Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 333: ศึกในโลกไร้เวลา
บริเวณทุ่งโล่งห่างออกมาจากโบราณสถานที่อัสการ์ปรากฏตัวขึ้น โซนาตายืนอึ้ง งุนงงที่พบว่าตนเองมาอยู่ที่นั่น เขามองดวงอาทิตย์สีม่วงและท้องฟ้าที่มีสีเดียวกันด้วยความสับสน มือข้างหนึ่งยังกุมหนังสือโครนิเคิลออฟซีนไว้แน่น
…ดวงอาทิตย์สีม่วง ที่นี่ไม่ใช่เนเธอร์เวิลด์…
โซนาตาไม่มีเวลาตั้งสตินานนักเพราะในอึดใจต่อมา เขาก็ถูกจู่โจมใส่
ศัตรูของเขาคืออัสการ์อย่างไม่ต้องสงสัย รูปร่างหน้าตา และวิชาของชายตรงหน้าคืออัสการ์ที่เพิ่งพูดคุยกับตนก่อนหน้านี้ ที่ประหลาดคืออัสการ์ไม่ได้ดูอ่อนแรงเหมือนครั้งสุดท้ายที่เขาเจอ ตรงกันข้ามอัสการ์แข็งแกร่งยิ่งกว่าตอนที่สู้กับกัลลาร์ดเสียอีก
“เพื่อความสงบสุขของทุกโลก แกน่ะตายไปซะเถอะ”
“พล่ามอะไรของแกวะ”
การถือหนังสือด้วยมือข้างนึงและต้องสู้กับศัตรูที่แข็งแกร่งขนาดนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่โซนาตาก็ไม่ยอมปล่อยมือจากมันเช่นกัน ยิ่งในสภาพที่อีกฝ่ายคลุ้มคลั่งแบบนี้เขายิ่งให้หนังสือตกอยู่ในมือฝ่ายตรงกันข้ามไม่ได้
“เป็นอะไรไป พอไม่มีคนช่วยก็ทำอะไรไม่ถูกเลยเรอะ”
รู้สึกเหมือนถูกจี้ใจดำเล็กน้อย โซนาตายอมรับว่าช่วงหลังเขาหวังพึ่งพิงพรรคพวกมากเกินไป ตอนที่อัสการ์เปิดฉากโจมตีใส่ เขายังอดคิดไม่ได้ว่าหากเซกัน ซีวี เรย์หรือลูนาร์อยู่ตรงนี้ด้วยคงดีไม่น้อย
โซนาตาปรับอารมณ์อย่างรวดเร็ว ยังมีเรื่องที่เขาไม่เข้าใจอีกมาก ไม่ว่าจะเรื่องของโลกประหลาด เรื่องที่เขาถูกดึงมาที่นี่ได้อย่างไร และเรื่องที่อัสการ์พูด แต่สิ่งหนึ่งที่เขารู้ดีว่าต้องทำในตอนนี้มันคือการหยุดอีกฝ่ายไว้
อัสการ์ยิ่งเร็วขึ้นในทุกขณะ ราวกับตอบสนองต่อความเร็วของโซนาตา เขาเพิ่มพลังให้กับตนเองจนทะลุขีดจำกัดครั้งแล้วครั้งเล่า คล้ายกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับฟรองเซย์ก่อนหน้านี้ เพียงแค่โซนาตาสงสัยว่ามันคือสิ่งที่เกิดขึ้นจากเจตจำนงของเขาเองหรือว่าใครกำลังควบคุมเขาอยู่
“กำจัดแกซะ… สร้างโลกที่สมบูรณ์”
“นี่รู้ตัวไหมว่าพูดเหมือนพวกเผด็จการงี่เง่าเลย” โซนาตาพยายามเตือนสติ เขาพูดแบบไม่ดูว่าตัวเองก็เป็นพวกเผด็จการแบบที่ว่า
“ทำไมต้องเป็นคน ๆ นั้นคนเดียว”
“หือ”
“พวกเราพี่น้อง ด้อยกว่าคน ๆ นั้นตรงไหน”
“หา… พี่น้อง? ด้อยกว่า?”
“ทำลายเจ้าซะ จะได้เริ่มทุกอย่างใหม่หมด”
โซนาตาเริ่มรู้สึกถึงความผิดเพี้ยนมากขึ้นทุกที เขาแน่ใจแล้วว่าอัสการ์ในตอนนี้ถูกบงการโดยบางอย่างที่ทรงอำนาจมาก บางทีมันอาจจะมีอำนาจยิ่งกว่าเซเรเนดที่มีพลังของเทพเจ้าซะอีก
…ถูกฆ่าแน่ อัสการ์ก็เรื่องนึง แต่ไอ้ที่อยู่ข้างหลังนี่สิ… โซนาตามองไม่เห็นแต่เขาแน่ใจว่ามีพลังมหึมาขับเคลื่อนอัสการ์อยู่
“โลกนี้คือโลกไร้กาลเวลา ถ้าถูกฆ่าที่นี่ล่ะก็เจ้าจบสิ้นอย่างถาวร”
“พูดอะไรไม่รู้เรื่อง ยังไงก็ไม่ยอมให้ถูกฆ่าง่าย ๆ หรอกโว้ย”
อัสการ์ไล่ต้อนแทบชนิดไม่ยอบให้ตั้งตัว ดาบที่หักไปแล้วของเขาถูกแทนที่ด้วยดาบใหม่ที่โซนาตาไม่รู้ว่าเขาไปฉวยมาจากมิติไหน แต่ที่บอกได้แน่นอนคือมันเป็นดาบอันตรายไม่ต่างจากดาบที่ลูนาร์สร้างขึ้น
ไม่ต้องพูดถึงการโต้ตอบกลับอีกฝ่าย เพียงแค่หลบไปเรื่อย ๆ ก็เขาก็ต้องใช้เรี่ยวแรงที่มีทั้งหมด หากพลาดแม้เพียงเล็กน้อย นี่จะกลายเป็นวันสุดท้ายในชีวิตอย่างแน่นอน
…อยากได้คนช่วยแฮะ เอ๊ะ ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีนี่นะ…
คิดได้แบบนั้นโซนาตาก็ปล่อยให้การหลบหลีกคู่ต่อสู้เป็นเรื่องของสัญชาตญาณของร่างกาย เขาดันสินใจดำดิ่งสู่จิตสำนึกของตนเอง ที่แห่งนั้นมีบางอย่างที่เขาปิดผนึกไว้
“นี่พวกนาย ขอยืมมือหน่อยได้ไหม” โซนาตาถามหนึ่งชายหนึ่งหญิงผู้ถูกผนึกวิญญาณไว้ในร่างของตน
“ทำไมต้องช่วย” ร่างของชายหนุ่มที่ดูเป็นชายก็ไม่ใช่หญิงก็ไม่เชิงถามกลับ เขาคือแรปโซดี โซนาตาจากจักรวาลอื่นที่พ่ายแพ้ให้กับโซนาตาและวิญญาณถูกกักอยู่ในวิญญาณของเขา
“นั่นสิ เจ้าตายไปวิญญาณเราก็จะได้เป็นอิสระไม่ใช่เหรอ” หญิงชุดดำโต้ใส่ เธอคือโอเปราผู้มีชะตากรรมเหมือนกับแรปโซดี
“เรื่องแบบนั้นจริงรึเปล่าก็ไม่รู้ ถ้าฉันตายแล้วทุกคนกอดคอลงนรกด้วยกันล่ะ”
“นี่แกเชื่อเรื่องนรกด้วยเหรอ” แรปโซดีและโอเปราถามพร้อมกัน
“บางครั้งก็คิดสงสัย แต่มีจริงหรือไม่ ก็ไม่เคยแม้แต่จะจินตนาการว่าพวกเราได้ไปสวรรค์แน่นอน”
แรปโซดีและโอเปรามองหน้ากันแล้วไม่พูดอะไร คนหนึ่งนั่งหลับตาเหมือนทำเป็นไม่รับรู้ ส่วนอีกคนไม่รู้ว่าเอาโต๊ะและเก้าอี้มาวางไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ แถมเธอยังนั่งจิบชาอย่างไม่ทุกข์ร้อน
“อย่าทำเป็นเมินกันสิฟะ”
โซนาตาได้สติกลับมาอีกครั้ง ดวงตาของเขาฉายแววว่าเขาเปลี่ยนไปจากครู่ก่อนเป็นคนละคน เหมือนกับกัลลาร์ดที่ช่วงชิงวิญญาณของตนเองในจักรวาลอื่น หรืออัสการ์ที่หลอมรวมกันด้วยความสมัครใจ โซนาตาเจรจาขอยืมพลังของโอเปราและแรปโซดีมาใช้ชั่วคราวได้สำเร็จ
เขายิงปืนใส่จนดาบของอัสการ์หลุดมือ แต่ไม่นานนักก็ถูกอีกฝ่ายกระแทกใส่จนปืนกระเด็นไปด้วยเช่นกัน ทั้งคู่ต้องเปลี่ยนมาใช้การต่อสู้ด้วยมือเปล่า อัสการ์มีทักษะต่อสู้มือเปล่าของทั้งชวาร์ซและวิชาหมัดมวยของเอ็กซิคิวชันเนอร์ แต่ทั้งสองอย่างรวมกันแล้วก็ยังห่างชั้นจากวิชาของไซเลนเซอร์
โซนาตากดดันอีกฝ่ายรุนแรงขึ้นในทุกขณะ สตีลมายด์ทำให้เขาผนึกทุกวิชาของอัสการ์ได้อย่างสมบูรณ์ มันยิ่งกว่าตอนที่อัสการ์และกัลลาร์ดใช้พลังแบบเดียวกันคอยยับยั้งพลังอีกฝ่าย โซนาตาเริ่มชินกับพลังที่ขโมยมา เขากำลังถือสิทธิในการควบคุมพลังนี้แต่เพียงลำพัง
…ถ้าชินอีกนิดอาจจะเปิดประตูมิติกลับไปซีนได้…
“ไม่ให้ทำแบบนั้นได้หรอก” เสียงของผู้หญิงน่าขนลุกดังขึ้น
เส้นทางย้อนกลับถูกปิดตายเพราะบางสิ่งที่มีพลังอำนาจขวางกั้นไว้
แต่แม้ประตูขากลับจะถูกปิด ประตูขาเข้ากลับยังเปิดอยู่
ที่ซีนทุกคนต่างแตกตื่นที่ทั้งอัสการ์และโซนาตาหายตัวไปอย่างไร้วี่แวว พวกเขากำลังหาทางจัดการกับเรื่องนั้น
“ติดต่ออลินา ค้นหาสัญลักษณ์อะบีส โซนาตาอาจจะยังอยู่ที่โลกนี้ก็ได้” ลูนาร์ออกคำสั่ง
“ไม่มีสัญญาณ พวกนั้นไม่ได้อยู่ในซีน นี่กำลังให้ขยายการตรวจจับอยู่บางทีอาจจะอยู่ในมิติที่ห่างไกลออกไป” จีดัสบอกลูนาร์ เรื่องที่เธอตั้งใจจะทำเขาลงมือทำไปก่อนแล้ว
“สัญลักษณ์อะบีสคืออะไรเหรอคะ” ชารูนาถามลูนาร์ เธอคิดว่ามันอาจจะมีความหวังซ่อนอยู่ในเรื่องเล็ก ๆ
ลูนาร์ไม่อยู่ในอารมณ์อธิบายนัก จีดัสจึงเป็นคนอธิบายแทน
“มันคือสัญลักษณ์กลุ่มที่มีการส่งสัญญาณออกมา ทำให้พวกเราหาตัวสมาชิกได้แม้พวกเขาจะอยู่ห่างไกลออกไป”
“ส่งสัญญาณ… หาตัว…” ชารูนาทำท่าคิดบางอย่างอยู่
“คงไม่ใช่ว่า” ลอเรนซ์เหมือนฉุกคิดเรื่องเดียวกันได้ ทั้งคู่พยักหน้าให้กันจากนั้นจึงเรียกฟรองเซย์ให้มารวมตัวกัน
“พวกเราสามคนมีสายใยผูกพันกับชวาร์ซ ไม่สิ… อัสการ์ทั้งสามคน ถ้าใช้พลังของข้าและชารูนา บางทีเราอาจจะหาตัวเขาเจอก็ได้”
“มั่นใจเหรอว่าจะได้ผล” ฟรองเซย์ฟังแล้วไม่ค่อยเชื่อถือ โดยเฉพาะตรงจุดที่พูดถึงสายใยที่ว่า
“ถ้าพลาดอย่างมากก็ไปโผล่ในมิติแปลก ๆ แหละค่ะ” ชารูนาทำให้ความมั่นใจครึ่ง ๆ กลาง ๆ ของฟรองเซย์ลดลงจนเกือบเป็นศูนย์
จีดัสได้ยินทุกอย่างที่สามสาวพูดคุยกัน เขาพยายามหยุดพวกเธอโดยบอกว่าอีกไม่นานมิเนอร์วาอาจจะจับสัญญาณของโซนาตาได้ แต่พวกเธอไม่ยอมรอจนถึงตอนนั้น ทั้งสามสาวจับมือล้อมกันเป็นวงกลมและในพริบตาต่อมาพวกเธอก็หายไป
ประตูมิติถูกเปิดออกที่โลกท้องฟ้าสีม่วง สามสาวร่วงลงมาจากฟ้าในสภาพที่ผิดจากที่แต่ละคนคาดเอาไว้ พวกเธอมาถึงที่หมายได้อย่างเหลือเชื่อ
“รุ่นพี่”
“อัสการ์”
“ชวาร์ซ”
โซนาตารู้สึกเครียดขึ้นมาทันที สามสาวที่โผล่มาต่างก็เป็นคนคุ้นเคยของอัสการ์ มันบอกไม่ได้เลยว่าพวกเธอจะเลือกช่วยใครระหว่างเขาหรืออัสการ์ที่คลุ้มคลั่ง ดีไม่ดีเขาอาจจะถูกพวกเธอรุมทึ้งเอาก็ได้ ที่น่าหนักใจที่สุดคือพวกเธอทุกคนต่างก็แข็งแกร่งไม่เบาด้วย
ลอเรนซ์แสดงเจตนาชัดเจนในทันที เธอกระหน่ำยิงใส่โซนาตาราวกับแค้นเคืองมาแต่ชาติปางก่อน ตรงกันข้ามกับชารูนาที่มองออกว่าอัสการ์ดูผิดปกติและพยายามจะหยุดอีกฝ่าย
เป็นความชุลมุนที่หยุดไม่อยู่ ชารูนาพยายามเอาตัวเข้าหยุดอัสการ์โดยไม่ได้ห่วงชีวิตของตนเอง แม้เธอจะเป็นครึ่งปีศาจที่มีสายเลือดเกี่ยวพันกับดาร์คเอลเลนนอส แต่การรับมือกับอัสการ์ในสภาพนี้เป็นสิ่งที่เกินกำลังของเธอไปมาก ก่อนที่ชารูนาจะถูกฆ่า ฟรองเซย์จำต้องยื่นมือเข้าช่วยเหลือเธอ
“เจ้าอัสการ์นั่นถูกควบคุม ถ้าไม่หยุดหมอนั่นอาจจะตายก็ได้” โซนาตาโกหกหน้าตาย เขาเองก็ตอบไม่ได้ว่าอัสการ์จะเป็นอย่างไรหลังจากนี้ เขาแค่พยายามพูดเพื่อให้ลอเรนซ์สงบลง
“ข้าต้องพิสูจน์ให้รุ่นพี่เห็น…”
“พิสูจน์แล้วยังไงล่ะ อัสการ์สามคนรวมเป็นหนึ่ง หมายความว่าเขาต้องเลือกคนใดคนหนึ่งในสามคนใช่ไหม” อีกครั้งที่โซนาตาพูดเรื่อยเปื่อยให้อีกฝ่ายสับสน ตัวเขาเองยังมีภรรยามากกว่าหนึ่งคนเลย
“คิดดูให้ดี ชารูนาคือคนโตมาด้วยกัน ฟรองเซย์คือผู้หญิงที่ปลื้มมาตลอด ส่วนเธอเป็นฝ่ายที่ชอบเขาข้างเดียว ไอ้การพิสูจน์ตัวของเธอ มันคือการคิดเข้าข้างตัวเองอยู่คนเดียว”
ลอเรนซ์ได้ฟังแล้วก็นิ่งไป ก่อนจะค่อย ๆ ยกปืนที่ลดลงไปแล้วก่อนหน้านี้และชี้ไปที่โซนาตาอีกครั้ง
“แกตายซะเถอะ” ลอเรนซ์เกรี้ยวกราดยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ
…ชิ นึกว่าจะมีเหตุผลมากกว่านี้…