาอย่างหนักมีอยู่เพียงผู้เดียวและคน ๆ นั้นคือฟรองเซย์นั่นเอง
ดิแอสทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นในครู่ก่อน เขาได้เปรียบฟรองเซย์ในทุกด้าน พละกำลัง ประสบการณ์ ออรามังกร รวมไปถึงคุณสมบัติของเพลิงที่ได้เปรียบเหนือพลังความเย็นของฟรองเซย์ ไม่ว่าใครหากเห็นการปะทะกันก็ย่อมต้องคิดว่าฟรองเซย์ไร้โอกาสชนะ
แต่ในพริบตาหลังจากที่เธอเห็นอัสการ์ถูกเล่นงาน สิ่งผิดปกติก็เกิดขึ้นกับร่างกายของฟรองเซย์ ร่างกายของฟรองเซย์กลายเป็นมวลความเย็น
แม้แต่ดิแอสที่มองอยู่ใกล้ก็ไม่สามารถเข้าใจพลังของเธอ ฟรองเซย์ไม่ได้ใช้แค่ความเย็นคลุมร่างของเธอจนเป็นมวลความเย็น แต่เลือด เนื้อ กระดูก ทุกอณูในร่างของเธอกลายเป็นกลุ่มก้อนความเย็นที่มีชีวิต เป็นความเย็นที่เหนือกว่ากฎเกณฑ์ของธรรมชาติ ฟรองเซย์กลายเป็นสิ่งที่ก้าวพ้นความเป็นมนุษย์ไปชั่วครู่หนึ่ง
นั่นคือเหตุผลที่ร่างทั้งร่างของดิแอสถูกแช่แข็งเพียงแค่สัมผัสถูกฟรองเซย์ เขาควรจะตายไปแล้วด้วยซ้ำถ้าไม่ใช่เพราะใช้เปลวเพลิงโหมใส่ร่างตัวเองก่อนที่สติจะขาดหายไป
มันเป็นแค่ทฤษฎีที่ไม่มีหลักฐานใด ๆ มาสนับสนุน ดิแอสเชื่อว่าสิ่งนี้ใกล้เคียงกับ ‘ร่างเทพ’ ของเอลเลนนอสหรือ ‘ร่างมังกร’ ของอัศวินมังกรมากกว่าการนับว่ามันเป็นวิชาต่อสู้
“ผ่าเหล่า… หรือไม่ก็วิวัฒนาการ” ดิแอสพึมพำ “นี่สินะ สาเหตุที่ท่านเดอะพรอเฟ็ตเตือนเอาไว้ หากไปกระตุ้นเธอมากจนเกินไป เธอจะกลายเป็นตัวหายนะสำหรับเราทุกคน”
โดยไม่จำเป็นต้องอธิบายเพิ่ม เหล่าเอ็กซิคิวชันเนอร์ทั้งหมดต่างรับรู้ว่าฟรองเซย์คือศัตรูตัวปัญหา ก่อนที่เธอจะควบคุมพลังใหม่ได้ ทุกคนตั้งใจตัดไฟเสียตั้งแต่ต้นลม
ลามินาอยากเข้าไปช่วยฟรองเซย์ แต่ลามอนต์รู้ทัน เขาอยู่ในชุดและอุปกรณ์อัญเชิญแบบเต็มยศ พร้อมกับทุ่มสุดแรงเพื่อหยุดเธอไว้โดยไม่ได้สนใจชีวิตของตนเอง
เวโรนิกาก็เจอกับปัญหาเดียวกัน คู่ต่อสู้ของเธอถูกสลับจากอันดับสองของฟอร์ชาโดเวอร์มาเป็นอันดับสามอย่างลอเรนซ์ แต่มันไม่ได้ทำให้เธอสู้ง่ายขึ้นสักนิด ตรงกันข้ามการรับมือกับลูกศิษย์จอมดาบแม้จะหนักหนาแต่ก็ไม่ทำให้เธอแพ้ทางเท่ากับการรับมือกับกระสุนวิญญาณที่เคลื่อนไหวได้แบบไม่มีหลักการใด ๆ
ฟรองเซย์ถูกรุมอย่างหนักหน่วงจากอันดับหนึ่งและอันดับสอง หากเป็นพริบตาก่อนหน้านี้ที่เธอใช้มวลความเย็นสู้ได้ ดาบหรือไฟคงไม่สามารถสร้างความเสียหายให้ฟรองเซย์ได้แม้แต่น้อย แต่ตอนนี้เธออยู่ในร่างของมนุษย์
บาดแผลสะสมเพิ่มขึ้นในทุกขณะ เธอถูกฟัน แทง และต่อยแบบไม่มีจังหวะให้ได้พักหายใจ แขนซ้ายแม้จะไม่ถึงกับขาดแต่ก็ถูกฟันลึกเข้าไปจนมีสภาพร่องแร่ง กระดูกซี่โครงหลายซี่หักยับจากกำปั้นของดิแอส ตาข้างหนึ่งปิดลงเพราะเลือดที่ไหลลงมาจากหน้าผาก
ฟรองเซย์คิดว่าเธออาจจะไม่รอดไปในวันนี้ เธอไม่ได้หวาดกลัวใด ๆ ช่วงเวลาหนึ่งเธอนึกถึงใบหน้าของพ่อและแม่ ในสมัยที่พวกเขายังอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข
…ถ้าตายไปมันจะเพียงพอชดใช้ความผิดรึเปล่านะ…
…อย่างเราถ้าตายไปจะมีคนร้องไห้เสียใจให้รึเปล่า หรือจะมีแต่คนสมน้ำหน้าที่ลูกสาวของเวิร์นต้องมาตายในสภาพนี้…
…คุณแม่คะ หนูขอโทษที่รักษาสัญญาไว้ไม่ได้ หนูเหนื่อยเหลือเกิน ถ้าหนูจะตามคุณแม่ไปตอนนี้ คุณแม่คงไม่โกรธสินะคะ…
“เวโรนิกา… ข้าฝากอะไรหน่อยได้ไหม”
“มันใช่เวลามาชวนคุยเรอะ” สาวหัวแดงทรงทวินเทลโวยวายกลับมา
“อัสการ์ หมอนั่นตกลงไปข้างล่างแต่น่าจะยังไม่ตาย ข้าฝากเจ้าดูเขาหลังจากนี้ได้ไหม”
“พูดอะไรอย่างกับจะสั่งเสีย เป็นบ้าอะไรของเธอ”
“ขอบใจและขอโทษในหลาย ๆ เรื่องนะ ทั้งเรื่องที่ผิดนัดกับเจ้าอยู่เสมอ ข้าดีใจนะตอนที่เจ้าคอยตามตื้อขอประลองด้วย”
ถึงจุดนี้เวโรนิกาก็บ่อน้ำตาแตกทันที “ยายบ้าาาา พูดอะไรของเจ้ากันเนี่ย”
“ในกิลด์ไม่มีใครสนใจข้านัก ตอนที่เจ้าคอยมาหาเรื่อง ข้า…”
“หยุดพูดได้แล้ว” เวโรนิกาน้ำหูน้ำตาเล็ดไปเรียบร้อยแล้ว สภาพของทั้งคู่ทำให้แม้แต่ฝ่ายศัตรูก็ยังยอมหยุดมือลงชั่วคราว