Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 348: ก๊อดบีสต์อลิซิลลา

ก๊อดบีสต์อลิซิลลา
ริเธียรอจนเวิร์นและแอนทิสตาเดินลับสายตาไป เธอถอนหายใจยาวแบบที่ลามินาที่อยู่ด้วยมาตลอดก็ไม่เคยเห็น
“เจ้านี่มันทำให้ทุกอย่างวุ่นไปหมดเลย”
“ท่านยายทราบทุกอย่างใช่ไหมครับ” เรย์เกาหัวแก้เขิน
“ตอนแรกยังพยายามจะทำให้เหมือนกับประวัติศาสตร์ แต่ตอนนี้ไม่สนมันแล้วสินะ”
“หมอนี่ปลงตั้งแต่ตอนหลงป่าแล้วคลาดกับลาโตรแล้วค่ะ หลังจากนั้นก็มั่วขึ้นเรื่อย ๆ” ลอเรนซ์ถือโอกาสฟ้อง
“บางอย่างข้าก็ไม่ได้เลือกนะ” เรย์พยายามแก้ตัว “อย่างที่ไปดีปบลูเฮลนี่ก็ซิกมาตัดสินใจให้ ข้าเองก็พยายามเกลี้ยกล่อมเขาแล้ว”
“หยุดแก้ตัวเถอะ ยิ่งพูดก็ยิ่งดูงี่เง่า” ลอเรนซ์กัดซ้ำอย่างไร้ความปรานี
“จะ ใจร้าย”
หญิงชราร่างเล็กถอนหายใจยาวอีกครั้ง “รู้รึเปล่า ยิ่งพวกที่มาจากอนาคตอย่างพวกเจ้าเข้ามายุ่งกับประวัตศาสตร์มากเท่าไหร่ อนาคตที่ข้ามองเห็นก็เลือนลางลงเท่านั้น ข้าไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าการผนึกเทพปีศาจในครั้งนี้จะผ่านไปด้วยดีหรือไม่”
“ไม่มีปัญหาหรอกครับ” เรย์ตอบ “ข้าเก่งกว่าตอนนั้นตั้งเยอะ นอกจากนั้นก็ไม่ได้ตัวคนเดียวด้วย มีทั้งลอเรนซ์ ทั้งเวิร์นคอยช่วย มันไม่แย่กว่าที่เคยเป็นหรอก”
เป็นครั้งที่สามที่หญิงชราถอนหายใจ “ข้าก็หวังว่ามันจะเป็นแบบนั้นนะ”
“ท่านน่าจะรู้ว่าพวกเรามาที่นี่ด้วยจุดประสงค์อื่น” ลอเรนซ์ลากกลับเข้าเรื่อง เธอเล่าเรื่องภารกิจที่ได้รับมาซึ่งดูเหมือนว่าริเธียเองก็รู้เรื่องเหล่านี้แล้ว เธอเตรียมแม้แต่แผนที่เอาไว้ให้
“นี่คือเกาะที่ผู้หญิงคนนั้นอยู่” ริเธียชี้ไปที่เกาะเล็กจิ๋วแห่งหนึ่งของหมู่เกาะไซทาเลีย จากแผนที่โลกแล้ว เกาะนั่นเป็นแค่จุดเล็ก ๆ จุดหนึ่งเท่านั้น
“ผู้หญิง” ลอเรนซ์สังเกตว่าริเธียเรียกอลิซิลลาราวกับเป็นมนุษย์
“นั่นสิจะเรียกว่าผู้หญิงได้ไหมนะ” ริเธียพึมพำ “เธอไม่ใช่มนุษย์ แต่ก็ต่างจากเดวัลทั่วไป เอาไว้เจ้าสองคนไปถึงที่นั่นก็จะเข้าใจเอง”
เมื่อจบเรื่อง เรย์และลอเรนซ์จึงขอตัวกลับ เวิร์นและแอนทิสตาน่าจะวางแผนไปเอเทเซียเพื่อจัดการกับ สเตรกอส เรกซ์และไลโอลที่อยู่ในทวีปนั้น พวกเรย์จึงตั้งใจว่าจะขอให้เรือย้อนกลับไปส่งพวกตนที่ลีโอตาร์ก่อน
“ท่านจะไม่ถามเหรอว่า ก่อนที่พวกเราจะกลับ แน่ใจรึว่าไม่มีอะไรที่อยากรู้มากกว่านี้” เรย์นึกถึงที่ริเธียเคยถามเขาในอดีตว่าเขาไม่อยากรู้เรื่องของลูกแก้วที่เหลือหรือไม่ ซึ่งตอนนั้นเขาปฏิเสธไป
คำพูดของเรย์ทำให้ริเธียถอนหายใจเป็นครั้งที่สี่ “พวกเจ้าจะไปไหนก็รีบไปเถอะ”
“ทำไมท่านยายเย็นชาจังเลยเนี่ย” เรย์ยังไม่รู้ตัว
“แล้วเจอกันใหม่” ริเธียพูดเหมือนไล่
ทุกอย่างดำเนินไปตามแผน เรือเช่าของเวิร์นกลับไปส่งเรย์และลอเรนซ์ที่ลีโอตาร์เรียบร้อย พวกเขาก็มุ่งหน้าไปที่เอเทเซียทันที ส่วนเรย์และลอเรนซ์ก็ต้องใช้เวลาอยู่พักใหญ่กว่าที่ทั้งคู่จะหาเรือที่ไปถึงเกาะที่เป็นเป้าหมายได้
เกาะซามานาเป็นเกาะขนาดเล็ก เช่นเดียวกับเกาะอื่น ๆ ของหมู่เกาะไซทาเลียที่นี่ไม่ได้มีทรัพยากรมากมาย มีหมู่บ้านเล็ก ๆ อยู่สองหมู่บ้านโดยแต่ละหมู่บ้านก็มีครอบครัวอยู่ราวสิบกว่าครอบครัว
เรย์และลอเรนซ์เพิ่งเคยมาที่เกาะนี้เป็นครั้งแรก ชาวเกาะซามานาไม่ค่อยต้อนรับคนภายนอกนัก แต่เรื่องนั้นไม่ได้มีปัญหากับเรย์เลย เขาเก่งในการทำตัวกลมกลืนกับผู้อื่น โดยเฉพาะในตอนที่เขาเริ่มทำอาหารเลี้ยงผู้คน
เรย์รู้จักอาหารของที่นี่จากตำราที่เคยอ่าน ที่เขาต้องทำการบ้านเพิ่มเล็กน้อยคือการลองจับเดวัลบางชนิดมาทำอาหารดู แน่นอนว่าเรื่องนี้เขาได้ปรึกษากับชนพื้นเมืองมาแล้วเพื่อให้แน่ใจว่าเดวัลชนิดไหนล่าได้หรือไม่ได้
“เฮ้ เรย์ วันนี้จะทำอะไรให้กินอีกเหรอ” หนุ่มชาวเกาะรายหนึ่งโบกไม้โบกมือให้เรย์ ภาพลักษณ์ของชาวเกาะที่ไม่ค่อยต้อนรับคนแปลกหน้าถูกทำลายไปหมดแล้ว อาหารของเรย์มันมีอานุภาพขนาดนั้นซ่อนอยู่
โชคดีอีกอย่างคือชาวเกาะนี้เกินกว่าครึ่งรู้จักภาษากลาง ในโลกที่ชื่อซีนภาษาไม่ใช่อุปสรรคที่กั้นขวางระหว่างมนุษย์ด้วยกัน
“นั่นสิ มีอะไรที่อยากลองอีกเยอะเลย”
“เจ้าเคยลองทำโมชารึยัง” หนุ่มชาวเกาะอธิบายเพิ่มว่ามันเป็นแกงแบบหนึ่งที่อร่อยถูกปากทุกคนบนเกาะแต่วิธีการทำยุ่งยาก ตั้งแต่ยายของเขาเสียไปเมื่อหลายปีก่อน เขาก็ไม่เคยได้กินอีกเลย บางทีคนบนเกาะที่ทำเป็นก็อาจจะไม่เหลือแล้วก็ได้
“ข้าคิดว่าทำได้นะ เคยเห็นอยู่สูตรนึงในตำราเก่า ๆ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเหมือนกับที่ยายเจ้าทำรึเปล่า”
“ลองทำดูเลย ถ้าทำได้อร่อยล่ะก็อยากได้อะไรบอกมาเลย ไม่สิ มาเป็นน้องเขยข้าเลยดีกว่า น้องสาวของข้าปีนี้ก็น่าจะถึงวัยออกเรือนได้แล้ว”
“แล้วเรื่องที่พวกข้าฝากให้สืบล่ะ ไปถึงไหนแล้ว” ลอเรนซ์ทำเป็นเมินเรื่องของน้องสาวที่เขายกขึ้นมา
“ข้าลองถามดูแล้ว แต่มันไม่น่าเป็นไปได้หรอก เกาะเล็ก ๆ แบบนี้จะไปมีสัตว์ประหลาดสุดแกร่งอย่างที่พวกเจ้าถามถึงได้ยังไง”
“พวกเราแน่ใจว่าอยู่ที่นี่แหละ แต่ไม่รู้ว่าหลบซ่อนอยู่ตรงไหน”
เรย์และลอเรนซ์ลองตระเวนสำรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง ทั้งสองแทบจะพลิกก้อนหินทุกก้อนบนเกาะแต่ก็ยังไร้เบาะแส มันเงียบสงบเสียจนหากไม่ใช่เพราะริเธียยืนยันว่าอยู่ที่นั่นพวกเขาก็คงย้ายที่ไปสำรวจที่อื่นต่อแล้ว
“หรือว่าจะหนีไปตอนที่เราขึ้นเกาะมา” ลอเรนซ์พยายามลองมองมุมอื่น ถ้าหนีไปภายหลัง คำทำนายของยายเฒ่าริเธียก็จะไม่ผิดด้วย
“เกาะเล็กแค่นี้ถ้ามีความเคลื่อนไหวแปลก ๆ ก็น่าจะมีคนรู้บ้างนะ”
“จริงสิ… ท่านริเธียเรียกเจ้านั่นว่าอะไรนะ ผู้หญิงคนนั้น… ที่เราสองคนพยายามมองหามาตลอดคือเดวัลชนิดพิเศษที่ดูดุร้ายผิดปกติ แต่พวกเราอาจจะหาผิดที่มาตลอดก็ได้”
“อลิซิลลามีรูปร่างเหมือนมนุษย์งั้นเหรอ”
คราวนี้เรย์กับลอเรนซ์ลองเปลี่ยนวิธีใหม่โดยมุ่งเป้าไปที่คน คราวนี้พวกเขาพบกับพิรุธทันที ชาวบ้านหลายคนที่เคยเป็นมิตรมีท่าทีเปลี่ยนไปหลังจากที่พวกเขาพยายามสอบถามว่าเคยมีคนนอกเข้ามาในเกาะนี้ไหม
“ทำไมชาวบ้านที่เริ่มเป็นมิตรแล้วถึงมึนตึงใส่แบบนั้นล่ะ แม้แต่ฮิวโกที่ชอบเข้ามาชวนคุยด้วยบ่อย ๆ ยังพูดพูดเองเลยว่าพวกเราจะอยู่ที่นี่อีกนานแค่ไหน”
“เจ้าเสียดายเพราะหมอนั่นเคยบอกว่าอยากยกน้องสาวให้สินะ”
“ไม่ใช่แบบนั้นซะหน่อย อุตส่าห์เลี้ยงข้าวตั้งหลายมื้อจนญาติดีกันแล้ว อยู่ ๆ ก็เปลี่ยนท่าทีจากหน้ามือเป็นหลังมือ ตอนนี้หน้าพวกเรายังไม่อยากจะมองเลย”
“แบบนี้ก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ”
“ดียังไง ข้าไม่เห็นเข้าใจ”
“แสดงว่าพวกเราสืบมาถูกทางแล้วยังไงล่ะ ชาวบ้านไม่เพียงแค่รู้จักอลิซิลลา แต่พวกเขาปกป้องเธอเอาไว้ด้วย บางทีสิ่งที่ข้ารออยู่อาจจะมาถึงเร็วกว่าที่คาดก็ได้”
เรย์ไม่เข้าใจว่าลอเรนซ์หมายถึงอะไร รออะไรอยู่ ส่วนเธอก็ไม่ได้อธิบายเพิ่ม เธอคิดว่าไม่ให้เรย์รู้อะไรมากไปกว่านี้จะดีที่สุด
ระหว่างทำมื้อเย็น เรย์สังเกตว่าลอเรนซ์พูดคุยกระซิบกระซาบอยู่คนเดียว เขาเดาว่าเธอน่าจะเรียกวิญญาณแถวนี้มาใช้งาน หากลอเรนซ์ไม่ทำให้วิญญาณปรากฏขึ้นเรย์ก็ไม่รู้ว่าพวกเขากำลังบอกอะไรกับลอเรนซ์
เรย์ทำโมชาสูตรใหม่ที่เขาดัดแปลงโดยการใส่นมลงไปเพิ่ม แต่ว่ามื้อนั้นทั้งเขาและลอเรนซ์ไม่มีโอกาสได้ลิ้มลอง ก่อนที่อาหารจะเข้าปาก ชาวบ้านจำนวนมากก็บุกโจมตีแคมป์ของพวกเขา
ชาวบ้านมีมากมายราวกับว่ายกกันมาแทบทั้งเกาะ ทั้งผู้ชาย ผู้หญิง เด็กวัยรุ่นไปจนถึงคนแก่ บางคนดีหน่อยก็มีอาวุธดาบติดมือมาด้วย แต่ที่เหลือมีแต่อาวุธที่ดูน่าสงสาร มีอีกไม่น้อยที่ใช้อาวุธที่นำพืชที่คล้ายต้นไผ่มาเหลาจนแหลม
“แย่แล้ว พวกนี้เอาจริงใช่ไหมเนี่ย” เรย์ร้องด้วยความตกใจ เขาไม่กล้าลงมือกับชาวบ้านพวกนี้
“ตอบโต้ไปซะ แค่อย่าให้ถึงตายก็พอ”
ลอเรนซ์ยั้งมือแล้ว เธอลดความแรงของกระสุนลงจนถึงขนาดที่ต้องเรียกว่ากดพลังไว้แทบมิด กระนั้นเองกระสุนก็ยังแรงพอ ๆ กับกำปั้นของผู้ชายตัวใหญ่ ๆ คนหนึ่ง ทุกนัดที่เธอยิงออกไปเรย์ไม่แปลกใจเลยถ้าจะมีใครพลาดพลั้งถึงแก่ชีวิต
“หนักไป ๆ เบาลงอีก” เรย์ตะโกนบอก
“เงียบน่า พวกนี้เอาจริงนะ อยากโดนไม้โดนมีดพวกนี้จิ้มทะลุพุงเหรอ”
เรย์รู้สึกเจ็บปวดหัวใจที่ต้องทำร้ายชาวบ้าน แล้วยิ่งเมื่อพบว่าฮิวโกที่เขาสนิทที่สุดในเกาะนี้ก็อยู่ในกลุ่มคนที่เข้ามาโจมตี เขาจินตนาการไม่ออกตนจะทำร้ายฮิวโกได้อย่างไร
แต่ลอเรนซ์นั้นแตกต่าง เธอเบนปากกระบอกปืนไปทางฮิวโก เรย์สัมผัสได้ว่ามันมีจิตสังหารอยู่ในนั้น กระสุนวิญญาณนัดต่อไปลอเรนซ์ไม่ได้กดพลังเอาไว้ เธอตั้งใจฆ่า
“อย่าาา” เรย์ตะโกนห้ามแต่ไม่ทันแล้วกระสุนพุ่งออกไปก่อนหน้านั้นเพียงเศษเสี้ยวของวินาที
มันพุ่งตรงไปที่หัวของฮิวโก มันเร็วมากจนอีกฝ่ายมองไม่เห็นด้วยซ้ำ เขาไม่รู้ตัวว่าหัวของตัวเองอาจระเบิดเป็นเสี่ยงจากอำนาจกระสุนวิญญาณ
ร่าง ๆ หนึ่งพุ่งออกมาขวางหน้าฮิวโก เธอใช้ฝ่ามือเปล่า ๆ ปัดกระสุนของลอเรนซ์ทิ้งอย่างง่ายดาย
“เสียท่าจนได้นะ” ร่างนั้นแสยะยิ้ม เรย์จำได้ว่าเคยเห็นเธอมาก่อน สาวผมสั้นท่าทางร่าเริงคนนี้คือน้องสาวของฮิวโก แต่เธอไม่เหมือนกับตอนที่เรย์เคยเจอ
ผมสีน้ำตาลค่อย ๆ จางลงจนกลายเป็นสีขาว มือที่ใช้ปัดกระสุนปรากฏกรงเล็บงอกยาวขึ้น ใบหน้าที่ซีดขาวของเธอมีลายเป็นริ้วสีชมพูสองเส้นปรากฏขึ้นที่ใกล้โหนกแก้ม ดวงตาจากสีดำเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอำพัน หูที่เคยเข้าใจว่าถูกทรงผมบังไว้จนมิดปรากฏขึ้นในลักษณะที่คล้ายกับหูของแมว
“ไม่จริงน่า น้องสาวของฮิวโก คือดีไวน์เฟลิส… เป็นอลิซิลลางั้นเหรอ”