Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 343: มือของเรย์ที่ยื่นออกไป
“เห…” เรย์อยากจะชี้แจงว่าจะชายหรือหญิงมันก็มีทั้งคนดีและคนเลวปะปนกัน แต่ยังไม่ทันได้อธิบายลอเรนซ์ก็ดึงแขนเขาไว้และส่ายหน้า
ลอเรนซ์รอให้พวกนักสู้กลุ่มนั้นจากไป เธอจึงพูดลอย ๆ ขึ้น “เธอคงเจอผู้ชายทำไม่ดีด้วยมาเยอะน่ะ อย่าถือสาเธอเลย”
“แล้วเจ้าล่ะคิดแบบนั้นรึเปล่า”
“ไม่รู้สิ… คนไม่ดีมันก็มีเยอะ จะระวังตัวไว้ก่อนก็ไม่แปลกหรอก”
“อันนั้นมันก็จริง”
“แต่ไม่ต้องห่วง ข้าไม่เคยมองเจ้าเหมือนกับผู้ชายคนอื่น” ลอเรนซ์หันมาส่งยิ้มหวานให้
เรย์รู้สึกใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมา ไม่ใช่เพราะตอนนี้เขาและลอเรนซ์ยังอยู่ใกล้กับชั้นล่างสุด แต่มันเป็นความร้อนลึกลับที่รู้สึกทุกครั้งเวลาเห็นลอเรนซ์ยิ้ม มันทำให้เขาสงสัยว่าตนเองกำลังป่วยอยู่หรือเปล่านะ
ทีละเล็ก ทีละน้อย เรย์และลอเรนซ์เริ่มชินกับความเป็นอยู่ของที่นี่ มันเป็นเหมือนที่ผู้คุมเคยพูดเอาไว้ เงินสามารถซื้อได้ทุกอย่างยกเว้นเพียงอิสรภาพ พวกเขาหาเงินได้จากการขายชิ้นส่วนของเดวัลที่ล่ามาได้และใช้เงินเหล่านั้นพาตัวเองขึ้นไปสู่ชั้นที่สูงขึ้น
คุกแห่งนี้ไม่ได้มีแค่ห้องพัก ยิ่งขึ้นสูงพวกเขาก็ยิ่งเจอกับสถานที่ที่ไม่น่าจะมาอยู่ในคุกได้ ห้องพักในชั้นที่สูงขึ้นก็เริ่มดูแปลกตาออกไป ในชั้นที่ยี่สิบที่พวกเรย์ต้องจ่ายเงินก้อนโตเพื่อเปิดประตูสำหรับคนสองคน พวกเขาพบว่าห้องพักที่ชั้นนี้มันเหมือนกับห้องในโรงแรมราคาถูก พวกเขามีห้องน้ำส่วนตัวเป็นครั้งแรก รวมทั้งพบว่าคุกแห่งนี้มีกิจกรรมอื่นให้ทำมากกว่าแค่การสู้กับเดวัลหรือเข่นฆ่ากันเอง
สำหรับเรย์ สิ่งที่น่าตกใจยังไม่จบไม่สิ้น ที่ชั้นนี้เขาได้พบกับคนคุ้นหน้าที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมาอยู่ตรงนี้
“เวิร์น…” เรย์ตะโกนเรียกชายผมขาวที่กำลังอยู่ในวงล้อมของนักโทษอีกหลายสิบคน
“เจ้า…” เวิร์นมองเรย์เหมือนอยากถามว่าทำไมเขาถึงได้มาอยู่ที่นี่ได้
“คนไม่เกี่ยวข้องอย่ามาสอด” นักโทษตัวใหญ่สุดตะโกนขู่เรย์ไม่ให้เข้ามาใกล้
“นี่มันเรื่องอะไรกัน”
“ต้องถามด้วยเรอะว่าเรื่องอะไร” นักโทษอีกรายตอบเรย์ “นักโทษฆ่านักโทษด้วยกันมันเรื่องธรรมดาของที่นี่ โดยเฉพาะพวกที่ชื่อเสียงโด่งดังจากเวิร์น ลีออน จะถูกหมายหัวก็ไม่แปลกไม่ใช่เรอะ”
“ตอนอยู่ข้างนอกแกกร่างนักนี่หว่า แต่ในคุกเนี่ยเก่งแค่ไหนหัวเดียวกระเทียบลีบก็ไม่รอดหรอก”
เวิร์นตอนนี้สภาพแตกต่างจากเดิมราวกับคนละคน เขาอยู่ในชุดนักโทษสีตุ่น ไม่มีชุดเกราะสีเงินเรืองรอง ดาบมังกรที่คมกริบ โล่วิเศษที่สามารถสะท้อนเวทมนตร์ได้ เวลานี้เขาเป็นเพียงชายที่ซูบผอม เรี่ยวแรงถดถอยที่ไม่มีอาวุธสักชิ้น ที่ร้ายกว่านั้นคือเขาเป็นเพียงคนเดียวที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวน
“จะฆ่าสวะอย่างพวกแก มันไม่ต้องใช้คนเยอะหรอก” สิ่งที่เวิร์นไม่เปลี่ยนไปสักนิดคือฝีปาก เขาเร่งพลังขึ้นเพื่อแผ่ไอเย็นออกไปรอบ ๆ
“หมอนั่นสู้มาตลอดคนเดียว ถูกตรวนล่ามไว้ อาวุธอะไรก็ไม่มี” เรย์กระซิบกับลอเรนซ์
“นี่อย่าบอกนะว่าเจ้าเห็นใจเขา” ลอเรนซ์กระซิบตอบ
“พวกที่ล้อมอยู่ก็มีฝีมือด้วย สงสัยจะมาจากชั้นที่สูงกว่านี้ นี่คงกะจะมาจัดการกับคนดังก่อนที่เวิร์นจะขึ้นไปชั้นสูงกว่านี้มั้ง”
“อย่าไปยุ่งเรื่องของเขาเลย” ลอเรนซ์ดึงเรย์เอาไว้ แต่เขาอดรู้สึกกังวลไม่ได้จริง ๆ ถ้าเป็นเวิร์นในยามปกติเรย์อาจจะห่วงฝ่ายที่มารุมแทน แต่สภาพเวิร์นในตอนนี้…
“ขอโทษนะ อย่างน้อยก็ขอทำอะไรสักอย่างกับไอ้โซ่ตรวนนั่นเถอะ” เรย์ชี้โซ่ตรวนเวทมนตร์
ลอเรนซ์พยายามจะรั้งเรย์ไว้ แต่มันไม่ทันแล้ว เรย์พุ่งเข้าหาเวิร์นด้วยความเร็วสูง อีกฝ่ายเข้าใจว่าเรย์ก็ต้องการโจมตีจึงใช้มือเปล่าฟันสวนกลับมา เรย์ก้มหลบได้อย่างฉิวเฉียด ไม่เพียงแค่นั้นเขายังใช้ดาบแห่งเรย์ฟันโซ่ตรวนเวทมนตร์ที่สะกดพลังส่วนใหญ่ของเวิร์นเอาไว้
“เฮ้ยยย เจ้านั่นทำอะไรของมันวะ” นักโทษร่างใหญ่ร้องเสียงหลง
เวิร์นก็สงสัยในสิ่งเดียวกัน เขาไม่เข้าใจว่าเรย์มีเจตนาอะไร นี่อีกฝ่ายกำลังดูถูกเขาอยู่งั้นเหรอ
“ข้าอยากสู้กับเจ้าอีก แต่ต้องไม่ใช่ในสภาพแบบนี้” เรย์ตอบโดยซื่อ
“แบบนั้นเองเรอะ” เวิร์นพึมพำ
ทั้งสองไม่มีเวลาพูดคุยต่อ นักโทษฝีมือดีนับสิบต่างก็รุมเข้ามาจากทุกด้าน ลอเรนซ์เป็นอีกคนที่กระโดดเข้ามากลางวงศัตรูโดยไม่ห่วงชีวิตของตนเอง
“จบเรื่องนี้เมื่อไหร่เตรียมคุกเข่าขอโทษไว้ได้เลย” ลอเรนซ์กระแทกเสียงใส่เรย์
“เดี๋ยวทำของอร่อย ๆ ให้กินเป็นการไถ่โทษก็แล้วกัน”
“นั่นมันหน้าที่ของนายอยู่แล้ว ไม่ใช่เหรอ”
“อ้าว กลายเป็นแบบนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย” เรย์หัวเราะร่วน ไม่ได้ยอมรับตามนั้นแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธเช่นกัน
เวิร์นหงุดหงิดที่พวกเรย์เข้ามาช่วยทั้งที่ไม่ได้ขอ เขาออกปากไล่ทั้งสองคนแต่ทั้งคู่แกล้งทำหูทวนลม พวกเขาถูกลากเข้ามาเกี่ยวด้วยแล้วไม่ว่าจะต้องการหรือไม่ทั้งสามคนก็มีศัตรูร่วมที่ต้องจัดการ
เรย์ยังคงสมบูรณ์แบบ ทั้งท่วงท่าที่ได้รับการขัดเกลามาจากซิกมา พลังเวทที่สามารถร่ายเวทสายฟ้าได้ถึงขั้นเทราซึ่งในยุคนี้ไม่มีใครทำได้ พลังโจมตี พลังป้องกันและความเร็ว หากจะพูดว่าเขาไร้จุดอ่อนมันก็ไม่ใช่คำพูดที่เกินจริง
ลอเรนซ์คอยยิงสนับสนุนจากระยะไกล มีนักโทษบางคนพยายามเข้าประชิดเพราะคิดว่าการต่อสู้ระยะใกล้เป็นจุดอ่อนของมือปืนแบบเธอ แต่ทุกคนที่ทำแบบนั้นต่างก็ต้องเจ็บหนักไปตาม ๆ กัน ลอเรนซ์เพียงแค่ใช้ออรามังกรเพียงเล็กน้อย มือเปล่าของเธอก็มีพลังทำลายไม่ต่างจากถูกอัดด้วยแรงระเบิด
เวิร์นเห็นทั้งคู่แสดงฝีมือก็ไม่ยอมน้อยหน้า เขาสร้างดาบขึ้นจากการก่อรูปของน้ำแข็ง เวิร์นอาจจะอ่อนแรงจนแค่ยืนนิ่ง ๆ ยังเป็นเรื่องยาก แต่เขามีสิ่งหนึ่งที่ทำให้ศัตรูต้องหวาดกลัวยิ่งกว่าเรย์และลอเรนซ์
เวิร์นนั้นเต็มไปด้วยจิตสังหาร ขณะที่สหายร่วมศึกที่ได้มาแบบไม่เต็มใจพยายามอย่างยิ่งที่จะจัดการกับศัตรูโดยไม่ฆ่า เวิร์นไม่ยึดหลักการเดียวกัน เขาไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องยั้งมือกับพวกที่คิดจะมาล่าหัวตน เวิร์นสังหารพวกนั้นคนแล้วคนเล่า
“พอได้แล้ว นี่กะจะฆ่าให้หมดเลยเหรอ” เรย์คว้าแขนเวิร์นไว้ ทำให้นักโทษรายหนึ่งวิ่งหนีไปได้
“แล้วจะปล่อยมันกลับไป เพื่อให้มันย้อนมาอีกรอบรึไง”
“ถ้ากล้ากลับมาอีกก็สั่งสอนไปอีก”
“อ่อนโลกไปรึเปล่า” เวิร์นกระชากแขนกลับ ใจนึกอยากพูดอะไรตอกใส่หน้าเรย์อีกหลายประโยค แต่เขากลับพูดไม่ออก อีกฝ่ายอาจจะอ่อนโลก แต่ฝีมือของเรย์แม้แต่เวิร์นก็ต้องยอมรับ
“เจ้ามาช่วยข้าทำไม จุ้นจ้านไม่เข้าเรื่อง”
“ข้าคือเหตุผลที่เจ้าถูกจับกุมแล้วก็มาลงเอยที่นี่ไม่ใช่เหรอ” เรย์เสียงสลด นี่เป็นอีกเรื่องที่เขาทำให้ประวัติศาสตร์เปลี่ยนไป ถ้าไม่ใช่เพราะเขาทำให้เวิร์นถูกจับ เวิร์นคงยังอยู่ข้างนอกโน่น
“ข้ามาอยู่ที่นี่ก็เพราะอ่อนแอเอง ไม่เกี่ยวอะไรกับเจ้า ไม่ต้องมายุ่งเรื่องของข้าอีก” เวิร์นพูดจบก็พยายามจะเดินหนี แต่เรย์ยังไม่ยอมแพ้
“เดี๋ยวก่อน!” เรย์รั้งเขาไว้ “อาวุธและอุปกรณ์ของซิลเวอร์หายไปไหนหมด”
“ถามอะไรโง่ ๆ ของพวกนั้นก็ต้องโดนยึดตอนเข้ามาที่ดีปบลูเฮลสิ”
“แล้วทำไมบางคนถึงมีทั้งอาวุธทั้งชุดเกราะได้ล่ะ จริงอยู่ที่บางคนก็แย่งมาจากคนอื่น แต่ตอนแรกสุดมันมีของพวกนั้นได้ยังไง” เรย์ยังไม่ค่อยเข้าใจ ตั้งแต่เข้ามาที่นี่เขาเห็นคนจำนวนมากที่ไม่ได้ใส่ชุดนักโทษ แถมยังเดินร่อนไปร่อนมาพร้อมกับอาวุธอีกด้วย
“ของที่ถูกยึดไปจะถูกพวกผู้คุมเอามาขายไงล่ะ” ลอเรนซ์เดา
“หมดเรื่องที่อยากถามแล้วใช่ไหม”
“ยัง… ข้าอยากถามว่าเจ้าอยากให้ช่วยชิงของพวกนั้นกลับมาไหม”
“เรย์” ลอเรนซ์ร้องห้ามแต่เรย์ยกมือขึ้นขอไว้
“ทำแบบนั้นแล้วจะได้อะไร”
“บอกแล้วยังไงว่าอยากประลองกับเจ้าอีกครั้งในตอนที่เจ้าเอาจริงเต็มที่… ดังนั้นก็ต้องให้เอาของพวกนั้นคืนมาให้ได้ก่อน” เรย์โกหก ความจริงคือแค่เขารู้สึกผิดกับเวิร์นจึงอยากช่วยอีกฝ่ายบ้างเท่านั้น
เวิร์นทำท่าครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง เขาเองก็อยากสู้กับเรย์อีกครั้งเพื่อล้างอายที่แพ้ครั้งก่อน
“ไม่ต้องมาคิดว่าเป็นหนี้บุญคุณกันด้วย ถือว่าร่วมมือกันเพื่อผลประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย รวบรวมของได้ครบเมื่อไหร่ก็ประลองกัน ไม่ว่าฝ่ายไหนจะแพ้ชนะก็จะถือว่าจบกันไป”
“ถ้าถึงตอนนั้นแล้วถูกข้าฆ่าตายก็อย่ามาโทษกันทีหลัง”
“แน่นอน” เรย์ยื่นมือออกไป