Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 338: พบท่านมัลการ์ครั้งแรกอีกครั้ง
“ส่วนตรงนั้นคือวังหลวงที่เรากำลังจะไปกัน เดี๋ยวข้าจะเอาลูกแก้วอัคคีไปให้ทหารดู พวกนั้นได้รับคำสั่งเอาไว้ว่าหากมีคนเอาลูกแก้วมาคืนได้สำเร็จก็ให้เชิญตัวเข้าไปในวังได้เลย”
“จ้าา” ลอเรนซ์ตอบ รอยยิ้มด้วยความตื่นเต้นยินดีของชายหนุ่ม ทำให้เธอตัดสินใจว่าจะปล่อยเลยตามเลย ต่อไปนี้เธอจะไม่พยายามขัดเขาแล้ว ประวัติศาสตร์จะเป็นยังไงก็ช่างหัวมัน
มันเป็นอย่างที่เรย์บอกเอาไว้ หลังจากที่เอาลูกแก้วให้ทหารดู พวกทหารก็กุลีกุจอพาเรย์เข้าวังทันที พวกเขาไม่ได้สนใจว่าตอนนี้มันเป็นเวลาดึกแค่ไหน พวกเขาคงจะได้รับคำสั่งมาแบบนั้น
เรย์มองทิวทัศน์ของพระราชวังด้วยความปลาบปลื้ม เป็นภาพที่ชวนให้เขาคิดถึงจนน้ำตาแทบไหล วังแห่งนี้อาจนับได้ว่าเป็นอีกจุดเริ่มต้นการเดินทางของเขาได้เช่นกัน
“ว่าไป… ตอนเจอเจ้าครั้งแรกก็ที่วังนี้ใช่ไหม” เรย์กระซิบกระซาบกับลอเรนซ์ระหว่างที่ทหารกำลังพาทั้งคู่เดินไปตามทางเดิน
“นั่นสินะ แต่หน้าตาวังในยุคนี้ไม่ค่อยเหมือนกับตอนนั้นเท่าไหร่”
ต่างยุคต่างเวลาแต่บรรยากาศนี้ใกล้เคียงกับที่ลอเรนซ์เคยเห็นมาก่อน เธอรู้สึกเจ็บปวดหัวใจเมื่อเห็นภาพซ้อนกันของราชวังในสองยุค
สมัยที่ยังเป็นเอ็กซิคิวชันเนอร์ เธอเคยมาอาละวาดที่นี่ ตอนนั้นเธอทำให้คนมากมายของอาณาจักรนี้ รวมทั้งนักผจญภัยที่เข้ามาเกี่ยวข้องต้องล้มตายลงนับร้อยนับพัน
มันคือการทำตามหน้าที่ ลอเรนซ์เฝ้าบอกกับตัวเองแบบนั้น เธอทำไปเพื่อปกป้องโลกของตัวเอง
แต่การฆ่าคนก็คือการฆ่าคน ไม่ว่าจะเพชฌฆาตที่ได้รับคำสั่งมา ทหารที่จำต้องฆ่าศัตรูเพื่อปกป้องประเทศ ทุกคนต่างมีเหตุผลให้กับการกระทำของตัวเอง แต่หากเหตุผลนั้นคือสิ่งที่ถูกต้องแล้วความรู้สึกผิดที่ลอเรนซ์รู้สึกอยู่ในขณะนี้คืออะไรกัน
ราวกับเดาได้ว่าหญิงสาวกำลังกังวลใจเรื่องอะไรอยู่ เรย์ปลอบเธอด้วยรอยยิ้มและคำพูด
“อะไรที่ผ่านไปแล้วก็ปล่อยให้มันผ่านไปเถอะ”
“ฟังดูไม่ค่อยเหมือนคำพูดของคนที่เดินทางข้ามกาลเวลาเลยนะ”
“ตรงกันข้ามเลย นี่คือสิ่งที่พวกเราทำมาตลอด พวกเราไม่ได้เข้าไปยุ่งกับอดีตเพื่อปรับเปลี่ยนอดีต”
ลอเรนซ์ได้ฟังก็ขมวดคิ้ว ยังไม่ทันได้ถามเรย์ก็พูดต่อ
“พวกเราไม่ได้เข้าไปยุ่งเพราะยึดติดกับเรื่องเก่า ๆ ไม่ใช่เพราะรับไม่ได้กับความผิดพลาดที่เกิดขึ้นไปแล้วในอดีต พวกเราเข้าไปยุ่งกับมันเพราะแสวงหาหนทางสู่อนาคต เหมือนกับที่ข้าอยากช่วยคนในยุคนี้แทนที่ตัวเอง มันไม่ใช่เพราะตัวข้าในตอนนี้สามารถทำได้ดีกว่า แต่เพราะว่ามันต้องมีใครสักคนที่ช่วยไม่ให้เทพปีศาจทำลายโลกในยุคนี้”
“ถึงคำอธิบายจะดูวกวนไปหน่อย แต่ข้าพอจะเข้าใจแล้ว” ลอเรนซ์ยิ้มบาง ๆ “ขอบคุณนะ”
สุดทางเดินคือห้องโถงโอ่อ่าที่เรย์เคยเห็นมาก่อน ทุกรายละเอียดของห้องยังคงเหมือนในความทรงจำ ห้องถูกล้อมด้วยผนังสีขาวอ่อน หน้าต่างบานสูงจำนวนกว่าสิบบานมีผ้าม่านประดับเอาไว้ บังลังก์สีทองนั่นมีใบหน้าที่คุ้นเคยอยู่
“พวกเจ้าสองคนชื่ออะไร เล่าเรื่องของพวกเจ้ามาสิ” ถ้าเรย์จำไม่ผิด มันคือประโยคเดิมที่กษัตริย์มัลการ์พูดเป็นประโยคแรกกับเขา สิ่งที่ต่างออกไปคือสองคนที่เขาพูดถึงไม่ใช่ เรย์กับลาโตร ครั้งนี้มันเป็นเรย์กับลอเรนซ์แทน
“ข้าพระองค์ชื่อเรย์ ลีออน เป็นแค่ชาวบ้านจากหมู่บ้านสตาโรว์ พวกเราสองคนบังเอิญได้พบได้รับการฝากฝังให้นำลูกแก้วนี้มาส่งคืนให้กับท่านพ่ะย่ะค่ะ” เรย์ตอบพร้อมกับยื่นกล่องไม้บรรจุลูกแก้วให้กับกษัตริย์มัลการ์
“ส่วนหม่อมฉันคือลอเรนซ์ เป็นสหายของเรย์ผู้นี้เพคะ” ลอเรนซ์เลี่ยงไม่บอกชื่อสกุลเพื่อหลบเลี่ยงคำถามยุ่งยากที่อาจตามมา
กษัตริย์แห่งโซดาเรียมองลูกแก้วที่กำลังส่องสว่างด้วยตาลุกวาว “ลีออน...”
“ท่านพ่อของข้าเคยบอกว่าตระกูลของเราเป็นขุนนางเก่าของเชสนาพ่ะย่ะค่ะ”
ลอเรนซ์เหงื่อตกด้วยความเครียด เธอคิดว่าเรย์รีบร้อนเกินไป เขาอธิบายที่มาที่ไปตระกูลตัวเองก่อนที่กษัตริย์มัลการ์จะถามด้วยซ้ำ
“ข้าพระองค์อยากเป็นพ่อครัว ไม่ได้อยากจะเป็นผู้กล้าเลยสักนิด”
“เรย์…” ลอเรนซ์กระซิบกระซาบ ในใจนึกอยากตบหัวคนข้าง ๆ ให้หน้าคว่ำ อีกฝ่ายยังไม่รู้ตัวว่าพูดจาดูมีพิรุธแค่ไหน
“ไม่ผิดแน่… ไม่ผิดแน่ มนุษยชาติยังไม่ไร้ซึ่งความหวัง” โชคดีเหลือเกินที่ราชาแห่งโซดาเรียไม่ได้สนใจคำพูดประหลาดของเรย์ ได้ลูกแก้วอัคคีมาอยู่ในมือ ซ้ำยังเจอเอลเลนนอสที่สามารถใช้ลูกแก้วศักดิ์สิทธิ์ มันทำให้เขาตื่นเต้นจนลืมสนใจเรื่องอื่น ๆ ไป
“ข้าตัดสินใจแล้ว!!!” ราชาตะโกนก้อง “พวกเจ้าจงไปฝึกฝนเพื่อจะเป็นวีรบุรุษปกป้องโลกนี้เถิด”
“อาา ไม่อยากไปเลย ข้าอยากจะเป็นพ่อครัวมากกว่า” เรย์แกล้งทำเป็นอิดออด ตั้งแต่ลอเรนซ์เกิดมา เธอเพิ่งจะเคยเห็นการเล่นละครที่ห่วยแตกขนาดนี้ มันห่วยชนิดที่เด็กสามขวบก็ดูออกได้ในทันที
“ข้าตัดสินใจไปแล้ว” โชคดีที่กษัตริย์ชราบ้าจี้ไปด้วย
“อ๊ะ จริงด้วย ไหน ๆ ก็ไหนแล้วแล้ว ข้ามีเรื่องจะแจ้งให้ทราบอีกพ่ะย่ะค่ะ”
“หืมม อะไร? คงไม่ใช่จะปฏิเสธคำขอร้องของข้าหรอกนะ”
“ไม่ใช่เรื่องนั้น คือตอนที่พบโจรป่าข้าบังเอิญได้ยินข่าวลือมา…”
จากนั้นเรย์จึงเล่าเรื่องเกี่ยวกับลูกแก้วอีกลูกที่ถูกฝังใกล้กับหมู่บ้านออสซัม เรื่องนี้เป็นเหตุการณ์ที่ยังไม่เกิดขึ้น หมู่บ้านที่ว่าจะถูกการ์กอยล์มอร์โดโจมตี ชาวบ้านทั้งหมดถูกสาปเป็นหินและถูกมอร์โดนำมาใช้แรงงานเพื่อขุดหาลูกแก้วที่ถูกฝังไว้แถวนั้น ในอนาคตเรย์จะต้องย้อนกลับไปที่นั่นเพื่อทำภารกิจและบังเอิญได้พบกับลูกแก้ว แต่เขากลับนำเรื่องนี้มาบอกกับมัลการ์ตั้งแต่ตอนนี้
“ว่าไงนะ ลูกแก้วอัศนีงั้นเหรอ ข้าไม่รู้มาก่อนเลยว่าโซดาเรียจะมีลูกแก้วศักดิ์สิทธิ์ถึงสองลูก”
“โจรป่าบอกว่า” เรย์พยายามอ้างชื่อโจรป่า “มันอาจจะเป็นฝีมือของปีศาจตนหนึ่งที่มีพลังในการสาปเป็นหิน ดังนั้นถ้าท่านจะส่งทหารไปปราบปรามก็ขอให้ระวังในเรื่องนั้นด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
ลอเรนซ์ฟังคำโกหกที่งี่เง่าแล้วแทบลมจับ ถึงจะเป็นเพราะเขาไม่ได้สนใจเรื่องการเดินเรื่องให้ตรงตามประวัติศาสตร์ก็ตามแต่เรย์รีบร้อนเกินไปแล้ว การไปบอกข้อมูลแบบนั้นเขาอาจจะถูกสงสัยก็ได้ แทนที่จะได้ไปฝึกฝนอย่างที่มัลการ์เสนอ พวกเธอสองคนอาจจะได้ตั๋วพิเศษมุ่งสู่คุกแทน
“เข้าใจแล้ว ข้าจะให้ทหารไปตรวจสอบอย่างระมัดระวังเอง”
…เชื่อซะงั้น!!… ลอเรนซ์แทบหลุดปากตะโกนออกมา
คนหนึ่งก็มั่วซั่วแบบไม่น่าให้อภัยอีกคนก็เป็นถึงราชาแต่ดันเชื่อแบบไม่สงสัย ลอเรนซ์รู้สึกขนลุกเกรียวนี่โลกยุคนี้เคยฝากอนาคตไว้กับพวกติงต๊องแบบนี้หรือเนี่ย
เรื่องราวจบลงด้วยดี กษัตริย์มัลการ์ขอให้พวกเรย์พักผ่อนที่วังสักคืนในฐานะแขกส่วนพระองค์ เช่นเดิม เรย์ทำท่าอิดออดแบบไม่ค่อยสมจริงก่อนที่จะรับปากไป
ครั้งก่อนนั้นเรย์แทบนอนไม่หลับจากความเครียดที่ถูกยัดเยียดงานใหญ่มาให้ แต่คราวนี้เขาหลับปุ๋ยอย่างสบายอารมณ์ เรย์ตื่นเช้ามาอย่างสดใสกระปรี้กระเปร่าจนดูน่าหมั่นไส้ ลอเรนซ์ที่รู้สึกกังวลใจแทนเกือบจะเผลอยันก้นเขาตอนที่เห็นอีกฝ่ายมายืนออกกำลังกายยามเช้า
“หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า” เรย์ขยับตัวตามจังหวะโดยไม่สนสายตาของลอเรนซ์และทหารยามที่สงสัยว่าเขากำลังทำอะไรอยู่
“ทำบ้าอะไรอยู่น่ะ”
“เขาเรียกว่าแอโรบิค ที่กลุ่มอะบีสน่ะตอนเช้า ๆ พวกเราจะ…”
ลอเรนซ์รู้สึกว่าต้องยาวแน่นอนเธอเลยรีบตัดบท “คนของท่านมัลการ์ให้เตรียมตัวให้พร้อม พวกเรามีเวลาซื้อของอีกหน่อยก่อนที่เรือจะออก”
“ข้าน่ะเตรียมพร้อมไว้แล้ว” เรย์แสยะยิ้ม
กษัตริย์มัลการ์เตรียมงบสำหรับการเดินทางไว้ให้เรียบร้อย เรย์และลอเรนซ์นำเงินเหล่านั้นมาจับจ่ายซื้อข้าวของที่จำเป็นหลายอย่าง เรย์แวะร้านหนังสือเพื่อดูตำราอาหารแต่น่าเสียดายที่เขาไม่ได้หนังสือมากมายอย่างที่หวังไว้เพราะส่วนใหญ่เป็นเล่มที่เขาเคยอ่านผ่านตามาหมดแล้ว
เรย์ยังจำได้ดีว่าก่อนขึ้นเรือเขาและลาโตรจะได้มาเลือกอาวุธใหม่ด้วยกัน ตอนนั้นลาโตรเลือกดาบมังกรของปลอมไป ส่วนเรย์ได้ดาบเขี้ยวหมาป่าจากในการเลือกครั้งนั้น
ตอนนี้เขามี ‘ดาบแห่งเรย์’ สุดยอดแห่งดาบที่เป็นรองเพียงแค่ดาบแห่งดวงจันทร์ที่ลูนาร์สร้าง ดาบเขี้ยวหมาป่าจึงไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นสำหรับเรย์อีก แต่เขาก็เลือกมันมาเพียงเพราะอยากเก็บไว้เป็นที่ระลึก
“อย่าลืมเรื่องโล่ล่ะ” ลอเรนซ์กระซิบ
เรย์พยักหน้ารับคำ น่าเสียดายที่มันไม่มีโล่ที่ดีนักให้เลือกใช้ เรย์จึงเลือกเอาโล่เหล็กกล้าที่คุณภาพค่อนข้างใช้ได้มาใช้ไปก่อนพลาง ๆ ส่วนลอเรนซ์ เธอได้ปืนโบราณมากระบอกหนึ่ง
“เดี๋ยวค่อยเอาไปดัดแปลงอีกที” ลอเรนซ์บอกแบบนั้น
แล้วก็มาถึงศึกสุดท้ายที่เรย์รอคอย เหล่าลูกเรือทั้งหลายต่างร้องโวยวายด้วยความตกใจเมื่อเรือปริศนาได้พุ่งตรงมาทางพวกเขา แต่เรย์และลอเรนซ์ได้รู้เรื่องนั้นอยู่แล้ว
“มาจนได้นะ ยังห่วงอยู่เลยว่าจะกล้าโผล่มาไหม”
“ขนลูกน้องมาไม่น้อยเลย แถมกล้าโจมตีกลางวันแสก ๆ อีกนะ”
“เฮ้ย นั่นมัน… มีเจ้ามอร์โดมาด้วย” เรย์ชี้ไปที่การ์กอยล์ตัวโตที่เกาะอยู่บนเรือศัตรู ตอนแรกเขานึกว่ามันเป็นแค่ของประดับเท่านั้นแต่มันคือรูปปั้นมีชีวิตที่ตนเคยปะทะมาแล้ว
ดาร์คเจสเตอร์เตรียมตัวมาดีกว่าครั้งก่อน ไม่เพียงแค่มอร์โดที่เป็นไพ่ใบสำคัญ สมุนทั้งหลายที่มันพามาต่างก็เป็นลูกน้องตัวแสบ
“หนอย เอาพวกที่ป้องกันธาตุสายฟ้ามากันเพียบเลยนะ” พูดจบเรย์ก็กระโจนจากเรือของตัวเองออกไป ระยะห่างระหว่างเรือทั้งสองยังไกลอยู่จึงไม่มีใครคิดว่าเขาจะทำแบบนั้น
“ยิงมันให้ร่วง อย่าให้ขึ้นมาบนเรือเราได้”
เวทมนตร์นับสิบเวทพุ่งมาทางเรย์ที่ยังลอยตัวอยู่กลางอากาศ ศัตรูคิดว่าเรย์คงจะถูกเวทเหล่านั้นยิงใส่จนพรุนเป็นรังผึ้ง แต่เวทเหล่านั้นทำอะไรเขาไม่ได้เลยสักนิด เรย์ลงถึงพื้นเรืออีกฝั่งอย่างปลอดภัยโดยมีบาดแผลเป็นเพียงแค่ริ้วรอยขีดข่วน
“เวทมนตร์รุนแรงไม่เบาเลยนี่นา”
“กะ แกเป็นตัวอะไรกันแน่ว้าาา”
“เท… ราาา”
“หะ หา เวทมนตร์ขั้นเทรา” เจ้าตัวตลกร้องเสียงหลง
“ธันเดอร์” จบคำสายฟ้าขนาดใหญ่ที่สุดที่ดาร์คเจสเตอร์เคยเห็นก็ฟาดลงมา
แม้ว่าเรย์จะพยายามจำกัดความเสียหายไว้แล้วเพื่อไม่ให้เรือของตัวเองได้รับผลกระทบไปด้วย แต่อาณาเขตของสายฟ้าก็ยังใหญ่พอที่จะกลืนเรือของศัตรูทั้งลำจนมิด เป็นการโจมตีที่เด็ดขาดและรุนแรงอย่างที่สุด ไม่มีความจำเป็นต้องมีการโจมตีซ้ำเพราะแค่เวทมนตร์เดียวนี้ สิ่งที่เหลือก็มีเพียงเศษซากเรือที่กำลังลุกไหม้
มอร์โดและเดวัลที่แข็งแกร่งพิเศษอีกฝูงใหญ่ตายโดยที่แทบไม่รู้ตัว นี่คือระดับความแตกต่างของเรย์ในตอนนี้ที่เรย์ตัวจริงของยุคสมัยนี้ไม่อาจเทียบได้แม้แต่เศษเสี้ยว
“ไม่กลัวทางนี้จะโดนลูกหลงเลยนะ” ลอเรนซ์เปิดประตูมิติเพื่อดึงเรย์จากทะเลกลับขึ้นเรือ
“ขอโทษที่ทำให้ทุกคนตกใจ แต่ข้าระวังอยู่นะ” เรย์ยิ้มแหย ๆ
“อ๊ะ นั่น ยังไม่ตาย” ลูกเรือคนหนึ่งชี้ไปที่ทะเล หัวของดาร์คเจสเตอร์ลอยเข้ามาใกล้ ที่ทุกคนรู้ว่ามันยังไม่ตายก็เพราะมีเสียงหัวเราะเบา ๆ ดังออกมาจากหัวนั่น
“ตายยากตายเย็นจริงแฮะ” เรย์ทำท่าจะร่ายเวทซ้ำ แต่ลอเรนซ์หยุดมือเขาไว้
“ข้าจัดการเองดีกว่า” เธอดีดนิ้วดังเป๊าะ ประตูมิติขนาดเล็กได้เปิดออกใกล้ ๆ กับหัวลอยน้ำและดูดมันเข้าไป
“หวังว่าคงจะไม่เจอเจ้านี่อีกแล้วนะ”
“เว้นแต่ว่ามันหนีออกมาจากมิติมืดได้ละนะ”