Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 336: เลี้ยงอาหารโจร
สกอร์เปียนเทลไม่มีที่พักเป็นหลักแหล่ง พวกมันย้ายที่เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ สภาพของค่ายพักที่ทั้งสองตามมาเจอจึงมีสภาพไม่ดูค่อยดีนัก มีกองไฟกองเล็ก ๆ จุดไว้ตรงกลาง รอบ ๆ มีทั้งพวกโจรที่นอนอีเหละเขละขละ พวกที่กำลังกินเหล้ากันอยู่ หรือพวกที่กำลังนั่งล้อมวงเล่นพนันกันอยู่ก็มี พวกโจรกลุ่มนี้ไร้ระเบียบจนไม่น่าเชื่อว่าจะอยู่รอดมาได้จนถึงทุกวันนี้
สาเหตุหนึ่งที่พวกเรย์เดินฝ่าเข้ามากลางวงของพวกโจรได้ก็มาจากฝีเท้าของทั้งคู่นั่นเอง เรย์และลอเรนซ์คุ้นชินกับการเดินโดยแทบจะไร้เสียง แม้แต่โจรที่ขึ้นชื่อว่าหูตาไวที่สุดในกลุ่มก็ยังไม่สามารถจับได้ว่าหนึ่งหนุ่มและหนึ่งสาวเข้ามาใกล้ วินาทีที่พวกเขารู้ตัวมันก็เป็นเวลาเดียวกับที่เรย์เดินดุ่ม ๆ เข้าไปจนเกือบถึงกองไฟแล้ว
“เฮ้ย โผล่มาจากไหนวะ” โจรป่าคนแรกที่เห็นร้องขึ้น แต่พวกเรย์ไม่ได้ใส่ใจเขานัก
“นี่ไงลูกแก้วอัคคี” เรย์เปิดกล่องไม้ให้ลอเรนซ์ดู เขาหยิบมันมาตอนไหนก็ไม่มีใครเห็น
“สวยจังเลย” ลอเรนซ์มองด้วยตาเป็นประกาย มันกำลังส่องแสงสีแดงอ่อน ๆ เมื่ออยู่ในมือของเรย์
“จับมันก็ได้ แต่ระวังนิดนะ พวกเรามีสายเลือดเอลเลนนอส ลูกแก้วอาจจะติดไฟขึ้นมาเองก็ได้”
เรย์และลอเรนซ์เหมือนอยู่ในโลกส่วนตัวกันสองคน พวกเขาคุยเล่นกันเหมือนมองไม่เห็นพวกโจรที่ตะโกนอยู่รอบ ๆ บางคนหยิบจับอาวุธขึ้นมาและชี้มาทางพวกเขาแล้วด้วยซ้ำ
“เฮ้ย วางกล่องนั่นลงนะเว้ย” ชายผู้น่าจะเป็นหัวหน้าโจรตะโกนสั่ง แต่เขาไม่กล้าเข้าใกล้เรย์ ในบรรดาโจรทั้งหมดเขาคือคนที่ฝีมือดีที่สุด เพราะแบบนั้นสัญชาตญาณของเขาก็ดีเยื่ยมกว่าคนอื่นด้วย หัวหน้าโจรคนนี้สัมผัสได้ว่าชายหญิงสองคนที่พวกเขาล้อมไว้คือตัวอันตราย
“มองอะไรกันอยู่ พวกแกเข้าไปจัดการมันสิวะ” รองหัวหน้าโจรตะโกนสั่ง
“พวกนี้น่ารำคาญจัง ข้ายิงทิ้งได้ใช่ไหมเนี่ย” ลอเรนซ์เริ่มรำคาญเสียงที่ทำให้เธอคุยกับเรย์ลำบาก
“พวกนี้เป็นโจรร้ายฆ่าคน แต่ก็อย่าให้ถึงกับตายเลย”
“เจ้านี่ใจดีจังเลยนะ” ลอเรนซ์อมยิ้ม เธอเผลอนึกเปรียบเทียบเขากับรุ่นพี่ผู้เลือดเย็นที่เธอเคยหลงรักข้างเดียว ถ้าเป็นชายคนนั้นต่อให้อีกฝ่ายทิ้งอาวุธและหนี เขาก็คงตามไปฆ่าจนไม่เหลือแม้แต่คนเดียว
“ตราบใดที่ยังมีชีวิต พวกเขาอาจกลับตัวได้สักวัน” เรย์พูดจบก็พุ่งออกไปก่อน
เรย์ไม่ได้ชักดาบออกมาด้วยซ้ำ เขาใช้นิ้วชี้เคลือบสายฟ้าเอาไว้เหมือนกับสตันกัน นอกจากใช้แค่นิ้วปัดป้องอาวุธมีคมของศัตรูพร้อมกับช็อตไปพร้อมกัน เขายังยิงสายฟ้าที่ลดความรุนแรงลงมาแล้วใส่พวกโจรจากระยะไกลด้วย
“หวาาาา เจ้าหมอนี่เป็นจอมเวทเรอะ”
“จอมเวทที่ไหนเคลื่อนไหวได้แบบนั้นวะ”
ลอเรนซ์ยังไม่ได้ชักปืนออกมา เธอสัมผัสได้ว่าโจรป่าทุกคนต่างมีวิญญาณแค้นตามติด เธอแค่ทำให้วิญญาณเหล่านั้นปรากฏให้เห็นได้ด้วยตาเปล่า พลังของเธอทำให้ทุกอย่างโกลาหลยิ่งขึ้น
“แค้นเหลือเกินนนน”
“แว๊กกกกก ผีหลอกกกก”
มันไม่ใช่การต่อสู้แม้แต่น้อย เรย์ก็แค่วิ่งไปรอบ ๆ พร้อมกับทำให้พวกโจรสลบด้วยไฟฟ้า ส่วนลอเรนซ์ยิ่งแล้วใหญ่ เธอเดินสำรวจไปรอบ ๆ ค่ายโจรเพื่อหาว่ามีอะไรน่าฉกฉวยติดมือกลับไปบ้าง เธอทำแบบนั้นก่อนที่พวกโจรคนสุดท้ายจะถูกเล่นงานจนหมอบด้วยซ้ำ
“ของโจรมันต้องเอาไปคืนเจ้าของไม่ใช่เหรอ” เรย์ทักเพราะเห็นลอเรนซ์กำลังค้นข้าวของโจรอย่างเมามัน
“แต่เดินทางมันก็ต้องใช้ทุนนะ พวกเราไม่ได้มีเงินติดตัวมามายมากด้วย”
“เดี๋ยวท่านมัลการ์ก็จะให้ทุนสำหรับการเดินทางเองแหละ ตอนเป็นเอ็กซิคิวชันเนอร์ก็ทำแบบนี้ด้วยเหรอ”
“ใช่ที่ไหนเล่า!” ลอเรนซ์รู้สึกเขินอายที่โดนว่า “ฟอร์ชาโดเวอร์เป็นองค์กรใหญ่ยักษ์ในโลกของข้านะ พวกระดับสูงทุกคนได้เบี้ยเลี้ยงระดับที่ไปซื้อเกาะส่วนตัวอยู่ได้เลย ที่สำคัญเดิมทีข้าก็มีศักดิ์เป็นเจ้าหญิงด้วย”
เรย์ไม่ได้ตั้งใจฟังเพราะเขามองเห็นบางอย่าง ชายหนุ่มชูสิ่งนั้นให้ลอเรนซ์ดู “เฮ้ย นี่มันไวน์ชั้นดีเลยนี่นะ ยังไม่ได้เปิดด้วย ได้ของดีมาแล้วสิเรา”
“เดี๋ยวก่อน ใครกันที่บอกว่าจะไม่ยุ่งกับของโจร”
“จริงสิ เอามาดื่มฉลองกับเมนูใหม่ที่ข้าเพิ่งคิดได้ดีกว่า”
“นี่เจ้าแกล้งไม่ได้ยินที่ข้าพูดใช่ไหมเนี่ย ว่าแต่เมนูใหม่นี่อะไรเหรอ”
เรย์แสยะยิ้มโดยไม่ได้ตอบ ทั้งสองช่วยกันจับโจรทั้งกลุ่มที่ถูกเล่นงานสลบมัดอย่างแน่นหนา จากนั้นจึงก็ถือโอกาสยึดซุ้มโจรมาเป็นที่พักสำหรับคืนนี้เสียเลย
เช่นเดียวกับคราวก่อน เรย์หายไปไม่นานก็กลับมาพร้อมกับเดวัลที่คล้ายกวาง มันไม่ได้ตัวใหญ่มากมายแต่ก็ไม่ใช่ขนาดที่ชายแค่คนเดียวจะลากมาได้ แต่เรย์กลับแบกมันขึ้นไหล่เหมือนมันเป็นแค่ตุ๊กตายัดนุ่น
“ได้ของดีมาน่ะ โซดาเรียนโกลเดนเดียร์” เรย์บอกชื่อเดวัลตัวนั้น แน่นอนว่าลอเรนซ์ไม่เคยได้ยินมาก่อน
“หายากเหรอ”
“มันมีเฉพาะที่เกาะโซดาเรียน่ะ หายากนี่ไม่เท่าไหร่ แต่มันเก่งทีเดียว ถ้าไม่ใช่กลุ่มพรานหรือกลุ่มนักผจญภัยฝีมือดีก็ไม่ควรไปยุ่งกับมัน”
“แล้วมันอร่อยเหรอ”
“ถึงสีเนื้อจะสวย แต่เนื้อมีกลิ่นสาบรุนแรงนอกจากนั้นยังเหนียวด้วย”
ลอเรนซ์ทำหน้าเหยเกเล็กน้อย
“ถ้าปรุงผิดวิธีนะ” เรย์หัวเราะเบา ๆ อย่างน่าหมั่นไส้
ระหว่างที่ชมทักษะในการเตรียมอาหาร ลอเรนซ์แอบคิดว่าทั้งที่เรย์แข็งแกร่งขนาดนั้น เขากลับไม่ค่อยพูดถึงเรื่องทักษะฝีมือในการต่อสู้ของตน ในทางตรงกันข้ามหากเป็นเรื่องของอาหารแล้ว เรย์ไม่เคยพูดจาดูแคลนอาหารของตัวเองเลย เขาภาคภูมิใจกับทุกเมนูที่เขาบรรจงรังสรรค์ขึ้นมา
มันคืองานศิลป์ มันคือชีวิตของเขา ลอเรนซ์รู้สึกถึงพลังงานที่เต็มเปี่ยมจากสิ่งเหล่านี้
“ไม่เลวเลยนี่” ลอเรนซ์แค่เห็นการเคลื่อนไหวของมีดก็ทำให้เธอรู้สึกสั่นเทิ้มไปทั้งร่าง
“ชมตอนนี้เร็วไปแล้ว” เรย์ฉีกยิ้ม
พวกโจรป่าส่วนใหญ่ได้สติหลังจากที่กลิ่นหอมของเนื้อที่ย่างกำลังดีลอยมาแตะจมูก แต่ละคนเคลิ้มไปจนเกือบลืมไปแล้วว่าพวกเขาถูกมัดเอาไว้อย่างแน่นหนา
“นี่ทำเสร็จแล้ว แบ่งให้ข้าด้วยสิ” แทนที่ขอร้องให้อีกฝ่ายปล่อยตัว โจรคนแรกกลับร้องขออาหารเสียนี่
“บ้ารึเปล่า ใครจะไปให้พวกแกกินด้วย” ลอเรนซ์โวยวายแต่เสียงของเธอถูกกลืนโดยพวกโจรอีกหลายคนที่เรียกร้องแบบเดียวกัน
“เอาน่า ๆ แบ่งให้ก็ไม่เป็นไรมั้ง กวางตัวขนาดนี้ต่อให้จะเอามารมควันไว้กินทีหลังก็ยังเยอะไปอยู่ดี”
“แต่จะให้แก้เชือกที่มัดพวกมันเหรอ หรือเจ้าจะป้อนพวกมันทีละคน”
“แก้เชือกนั่นแหละ กินเสร็จแล้วค่อยมัดใหม่ก็ได้นี่ อีกอย่างเราก็ไม่ได้ตั้งใจจะจับไปส่งทางการอยู่แล้ว ที่มัดก็เพราะว่าเราจะได้พักที่นี่ได้อย่างสบายใจ”
“ข้าว่าเจ้ากำลังดูถูกพวกโจรนี่เกินไปนะ” ลอเรนซ์ถอนหายใจ ถึงจะเตือนเรย์ไม่ให้ประมาทแต่ลอเรนซ์ก็ยอมตามใจเขา โจรถูกปล่อยตัวชั่วคราวเพื่อให้สามารถจัดการกับอาหารเองได้
เนื้อกวางโซราเรียนโกลเดนเดียร์ไม่ได้ถูกนำมาทำเป็นสเต็กอย่างเดียวอย่างที่ทุกคนเข้าใจในตอนแรก เรย์นำเนื้อหลายส่วนของมันมาใช้อย่างคุ้มค่า เนื้อส่วนฟิเลมิยองคือเนื้อสันส่วนที่นุ่มเป็นพิเศษ เป็นเนื้อส่วนที่เจ้ากวางสีทองตัวนี้ไม่ค่อยได้ใช้งานเรย์เลือกทำสเต็กจากส่วนนี้ ส่วนเนื้อส่วนอื่น ๆ ที่ค่อนข้างแข็งและเหม็นสาบกว่าเนื้อวัว เรย์ไม่ยอมทิ้งไปอย่างเปล่าประโยชน์ บางส่วนถูกนำมาตุ๋น บางส่วนถูกหมักด้วยสูตรที่แตกต่างกัน
มันคือหนึ่งจานที่รวบรวมความอร่อยของโซดาเรียนโกลเดนเดียร์เอาไว้อย่างครบถ้วน เรย์เปลี่ยนกลิ่นสาบที่ไม่น่าอภิรมย์ให้กลายเป็นกลิ่นหอมเฉพาะตัว เปลี่ยนความเหนียวกลายเป็นความนุ่มที่แทบจะรู้สึกเหมือนละลายได้ในปาก ส่วนความหลากหลายของเนื้อทุกส่วนที่ใช้วิธีปรุงแตกต่างกันก็ยิ่งทำให้รู้สึกสนุกในการกิน
หัวหน้าโจรถึงกับน้ำตาไหลเมื่อได้ลิ้มรสอาหารจานนี้ ไม่ใช่เพียงเพราะว่ามันคือมื้อที่วิเศษที่สุดตั้งแต่เขาเกิดมาเท่านั้น แต่มันยังทำให้เขาหวนนึกถึงความหลัง ก่อนที่จะมาเป็นโจรเขาเองก็เหมือนกับเรย์ เคยเป็นชายที่เคยมีความฝันอยู่หน้าเตาในครัว แต่เพราะความขัดสนและเลือกทางเดินผิดในชีวิตมันทำให้เขาทิ้งความฝันในสมัยก่อนไป
“ข้าเองก็ทำอะไรแบบนี้ได้รึเปล่านะ”
“หัวหน้า…”
“ได้สิ ถ้ามีความพยายาม ก็ทำได้ทั้งนั้นแหละ”
ลอเรนซ์อยากขัดคอ เธออยากบอกว่าไอ้ที่เรย์ทำได้แบบนี้เพราะเขาแกร่งพอจะล่าและชำแหละสัตว์ประหลาดอย่างโซดาเรียนโกลเดนเดียร์ได้ด้วยตัวคนเดียว แถมขั้นตอนเตรียมอาหารชนิดนี้บางจุดก็ต้องใช้เรี่ยวแรงมาก พ่อครัวธรรมดา ๆ จะทำไหวจริงเหรอ
แต่ลอเรนซ์ก็ไม่ได้พูดขัดออกไป เธอเห็นพวกโจรหลาย ๆ คนกำลังซาบซึ้งอยู่ จึงปล่อยให้พวกเขาเข้าใจไปแบบนั้น
ทุกอย่างจบลงด้วยดี เรย์ไม่ได้คาดหวังถึงขั้นที่พวกโจรสกอร์เปียนเทลจะกลับเนื้อกลับตัวได้ และเขาเองก็ไม่ได้วางแผนจะจับโจรไปมอบให้ทางการ หลังจากมื้อใหญ่ผ่านไปทุกคนก็ยอมให้เขามัดแต่โดยดี