Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 345: พรรคพวกคนที่สาม
“มองเห็นไหม” เรย์ถาม
“ไม่… ทั้งตัวศัตรู ทั้งอาวุธที่โจมตี”
“ต้องพาลอเรนซ์ไปรักษา ที่ชั้นบนน่าจะมีผู้มีคนที่ใช้เวทรักษาได้”
“ไปตอนนี้ยังไม่ได้” เวิร์นขึ้นเสียงใส่ “อย่างน้อยก็ต้องรู้ก่อนว่าศัตรูโจมตีมาแบบไหน”
เรย์กัดฟันแน่น ที่เวิร์นพูดมานั้นเขาเถียงไม่ได้ แต่เขากลัวว่าถ้ารอนานไปกว่านี้อาการของลอเรนซ์อาจยิ่งแย่ลง
…ถ้าลอเรนซ์เป็นอะไรขึ้นมา…
เรย์พยายามจะไม่จินตนาการถึงเรื่องเลวร้าย
เวิร์นกางกำแพงน้ำแข็งขึ้นปิดประตูทางออก เป็นจังหวะพอดีกับที่การโจมตีครั้งใหม่มาถึงพอดี คราวนี้ทั้งสองคนมองเห็นกับตาว่ากำแพงของเวิร์นถูกเจาะจนเกือบทะลุ
“วะ.. เวทมนตร์” ลอเรนซ์ที่ยังอยู่ในอ้อมกอดของเรย์พึมพำขึ้น
“ลอเรนซ์!” เรย์เรียกชื่อหญิงสาวด้วยความเป็นห่วง
ลอเรนซ์เจ็บหนัก แผลดูร้ายแรงแต่เลือดหยุดไหลแล้วเพราะเจ้าตัวใช้พลังวิญญาณกดเอาไว้ นอกจากนั้นเธอยังดัดแปลงวิธีควบคุมความตายทำให้เนื้อเยื่อที่เสียหายไปแล้วกลับมาทำงานชั่วคราว
“เมื่อกี้บอกว่าเวทมนตร์ใช่ไหม เวทมนตร์แบบไหนกัน” เวิร์นพยายามมองลอดกำแพงน้ำแข็งที่ถูกเจาะเพื่อหาตำแหน่งศัตรู
“มันคือเวทมนตร์สองอย่าง อันแรกคือคาถาโจมตี ดูจากแผลอาจเป็นศรเวทจากคาถาในสายโบลต์ ส่วนอีกเวทน่าจะเป็นเวทสายพิเศษที่ใช้ซ่อนทั้งผู้ร่ายและตัวเวทที่ใช้”
“ถ้าไม่ใช่เวทกับดักหรือเวทโจมตีระยะไกล เราก็ยังมีทางตอบโต้ได้”
“งั้นก่อนอื่นก็ต้องหาตัวศัตรูให้เจอก่อน” เรย์พยักหน้ากับเวิร์นราวกับรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังจะลงมือทำอะไร
ออรามังกรของเรย์ไม่ได้ห่อหุ้มแค่ร่างของเขาแต่มันจะคลุมลอเรนซ์ที่ยังอยู่ในอ้อมแขน พลังนี้ช่วยให้เพิ่มความต้านทานความเย็นของเวิร์นที่กำลังปล่อยออกไปโดยรอบ
“เห็นอะไรบ้างไหม” เรย์ถาม
กระสุนล่องหนกระหน่ำยิงมาอีกระลอก กำแพงน้ำแข็งของเวิร์นและผนังด้านหนึ่งถูกเจาะจนพรุนเป็นรังผึ้ง เวิร์นยังคงเฝ้ารออย่างใจเย็น เขารอจนกระทั่งหมอกกระจายไปจนถึงสุดขอบทางเดิน
“อยู่ตรงนั้นไง” เวิร์นมองเห็นบางอย่างเคลื่อนที่ตัดผ่านหมอก มันคือช่องว่างที่มีรูปร่างเป็นมนุษย์ แม้จะเป็นแค่โครงร่างแต่เขามั่นใจว่านั่นคือผู้คุมเซนดาเรียนั่นเอง
“ระวัง” ลอเรนซ์ตะโกนเตือน เธอรู้สึกว่านั่นคือกับดักซ้อนกับดัก แต่จังหวะเดียวกันนั้นเวิร์นได้กระโจนออกไปนอกห้องพร้อมกับพ่นลมหายใจน้ำแข็งออกไปด้วยพลังทั้งหมด
พริบตาต่อมา สิ่งที่ลอเรนซ์และเรย์เห็นคือร่างของเวิร์นที่ถูกแช่แข็งทั้งสภาพแบบนั้น เขาถูกพลังของตัวเองสะท้อนกลับมาจนถูกฝังอยู่ในก้อนน้ำแข็ง
“เวิร์น!!” เรย์ตะโกนเรียก แน่นอนว่าไม่มีการตอบสนองใด ๆ
“หึหึหึ จะบอกว่าไม่น่าเชื่อว่าจะพลาดง่าย ๆ แบบนี้หรือว่าควรชมดีนะที่โดนเข้าไปขนาดนั้นแต่ยังไม่ตาย”
ช่องว่างรูปร่างมนุษย์ค่อย ๆ ปรากฏตัวให้เห็น เธอคือหญิงสาววัยกลางคนที่ยังดูดีในชุดเครื่องแบบเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเรือนจำ ทั้งเรย์และลอเรนซ์เคยเห็นหน้าเธอมาก่อน เธอคือรองพัศดีเซนดาเรียนั่นเอง
“พวกเจ้ากล้าจริงนะที่มาหาเรื่องกับเจ้าหน้าที่” เซนดาเรียเดินเข้ามาใกล้และหยุดมองเวิร์นที่ติดอยู่ในก้อนน้ำแข็ง เรย์เพิ่งสังเกตเห็นว่ามือข้างหนึ่งเธอถือโล่แห่งซิลเวอร์ติดมาด้วย
“ใช้โล่สะท้อนเวทกลับมานี่เอง”
“โล่นี่เหมาะกับพลังของข้าพอดีเลยล่ะ ถ้ามองไม่เห็นคนที่ซี้ซั้วโจมตีเข้ามาก็จะเป็นอย่างผู้ชายคนนี้ยังไงล่ะ”
“แล้วที่ยอมโผล่ออกมานี่คิดดีแล้วเหรอ” ลอเรนซ์เค้นเรี่ยวแรงถาม
“ไม่จำเป็นต้องซ่อนแล้วไม่ใช่เหรอ คนหนึ่งถูกแช่แข็ง คนหนึ่งเจ็บหนักแล้วอีกคนก็ดันเป็นคนที่ไม่ยอมทิ้งเพื่อนซะด้วย” พูดจบก็หายตัวไปอีกครั้ง
เซนดาเรียประเมินเรย์เอาไว้แม่นยำ เธอจับตาดูเขามานานแล้ว เรย์ไม่ใช่พวกที่สามารถทิ้งลอเรนซ์ไว้ตรงนั้นได้ ครั้นที่จะสู้ไปด้วยอุ้มคนหนึ่งคนไปด้วยก็เป็นไปอย่างยากลำบาก
“ยายนั่นรู้ว่าเจ้าไม่กล้ายิงสายฟ้าใส่ ดังนั้นไม่ต้องห่วงข้ายิงใส่เธอเลย”
“ทำได้ที่ไหนเล่า”
เป็นสถานการณ์ที่เสียเปรียบทุกด้าน มองไม่เห็นศัตรูและเวทมนตร์ที่อีกฝ่ายยิงมา จะทิ้งเพื่อนเอาไว้ก็ไม่ได้ จะโจมตีกลับด้วยเวทก็กลัวจะสะท้อนกลับมาโดนลอเรนซ์ นี่คือเหตุผลที่เซนดาเรียตั้งใจโผล่ออกมา เธอจงใจกดดันเรย์ให้รู้สึกอับจน
…ช่างง่ายดายเหลือเกิน… เซนดาเรียกระหยิ่มยิ้มอย่างผู้ชนะ เธอต้อนเรย์จนเข้าไปติดมุมห้อง และเตรียมเผด็จศึกด้วยเวทชุดใหญ่
ทว่า ในเสี้ยววินาที เกมกลับพลิก
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากจนตามแทบไม่ทัน เขาทั้งคู่ของเธอขยับไม่ได้เลยสักนิด พริบตาที่เหลือบมองเธอลง เธอพบร่างกายครึ่งล่างของตนถูกแช่แข็งไว้แล้ว
…บ้าจริง เวิร์นหลุดออกได้ยังไง…
เธอไม่มีคำตอบ แต่ตอนนั้นเธอรู้สึกถึงอันตรายยิ่งกว่าที่กำลังมา ต้นตอคือชายผมขาว เธอเปลี่ยนทิศทางของเวทที่จะยิงใส่เรย์ไปทางเวิร์นแทน แล้วตอนนั้นเองที่เซนดาเรียถึงกับต้องกรีดร้อง สิ่งที่อยู่ในมือของเวิร์นคือโล่แห่งซิลเวอร์
เวทของเซนดาเรียกระทบกับโล่และย้อนกลับมาสู่ตนเอง เธอใช้เวทที่เหลือทั้งหมดเบี่ยงวิถีก่อนที่เวทจะพุ่งทะลุอกของตน เซนดาเรียทำได้สำเร็จอย่างฉิวเฉียด เวทกระดอนขึ้นบนฟ้าแทน แต่ว่าเวิร์นไม่ยอมปล่อยโอกาสงามนี้ที่อีกฝ่ายเปิดช่องโหว่ไป เขากระโจนตามมา พร้อมกับโล่ที่เงื้อสุดแขน
รองพัศดีถูกโล่ซัดจนสลบเหมือดกลางอากาศ เธอพ่ายแพ้โดยไม่มีโอกาสเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่รู้ตัวว่าตั้งแต่แรกเวิร์นที่ถูกแช่แข็งเป็นแค่ร่างน้ำแข็งลวงตา ไม่รู้ตัวว่าจังหวะที่เธอมัวแต่ตกใจที่เห็นเวิร์น โล่แห่งซิลเวอร์ได้ถูกวิญญาณที่ลอเรนซ์ควบคุมฉกไปต่อหน้าต่อตา
ชั้นบนสุดของดีปบลูเฮล ที่หน้าห้องทำงานของพัศดีเวคเชอร์ เซนดาเรีย โรทาร์ ฟาแฮค และบรรดาผู้คุมอีกหลายสิบนายกำลังนั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเวคเชอร์ที่กำลังโกรธจนแทบควันออกหู
“พวกเจ้าทำดีปบลูเฮลเสียชื่อ” เวคเชอร์ตะคอกใส่ ผู้คุมเหล่านั้นนิ่งเงียบไม่มีใครกล้าแก้ตัวอะไรทั้งนั้น
“อย่าไปโทษพวกเขาเลย พวกเราก็แค่เก่งเกินไปเท่านั้นแหละ” ลอเรนซ์เอ่ย เธอกลับมาดูสดใสเหมือนวันแรกที่มาถึง ทั้งที่ไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ยังมีอาการร่อแร่ แผลทั้งหมดได้รับการเยียวยาด้วยเวทมนตร์จนหายดีแล้ว
“ต้องขอบคุณท่านที่ช่วยติดต่อลุงซิกมาให้… ไม่งั้นพวกเราต้องรออีกเป็นเดือนเลยกว่าจะถึงวันที่กำหนด”
“อย่าเข้าใจผิด ข้าติดต่อไปแล้วก็จริง แต่ไม่ได้ให้มารับตัวพวกเจ้ากลับไปเป็น ๆ ข้าบอกกับตาแก่ว่าให้มารับศพพวกเจ้ากลับไปต่างหากล่ะ”
“พวกเราอยากรับเกราะแห่งซิลเวอร์กลับไปด้วย งั้นก็ขอไปเลยก็แล้วกันนะ”
“พวกเจ้าบังอาจนัก” เซนดาเรียและเหล่าผู้คุมหลายคนประสานเสียง
การต่อสู้ตะลุมบอนเริ่มขึ้น ฝ่ายหนึ่งคือเรย์ ลอเรนซ์และเวิร์นที่ได้อุปกรณ์กลับคืนมาจนใกล้จะครบ ส่วนอีกฝ่ายคือเวคเชอร์ เซนดาเรีย โรทาร์ ฟาแฮค และผู้คุมระดับกลางกับระดับล่างอีกกลุ่มใหญ่
ผู้คุมระดับล่างและระดับกลางแทบไม่มีผลกับการต่อสู้ คนที่ยื้อไว้ได้นานสุดสามารถทนได้เพียงแค่ยี่สิบวินาที เกือบทั้งหมดพ่ายแพ้ไปตั้งแต่ที่เรย์และเวิร์นใช้ลมหายใจของมังกรครั้งแรก
นอกจากเวคเชอร์แล้ว พวกเรย์เคยเห็นวิชาของพวกผู้คุมมาแล้วทุกคน ไม่มีอะไรมาทำให้พวกเขาแปลกใจได้อีก แม้แต่เซนดาเรียที่เคยต้อนทั้งสามจนย่ำแย่ยังรับมือกับลอเรนซ์คนเดียวอย่างตึงมือ
“ถ้าลอบกัดไม่ได้ ป้าก็ไม่เท่าไหร่นี่นา”
“หนอย ยายเด็กเมื่อวานซืน”
ทีละคน ทีละคน ผู้คุมต่างล้มคว่ำและลุกขึ้นมาไม่ได้อีก แม้แต่เวคเชอร์ผู้ที่แท้จริงแล้วเป็นครึ่งมนุษย์ครึ่งเดวัลก็ยังยากที่จะรับมือกับเรย์และเวิร์นที่กลายร่างเป็นมังกรไปแล้ว ถึงจุดหนึ่งลอเรนซ์เองก็ยังต้องถอยออกมาตั้งหลักเพราะเธอไม่อยากโดนลูกหลงไปด้วย
“ยอมแพ้แล้วรึยัง” เรย์ในร่างมังกรสายฟ้าถามเวคเชอร์ผู้ที่เหลือเป็นคนสุดท้าย
“ข้ายังมีวิชาที่ยังไม่ได้ใช้…” เวคเชอร์พยายามฝืนลุกขึ้น รูปร่างหน้าตาของเขาในตอนนี้กลายเป็นสัตว์ประหลาดที่บอกไม่ได้ว่าเป็นการผสมกันของตัวอะไรบ้าง มีทั้งหมี นก ปลา ช้างและอีกสารพัดที่เหมือนกับการจับเอาสัตว์มั่ว ๆ มาปั่นรวมกัน
“มันจบตั้งแต่เจ้ายอมรับคำท้าสู้ที่ชั้นนี้แล้ว” เวิร์นในร่างมังกรน้ำแข็งคำรามอย่างเกรี้ยวกราด ถ้าเป็นสถานที่ใหญ่โตขนาดนี้ ทั้งเขาและเรย์จะไม่มีปัญหาในการกลายเป็นมังกร
ทุกอย่างเหมือนจะจบลงด้วยดี เรย์สามารถชิงโล่และชุดเกราะที่เวิร์นถูกยึดไปคืนกลับมาได้จนครบทุกชิ้น มีเพียงแค่ดาบมังกรเท่านั้นที่พวกเขาตัดสินใจปล่อยมันไป
ไม่นานเกินรอ ซิกมาก็มาถึง ชายแก่ไม่ได้ประหลาดใจที่เห็นเรย์และลอเรนซ์อยู่กับเวิร์น รวมถึงไม่ได้เกินความคาดหมายด้วยที่เจอเวคเชอร์นั่งหมดแรงอยู่ ส่วนลูกน้องของเขาก็ยังสลบไม่ฟื้น
“ข้าเอาใบอนุญาตมาให้แล้ว” ซิกมาบอกกับเรย์
“ใบอนุญาต” เวิร์นสงสัยว่าพวกเขาพูดเรื่องอะไรกัน
“ใบอนุญาตให้เจ้าออกไปข้างนอกน่ะสิ” เรยหันมาตอบเวิร์น “ข้ารายงานทุกอย่างตลอดหลายสัปดาห์ที่พวกเราร่วมมือกันให้ลุงซิกมา พวกเราตกลงกันว่าหากเจ้าเต็มใจทำคุณไถ่โทษ ทางเอเทเซียจะออกหนังสือละเว้นโทษชั่วคราวให้เจ้า”
“หมายความว่ายังไง” เวิร์นเสียงเปลี่ยนเมื่อได้ยิน
“พวกเราจะยอมให้เจ้าออกมาได้ชั่วคราว ถ้าเจ้าช่วยเรย์จัดการเรื่องเทพปีศาจได้สำเร็จ ทางเอเทเซียจะนิรโทษกรรมความผิดทั้งหมดให้ภายหลัง” ซิกมาช่วยอธิบาย
“เจ้าบอกว่าอยากช่วยรวบรวมของคืน เพราะอยากจะประลองอีกที เรื่องนั้นโกหกรึ”
“ไม่ได้โกหกนะ” เรย์รีบปฏิเสธ “ข้าอยากจะสู้กับเจ้าอีกครั้ง เรื่องนี้ไม่ได้โกหกแน่นอน แต่มันไม่จำเป็นต้องเป็นการเข่นฆ่ากันด้วยความเกลียดชังไม่ใช่เหรอ”
“…” เวิร์นได้ฟังแล้วก็นิ่งไป
“เดิมทีเจ้าเองก็ต้องการจัดการกับเทพปีศาจอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ”
“เจ้ารู้เรื่องนั้นได้ยังไง” เวิร์นไม่คิดว่ามีใครจะรู้เรื่องของกลุ่มเซฟิลและเป้าหมายนั้นของพวกเขา
“รู้ได้ยังไงไม่สำคัญหรอก” ลอเรนซ์เข้ามาช่วยเรย์ “ถ้าร่วมมือกับเรา เจ้าก็จะไม่ถูกตามล่าอีกและสามารทำตามเป้าหมายเดิมที่ตั้งใจไว้ได้”
“อ้อ ใช่แล้ว แล้วข้าก็มอบสิ่งนี้ให้ด้วย” ซิกมาสั่งให้ลูกน้องนำของสิ่งหนึ่งออกมาจากถุงสัมภาระ
“เกราะมือแห่งซิลเวอร์” เรย์เองก็ยังแปลกใจกับสิ่งนี้ เขาเข้าใจว่ามันถูกส่งคืนให้กับผู้จัดงานแข่งขันกินอาหารไปแล้ว ไม่นึกว่าซิกมาจะเป็นผู้เก็บเอาไว้
“งานแข่งล่มไป แต่สองคนสุดท้ายที่เหลืออยู่คือข้ากับเจ้า ดังนั้นนี่คือรางวัลของพวกเราสองคน ถ้าเจ้ายอม ข้าจะมอบมันให้กับเวิร์นก็ได้”
“ข้าไม่มีปัญหา” เรย์ตอบหน้าบาน
เวิร์นรู้สึกขัดใจที่เหมือนถูกมัดมือชก มันเหมือนว่าเขามีทางเลือกแต่ความเป็นจริงมันไม่มีหนทางอื่นแล้ว การช่วยเรย์สู้ต่อ นอกจากจะเป็นการชดใช้หนี้บุญคุณ มันยังทำให้เขามีโอกาสได้สานต่อความฝันต่อไป
“ถ้าไม่กลัวว่าสักวันข้าจะเชือดทิ้งตอนเผลอ ได้… ข้ารับข้อเสนอ”
“ข้าไม่ให้เจ้าแตะต้องเรย์หรอก” ลอเรนซ์ส่งเสียงขู่
เรย์ฟังแล้วไม่สามารถบอกได้เลยว่าใครพูดเล่นใครพูดจริง เขาภาวนาขอให้กลุ่มใหม่นี้สามารถไปตลอดรอดฝั่งโดยที่ไม่ฆ่ากันตายไปก่อนกลางทาง