Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 346: ภารกิจที่แตกต่างออกไป
ในดินแดนที่มืดมิด อ้างว้าง หนาวเย็นและแทบจะไร้สิ่งมีชีวิต ชายหนุ่มผู้หนึ่งถูกบังคับให้ลุกขึ้นสู้กับศัตรูที่เขามองไม่เห็น ร่างของเขาสะบักสะบอมจากบาดแผลที่เกิดจากการป้องกันตัว แต่ยิ่งได้รับบาดแผล อสูรร้ายที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดก็ยิ่งหาเขาเจอได้ง่ายขึ้น
“ข้างหน้า มันจะมีทางออกจริง ๆ เหรอ” เขาพูดกับเพื่อนร่วมทางที่ยากจะพูดได้ว่าเป็นพวกพ้อง
“ข้าจะไปรู้เหรอ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ” คนข้างกายหัวเราะอย่างไร้เหตุผล “แต่ก็ดีกว่ารออยู่เฉย ๆ ใช่ไหมล่ะ ยิ่งแกแกร่งขึ้นมันก็ดีสำหรับพวกเราทั้งคู่นั้นแหละ”
เขาไม่ไว้ใจเจ้าของเสียงนั่น แต่ชายหนุ่มไม่มีทางเลือกอื่น
หากว่ากันตามลำดับเรื่อง เรย์มั่นใจว่าช่วงนี้คือช่วงเวลาเดียวกับที่ตัวเขา ลาโตรและไกราจะต้องกลับไปลีโอตาร์เพื่อรับภารกิจ เรย์ไม่แน่ใจว่ามันเป็นเพราะซิกมาคำนวณไว้แล้วหรือว่าตาแก่รายนี้แค่งานยุ่งจนไม่มีเวลาให้กับพวกตน เขาจึงใช้ให้พวกเรย์ฝึกฝนกับภารกิจระดับ S แทน
อันที่จริงการเอาตัวรอดในดีปบลูเฮลมันเกินระดับที่ว่าไปนานแล้ว แต่เรย์ไม่ได้อิดออดยามที่ซิกมาพาพวกเขาไปลงทะเบียนที่กิลด์อุสทรินา เพราะว่าที่แห่งนี้จะเป็นสถานที่ทำให้เขาได้พบกับพรรคพวกคนสำคัญอีกคน
“ช่วงนี้ความจริงแล้วจะต้องรับภารกิจที่ออสซัมก่อน ที่นั่นมีชาวบ้านถูกสาปเป็นหินแล้วก็ถูกมอร์โดที่สามารถควบคุมรูปปั้นหินได้ใช้งาน” เรย์อธิบายให้ลอเรนซ์เพิ่มในจังหวะที่เวิร์นไม่อยู่ตรงนั้น
“มันคือหมู่บ้านที่เจ้าบอกกับกษัตริย์มัลการ์สินะ”
“ใช่แล้ว เดิมทีโซดาเรียจะได้ลูกแก้วอัศนีจากเหตุการณ์ที่ว่า แต่ในตอนนี้ ไม่มีเหตุการณ์นั้นแล้ว ลูกแก้วจะถูกพบไหมนะ”
“เจ้านี่ทำอะไรซี้ซั้วจริง” ลอเรนซ์ถอนหายใจ “นี่ถ้ากลายเป็นว่าโซดาเรียหาลูกแก้วศักดิ์สิทธิ์ลูกที่สองไม่เจอ จะทำยังไง”
“แต่ข้าคิดว่าอธิบายจุดที่ลูกแก้วถูกฝังอยู่ไปแล้วนะ” เรย์ตอบไม่เต็มเสียง มานึกตามดี ๆ แล้วคนที่ขุดหาลูกแก้วจนเจอในตอนนั้นก็คือชาวบ้านของออสซัมที่ถูกบังคับใช้แรงงาน ในเมื่อไม่มีมอร์โด ไม่มีเหตุการณ์ที่ว่า เขาแอบหวั่นใจไม่น้อยว่ามันจะไปได้สวยจริงหรือไม่
“เอาเถอะ… ถึงจะต่างจากที่ควรเป็น แต่อย่างน้อยเราก็รู้ตำแหน่งของลูกแก้วแล้ว ถ้าโซดาเรียหาไม่เจอจริง ๆ อย่างมากที่สุดพวกเราก็ย้อนกลับไปออสลัมอีกที” ลอเรนซ์พูดจบเวิร์นก็เดินเข้ามาสมทบหลังจากที่เขาเพิ่งลงทะเบียนกับกิลด์อุสทรินาเรียบร้อย
เรย์และลอเรนซ์ยังไม่ได้เล่าให้เวิร์นฟังเกี่ยวกับที่มาที่แท้จริงของทั้งคู่ เรย์ไม่แน่ใจว่าเขาจะปิดเรื่องนี้ไปได้อีกนานแค่ไหน การเก็บความลับไม่ใช่เรื่องที่เขาเชี่ยวชาญเลย
เขาคิดว่าสักวันคงต้องบอกให้เวิร์นรู้เกี่ยวกับเรื่องของกลุ่มอะบีส เรื่องของการข้ามเวลา และเรื่องที่ประวัติศาสตร์เปลี่ยนไปแล้ว เรย์หวังว่าตอนที่บอกไปแล้วเวิร์นจะเข้าใจว่าเขาไม่ได้มีเจตนาไม่ดี
“ข้าอยากให้เจ้ารับภารกิจนี้” เรย์ยื่นกระดาษรายละเอียดภารกิจให้เวิร์น
“ต้องการให้ข้าจัดการมันคนเดียวงั้นรึ”
“ถ้าเป็นเจ้าต้องทำได้แน่นอน ภารกิจนี้จะนำไปสู่ดาบแห่งซิลเวอร์”
“ทำไมเจ้าถึงรู้เรื่องนั้น” เวิร์นขมวดคิ้ว
เรย์นิ่งไป เขาไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดี เขาจะบอกได้ยังไงว่ารู้มาจากการที่ตนเคยไปอยู่ตรงนั้นมาแล้วในรอบก่อน
“เอาเถอะ… เจ้าคงมีเหตุผลที่บอกไม่ได้สินะ”
“ขอโทษนะ”
“สักวันข้าคิดว่าเจ้าคงจะมีคำตอบที่ดีให้ สำหรับตอนนี้ข้าจะรับภารกิจนี้เอง”
เรย์ได้ฟังก็ยิ้มแก้มแทบปริ เวิร์นยังชอบแสดงสีหน้าเย็นชาเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนจากตอนแรกที่เจอ แต่เรย์มั่นใจว่าอีกฝ่ายเริ่มเปิดใจให้กับตนแล้ว
“แล้วพวกเราล่ะ” ลอเรนซ์ถาม
“มีภารกิจหนึ่งที่ข้าสนใจมานานแล้ว” เรย์เริ่มเรื่อง เขาขนลุกจากความตื่นเต้น “ในยุคก่อนหน้านี้ ตอนที่กลุ่มอะบีสถูกเกณฑ์มาเข้าร่วมกิลด์อุสทรินา มีภารกิจหนึ่งที่ข้าอยากทำแต่กลับหาไม่เจอแล้วในยุคนั้น”
“ก็ไม่แปลกนี่ ยุคนั้นมันหลังตอนนี้ยี่สิบปีไม่ใช่เหรอ”
“ก็จริง แต่ข้าถามมาสเตอร์คาฟโตในยุคนั้นมาแล้ว ภารกิจที่ว่าถูกเอาออกจากกระดานหลังจากผ่านไปกี่ปีต่อกี่ปีก็ไม่มีใครสามารถทำได้สำเร็จ”
“โฮ่” ลอเรนซ์ป้องปากอุทาน เธอเริ่มรู้สึกสนใจภารกิจที่ว่านี้ขึ้นมาแล้วเหมือนกัน
เรย์ยื่นกระดาษภารกิจให้กับลอเรนซ์ เธอรับมาอ่านและพบว่ามันคือภารกิจระดับ S ที่มีชื่อว่า ‘ล่าก๊อดบีสต์อลิซิลลา’ แม้จะถูกประเมินไว้ว่าเป็นระดับ S แต่นี่คือภารกิจที่ไม่เคยมีใครทำได้สำเร็จมาตลอดหลายสิบปี
“มาสเตอร์คาฟโตบอกว่ารางวัลของภารกิจนี้ไม่สูงมากมันจึงถูกประเมินไว้แค่ระดับ S แต่ความยากของมันคือระดับ SSS ภารกิจนี้คือตำนานของจริงเลยล่ะ”
“งั้นเหรอ” ลอเรนซ์ย่นคิ้ว เธอพยายามนึกว่าในโลกคู่ขนานเธอเคยได้ยินชื่อของอลิซิลลาอะไรนี่มาก่อนรึเปล่า
“น่าเสียดายที่ข้อมูลเกี่ยวกับก๊อดบีสต์อะไรเนี่ย มันแทบหาไม่ได้เลย”
“พูดแบบนี้แสดงว่าแอบไปสืบมาแล้วสิเนี่ย”
เรย์หัวเราะร่วนเพราะถูกจับได้ “ใช่ แอบไปสืบมาบ้างแล้ว ลองจ่ายเงินเพื่อซื้อข่าวแล้วด้วย แต่ดูเหมือนว่าข่าวที่เกี่ยวกับก๊อดบีสต์จะเป็นเรื่องเก่า ๆ ทั้งนั้น”
ก๊อดบีสต์คืออะไร มันคือชื่อเรียกรวมของเผ่าพันธุ์เดวัลโบราณที่ว่ากันว่าร้ายกาจเป็นรองเพียงเทพปีศาจ สัตว์ประหลาดกึ่งเทพเหล่านี้มีทั้งหมดสี่เผ่าพันธุ์แต่ละกลุ่มเคยสร้างปัญหามากมายให้กับซีนในยุคอดีตจึงได้มีความพยายามในการกวาดล้างพวกมันครั้งแล้วครั้งเล่า
ปัจจุบันพวกเขาเชื่อกันว่าก๊อดบีสต์ทั้งหมดได้สูญพันธุ์ไปจนหมดสิ้น ยกเว้นเพียงหนึ่งเดียวที่บางคนยังเชื่อว่ามีชีวิตอยู่ถึงตอนนี้… ก็อดบีสต์อลิซิลลา
“มาร์เบิลวูล์ฟ เดวัลรูปร่างคล้ายหมาป่าที่มีขนาดใหญ่เท่ากับบ้านและตัวจ่าฝูงอาจใหญ่กว่านั้นได้อีกหลายเท่า เส้นขนทั่วร่างสามารถขยับและสร้างคลื่นแรงสั่นสะเทือนไปในอากาศ เชื่อกันว่าอาวุธทั่วไปไม่สามารถทำอันตรายพวกมันได้เพราะกำแพงคลื่นที่พวกมันสร้าง”
“เกรทกิกัส เดวัลสายพันธุ์โบราณของกิกัสที่มีรูปร่างเหมือนลิงยักษ์ กิกัสโตเต็มวัยจะมีความสูงราวสิบห้าเมตร แต่เกรทกิกัสนั้นเป็นอีกระดับออกไป เชื่อว่ามันอาจมีความสูงได้ถึงร้อยเมตรขึ้นไป จุดเด่นของก๊อดบิสต์ชนิดนี้นอกจากขนาดและพละกำลังแล้วพวกมันยังมีสติปัญญาสูงอีกด้วย”
“เดสทิโน เดวัลสายพันธุ์งูยักษ์ แม้จะถูกเรียกอย่างยกย่องว่าเป็นราชาแห่งงู แต่มันคือสิ่งมีชีวิตที่ไม่เหมือนสายพันธุ์ใดในโลก เดสทิโนมีเพียงรูปร่างภายนอกเท่านั้นที่คล้ายกับงู ร่างกายของมันเต็มไปด้วยสารละลายเข้มข้น พิษและปรสิตอันตราย”
“ดีไวน์เฟลิส เป็นก๊อดบีสต์เพียงชนิดเดียวที่ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าเป็นสิ่งมีชีวิตรูปแบบใด บ้างก็ว่ามันคล้ายกับหมี บ้างก็ว่าคล้ายกับสิงโต มีทั้งที่เชื่อว่าเดินสองขาเหมือนมนุษย์และที่ว่ามีมากกว่าสี่ขาก็มี อลิซิลลาคือตัวสุดท้ายของสายพันธุ์ลึกลับนี้”
ลอเรนซ์นั่งฟังเรย์พูดอธิบายอย่างตั้งใจโดยไม่ได้แทรกขึ้นเลย จนเมื่อเขาหยุดแล้วเธอก็พูดบ้าง “ที่เล่ามาตั้งเยอะเนี่ยมันเกี่ยวกับอลิซิลลานิดเดียวไม่ใช่เหรอ”
“ใช่แล้ว” เรย์ยอมรับอย่างตรงไปตรงมา “ก็แหม ซื้อข่าวเสียเงินเสียเวลาไปตั้งเยอะน่ะ ก็เลยอยากมาเล่าให้ฟังบ้าง ต่อให้ไม่เกี่ยวกับภารกิจเลยก็เถอะ”
ลอเรนซ์พบว่าเรย์ ลีออนมีเส้นบาง ๆ ระหว่างความน่ารักน่าหยิกกับความน่าหมั่นไส้จนน่าตบให้คว่ำสักที เธอบอกไม่ถูกเหมือนกันว่าควรจะรู้สึกแบบไหนกับเขา
“ข้าไม่มีปัญหาอะไรหากเจ้าอยากรับงานนี้หรอก แต่ว่าในเมื่อไม่มีข้อมูลไปต่อแล้วเจ้าจะทำยังไง”
“หึหึหึ” เรย์หัวเราะเบา ๆ “ถ้าเป็นฟอร์ชาโดเวอร์ เวลาที่ไม่รู้ว่าควรจะทำอะไรต่อพวกเธอทำยังไงเหรอ”
“ฟอร์ชาโดเวอร์ไม่มีอะไรแบบนั้นหรอก พวกเรามีท่านเดอะพรอเฟ็ตคอยชี้นำ ดังนั้น… เอ๊ะ เจ้าหมายถึง”
เรย์พยักหน้า “ใช่แล้ว ในโลกของเจ้ามีเดอะพรอเฟ็ต ส่วนยุคนี้ก็มีท่านริเธียยังไงล่ะ เวิร์นกำลังไปคุยรายละเอียดกับแอนทิสตา พวกนั้นจะเจอกับทางตันจนต้องไปปรึกษากับท่านริเธียเหมือนกัน”
“แบบนี้นี่เอง นี่คิดเผื่อไว้ด้วยรึเนี่ย น่าประทับใจนิด ๆ นะเนี่ย อย่างเจ้าก็รู้จักวางแผนด้วย”
“แน่นอน” เรย์ยังไม่รู้ตัวว่าถูกประชดใส่
ด้านของเวิร์น เขานัดพบกับแอนทิสตาและพูดคุยรายละเอียดเรียบร้อยแล้ว ภารกิจของเขาเกี่ยวกับการตามหาอสูรอัญเชิญสี่จากห้าตัวที่กระจัดกระจายไป และเป็นอย่างที่เรย์ว่าไว้แอนทิสตาคือผู้ที่รู้ที่อยู่ในปัจจุบันของริเธีย ซึ่งทำให้สองกลุ่มมีจุดหมายปลายทางที่เดียวกัน