Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 331: อะบีส ฟอร์ชาโดเวอร์และอุสทรินาปะทะกัลลาร์ด
- Home
- Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา
- บทที่ 331: อะบีส ฟอร์ชาโดเวอร์และอุสทรินาปะทะกัลลาร์ด
ฮาจาไม่ได้แค่พยายามชุบชีวิตผู้คนในบริเวณนี้ เธอและดีวาน ระหว่างที่พูดคุยกันทั้งคู่ได้ลงไปสำรวจชั้นล่างและช่วยชุบชีวิตพวกสิบสองขุนพลเทพกลับมาด้วย
“น่าละอายที่ต้องยอมรับแบบนี้ แต่สิบสองขุนพลเทพอย่างพวกเราทำอะไรเจ้านั่นไม่ได้เลย แต่พวกเจ้าไม่เหมือนกันใช่ไหม” โมเบียสหันไปถามโซนาตา
“พวกเราจะช่วยหยุดหมอนี่เอง ส่วนพวกนายจะอยู่ตรงนี้หรือกลับไปช่วยคนที่บาดเจ็บก็เลือกเอาเถอะ ข้างนอกนั่นก็ยังมีคนรอความช่วยเหลืออีกเยอะ”
“ว่ายังไงนะ” ขุนพลเทพคนอื่นที่เพิ่งได้รับการคืนชีพเช่นกันไม่พอใจกับคำตอบเย่อหยิ่งของโซนาตา แต่โมเบียสคว้าไหล่ของเขาไว้พร้อมกับส่ายหน้า “คนพวกนี้แข็งแกร่งกว่าพวกเรา ให้พวกเขาจัดการเถอะ” โมเบียสพูดทั้งที่รู้สึกขมขื่น ผู้ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นอันดับสองอย่างเขาทำได้เพียงแค่นี้เท่านั้น
“ไปช่วยคนที่ยังรอด แล้วก็กันไม่ให้ใครมายุ่งกับการต่อสู้นี้ เดี๋ยวนี้เลย” เซเรนิตีออกคำสั่งกับขุนพลเทพทุกคน
ด้วยเหตุนั้นที่แห่งนี้จึงไม่เหลือสมาชิกจากกิลด์อื่นอีกแล้วนอกจากฟรองเซย์และเวโรนิกาที่โซนาตาขอให้พวกเธออยู่ช่วยในศึกสุดท้าย สัญชาตญาณของเขาบอกว่าตามประวัติศาสตร์พวกเธอมีชะตากรรมที่จะต้องจบศึกนี้
กำลังของฝ่ายอะบีสมีไม่มากเหมือนทุกครั้ง กลุ่มไซเลนเซอร์ทั้งกลุ่มคุมเชิงอยู่ที่มิเนอร์วาเหมือนที่เขาบอกกับโซลิเน เวเนหลังจากทำหน้าที่รักษาเสร็จ อัลโตก็มารับเธอกลับไปแนวหลังทันที ในตอนนี้นอกจากฮาจาแล้วคนอื่นต่างก็เป็นสายต่อสู้โดยตรงแทบทั้งนั้น
เรย์ เซกัน ซีวี เซเลนอสและดีวานคือแนวหน้ารับการปะทะ โซนาตา ลูนาร์ จีดัสและไลริคคือแนวกลางที่สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบได้ทั้งการโจมตีและป้องกัน ฮาจาคอยใช้เวทมนตร์รักษาทุกคนจากแนวหลังโดยมีทั้งเอ็ดวาน ฟรีโอนิเอล และลามินาคอยคุ้มกันเธออีกที
ฟอร์ชาโดเวอร์ส่วนหนึ่งได้รับการคืนชีพกลับมาแล้วแต่พวกเขาถูกดิแอสไล่ให้กลับโลกของตนเองไป คนที่เหลืออยู่ในตอนนี้จึงมีเพียงแค่ดิแอสผู้เป็นเอ็กซิคิวชันเนอร์อันดับหนึ่ง ลอเรนซ์อันดับสาม และลามอนต์ผู้เป็นอันดับสี่เท่านั้น
“ตอนที่เดินทางข้ามเวลา เจ้าเคยสังหารตัวเองในต่างมิติไหม” ดิแอสถามโซนาตา
โซนาตาพยักหน้า “เคยสองสามครั้ง”
“คงรู้สินะว่าบางครั้งพลังงานจากตัวของเราที่ตายจะไหลไปรวมในคนที่รอด เจ้ากัลลาร์ดทำแบบนั้นมาแล้วอาจจะเป็นสิบครั้ง”
กัลลาร์ดได้ยินก็หัวเราะออกมาดังลั่น “ตัวเลขผิดไปเยอะเลยนะ”
“เพราะฆ่าตัวเองมาเยอะก็เลยยังย่ามใจทั้งที่ถูกคนจำนวนขนาดนี้ล้อมสินะ” ฟรองเซย์ถาม
คราวนี้กัลลาร์ดไม่ได้โต้ตอบ เขาแค่แสยะยิ้มเท่านั้น จากนั้นก็ตัดสินใจไม่รออีกต่อไป กัลลาร์ดร่ายเวทเรียกอสูรอัญเชิญออกมาทันที
อสูรอัญเชิญของเขาเป็นสิ่งที่กลุ่มอะบีสต่างก็คุ้นเคย พวกมันไม่ใช่อสูรอัญเชิญแบบทั่วไปที่นักอัญเชิญใช้กันแต่เป็นเดวัลที่ถูกเรียกว่า ‘สาวกเทพปีศาจ’ ที่ตามปกติจะถูกใช้จากเทพปีศาจเท่านั้น สิ่งที่แตกต่างจากการถูกอัญเชิญโดยเทพปีศาจคือจำนวนที่ถูกเรียกออกมายังนับว่าน้อยกว่ามาก
“เสียใจด้วยนะครับ พวกเราสู้กับสาวกเทพปีศาจจนชินแล้ว ถ้าเรียกออกมาได้แค่นี้ก็ไม่น่าทำเลยนะครับ” เซเลนอสแกล้งพูดยั่วโมโห
ท่าไม้ตายชาโดว์วอร์เทกซ์ทำให้เกิดวังวนของความมืดขึ้นกลางสนามรบ มันดูดเอาสาวกเทพปีศาจนับสิบตัวหายเข้าไปในนาทีที่ก่อตัวขึ้น จากนั้นก็ยังคงดูดเอาพวกที่อยู่ใกล้ ๆ เข้าไปเพิ่ม ความน่ากลัวของท่าไม้ตายนี้ไม่ใช่แค่พลังทำลายที่บดขยี้สัตว์ประหลาดอย่างสาวกเทพปีศาจได้ง่าย ๆ แต่เป็นส่วนที่เซเลนอสสามารถใช้มันโดยควบคุมให้โดนเฉพาะศัตรูเท่านั้น ทั้งกลุ่มอะบีส ทั้งพวกฟรองเซย์ และพวกเอ็กซิคิวชันเนอร์ ไม่มีใครได้รับผลกระทบของท่านี้แม้เพียงทางอ้อม
ตรงกันข้ามกับท่าไม้ตายของซีวี ดวงอาทิตย์เทียมนับสิบลูกเป็นสิ่งที่แม้แต่พวกเดียวกันก็ยังต้องคอยระวัง ไม่ต้องพูดถึงการสัมผัสกับมันโดยตรง เพียงแค่การเข้าใกล้สิ่งนี้ก็เพียงพอที่จะทำให้ทั้งร่างลุกไหม้จนเป็นผุยผง ซีวีไม่เพียงแค่ใช้พวกมันทำลายสาวกเทพปีศาจ แต่เธอตั้งใจใช้พวกมันปิดเกมโดยยิงไปที่กัลลาร์ด น่าเสียดายที่อีกฝ่ายไหวตัวทัน เขาเปิดช่องมิติขึ้นขวางและทำให้ดวงอาทิตย์เทียมเหล่านั้นหายไปจนหมด
ไลริคเป็นอีกคนที่เกือบเผด็จศึกได้ เขาใช้วิชาที่ฝึกกับเซเลนอสเคลื่อนผ่านเงาและโผล่ออกมาโจมตีกัลลาร์ดจากมุมอับ ไลริคไม่ได้เรียกไพร์มชาโดว์ออกมามากมายเหมือนก่อนหน้านี้ เขาใช้แค่อัลฟาโจมตีใส่เท่านั้น
อัลฟาคือชาโดว์ไร้รูปร่างที่เคยเป็นของโอเปรา ชาโดว์ตนนี้เป็นชาโดว์หนึ่งเดียวที่มีพลังในการดึงชาโดว์ออกมาจากสิ่งมีชีวิตได้อย่างไร้เงื่อนไข กัลลาร์ดแข็งแกร่งและมีจิตใจด้านมืดรุนแรงขนาดนี้ ชาโดว์ของเขาย่อมต้องแข็งแกร่งกว่าชาโดว์ทุกตัวที่เคยมีมาอย่างแน่นอน น่าเสียดายที่การโจมตีของอัลฟาพลาดไปนิดเดียว
“อันตราย ๆ” กัลลาร์ดบ่นอุบอิบ เขาสังเกตว่าสาวกเทพปีศาจที่เรียกออกมาเริ่มบางตา จึงอัญเชิญพวกมันมาเพิ่มขึ้นมากกว่าจำนวนในตอนแรกเท่าตัว
“ข้าจะช่วยเปิดทางให้ก็ได้” เวโรนิกาตะโกนบอกฟรองเซย์อย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก
“ข้าก็จะช่วยด้วย” ดิแอสตีคู่เวโรนิกาขึ้นมา
คนหนึ่งใช้ดาบเพลิง อีกคนใช้กำปั้นไฟ ทั้งคู่ใช้ไม้ตายใส่สาวกเทพปีศาจที่ขวางทางอยู่ มีหลายตัวที่ถูกไฟของทั้งคู่เผาอย่างน่าเวทนา แต่ก็มีอยู่ตัวหนึ่งที่แทบไม่เป็นผล สาวกเทพปีศาจที่หน้าตาเหมือนซอมบีร่างใหญ่ใช้ออราน้ำแข็งของมันออกมาต้านทานไฟของทั้งคู่จนมอดดับลง
ดิแอสรวบรวมไฟที่กำปั้นให้ลุกโชนขึ้น เช่นเดียวกับเวโรนิกาที่เร่งไฟของดาบจนลุกโชติช่วง ทั้งสองตั้งใจจะใช้ความร้อนที่เหนือกว่ากลบทับออราไอเย็นของศัตรู แต่ก่อนที่พวกเขาจะขยับดีวานแซงทั้งคู่ออกไป ดาบของเขาตัดผ่านร่างของซอมบีตนนั้นพร้อมกับปลดปล่อยไฟสีดำจนลุกท่วม
“ไฟดำนั่นอีกแล้ว” เวโรนิกาโวยวายด้วยความหงุดหงิดอิจฉาอยากมีไฟที่ดูมีเอกลักษณ์แบบนั้นบ้าง
ทั้งสองไม่ยอมน้อยหน้า ต่างคนต่างงัดไม้ตายออกมาอวดกันอย่างเต็มที่ เวโรนิกาเหวี่ยงดาบไปรอบ ๆ จนกลายเป็นพายุเพลิง ส่วนดิแอสก็กลายร่างกลายเป็นมังกรไฟและพ่นลมหายใจจนเปลี่ยนพื้นที่ด้านหน้าทั้งหมดกลายเป็นทะเลเพลิง
ฟรองเซย์ถูกสาวกเทพปีศาจตนหนึ่งใช้หางที่เหมือนดาบของมันกระซวกร่าง ร่างของฟรองเซย์กลายเป็นกลุ่มก้อนความเย็นจัด ไม่เพียงแค่เธอไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย แต่ฝ่ายที่ทะลวงร่างของเธอกลับถูกแช่แข็งและแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยไปแทน
“ทำแบบนั้นได้ด้วยรึเนี่ย” โซนาตามองฟรองเซย์ด้วยตาเป็นประกาย ความรู้สึกที่อยากได้เธอมาเป็นพวกเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว
น่าเสียดายที่ฟรองเซย์ยังควบคุมสภาพนั้นไว้ไม่ได้ แค่อึดใจเดียวเธอก็กลับมาอยู่ในสภาพมีเนื้อหนังและเลือดเนื้ออีกครั้ง
…ถ้าควบคุมร่างนี้ได้ดังใจล่ะก็…
พันธมิตรชั่วคราวระหว่างกลุ่มอะบีส ฟรองเซย์ และฟอร์ชาโดเวอร์ไม่เสียเปรียบ แต่ก็พูดไม่ได้ว่าพวกเขาได้เปรียบกัลลาร์ด ต่างฝ่ายต่างก็ยังไม่ได้ทุ่มสุดแรง และต่างฝ่ายต่างก็ยังมีไพ่เด็ดรออยู่
สำหรับกัลลาร์ดแล้วเขากำลังถ่วงเวลานั่นเอง เขาใช้สมาธิกับการต่อสู้ไม่ถึงครึ่งเพราะที่เหลือเขาใช้ไปกับลงมือแก้ไขเนื้อหาของโครนิเคิลออฟซีน หากทำสำเร็จไม่เพียงแค่เขาจะกลายเป็นพระเจ้าได้อย่างสมใจ มันยังเป็นการลบตัวตนคนที่เขาไม่ต้องการทั้งหมดไม่ว่าจะกลุ่มอะบีสหรือผู้คนในโลกอื่น
“อย่าถูกหลอก เจ้าสาวกพวกนี้แค่ถ่วงเวลาเท่านั้น หมอนั่นกำลังแก้เนื้อหาหนังสืออยู่” จีดัสตะโกนบอกทุกคน
“สายไปแล้ว” กัลลาร์ดหัวเราะลั่น ตำราที่อยู่ในมือซ้ายของเขาส่องสว่างขึ้น “พวกเจ้าทุกคนจงหายไปซะ”
หนังสือร่วงลงบนพื้นพร้อมกับมือที่ถูกแช่แข็งของกัลลาร์ด แค่เสี้ยววินาทีที่เขาละสายตาจากฟรองเซย์ เธอเข้ามาใกล้จนถึงระยะนั้นที่สามารถโจมตีถูกมือของเขาได้
…เปล่าประโยชน์ ระยะแค่นี้ข้ายังใช้พลังจากหนังสือได้…
ฉึกกก
ดาบถูกแทงทะลุอกจากด้านหลัง ทั้งที่ไม่น่ามีใครเข้ามาข้างหลังคนอย่างกัลลาร์ดได้โดยที่เขาไม่รู้ตัว ใครบางคนได้ประตูมิติในระยะกระชั้นพร้อมกับแทงดาบออกก่อน
ดาบที่แทงนั้นหักครึ่ง กัลลาร์ดจำดาบนั้นได้ มันคือของเอ็กซิคิวชันเนอร์หมายเลขสองของฟอร์ชาโดเวอร์
“แก… ไม่น่าจะกลับมาได้ ไม่สิ นอกจากข้าก็ไม่น่ามีใครปิดประตูมิติในบริเวณนี้ได้ทั้งนั้น”
“ใช่… ถ้าเป็นอัสการ์คนใดคนหนึ่งคงทำไม่ได้หรอก” ร่างที่ยังจับดาบอยู่ทะลุออกมาจากมิติจนทุกคนมองเห็นได้อย่างชัดเจน หน้ากากแตกครึ่งหนึ่งบอกว่าร่างนั้นคือร่างของชวาร์ซแต่เขากลับใช้ดาบของอัสการ์ผู้เป็นเอ็กซิคิวชันเนอร์
“รุ่นพี่”
“ชวาร์ซ”
“อัสการ์”
สามสาวต่างตะโกนเรียก แต่ชายผู้นั้นไม่ใช่ชวาร์ซ ไม่ใช่อัสการ์จอมเวทผู้เป็นมิตร หรืออัสการ์นักดาบผู้เลือดเย็นจากฟอร์ชาโดเวอร์ ชายที่กำลังเล่นงานกัลลาร์ดคือร่างรวมของคนทั้งสาม