Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 341: ผิดแผน
“เจ้าไม่ได้เพิ่งซื้อรองเท้าไปสองคู่เหรอ” เรย์นึกถึงช่วงระหว่างที่เดินทางมาอัลกราด เขาจำได้แน่ ๆ ว่าเธอซื้อไปแล้ว
“มันเหมือนกันที่ไหนล่ะ ข้าอยากได้รองเท้าที่มันเข้ากับชุดใหม่ของข้า”
“ชุดใหม่…” เรย์จำได้ว่าลอเรนซ์เพิ่งได้ชุดใหม่มาจริง ๆ แต่เขายิ่งสงสัยกว่าเดิมเพราะว่าไม่เคยเห็นลอเรนซ์ใส่ชุดอื่นใดนอกจากชุดเครื่องแบบเอ็กซิคิวชันเนอร์
“ผู้หญิงก็แบบนี้ทั้งนั้นแหละ ชินเข้าไว้เถอะ”
“งั้นเหรอ” เรย์นึกภาพของแอนทิสตาและรีนาในสมัยที่ออกเดินทางด้วยกัน เขาจำไม่ได้ว่าสาวทั้งสองซื้อชุด เครื่องประดับและรองเท้าใหม่เหมือนที่ลอเรนซ์ซื้อตุนเอาไว้ หรือว่าบางทีพวกเธอก็อาจจะซื้อเหมือนกันเพียงแค่ว่าเขาไม่รู้เรื่องก็ได้
งานเทศกาลในวันนั้นจบลง สองหนุ่มสาวเดินทางกลับโรงแรมที่พวกเขาจองเอาไว้ แต่แทนที่จะรีบกลับขึ้นห้องของตัวเองเพื่อพักผ่อนหลังจากเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน ทั้งคู่ไปนั่งเล่นกันต่อที่ห้องสังสรรค์ของโรงแรม
“ที่นี่คล้ายกับบาร์บนมิเนอร์วาเลยนะ” ลอเรนซ์จุดประเด็นขึ้น เรย์ได้ยินแล้วหน้าเจื่อนไปเล็กน้อย ส่วนหนึ่งเกิดจากความเสียดายมิเนอร์วาที่ระเบิดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยไปแล้ว และอีกส่วนก็เกิดจากความเป็นห่วงว่าพรรคพวกจะมีบาดเจ็บล้มตายไปขนาดไหน
“หวังว่าทุกคนบนมิเนอร์วาจะปลอดภัยดีนะ”
“พวกเรายังรอดมาได้ คนอื่นก็คงปลอดภัยล่ะมั้ง ข้าเดาว่าตอนนี้คงกำลังหาทางทำอะไรสักอย่างอยู่ในยุคอื่นนั่นแหละ” ลอเรนซ์เดาว่ามีแค่เธอกับเรย์เท่านั้นที่ติดอยู่ในช่วงเวลานี้
“ตราบใดที่โซนาตายังรอด หมอนั่นต้องสร้างยานขึ้นมาใหม่ได้แน่นอน แล้วเขาก็คงมารับพวกเราสักวัน”
“เจ้าเชื่อใจชายคนนั้นมากเลยสินะ ต่อให้เขาสร้างยานขึ้นมาได้ใหม่ก็ไม่แน่ว่าเขาจะกลับมารับเรานะ”
“เชื่อเถอะ หมอนั่นจะมาแน่นอน”
ลอเรนซ์ไม่ได้ต่อล้อต่อเถียงด้วย เธอเองก็อยากให้สิ่งที่เรย์เชื่อเป็นจริงเช่นกัน เพียงแต่เธอไม่อยากไปคาดหวังกับสิ่งที่ควบคุมไม่ได้
“เจ้าเอง ถ้ากังวลเรื่องของอนาคต จะกลับโลกคู่ขนานก็ได้นะ ยุคนี้ไม่ห่างจากยุคเดิมของเจ้ามาก เจ้ายังมีครอบครัว มีฟอร์ชาโดเวอร์…”
“เราคุยเรื่องนี้กันไปแล้วไม่ใช่เหรอ ข้าออกจากฟอร์ชาโดเวอร์แล้ว จะให้ข้าหนีเอาตัวรอดคนเดียวเหรอ หรือว่าเจ้าเกิดรำคาญที่มีข้าร่วมเดินทางไปด้วย” ลอเรนซ์แหย่แบบทีเล่นทีจริง
“จะเป็นแบบนั้นได้ยังไงล่ะ” เรย์ดูไม่ออกว่าเธอหยอก เขารีบปฏิเสธอย่างจริงจัง
“เจ้าเก่งออกขนาดนี้ มีหรือไม่มีข้าอยู่ด้วยก็ไม่ต่างกันหรอก”
“ข้ารู้สึกอุ่นใจตอนที่มีเจ้าอยู่ด้วย” เรย์คว้ามือของลอเรนซ์ขึ้นมา
ลอเรนซ์ดึงมือออกอย่างเขิน ๆ เรย์เพิ่งรู้ตัวว่าเผลอจับมือเธอไว้ เขาก็บอกไม่ได้ว่าทำไมถึงรู้สึกสับสนแบบนี้ ใจหนึ่งอยากเห็นเธอกลับโลกของตัวเองที่ ๆ เธอยังมีบ้านมีครอบครัวพร้อมต้อนรับเธอ แต่อีกใจเขาคงไม่สามารถใจสงบได้เมื่อรู้ว่ากลายเป็นสิ่งแปลกปลอมเพียงหนึ่งเดียวของยุคนี้
“ข้าไม่กลับโลกนั้นหรอก จะอยู่คอยเกะกะเจ้านี่แหละ” ลอเรนซ์พูดโดยไม่ได้หันไปมองเรย์ เธอไม่อยากให้เขาเห็นว่าตอนนี้ตนเองกำลังหน้าแดงอยู่
“ดีเลย ข้ายังมีอาหารอีกหลายร้อยหลายพันอย่างที่อยากให้เจ้าได้ลอง จะทำให้ติดใจจนไม่อยากกลับเลยล่ะ”
เรย์และลอเรนซ์รอคอยซิกมาจนถึงวันสุดท้ายของงานเทศกาล ก่อนหน้านั้นเรย์ได้เล่าให้ลอเรนซ์ฟังแล้วว่าจุดหมายต่อไปที่ซิกมาจะส่งพวกเขาไปนั้นคือเกาะนีมอส เกาะเล็ก ๆ แห่งหนึ่งที่เต็มไปด้วยเดวัลอันตราย ที่นั่นนอกจากจะเป็นสถานที่ฝึกแห่งแรกของเรย์กับลาโตรแล้ว มันยังเป็นสถานที่ที่เขาได้พบกับเพื่อนคนสำคัญอีกคนด้วย
“ไกรา… เด็กผมแดงหัวกระเซิงที่ดูเหมือนสัตว์ป่าน่ะเหรอ” ลอเรนซ์ต้องใช้เวลานึกภาพตามเล็กน้อย เธอยังจำใบหน้าและชื่อเสียงเรียงนามของสมาชิกกลุ่มอะบีสไม่ได้ครบถ้วนดี
“ไกราน่ะเก่งมากเลยนะ หูดี จมูกดี สู้ได้เหมือนสัตว์ป่า คุยกับสัตว์ก็ได้ นอกจากนั้นยังใช้เวทมนตร์ของเดวัลได้ด้วย” เรย์อวดเพื่อนตัวน้อยของเขาอย่างภาคภูมิใจ
“เก่งกว่าลาโตรสินะ”
“โหย ไกรามีประโยชน์กว่าลาโตรรวมกันสิบคนเลย”
“นี่! ขอโทษลาโตรเดี๋ยวนี้เลยนะ”
“พูดแรงไปหน่อย ขอโทษนะลาโตร” เรย์ก้มหัวให้กับอากาศข้าง ๆ จินตนาการว่าลาโตรอยู่ตรงนั้น
“แต่สรุปก็คือคลาดกับลาโตรไม่มีผลอะไรมาก แต่ถ้าไม่ได้ไกรามาเป็นพวกอาจจะยุ่งยากทีหลังสินะ”
“ตามนั้นแหละ ภายในวันนี้ซิกมาน่าจะมาบอกให้ไปฝึกที่เกาะที่ว่า เกาะกว้างพอสมควร แต่ไม่น่าจะถึงขั้นหากันไม่เจอ ดังนั้นคราวนี้ยังไงก็คงไม่พลาดเหมือนกับกรณีของลาโตรแน่นอน”
“เว้นแต่ว่าที่ ๆ เราจะไปไม่ใช่เกาะนีมอสอะไรนั่น”
“จะเป็นไปได้ยังไง” เรย์หัวเราะร่วนพลางโบกไม้โบกมือไปมา “เกาะนีมอสเหมาะกับการฝึกที่สุดแล้ว ไม่ส่งข้ากับเจ้าไปที่นั่น แล้วลุงซิกมาจะส่งพวกเราไปที่ไหน”
พวกเขาคุยเล่นกันอีกพักใหญ่ ก่อนที่ซิกมาจะมาตาม เรย์ใช้โอกาสนี้ทำขนมเลี้ยงลอเรนซ์เป็นการสั่งลาอัลกราด เขายืมครัวของโรงแรมทำขนมหลายชนิด ทั้งแครมบรูว์เล มูสช็อกโกแลต และเลมอนทาร์ต โดยแต่ละอย่างใช้วัตถุดิบที่เป็นของขึ้นชื่อของอัลกราดเช่น ดีไวน์เลมอน ที่ไม่สามารถปลูกได้ที่อื่นนอกจากแดนศักดิ์สิทธิ์
เรย์เชี่ยวชาญอาหารที่ทำจากวัตถุดิบที่ได้จากเดวัล แต่ถึงจะไม่ใช้ของเหล่านั้นเลยผลงานของเขาก็เป็นระดับโลก ลอเรนซ์เพลิดเพลินไปกับขนมทุกชิ้นจนลืมไปสนิทว่าช่วงนี้เธอเริ่มกังวลว่าชุดตัวเก่งรอบเอวคับขึ้นนิด ๆ แล้ว
แล้วซิกมาก็มาถึง ชายแก่ไม่รีรอรีบเข้าประเด็นที่ต้องการบอก ข้อมูลตอนนั้นเองที่เรย์ได้เข้าใจว่าสิ่งที่ลาเรนซ์กังวลไม่ได้เกินจริง
“ว่าไงนะครับ ไม่ใช่เกาะนีมอสงั้นเหรอ”
“เจ้ารู้จักเกาะไร้นามด้วยสินะ เดวัลบนเกาะนั้นเหมาะกับการฝึกฝนแต่ไม่ใช่ที่นั่นหรอก ฝีมืออย่างพวกเจ้าสองคนมันเกินระดับนั้นไปแล้ว”
“ง่าาา” เรย์มึนงงเรียบเรียงคำพูดได้ไม่เป็นภาษา ส่วนลอเรนซ์ยืนกลั้นหัวเราะอยู่ข้างหลัง เธออยากพูดเหลือเกินว่าข้าบอกเจ้าแล้วไม่เชื่อ
“มีปัญหาอะไรรึ” ชายแก่เห็นท่าทางของเรย์แล้วนึกสงสัย
“ไม่มีหรอกค่ะ” ลอเรนซ์ตอบให้แทนจากนั้นจึงไปกระซิบกับเรย์ “เรื่องไกรา ไว้วันหลังค่อยไปรับตัวมาก็ได้ เด็กคนนั้นคงไม่หนีไปไหนหรอก”
“แล้ว… เราจะไปที่ไหนกันครับ”
“ดีปบลูเฮล”
เรย์เคยได้ยินชื่อนี้ผ่านหู “หมายถึงคุกใต้ทะเลเหรอครับ”
“มันเคยเป็นวิหารของคาร์เบลลา แต่หลังจากที่ทายาทคนสุดท้ายของเทพธิดาแห่งท้องทะเลสิ้นลง วิหารแห่งนั้นก็ไร้เจ้าของมานาน จนกระทั่งไม่กี่ปีก่อนหลายประเทศได้ร่วมมือกันบูรณะและเปลี่ยนวิหารให้กลายเป็นคุกสากล นั่นคือดีปบลูเฮลที่พวกเรากำลังจะไปนี่แหละ”
“ฝึกในคุกงั้นเหรอคะ” ลอเรนซ์ถามย้ำ
“ที่นั่นมีอาชญากรฝีมือฉกาจมากมาย แม้แต่ผู้คุมก็มีฝีมือไม่ธรรมดา นอกเหนืออื่นใดคือพัศดีของที่นั่นคือรุ่นน้องของข้าเอง แล้วข้าก็ติดต่อขออนุญาตให้พวกเราเข้าไปแล้วด้วย”
เรย์ฟังคำอธิบายของซิกมาแล้วก็ยอมรับได้โดยง่าย ตรงกันข้ามกับลอเรนซ์เธอรู้สึกว่าการฝึกในคุกนี่มันไร้เหตุผลสิ้นดี คุกแบบไหนกันที่ไม่เพียงยอมให้คนภายนอกเข้าไปแต่ยังปล่อยให้พวกเขาสู้กับนักโทษหรือผู้คุมตามใจชอบ
“เจ้าจะรู้สึกพิลึกก็ไม่แปลกหรอก ดีปบลูเฮลมันเป็นที่แบบนั้นแหละ นักโทษที่ถูกส่งเข้าไปคือพวกที่ไม่มีอนาคตอีกแล้ว มันไม่เหมือนคุกทั่วไปที่มีไว้เพื่อปรับพฤติกรรมของนักโทษ เจ้าหน้าที่ของที่นั่นมีหน้าที่แค่ทำให้แน่ใจว่าคนที่ถูกขังจะไม่หลุดออกมาจนกว่าจะมีคำสั่งให้ปล่อยตัวหรือไม่ก็กลายเป็นศพไปแล้ว”
“นั่นก็คือต่อให้เราทำร้ายหรือฆ่านักโทษ พวกนั้นก็ไม่ได้สนใจสินะคะ”
“รวมทั้งถ้าพวกเราถูกนักโทษฆ่า พวกนั้นก็จะไม่ช่วยเช่นกัน”
เช่นเดียวกับการเดินทางสู่เกาะนีมอส ซิกมาพาเรย์และลอเรนซ์ไปที่อาณาจักรลีโอตาร์ก่อนเพื่อเปลี่ยนเรือที่นั่น ไม่เพียงแค่ลีโอตาร์จะมีเมืองท่าสำคัญ มีบริษัทที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการเดินเรือมากมาย ที่แห่งนั้นยังอยู่ไม่ห่างจากจุดหมายหลักที่พวกเขาจะต้องไปต่ออีกด้วย
ดีปบูลเฮลอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือห่างจากลีโอตาร์ในระยะที่หากอยู่ในร่างมังกรเรย์คงพาทุกคนไปถึงที่นั่นได้ภายในสิบนาที แต่สำหรับเรือที่ซิกมาเช่ามาอย่างน้อยเขาก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยสองถึงสามชั่วโมง
จากมุมมองแรกที่เรย์เห็น สถานที่แห่งนี้เหมือนกับป้อมปราการขนาดย่อม ๆ ที่มีท่าเทียบเรืออยู่ด้านหน้า หากไม่รู้มาก่อนว่าที่นี่คือคุกใต้ทะเล เรย์คงคิดว่ามันคืออาคารประหลาดที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวกลางทะเลอย่างแน่นอน