Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 33: ไม่ใช่ที่ตาย
ศัตรูที่น่าจะมีไม่เกินห้าสิบตัว แห่กันมาเพิ่มจากทั้งสองด้าน ดีวานมั่นใจว่าเขาน่าจะฆ่าไปแล้วเกินกว่าเจ็ดสิบตัว ข้อมูลของผู้ใหญ่บ้านต้องผิดพลาดอย่างแน่นอน
…มันต้องมีหลายร้อยตัว ไม่ใช่หลายสิบตัว…
อดีตพาลาดินศักดิ์สิทธิ์ทั้งเสียเลือด ทั้งถูกพิษจนอ่อนล้า แต่เขายังจับดาบไว้แน่น รีดเร้นพลังทั้งหมดออกไปยังดาบซึ่งยังเหวี่ยงสะบัดออกไป
…บ้าจริง อย่างน้อยถ้าใช้คาถาแก้พิษได้ล่ะก็…
“เคียว” ดีวานร่ายเวทแต่ก็เหมือนกับหลายครั้งก่อน มันไม่สำเร็จ นอกจากเวทมนตร์ธาตุไฟแล้วเวทมนตร์ธาตุแสงแม้แต่เวทขั้นพื้นฐานยังกลายเป็นเรื่องยากสำหรับเขา
ดีวานเลิกนับจำนวนคู่ต่อสู้แล้ว ก่อนที่เส้นทางในถ้ำจะถูกถมทับจนเต็มด้วยศพจากฝีมือของเขา เขาตัดสินใจทะลวงฝ่าออกมาก่อน ความเจ็บปวดจากบาดแผลยังไม่ร้ายแรงเท่ากับพิษที่แพร่กระจายไปทั่วร่าง มันทำให้เขาเคลื่อนไหวไม่ได้เหมือนเดิม ดีวานรู้ดีว่าอีกไม่นานเขาจะขยับตัวไม่ได้อีก
ดีวานยังคงร่ายเวทบทเดิมซ้ำ ๆ เขายอมรับว่าเป็นความสะเพร่าของเขาเองที่พกมาแค่สมุนไพรรักษาตัว เขาได้แต่เคี้ยวหญ้าสีเลือดซ้ำแล้วซ้ำอีกโดยหวังให้อย่างน้อยก็ยื้อความตายไปได้อีกสักนิด
อดีตพาลาดินวัยใกล้กลางคนใช้เรี่ยวแรงไปจนแทบไม่เหลือกับการทะลวงกลับมาถึงทางออก พวกโฟกีเหลืออยู่อีกแค่ราวสิบตัวเท่านั้น แต่เขาก็เกือบถึงขีดจำกัดเต็มที่ กล้ามเนื้อทั้งร่างเจ็บปวดและรู้สึกเกร็งตลอดเวลา
“เคียว” ดีวานร่ายเวทแบบไม่ได้คาดหวัง พลังเวทมนตร์ของเขาเองก็แทบไม่เหลือ นี่อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายก็ได้
ปาฏิหาริย์จะเกิดกับผู้ที่ไม่ย่อท้อเท่านั้น คราวนี้มันสำเร็จ พิษกำลังค่อย ๆ ถูกชะล้างไปจากร่างกาย เป็นโอกาสที่ราวกับโชคเข้าข้าง เขาได้ร่างกายที่เคลื่อนไหวสะดวกคืนมาพร้อมกับมองเห็นแสงสว่างภายนอกถ้ำที่รออยู่ได้ถนัดตา
โฟกีถูกจัดการไปอีกห้าตัว ตอนนี้พวกมันเหลือแค่เจ็ดเท่านั้น เดิมทีพวกมันเป็นเดวัลขี้ขลาดที่จะหนีไปทันทีเมื่อเห็นพรรคพวกล้มตายเป็นเบือขนาดนี้ แต่โฟกีที่เหลือเจ็ดตัวต่างก็คิดตรงกันว่าเหยื่อของมันเองก็ถึงขีดจำกัดแล้ว ถ้าปล่อยให้ตัวอันตรายอย่างเขารอดไปได้ โอกาสที่จะจัดการก็คงไม่มีอีกแล้ว
โฟกีที่ใช้เวทได้ พยายามร่ายคาถาทำให้ดีวานสูญเสียประสาทสัมผัส หากเขาไม่เพียงแค่หลบเลี่ยงพวกมันได้ แต่ยังใช้ดาบปัดเพื่อสะท้อนเวทไปถูกโฟกีอีกตัว จากนั้นจึงใช้ดาบเพลิงแทงทะลุโฟกีน่ารำคาญตัวนั้น
ทั้งสองฝ่ายคิดแบบเดียวกันว่าชัยชนะอยู่แค่เอื้อม ดีวานจัดการกับพวกที่ใช้ลูกดอกพิษจนหมดแล้วเขาจึงระวังแค่ไม่ให้ตัวเองต้องถูกเวทมนตร์เล่นงานได้ แต่แล้วเขาก็พลาดที่หนึ่งในโฟกีที่เหลือดันมีตัวที่ใช้พิษได้ผ่านน้ำลายของมัน
“พอยซันโฟกี” ดีวานสับสายพันธุ์พิเศษทิ้ง แต่ช้าไปแล้วเขาถูกมันกัดและฉีดพิษเข้าไปในร่าง
โฟกีทั้งหมดถูกล้างบาง ดีวานแน่ใจว่าตัวที่เขาเพิ่งจัดการไปคือตัวสุดท้าย ชัยชนะเป็นของเขา แต่เขาก็ไม่มั่นใจว่าตนเองจะรอดไปได้ พิษใหม่ที่เพิ่งได้รับมาเข้าไปผสมกับพิษเก่าที่ยังไม่สลายไปจนหมด มันทำให้เขาไม่สามารถยืนได้อีกต่อไป
ลมหายใจของเขาปั่นป่วน ไม่ว่าจะหายใจเอาไปเท่าไหร่ก็รู้สึกเหมือนอากาศไม่ได้เข้าไปในช่องปอดเลย เขาร่ายเวทมนตร์ล้างพิษเป็นครั้งสุดท้าย แล้วมันก็เป็นอย่างที่คาดไว้ มันไม่สำเร็จ
…น่าตลกจริง ทั้งที่สู้ชนะแต่ข้ากำลังจะตาย และเป็นการตายที่ช่างน่าเศร้า ไม่มีสหายร่วมรบ ไม่มีใครรู้ และที่แย่กว่านั้นคือไม่มีโอกาสที่จะตามล่าวอลโดอีกแล้ว…
เมื่อนึกถึงใบหน้าของอดีตอาจารย์และใบหน้าของทีนา ความโกรธก็พวยพุ่ง
…ที่นี่ไม่ใช่ที่ตายของข้า..
เขาใช้เรี่ยวแรงที่เหลือคลานไปโดยไม่มีแม้แต่จุดหมาย เขาแค่ดิ้นรนหาอะไรสักอย่างเผื่อว่ามันจะช่วยต่อชีวิตไปได้ และตอนนั้นเองที่เขาพบว่าลำธารอยู่ข้างหน้า
น้ำจากลำธารประหนึ่งยาวิเศษที่ช่วยให้ชีวิตที่เหี่ยวแห้งราวกับทะเลทรายกลับมาชุ่มชื้นอีกครั้ง แต่พิษยังไม่หายไป แค่การดับกระหายด้วยน้ำทำให้เขารู้สึกถึงเรี่ยวแรงที่กลับมาบ้างเท่านั้น ทางเขาใช้สมุนไพรปิดปากแผลและปฐมพยาบาลเท่าที่เขาพอทำได้ ตอนนี้แผลทั่วร่างไม่ใช่ปัญหาใหญ่สุดที่เขาควรรีบจัดการ มันคือพิษต่างหาก
สายตาของเขาไปสะดุดที่หญ้าชนิดหนึ่งที่ขึ้นอยู่ไม่ห่างออกไป มันเป็นหญ้าพิษแต่ก็มีคุณสมบัติน่าสนใจ เขาเคยได้ยินว่าหากนำมาใช้ถูกวิธีมันจะสามารถช่วยฟื้นคืนพลังเวทได้
“ถ้ากินสด ๆ บางทีพิษของมันอาจจะยิ่งเข้าไปผสมกับพิษเดิม” เขาพึมพำ
ไม่มีเวลาคิดแล้ว เขาไม่หวังถึงขั้นว่าพิษจากหญ้าจะบังเอิญมาต้านพิษสองชนิดที่อยู่ในตัวได้ แต่ถ้ามันฟื้นพลังเวทมากพอที่จะใช้คาถา “เคียว” ได้อีก เขาก็มีโอกาสรอด
“ขอให้พิษใหม่ไม่แรงจนถึงตาย และใช้คาถาสำเร็จ” ถ้าเป็นแต่ก่อนดีวานคงขอให้พระเจ้าอวยพรให้ แต่ตอนนี้เขาที่สูญเสียพลังของพาลาดินไม่กล้าหวังเช่นนั้นอีก ดีวานหยิบเอาหญ้าสีน้ำเงินมาเคี้ยวกินอย่างหมดแรง
“เคียว” ทันทีที่รู้สึกว่าพลังเวทมนตร์กลับมาบ้าง เขาก็ร่ายเวททันที
“บ้าเอ้ย” ดีวานคว้าหญ้ามากินเพิ่ม ตอนนี้ลิ้นของเขาชาจากพิษใหม่ที่เพิ่มเข้ามา
…ต้องรอดไปให้ได้…
เกือบหนึ่งสัปดาห์ผ่านไป ชาวบ้านในหมู่บ้านก็ยังไม่ได้ข่าวคราวของดีวาน พวกเขาไม่มีใครกล้าเฉียดเข้าไปใกล้ถ้ำจึงไม่มีใครรู้เลยว่าโฟกีทั้งหมดถูกดีวานล้างบางไปเรียบร้อยแล้ว
ดีวานกลับมาถึงหมู่บ้านในสภาพที่ทุกคนแทบจำไม่ได้ เนื้อตัวของเขามอมแมมเต็มไปด้วยคราบเลือดและร่องรอยบาดแผลจากการต่อสู้ เห็นได้ชัดว่าเขาผ่านการต่อสู้หฤโหดแบบไหนมา แต่สภาพเลือดแห้งกรัง และบาดแผลที่ปิดตัวลงแล้ว แสดงว่าการต่อสู้น่าจะผ่านมาพักใหญ่
“จัดการเรียบร้อยแล้ว” ดีวานโยนหูแหลม ๆ ของโฟกีลงบนพื้น เขาเก็บหูที่เน่าไปแล้วมาร้อยกับด้ายเพื่อเอามาเป็นหลักฐานว่าภารกิจของเขาเรียบร้อยดี
ดีวานตั้งใจจะเดินทางต่อในทันที เขาต้องเก่งขึ้นกว่านี้และยังต้องหาข่าวของวอลโดเพิ่มด้วย แต่ความตั้งใจก็ต้องเลื่อนออกไปเพราะถูกชาวบ้านรบเร้าให้อยู่พักฟื้นจนกว่าจะหายดี
“ขืนปล่อยผู้มีพระคุณไปในสภาพนี้ พวกเราคงโดนหมู่บ้านอื่นดูถูกแน่” ผู้ใหญ่บ้านแทบจะคุกเข่าขอร้อง มันทำให้ดีวานใจอ่อน
“ข้าไม่มีเวลามาก ดังนั้นจะพักที่นี่อีกสักสองวัน”
“เชิญทางนี้เลยข้าให้คนเตรียมที่พักไว้แล้ว”
ดีวานเลิกหวังพึ่งเวทมนตร์ธาตุแสงและหันมาพึ่งของที่แน่นอนกว่า ไม่อยู่เฉยในระหว่างรอให้อาการดีขึ้น ดีวานตุนยาสมุนไพรหลากชนิด ดินปืนเพื่อใช้ร่วมกับคาถาเพลิง มีดสั้นขนาดเล็กสำหรับเขวี้ยง รวมถึงซื้อข้าวของอีกมากที่แต่ก่อนไม่เคยต้องใช้
เขาไม่ได้คาดคิดเลยว่าแผนที่จะพักสักวันสองวันจะยืดเยื้อออกไป ในช่วงดึกคืนนั้นเอง ฝันร้ายของคนทั้งหมู่บ้านก็เริ่มขึ้น โฟกีที่น่าจะถูกกวาดล้างไปหมดแล้วได้ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าหมู่บ้าน กลุ่มแรกที่บุกเข้ามาไม่มีหูข้างซ้ายแม้แต่ตัวเดียว
ชายหนุ่มที่เห็นมันแหกปากร้องตะโกน เขาวิ่งไปที่ระฆังเตือนภัยแต่ว่าลูกดอกได้ปักเข้าที่คอก่อน ไม่เหมือนกับดีวานที่มีความต้านทานเหนือธรรมดา ชาวบ้านรายนี้เป็นอัมพาตในไม่กี่อึดใจ
ดีวานสะดุ้งตื่นกลางดึกเพราะเสียงกรีดร้อง เขาไม่สามารถบอกที่มาของต้นเสียงได้ เพราะมันเกิดขึ้นแทบจะทุกทิศทุกทาง เขาคว้าดาบและใส่เกราะอย่างรวดเร็วจากนั้นก็รีบออกจากห้องพัก
โฟกีจำนวนมากกำลังโจมตีหมู่บ้าน พวกมันบางตัวกำลังวางเพลิง บางตัวกำลังรุมทึ้งพวกชาวบ้าน มีแม้แต่พวกที่พยายามลักพาตัวผู้หญิงและเด็กเพื่อเอากลับไปเป็นเสบียง
“ซอมบี” ดีวานขยี้ตาเพื่อให้แน่ใจว่าเขาไม่ได้ตาฝาดไป พวกที่โจมตีหมู่บ้านแน่นอนว่าคือเจ้าพวกลิงสี่แขน แต่มันประหลาดกว่าเดิม ทุกตัวมีร่องรอยบาดแผลฉกรรจ์ที่น่าจะทำให้ถึงฆาต และหลาย ๆ ตัวดีวานมั่นใจว่ามันคือบาดแผลที่เกิดจากคมดาบของเขาเอง
“ช่วยด้วย” สาวชาวบ้านรายหนึ่งร้องไห้วิ่งตรงเข้ามา ร่างของเธอเต็มไปด้วยบาดแผลทั้งจากของมีคมและรอยเขี้ยว เธอวิ่งมาไม่ถึงดีวานเพราะถูกไม้ของโฟกีตัวหนึ่งตีเข้าที่ขมับจนหมดสติ
ดีวานสะบัดดาบด้วยความโกรธเกรี้ยว โทสะของเขาจะรุนแรงเป็นพิเศษหากเห็นเด็ก คนแก่ ผู้หญิง หรือคนที่ป้องกันตัวเองไม่ได้ถูกทำร้าย ดีวานพร้อมแล้วที่จะละเลงเลือดอีกครั้ง
ราวกับพายุดาบที่หมุนกวาดใส่ศัตรู ดีวานกระโดดเข้าไปในวงล้อมพร้อมกับโจมตีไม่ยั้งมือ เขาเล็งไปที่หัวของพวกมันเพราะเมื่อไม่สามารถใช้เวทธาตุแสงได้ จุดอ่อนเดียวของซอมบีที่เขาจะเล่นงานได้ก็มีเพียงสมอง
“ไฟร์บอล” ลูกบอลเพลิงถูกทิ้งลงกลางวงโฟกี มีหลายตัวที่ถูกฌาปนกิจและอีกหลายตัวที่ถูกลูกหลงจนไฟลุกท่วม นี่คือเวทมนต์ธาตุไฟที่ได้ผลดีกับพวกอันเดด ปัญหาก็คือดีวานไม่สามารถใช้มันได้บ่อยครั้งเพราะสภาพของเขาที่ศักยภาพในการใช้เวทมนต์เสื่อมไป
ประสบการณ์จากต่อสู้ครั้งก่อน ดีวานที่ถูกพิษสามารถแก้ไขได้ในทันที เขากินยาแก้พิษเสร็จก็กระดกยาฟื้นพลังเวทต่อในทันที
“เมกะไฟร์” คราวนี้เป็นเวทมนตร์เพลิงระดับกลาง ต่างจากลูกบอลเพลิงที่จะระเบิดออกหลังจากเขวี้ยงออกไป เวทมนตร์นี้ดูไม่ต่างจากปืนพ่นไฟที่ทหารของโซนาตาใช้
โฟกีร้อยกว่าตัวถูกดีวานจัดการในเวลาในนานนัก ส่วนหนึ่งเขาคิดว่าเพราะพวกนี้ย่ามใจเกินไปจึงบุกเข้ามาในหมู่บ้าน เพราะถ้าเป็นที่นี่ดีวานสามารถรับมือได้อย่างเต็มที่ ส่วนที่สองของความรู้สึกว่าง่ายดายคือดีวานยังไม่รู้ตัวว่าเขาเองกำลังก้าวหน้าขึ้นด้วยอัตราก้าวกระโดด
สถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น จำนวนโฟกีพวกนี้มีมากกว่าที่เขาเคยฆ่า นอกจากนั้นระลอกที่สองที่ตามมา ไม่ได้มีแค่พวกลิงสี่แขนนี่แล้ว แม้แต่อันเดดมนุษย์และเดวัลชนิดอื่นก็เข้ามาร่วมวงด้วย
“มีใครบงการพวกมันอยู่” ดีวานตะโกนบอกกับพวกชาวบ้านที่กำลังตอบโต้ผู้บุกรุก “ช่วยข้าหามัน”
ชายแก่ผู้เป็นต้นเหตุของเรื่องกำลังแอบซ่อนตัวและลอบสังเกตการณ์ เขาสบถด้วยความหงุดหงิดเพราะแผนการเพิ่มจำนวนอันเดดของตนไม่ราบรื่น ชายแก่ไม่คิดว่าอดีตสามพาลาดินศักดิ์สิทธิ์อย่างดีวานจะมาอยู่ในหมู่บ้านตรงหน้าในเวลานี้
“ถ้ารู้แบบนี้ เอาแมนโทเดียวาสมาด้วยก็ดี” คาลานาธบ่น “ไม่สิ เจ้านี่ใช้เพลิงสีขาวได้ เอามาก็คงแพ้อยู่ดี”
คาลานาธไม่รู้ว่าดีวานไม่สามารถใช้เพลิงศักดิ์สิทธิ์ได้แล้ว เขาประเมินว่าอีกไม่นานกำลังรบทั้งหมดคงถูกทำลาย ตอนนี้เขาต้องเลือกระหว่างดึงดันสู้ต่อโดยการเรียกบริวารที่เหลือมาร่วมการต่อสู้ หรือยอมแพ้และหันไปเล่นงานหมู่บ้านอื่นก่อน