Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 334: ข้อความในหนังสือ
ลอเรนซ์กระหน่ำยิงใส่โซนาตาอีกพักใหญ่ โซนาตาเคลื่อนไหวไม่ได้ดังใจเพราะพลังที่ได้มาจากการยืมโอเปราและแรปโซดีหมดลงไปแล้ว หนทางที่เขาจะตอบโต้อัสการ์ได้มันเหลือแค่ทางเดียวคือเขาต้องทำให้ลอเรนซ์ย้ายข้างให้ได้
“ฟังนะลอเรนซ์…”
“หุบปากไปซะ”
“เรย์… เธอรู้จักหมอนั่นใช่ไหม ที่เป็นอัศวินมังกรในกลุ่มของฉันน่ะ”
ลอเรนซ์หยุดชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อนั้น โซนาตาเห็นแล้วแอบลอบอมยิ้มเล็กน้อย
“หมอนั่นน่ะ สนใจเธออยู่นะ”
“ละ.. แล้วมันเกี่ยวอะไรกับข้า มะ.. มาบอกข้าทำไม” ลอเรนซ์หน้าแดงเล็กน้อย เริ่มลิ้นพันพูดติด ๆ ขัด ๆ
“ฉันตั้งใจว่าจบศึกนี้จะชวนเธอมาเป็นพรรคพวกยังไงล่ะ ถ้าเธอยอมขึ้นยานมาด้วยกัน เรย์คงดีใจแน่นอน”
จากนั้นโซนาตาก็ถือโอกาสโฆษณาเรื่องของเรย์แบบไม่ขอเจ้าตัว เขาพูดถึงข้อดีต่าง ๆ นานา ทั้งเรื่องจิตใจดี อ่อนโยน เป็นสุภาพบุรุษ ทำอาหารเก่ง นอกจากนั้นก็แข็งแกร่งและมีสายเลือดมังกรไหลเวียนในร่างเหมือนกับลอเรนซ์ ที่สำคัญกว่านั้นคือเขายังเป็นโสดด้วย
“หมอนั่น พูดจริง ๆ เหรอว่า… สะ สนใจข้า”
“ใช่… เขาชื่นชมเธอที่บูชาความรักถึงขนาดเสี่ยงชีวิตครั้งแล้วครั้งเล่า น่าเสียดายที่ดันไปชอบคนที่ไม่ให้ค่าน้ำใจ ความรักที่งดงามแบบนั้นจึงถูกเหยียบย่ำอย่างน่าเสียดาย”
“รุ่นพี่ไม่ได้แย่แบบนั้นนะ เขาก็เคยอ่อนโยนกับข้า แต่.. แต่..” ลอเรนซ์เริ่มน้ำตาคลอเบ้า หวนคิดถึงสมัยที่ตนยังเพิ่งมาเป็นเอ็กซิคิวชันเนอร์ฝึกหัด ในตอนนั้นอัสการ์คือคนที่คอยช่วยเหลือเธอมาตลอด
“อัสการ์ไม่ได้แย่นักหรอก แต่เธอเห็นตอนนี้รึเปล่า” โซนาตาชี้ให้ดูอัสการ์ที่กำลังใช้ดาบไล่ฟันทั้งฟรองเซย์และชารูนาอย่างบ้าคลั่ง
“รุ่นพี่…”
“มาช่วยกันหยุดเขากันเถอะ”
ฟรองเซย์ใช้ดาบใหญ่ เวทน้ำแข็ง และออรามังกรในการรับมือกับอัสการ์ ชารูนามีวิชาต่อสู้มือเปล่าเหมือนกับกัลลาร์ด นอกจากนั้นเธอยังมีพลังออราปีศาจที่ได้สืบทอดมาจากต้นตระกูล ทั้งสองคนคือด่านหน้าสุดในการต่อสู้ พวกเธอเป็นเหมือนกับทั้งดาบและโล่ให้กับทั้งกลุ่ม
ลอเรนซ์โจมตีเสริมจากระยะไกล การต่อสู้ครั้งนี้ทำให้โซนาตาได้รู้ว่าก่อนหน้านี้เธอยังไม่มีโอกาสได้แสดงฝีมือที่แท้จริง ลอเรนซ์ไม่ได้มีดีแค่กระสุนวิญญาณเท่านั้น เธอนำวิญญาณมากมายที่อยู่ในโลกที่อยู่มาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ ฝูงวิญญาณที่เธอเรียกมาสามารถโจมตีใส่วิญญาณของศัตรูโดยตรง เมื่อที่แห่งนี้มีซากศพของสิ่งมีชีวิต เธอก็สามารถควบคุมพวกมันได้ไม่ต่างจากที่เนโครแมนเซอร์ทำ
โซนาตาเคยคิดว่าหากไม่นับเขาเล็ก ๆ ที่เหมือนเครื่องประดับศีรษะ ชารูนาดูไม่แตกต่างจากเด็กสาววัยรุ่นผู้ดูน่ารักและร่าเริง แต่ตอนนี้เธอดูเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เขาทั้งคู่ขยายใหญ่และยื่นออกมาด้านหน้าจนเห็นได้ชัด ฟันที่เคยเหมือนกับฟันของคนธรรมดา เปลี่ยนกลายเป็นฟันซี่แหลมเหมือนกับสัตว์ร้าย ปีกเล็ก ๆ งอกออกมาจากกลางหลังผ่านเสื้อที่ปล่อยโล่งด้านหลังไว้เหมือนจงใจ ชารูนากลายสภาพเป็นร่างปีศาจเพื่อให้สามารถดึงพลังมาใช้ได้อย่างเต็มที่
“ข้าจะไม่ให้ท่านต้องทำเรื่องที่มาเสียใจภายหลัง” ชารูนาประกาศพร้อมกับเร่งออราปีศาจให้รุนแรงขึ้น
ออราของชารูนาชวนให้โซนาตานึกถึงออราของเชอรีส มันมีความเข้มข้นน้อยกว่าแต่มีข้อดีตรงที่ส่งผลกับมนุษย์ไม่ใช่แค่ปีศาจเท่านั้น และออรานี่เองที่ช่วยให้โซนาตาที่กำลังอ่อนแรงกลับมามีเรี่ยวแรงขึ้น
อัสการ์แม้จะคลุ้มคลั่งจนเหมือนขาดสติ แต่เขายังสามารถตระหนักได้ว่าด้วยจำนวนศัตรูขนาดนี้หากสู้ต่อไปเขาคงจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้
โอกาสของอัสการ์มีแค่ตอนนี้เท่านั้น ขณะที่ยังเหลือเรี่ยวแรงอยู่ เขาตัดสินใจพุ่งผ่านฟรองเซย์ ชารูนา รวมถึงฝูงวิญญาณของลอเรนซ์โดยไม่สนใจความเสียหายที่เกิดกับตัวเอง ต่อให้ร่างทั้งร่างจะถูกฉีกออกเป็นชิ้น ๆ ขอเพียงแค่เขาเข้าใกล้โครนิเคิลออฟซีนได้ ทุกอย่างจบสิ้น
…ลบโซนาตา… มันคือความตั้งใจเดียวของเขา
“สมเป็นศิษย์อาจารย์กันจริง ๆ นะ” โซนาตาแสยะยิ้ม การกระทำของอัสการ์เป็นสิ่งที่โซนาตามองออกอย่างทะลุปรุโปร่ง เขาคิดและตัดสินใจเหมือนกับกัลลาร์ดไม่มีผิด
ตัวหนังสือในโครนิเคิลออฟซีนเริ่มเปลี่ยนไป โซนาตาย้อนรอยพลังในการปรับแก้หนังสือของอัสการ์ด้วยการชิงแก้ก่อน เขาเริ่มจากการใส่ข้อความหนึ่งและใช้งานหนังสือเพื่อบังคับให้ข้อความนั้นทำงาน
“ลบพลังทุกอย่างของอัสการ์”
ด้วยข้อความนี้ อัสการ์เหมือนถูกมัดมือมัดเท้าไม่ต่างจากคนพิการในทันที โซนาตาจัดแจงแก้ไขข้อมูลอื่น ๆ ไล่ไปตามลำดับ เริ่มตั้งแต่เอาข้อความที่กัลลาร์ดจะเปลี่ยนตัวเองเป็นพระเจ้าออกไป จากนั้นก็เขียนประวัติศาสตร์ให้เหมือนกับสิ่งที่เคยเขียนเอาไว้
โซนาตาจำข้อความในหนังสือเล่มเดิมได้อย่างแม่นยำ ทุกตัวอักษร ทุกย่อหน้า ทุกเว้นวรรคที่เคยมีจนหมด จากนั้นเขาจึงเริ่มการใส่ข้อความเพิ่มเข้าไป
“นี่คือเรื่องเล่าของทรูซีน ประวัติศาสตร์หลักที่ไม่เคยถูกแก้ไขโดยนักข้ามเวลาคนใด นอกจากโลกแห่งนี้แล้วยังมีจักรวาลคู่ขนานอีกมากมายที่เกิดจากความเป็นไปได้ที่ไม่สิ้นสุด”
โซนาตาเพิ่มประโยคนี้เข้าไปคือการันตีว่าเมื่อใช้พลังของหนังสือมันจะไม่มีทางไปกระทบถึงจักรวาลคู่ขนานอื่น
“ผลกระทบของราลูโซลส่งผลกระทบต่อโลกแค่เล็กน้อย มันถูกใช้โดยกิงคารอนในปี 4011 เพื่อตามหาลูกแก้วศักดิ์สิทธิ์และหลังจากนั้นก็ไม่มีการใช้มันอีก”
“นอกจากผู้ที่เกี่ยวข้องกับสงครามคราวนี้ ตัวตนของกัลลาร์ดและราลูโซลจะถูกลบออกไปจากความทรงจำของทุกคน”
ประโยคอีกหลายประโยคถูกเพิ่มเข้าไปอีกเพื่อความแน่ใจว่าประวัติศาสตร์จะถูกกระทบในระดับที่น้อยที่สุด แล้วในที่สุดมันก็มาถึงประโยคเกือบสุดท้าย มันคือการปลดปล่อยอัสการ์จากการควบคุมและคืนพลังที่โซนาตาริบจากเขาไปในตอนแรก
อัสการ์ได้สติกลับมาแล้วแต่เขายังตามสถานการณ์ไม่ทันว่าเกิดอะไรขึ้น
“หนังสือเล่มนี้จะสลายไปหลังจากที่มันพ้นออกจากมือของโซนาตา ดิอาลโน”
พลังเวทมนตร์ที่สะสมในหนังสือถูกใช้ไปเกือบหมดจากประโยคที่โซนาตาเพิ่มเข้าไปก่อนหน้านั้น และทันทีที่เขาปล่อยมันหลุดออกจากมือ ด้วยพลังสุดท้ายของหนังสือก็ถูกใช้ไป มันแหลกสลายเป็นผุยผงต่อหน้าอัสการ์ที่พยายามจะคว้ามันเอาไว้
บทส่งท้าย – Abyss of Time VIII: Paradox
หนังสือที่ทุกคนต่างแย่งชิงสลายไปตลอดกาล มันถูกทำลายในโลกไร้กาลเวลา นั่นหมายความว่าสิ่งนี้มันจะไม่มีโลกไหนในอนาคตที่มีหนังสือเล่มนี้อยู่อีก
แม้จะหลุดจากการครอบงำ แต่อัสการ์แสดงออกชัดเจนว่าเขาเสียดายหนังสือเล่มนั้น เขารู้สึกว่าหากใช้มันในทางที่ดี สิ่งนี้จะทำให้โลกสงบสุขไปตลอดกาลได้
“เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันมีที่มาที่ไปยังไง ของแบบนั้นมันคือระเบิดเวลาที่ควบคุมไม่ได้ชัด ๆ” อีกครั้งที่โซนาตาโกหก ตอนแรกเขาตั้งใจเขียนข้อความเพิ่มเพื่อให้ไม่มีใครนอกจากเขาที่มองเห็นหรือสามารถใช้หนังสือได้หลังจากนี้ แต่ระหว่างการแก้ไขหนังสือโซนาตาพบว่ามีอันตรายและข้อจำกัดยิ่งกว่าที่คิด การใช้หนังสืออย่างไม่ระมัดระวังมันอาจจะทำให้ผู้ใช้ถูกลบหายไปได้เช่นกัน
ข้อสรุปของโซนาตาคือวิธีการใช้หนังสือนี้ที่ถูกต้องที่สุดคือการไม่ไปยุ่งกับมันนั่นแหละ
ทุกคนกลับมาจากโลกไร้เวลาอย่างปลอดภัย กลุ่มอะบีสใช้เวลาหลังจากนั้นในการกู้ความเสียหายอีกเล็กน้อย โซนาตาถูกบ่นเรื่องที่เขาไม่ได้ใช้หนังสือเยียวยาความเสียหายจากสงคราม แต่เมื่อเขาอธิบายถึงความอันตรายจากโครนิเคิลออฟซีนพวกเขาจึงเห็นด้วยที่จะไม่ไปแตะต้องมันมากไปกว่านั้น
เรื่องน่ายินดีที่สุดหลังจากสงครามครั้งนี้คือ ลามอนต์และลามินาได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง ลามอนต์ลาออกจากการเป็นเอ็กซิคิวชันเนอร์และกลายสภาพมาเป็นสมาชิกอะบีสอย่างเต็มตัว
แรกเริ่มลามินาค่อนข้างหนักใจกับการตัดสินใจของลามอนต์ แต่เธอคุ้นชินได้ในเวลาไม่นาน เรื่องนี้ทำให้เธอนึกถึงคำทำนายของริเธียผู้ที่เธอเคยทำหน้าที่เป็นผู้คุ้มกัน ริเธียบอกกับลามินาว่าการตามกลุ่มอะบีสจะทำให้ความฝันเป็นจริง เธอเข้าใจไปเองว่าสิ่งที่ปรารถนาสูงสุดคือการฟื้นฟูประเทศมาดารัส แต่บางทีมันอาจจะเป็นเรื่องเรียบง่ายกว่านั้น อย่างเช่นการมีพรรคพวกที่เชื่อใจได้ หรือได้ครอบครัวที่คิดว่าเสียไปแล้วกลับคืนมา
ดิแอสไม่มีความแค้นหรือหน้าที่อะไรเกี่ยวกับกลุ่มอะบีสอีกแล้ว แต่เขายังคาใจเรื่องที่ว่าตนหรือเรย์แข็งแกร่งกว่ากัน ก่อนเดินทางกลับอัลเทอร์เนตซีนพวกเขาได้ประลองกันอีกครั้ง ดิแอสไม่ได้พูดถึงผลลัพธ์ว่าใครแพ้ใครชนะ แต่ทุกคนเดาได้ว่าที่เขาไม่พูดนั่นก็เพราะว่าเรย์คือฝ่ายชนะนั่นเอง
แล้วก็มาถึงเรื่องที่โซนาตาเคยจุดประเด็นเอาไว้ อัสการ์ต้องเลือกว่าเขาจะกลับอัลเทอร์เนตซีนไปพร้อมกับดิแอส อยู่ที่ทรูซีนต่อในฐานะสมาชิกกิลด์อสุทรินา หรือตามชารูนากลับไปในซีนที่ล่มสลาย
แน่นอนว่ามีอีกตัวเลือกหนึ่งคือการเลือกอยู่กับสาวทุกคนในโลกใดโลกหนึ่งด้วยเช่นกัน หากเป็นโซนาตาอาจจะเลือกตัวเลือกแบบนี้ก็ได้
“ข้าจะกลับไปพร้อมกับชารูนา เธออยากกลับไปโลกเดิม ที่นั่นอันตรายข้าคงปล่อยให้เธอกลับไปคนเดียวไม่ได้”
คำพูดนี้ทำให้ลอเรนซ์แทบใจสลาย แม้ว่าเตรียมใจเอาไว้แล้วแค่ไหน แต่พอได้ยินกับหูมันก็ทำให้เธอแทบล้มทั้งยืน ส่วนฟรองเซย์ไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไรนัก เธอยอมรับว่าหลังจากนี้คงจะรู้สึกเหงาที่ไม่มีอัสการ์คอยวนเวียนอยู่ข้าง ๆ แต่เธอคิดว่าเขาเลือกได้ถูกต้องแล้ว
“งั้นก็ตามนี้ นายเอาชารูนาไป ส่วนฟรองเซย์กับลอเรนซ์ กลุ่มอะบีสจะขอรับตัวไป”
“รับตัวไป” ฟรองเซย์ทวนถาม
“ใช่ ต่อไปนี้ ลามอนต์ เธอ และลอเรนซ์คือสมาชิกกลุ่มอะบีส”
“อย่าตัดสินใจเอาเองสิ” ลอเรนซ์โวยวาย
“อ้าว จริงเหรอเนี่ย เจ้าจะมาร่วมกลุ่มเหรอ เยี่ยมเลยนะ” เรย์ที่ได้ยิน เขาเข้าใจผิดนึกว่าตกลงกันเรียบร้อยแล้ว เขายินดีที่จะได้คนเก่ง ๆ มาเพิ่มอีกหลายคนโดยไม่รู้ว่าโซนาตาใช้เขาเป็นเครื่องมือแต่งเรื่องหลอกลอเรนซ์เอาไว้
ลอเรนซ์นึกถึงเรื่องที่โซนาตาเล่าแล้วก็เขินจนพูดไม่ออก
“ถะ ถ้าข้าเข้ากลุ่ม จะ… เจ้าจะยินดีอย่างงั้นสินะ”
“แน่นอนสิ จะไม่ยินดีได้ยังไง” เรย์ตอบอย่างเขิน ๆ ในหัวกำลังวาดภาพตนเองทำอาหารให้กับเพื่อนใหม่กินจนอ้วนจนแทบกลิ้งไปกับพื้น
“ชะ ช่วยไม่ได้นะ ไม่มีข้าคงจะลำบากล่ะสิ” ลอเรนซ์ตอบด้วยใบหน้าแดงราวผลไม้สุก “งั้น ขะ ข้าก็ต้องเรียกเจ้าว่ารุ่นพี่สินะ”
“ฝากตัวด้วยนะ”
“ลอเรนซ์ เจ้าไม่ต้องไปบอกครอบครัวก่อนเหรอ” ดิแอสท้วงไว้
ฟรองเซย์มองสองคนคุยกันอย่างไม่ค่อยเข้าใจ ฟรองเซย์เข้าใจดีว่าครั้งนี้ทั้งเธอ ทั้งโลกนี้ได้รับความช่วยเหลือจากกลุ่มอะบีสมากมาย ในหัวกำลังคิดว่าจะปฏิเสธโซนาตายังไงไม่ให้ไม่เสียน้ำใจ
แต่แล้ว…
ทั้งที่ตั้งใจปฏิเสธ แต่ฟรองเซย์ก็ได้ขึ้นมาอยู่บนมิเนอร์วาในวันต่อมา กลุ่มอะบีสไม่เพียงแค่มัดมือชกนับเธอรวมเป็นสมาชิก มอบเข็มกลัดสัญลักษณ์ให้ พวกเขายังคะยั้นคะยอจนเธอกลับไปล่ำราทุกคนในกิลด์อุสทรินาอีกด้วย
“นี่เจ้าจะไปจริง ๆ เหรอ” เวโรนิกาเริ่มลังเล “งั้นข้าจะกลายเป็นสาวงามอันดับหนึ่งในกิลด์แทนล่ะนะ”
“ดูแลตัวเองดี ๆ ด้วยนะ ข้ารู้ว่าเรื่องแบบนี้สักวันต้องมาถึง” กิลด์มาสเตอร์กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เขายังจำวันแรกที่ฟรองเซย์มาขอเข้ากิลด์ได้ดี เขาเป็นคนทดสอบเธอด้วยตัวเอง หลังจากนั้นก็คอยช่วยเธอและมองฟรองเซย์เหมือนกับลูกกับหลานคนหนึ่ง
“ไม่ใช่ว่าไปได้ไม่กี่วันก็โดนไสหัวกลับมานะ” อาร์ฟินเป็นอีกหนึ่งคนที่ออกมาส่งด้วย เรื่องนี้ฟรองเซย์รู้สึกผิดคาดมาก
“ถ้าโดนคนอื่นรังแก ก็กลับมาก็แล้วกัน” อาร์เนแฝดน้องบอก สองพี่น้องที่เคยเกลียดเธอพอรู้มาว่าฟรองเซย์จะไปในที่ไกลแสนไกลและอาจจะไม่ได้กลับมาอีก พวกเขาก็ใจหายเช่นเดียวกับทุกคนในกิลด์
“ขอโทษนะที่เคยปากไม่ดีมาก่อน พวกเรารู้แหละว่ามันไม่ยุติธรรมที่เอาเรื่องของเวิร์นมาลงกับเจ้า” สมาชิกคนหนึ่งเริ่มขอโทษ จากนั้นหลาย ๆ คนที่ยังอ้ำอึ้ง ๆ ก็ยอมขอโทษบ้าง แม้พวกเขาส่วนใหญ่จะพูดขอโทษแบบไม่เต็มเสียงก็เถอะ
ฟรองเซย์รู้สึกมึนหัวขึ้นมา เธอตั้งใจจะขอให้มาสเตอร์คาฟโตพูดให้ แต่พอเจอปฏิกิริยาที่คาดไม่ถึงของทุกคน เธอจะพูดได้อย่างไรว่าเธอไม่ได้ตั้งใจจะไปกับกลุ่มอะบีสสักหน่อย
“ไม่ต้องห่วงนะ พวกเราจะดูแลเธออย่างดีให้เหมือนกับเป็นครอบครัวเลย” ซีวีพูดอย่างชื่นมื่น ไม่สังเกตว่าฟรองเซย์ลอบถอนหายใจอยู่ข้าง ๆ
ด้วยเหตุนี้กลุ่มอะบีสจึงได้สมาชิกที่แข็งแกร่งเพิ่มขึ้นมาถึงสามราย
ฟรองเซย์ ลีออน ทายาทเพียงคนเดียวของอัศวินมังกรน้ำแข็งเวิร์น ลีออน หญิงสาวผู้ซุกซ่อนขุมพลังที่น่ากลัวเอาไว้
ลอเรนซ์ เรสเซนไฮด์ อดีตหมายเลขสามขององค์กรฟอร์ชาโดเวอร์ ผู้มีสายเลือดรุ่นเหลนของทั้งรีสเลย์ ลีออนและเออร์มุน เรสเซนไฮด์ สองจากแปดวีรบุรุษแห่งสงครามซีนครั้งที่ 3
ลามอนต์ มาดารัส อีกหนึ่งทายาทตระกูลมาดารัสจากโลกคู่ขนาน กลุ่มอะบีสเพิ่งรู้ว่าเขาได้รับฉายาจอมดาบในโลกของตนเช่นเดียวกับพี่สาวของเขา
แล้วมิเนอร์วาก็ออกเดินทางอีกครั้ง…
เสียงสัญญาณเตือนภัยดังลั่น ในห้วงกระแสเวลายานมิเนอร์วาถูกยานอะโพฟิสไล่จี้มาติด ๆ ยานรบของศัตรูเสียหายหนักจากศึกก่อนหน้านี้และไม่น่าเหลืออาวุธที่น่าจะใช้การได้ การที่พวกเขาแทรกแซงเข้ามาในกระแสเวลาจึงเป็นสิ่งที่เหนือความคาดหมายของทุกคน
“บ้าจริง ทำไมต้องมาตอนที่เดินเครื่องไทม์แมชชีนไปแล้วด้วยเนี่ย” อลินาโวยวาย เธอรีบตรงดิ่งไปที่ห้องควบคุมแต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีอะไรที่เธอทำได้ในตอนนั้น
“เพราะตอนนี้เราป้องกันตัวไม่ได้ยังไงล่ะ เจ้าพวกนั้นคิดจะพุ่งชน ทุกคน! เตรียมตัวรับแรงปะ..”
โซนาตาพูดยังไม่จบประโยคอะโพฟิสก็เร่งความเร็วขึ้นอีก ยานสองลำที่มีขนาดพอ ๆ กันพุ่งชนกันในสภาพที่ต่างฝ่ายต่างก็อยู่ในห้วงมิติ ยานที่แข็งแกร่งขนาดที่สามารถเดินทางข้ามกาลเวลาได้ถูกฉีกออก มันระเบิดเป็นชิ้นและกระจัดกระจายไปในห้วงแห่งกาลเวลา
ไม่มีใครรู้ว่ามีผู้รอดชีวิตมากน้อยแค่ไหน สิ่งสุดท้ายที่แต่ละคนรับรู้คือนี่คือการอวสานของยานข้ามเวลาที่ชื่อมิเนอร์วา หลายคนพยายามคว้าจับกันไว้ บางคนก็หลุดเข้าไปในมิติพร้อมกับชิ้นส่วนของยานที่ยังไม่ระเบิดไปในทันที บางคนอาจจะรอด แต่พูดไม่ได้เต็มปากว่าพวกเขาปลอดภัย
ปีไม่ปรากฏ สถานที่ไม่ปรากฏ…
ฟรองเซย์ได้สติและพบว่าเธออยู่ท่ามกลางซากชิ้นส่วนของมิเนอร์วาที่กำลังลุกไหม้ หญิงสาวออกเดินสำรวจความเสียหาย รวมถึงสำรวจบริเวณโดยรอบเพื่อให้รู้ว่าเธออยู่ที่ไหนและเป็นปีอะไร
เธอไม่ได้คำตอบ ฟรองเซย์อยู่คนเดียวตามลำพัง ไม่มีสมาชิกอะบีสคนใดอยู่ที่นั่น แม้จะโล่งใจเล็กน้อยที่ไม่เห็นศพของใครอื่น แต่เธอก็เริ่มหวั่นใจ
…ที่นี่ที่ไหน...
ฟรองเซย์ไม่มีเวลาเตรียมใจ เธอรู้สึกว่าบางอย่างกำลังพุ่งตรงมาทางนี้ ฝูงของสิ่งมีชีวิตมีปีกกำลังพุ่งตรงมาหาเธอด้วยจุดประสงค์ร้าย
“กองทัพมังกร” ฟรองเซย์เอ่ยเมื่อเห็นสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นชัดเจน