Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 347: เดินทางกับแอนทิสตาครั้งแรกอีกครั้ง

แอนทิสตา
แอนทิสตาหวาดกลัวเวิร์นจนเกือบเป็นฝ่ายขอยกเลิกงานเสียเอง โชคดีที่เธอได้เจอกับเรย์และลอเรนซ์และรู้ว่าทั้งคู่จะร่วมเดินทางไปด้วยจนถึงเกาะเอลแลน
“ข้านึกว่าจะไม่มีคนอื่นที่รู้ที่อยู่ของท่านริเธียซะอีก”
“ชู่ววว” ลอเรนซ์ห้ามไม่ให้แอนทิสตาเสียงดังไป เรื่องที่อยู่ของริเธียมันไม่ใช่สิ่งควรจะให้คนอื่นรู้มากไปกว่านี้
“เรื่องอสูรอัญเชิญ เจ้าไม่ต้องกังวลไปนะ งานนี้ฝากไว้กับมือดีแล้ว ถ้าเป็นเขาล่ะก็ทุกอย่างต้องผ่านไปด้วยดีแน่” เรย์ให้กำลังใจแอนทิสตาที่ยังดูตื่นเต้น
แอนทิสตารู้สึกเหมือนว่าเคยรู้จักเรย์ที่ไหนสักแห่งมาก่อน วิธีการพูด น้ำเสียง และสายตาที่เขามองเธอเหมือนกับสายตาของผู้ที่รู้จักกันมาเนิ่นนาน แม้ว่าความกลัวที่ต้องร่วมทางไปกับเวิร์นจะไม่หายไปง่าย ๆ แต่เธอไม่สงสัยคำพูดของเรย์เลย เวิร์นจะต้องช่วยให้ภารกิจของเธอสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี
พวกเรย์ข้ามภารกิจของออสซัมไป เรือควีนอลิเซียที่ควรจะได้เป็นของรางวัลจึงพลาดไปด้วย โชคดีเวิร์นดูเหมือนจะมีเส้นสายอยู่บ้างจึงทำให้เขาสามารถหาเรือไปส่งถึงเกาะเอลแลนได้
เอลแลนคือเกาะที่เคยเป็นที่อยู่ของเอลเลนนอส เรย์ยังจำได้ดีตอนที่เขามาที่นี่ครั้งแรกตนเองรู้สึกกลัวแค่ไหน สายเลือดของซิลเวอร์คือสายเลือดของเทพผู้ทรยศ หากว่าเกาะแห่งนี้มีคำสาปแช่งอยู่จริง เขาคงเป็นเป้าหมายแรก ๆ ของคำสาป
“จะกลัวไปทำไม ไม่ใช่เจ้าคนเดียวซะหน่อยที่มีสายเลือดของซิลเวอร์” เวิร์นเตือนสติเรย์หลังที่ได้ยินเขาเล่าเรื่องความกังวลในสมัยก่อน
“ใช่… และถ้าจะต้องกลัว ข้าที่มีทั้งเลือดของเทพแห่งความกล้าหาญและเทพธิดาแห่งความตายไม่ต้องกลัวเป็นสองเท่าเหรอ สายเลือดของเทพผู้ทรยศสองสายเลยนะ”
“จริงเหรอคะเนี่ย” แอนทิสตาฟังแล้วตื่นเต้นแทน “ข้าว่าแล้ว พวกท่านทุกคนดูไม่ธรรมดาเลย ข้าเองก็เคยได้ยินเรื่องของอัศวินมังกรมาบ้างแต่ไม่นึกว่าว่าจะมีหลายคน”
“บางทีคนที่เหลืออาจจะอยู่ตรงนี้หมดแล้วก็ได้นะ”
พวกเขาใช้โอกาสนี้แนะนำตัวเพิ่มอีกเล็กน้อย เรย์แสดงการใช้ลมหายใจสายฟ้า ลอเรนซ์แสดงทักษะการยิงปืนให้ชม มีแค่เวิร์นเท่านั้นที่เห็นว่าไร้สาระเลยเป็นคนเดียวที่นั่งดูเฉย ๆ
“ข้าก็อยากแสดงความสามารถบ้างเหมือนกันนะ แต่ว่า…” แอนทิสตาเหลียวมองไปรอบ ๆ เรือ
“ไม่ต้องหรอก ข้าเข้าใจ อัญเชิญอสูรอัญเชิญขนาดใหญ่บนเรือมันอันตรายไปหน่อย”
“เอ๋?! ทำไมท่านรู้ล่ะคะ ข้ายังไม่ได้บอกเลยว่าเป็นผู้ใช้อสูรอัญเชิญ”
เรย์ได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ เป็นอีกครั้งที่เขาพูดอะไรออกไปโดยไม่ไตร่ตรองให้ดีก่อน
ทั้งเวิร์นและแอนทิสตามองเรย์ด้วยความสงสัย เรย์พยายามแก้ตัวว่าเดาจากชุดและอุปกรณ์ที่เธอใช้ แอนทิสตาผู้แสนซื่อฟังแล้วก็ไม่ได้ติดใจสงสัยอีก เห็นได้ชัดว่าเวิร์นไม่โดนหลอกไปด้วยง่าย ๆ เขาแค่เลือกจะไม่พูดต่อ
พวกเขาใช้เวลาในทะเลอยู่หลายวัน ฝ่าคลื่นลมมรสุมหลายครั้ง ถูกเดวัลทะเลดักโจมตีกลางทางก็หลายหน แต่ในที่สุดเกาะเอลแลนที่เป็นเป้าหมายก็มาอยู่ที่ตรงหน้าพวกเขาทุกคน
ลูกเรือส่วนใหญ่ไม่เต็มใจจอดเรืออยู่ที่เกาะนี้ แต่เพราะการได้การเจรจาของเวิร์นช่วยทุกอย่างจึงราบรื่น
“ถ้าพวกข้ากลับมาแล้วไม่เจอเรือ ก็เตรียมตัวไว้ ต่อให้อยู่สุดขอบโลกข้าก็จะแวะไปทักทาย”
ระหว่างคำสาปที่ไม่รู้ว่ามีจริงหรือไม่และจะเกิดขึ้นเมื่อใดกับการสร้างความแค้นให้กับเวิร์นผู้มีชื่อกระฉ่อนให้โลกมืด พวกลูกเรือไม่มีทางเลือกนอกจากการทอดสมอห่างออกมาจากเกาะเล็กน้อยและให้พวกเรย์ไปกันต่อด้วยเรือพายขนาดเล็ก
ตลอดเส้นทางเลาะริมหาด แอนทิสตาชวนคุยเรื่องนั้นเรื่องนี้แทบไม่หยุด ตอนนี้เธอไม่ได้เกร็งกับเวิร์นเหมือนเดิมแล้วแต่ทำเป็นเหมือนมองไม่เห็นเขาแทน ส่วนใหญ่คนที่เธอชวนคุยด้วยจึงมีเพียงแค่เรย์และลอเรนซ์
เรย์ไม่มีสมาธิกับเรื่องที่แอนทิสตายกขึ้นมา เพราะตาและหูของเขากำลังจับอะไรบางอย่างมาตลอดตั้งแต่ครู่ก่อน แล้วในที่สุดสิ่งที่เขารอคอยก็มาถึง เสียงต่อสู้ดังขึ้นจากที่ไม่ห่างออกไป
มันคือการต่อสู้ของลามินากับจอมดาบอีกสองคน ไม่เพียงแค่พวกเขาที่ตกใจ เวิร์นเองก็ตกใจที่เจอเรเซอร์กับโซแลนที่นี่
“เวิร์น ทำไมเจ้าถึงอยู่ที่นี่” โซแลนหยุดมือแล้วหันมาสนใจเวิร์นแทน
“เซฟิลให้เจ้ามาที่นี่ด้วยเหรอ ไม่สิ หมอนั่นฝากให้พวกเราสองคนมาแล้วก็ไม่น่าให้เจ้ามาอีกคน” เรเซอร์ก็หยุดมือแล้วหันมาถามเวิร์นอีกคน
“เอ๋ เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอคะ” แอนทิสตามองเวิร์นและพวกเรเซอร์สลับไปมา
“เซฟิลไม่ได้บอกให้ข้ามาหรอก” เวิร์นหยุดเว้นช่วงครู่หนึ่งก่อนที่จะพูดต่อ “ขอโทษนะ แต่ฝากไปบอกเซฟิลด้วยว่าข้าคงร่วมกลุ่มด้วยไม่ได้แล้ว”
“หมายความว่ายังไง” เสียงเรเซอร์ฟังดูน่ากลัวขึ้น
“เรื่องมันยาวขอไม่อธิบายแล้วกัน ขอโทษด้วยที่ไม่สามารถไปบอกเหตุผลกับเซฟิลด้วยตนเองได้”
“คิดว่าเหตุผลแบบนั้น ข้าจะยอมรับได้เหรอ” เรเซอร์ตะคอกใส่
“ยอมรับหรือไม่ยอมรับ พวกเจ้าก็ต้องถอยกลับไปแล้วล่ะ” ลอเรนซ์ไม่ได้เกรงกลัวอีกฝ่าย
เรย์เคยคิดว่าที่ลอเรนซ์กล้าชนทั้งคู่ซึ่ง ๆ หน้า มันเป็นเพราะเธอไม่รู้วาเรเซอร์และโซแลนเก่งกาจผิดมนุษย์แค่ไหน เช่นเดียวกับลามินาที่ทั้งสองสู้จนถึงเมื่อครู่ ตัวอันตรายสองคนนี้คือจอมดาบแห่งยุค แต่ละคนสามารถลบประเทศใดประเทศหนึ่งให้หายไปได้เพียงลำพังด้วยซ้ำ
คนที่เข้าใจผิดคือเรย์ ลอเรนซ์รู้จักทั้งคู่ดีและอาจจะดียิ่งกว่าที่เรย์รู้จักด้วยซ้ำ เรเซอร์ในโลกของเธอและอีกยี่สิบปีหลังจากนี้คืออดีตเอ็กซิคิวชันเนอร์ที่เกษียณจากงานแนวหน้า เขาหันไปรับหน้าที่ผู้อาวุโสขององค์กรแทน นอกเหนือจากนั้นเขายังเป็นผู้ฝึกสอนให้กับทั้งเธอและอัสการ์อีกด้วย
ส่วนโซแลนในโลกของเธอคืออาชญากรตัวเอ้ เรื่องเลวร้ายที่เขาทำมีมากมายจนไม่สามารถเล่าได้จบในวันเดียว ในโลกคู่ขนานตำแหน่งจอมดาบไม่มีมาตั้งแต่แรก แต่เมื่อมีการมอบตำแหน่งนี้ให้ย้อนหลัง โซแลนที่ถอนตัวจากวงการไปแล้วก็ยังได้รับเกียรตินี้
นั่นก็คือลอเรนซ์ตระหนักในความเก่งกาจของทั้งคู่ดี แต่ที่เธอกล้าปากดีใส่นั่นเพราะว่าเธอประเมินแล้วว่า ตัวเธอ เรย์และเวิร์นที่อยู่ตรงนี้ แต่ละคนแข็งแกร่งไม่ได้ด้อยไปกว่าสัตว์ประหลาดในร่างมนุษย์แบบสองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า
เรื่องที่ลอเรนซ์คิด เป็นเรื่องเดียวกับที่โซแลนกำลังไตร่ตรองอยู่ เทียบกับเรเซอร์แล้ว โซแลนใจเย็นกว่ามาก เขาไม่เพียงแค่สัมผัสความอันตรายของพวกเรย์ได้ แต่เชื่อว่าหากเกิดการปะทะขึ้นลามินาที่ตนเพิ่งสู้มาคงไม่อยู่เฉย มันจะไม่ใช่แค่การต่อสู้สองต่อสาม แต่กลายเป็นสองต่อสี่
“พวกเราต้องการคำตอบที่ดีกว่านี้” โซแลนชี้หน้าเวิร์น
“ไม่มีอะไรมาก ข้ายังมีเป้าหมายเหมือนเดิม เพียงแค่ข้าติดหนี้บุญคุณคนพวกนี้ไว้ จะไม่ช่วยก็ไม่ได้” เวิร์นตอบอย่างจนใจ
“พูดกับคนทรยศไปก็ไม่ได้อะไร ฆ่ามันเลยดีกว่า” แววตาของเรเซอร์เปลี่ยนไป เขากำลังปล่อยให้ดาบต้องสาปควบคุมตนเอง
โซแลนจับไหล่เพื่อนเขย่า “อย่าเพิ่งใจร้อนสิเว้ย ฆ่าพวกมันจะฆ่าเมื่อไรก็ได้ แต่เราควรแจ้งเรื่องนี้ให้เซฟิลรู้ก่อน นอกจากนั้นเราควรกลับไปบอกด้วยว่าเรื่องของริเธียพวกเราทำไม่สำเร็จ”
เรเซอร์ฉุนจนต้องตะโกนออกมาด้วยความหงุดหงิด เรื่องที่จัดการกับลามินาที่เป็นผู้คุ้มกันของริเธียก็เรื่องนึงแล้ว นี่ยังมาเจอเรื่องเวิร์นซ้ำเข้าไปอีก ภาพของชายตาขวางที่พร้อมจะเชือดทุกคนตรงหน้าค่อนข้างแตกต่างจากเรเซอร์วัยกลางคนที่ลอเรนซ์รู้จักอยู่มาก
หลังจากความตึงเครียดหลายสิบนาทีผ่านไปสุดท้ายสองจอมดาบก็เป็นฝ่ายยอมถอย
“เจ้าจะต้องเสียใจที่เลือกหันหลังให้กับพวกเรา” เรเซอร์ทิ้งท้ายด้วยประโยคขู่อาฆาต
เรื่องราวหลังจากนี้เป็นสิ่งที่คล้ายกับเรื่องที่เรย์เคยมีประสบการณ์มาแล้ว ลามินารู้ล่วงหน้าว่าพวกเรย์จะมาหา เธอพาทั้งสี่ไปพบกับผู้พยากรณ์เฒ่าผู้ที่เธอทำหน้าที่คุ้มกัน
ริเธียรู้งานเป็นอย่างดี แม้ว่าเธอจะรู้ว่าเรย์และลอเรนซ์เป็นใคร แต่เธอก็ไม่ได้แพร่งพรายออกมาต่อหน้าเวิร์นและแอนทิสตา เธอบอกทั้งคู่เกี่ยวกับที่อยู่ของอสูรอัญเชิญเท่านั้น
“เรย์… เจ้ารู้ใช่ไหมว่าทำอะไรพลาด”
เรย์อึกอักพูดไม่ออก ตอนแรกนึกว่าจะโดนแฉจนหมดเปลือกว่าตนไม่ใช่เรย์ของยุคนี้ แต่ริเธียกลับพูดอีกเรื่องแทน
“ตอนที่จัดการกับมอร์โด ทำไมไม่เอาไม้เท้าของมันมาด้วย”
เรย์ลืมไปเสียสนิทว่าไม้เท้าที่การ์กอยล์มอร์โดใช้มันคือหนึ่งในผนึกของอสูรอัญเชิญ ตามประวัติศาสตร์ลาโตรเป็นคนเก็บไม้เท้านั่นกลับมาเป็นที่ระลึก มันควรจะกลายเป็นอสูรอัญเชิญตัวแรกที่เก็บกลับคืนมาได้หากไม่นับตัวหนึ่งตัวที่แอนทิสตามีมาแล้วตั้งแต่แรก
“ชาวประมงที่โซดาเรียเก็บมันไว้ได้จากทะเล พวกเจ้าลองไปตามหาดู ไม่นานก็จะเจอ ส่วนอสูรอัญเชิญอีกสามตน พวกเจ้าจำที่อยู่ที่ข้าบอกได้แล้วใช่ไหม”
“ข้าจำได้แล้วค่ะ ขอบคุณนะคะท่านยาย เอ้ย ท่านริเธีย” แอนทิสตาพูดขอบคุณซ้ำอีกหลายครั้ง จนริเธียต้องยกมือขึ้นห้ามให้พอได้แล้ว
ธุระกับเวิร์นและแอนทิสตาจบลงแต่ธุระกับเรย์ยังเพิ่งจะเริ่ม ริเธียขอให้เรย์และลอเรนซ์อยู่ต่ออีกนิด เวิร์นเข้าใจทันทีว่ามันคงเป็นเรื่องที่เขาและแอนทิสตายังไม่สมควรจะรู้ เขาหิ้วคอแอนทิสตาเอาไว้และขอตัว
“พวกเราจะไปรอที่เรือ”
“เอ๋ เดี๋ยวสิคะ ข้าเดินเองได้นะ เดี๋ยวสิ!”