Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 35: ล้างครู
เป้าหมายของการฝึกคือดีวานต้องใช้เมกะไฟร์ยิงให้ถูกอสูรเพลิงจนครบหนึ่งพันครั้งภายในสามวัน มันไม่ได้ยุ่งยากแค่เขาต้องฝืนร่ายเวทอย่างต่อเนื่อง แต่เจ้าอสูรอัญเชิญก็ไม่ได้อยู่เป็นเป้านิ่งให้โจมตีด้วย
เวทมนตร์นี้คือคาถาสูงสุดที่ดีวานสามารถใช้ได้ อัลไคเซอร์รู้ดีว่าขีดจำกัดของดีวานอยู่ที่ประมาณห้าถึงหกครั้งก่อนที่พลังเวทของเขาจะหมด เขาจึงเตรียมยาฟื้นฟูเวทมนตร์ไว้ให้ดีวานหลายพันขวด
ยาทำให้ดีวานสามารถร่ายคาถาได้อีกแต่มันไม่ได้ช่วยเยียวยาความอ่อนล้า ยิ่งฝืนร่ายเวทต่อเขารู้สึกเหมือนร่างจะแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ
“อะไรนี่ยังไม่ครึ่งวันเลยนะ หมดแรงซะแล้วเหรอ” อัลไคเซอร์แสยะยิ้ม มันทำให้ดีวานแทบของขึ้น
“เตรียมยาไว้ให้เพิ่มเถอะ เดี๋ยวก็หมดแล้ว” ดีวานหอบจนตัวโยน เขาเหนื่อยแทบขาดใจแต่ไฟในดวงตายังลุกโชน
ด้วยความเร็วในการพัฒนาที่ไม่ธรรมดา ดีวานเริ่มชินกับการใช้เวทระดับเมกะมากขึ้น ขีดจำกัดจากห้าถึงหกครั้งก่อนที่จะหมด ก็กลายเป็นเกือบสิบครั้ง ความแม่นยำ ความเร็วในการเตรียมก่อนที่จะยิง และความรุนแรงของเวทก็เพิ่มขึ้นโดยที่เขาไม่รู้ตัว
“ห้าร้อยยย” ดีวานทรุดลงไป เลือดกำเดาไหล ร่างกายและจิตใจของเขาล้วนได้รับความเสียหาย จำนวนครั้งที่เขาทำได้บอกว่าเขามาถึงครึ่งทางของความสำเร็จแล้ว แต่ยังเหลือเวลาอีกแค่วันเดียว ซึ่งเขาไม่อยากให้เวลาผ่านไปอย่างไร้ค่า แต่เขาไม่ไหวแล้ว ตอนนี้เขาหมดสติไปอย่างฝืนไว้ไม่ได้
ในขณะที่หมดสติ ดีวานฝันถึงเรื่องราวมากมาย ภาพในวัยเด็กย้อนกลับมา คำพูดของแม่ที่ย้ำเตือนว่าเขามีสายเลือดเทพแห่งการต่อสู้และเขามีหน้าที่ต้องนำชื่อเสียงมาสู่วงศ์ตระกูล มันเป็นความกดดันที่หนักหน่วงสำหรับเขาที่ตอนนั้นยังเป็นเพียงแค่เด็กตัวเล็ก ๆ
จากนั้นเขาฝันว่าได้พบกับทีนาผู้ที่เขาเทิดทูนมาตลอด ทีนาขอบคุณที่เขามองเธอเป็นคนสำคัญและขอบคุณในความเสียสละที่เขาทำเพื่อประเทศ
“ข้าขอโทษ เพราะข้ามันอ่อนแอจึงช่วยท่านไว้ไม่ได้” มันคือประโยคสุดท้ายที่เขาพูดก่อนที่ทีนาจะค่อย ๆ เลือนหายไป ทีนาพยายามบอกบางอย่างกับเขาแต่ดีวานไม่ได้ยินเสียงนั้น
ดีวานฟื้นแล้ว และพบว่าตนกำลังได้รับการรักษาโดยนักบวช ความเจ็บปวดจากการฝืนใช้เวทลดลงและร่างกายที่เสียหายก็กลับมาอยู่ในสภาพที่ดีขึ้น
“เหลืออีกไม่ถึงหนึ่งวันแล้ว จะทันไหมนะ” อัลไคเซอร์แสดงความกังวลออกมาแทนเขา
“ก็ต้องลองดูสักตั้ง” ดีวานฝืนยิ้ม
พวกเขาพากันออกไปยังที่ฝึกฝน อัลไคเซอร์มองการเคลื่อนไหวของดีวานแล้วรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาอย่างน่าประหลาดทั้งที่ก่อนหน้านี้เขามองไปยังหาวไป เขาหวนคิดถึงข่าวลือว่าตระกูลอเล็กซีสของดีวานคือทายาทของเทพเดวานอส เขาเคยเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง จนกระทั่งผ่านมาถึงวันนี้เขาได้เห็นการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของดีวานและเกิดความสงสัยขึ้นในใจว่าข่าวลืออาจเป็นความจริง
เวทมนตร์ไม่ใช่เพียงความก้าวหน้าเดียวที่น่าตื่นตา การเคลื่อนไหวของเขาก็เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน เพื่อให้การยิงเวทแต่ละครั้งไม่เสียเปล่า ดีวานเรียนรู้การจับสัมผัสจะดักทิศทางอสูรเพลิงได้อย่างแม่นยำ หลายครั้งหลายหนที่เขาสามารถเข้าประชิดและยิงเวทอัดใส่อีกฝ่ายในสภาพที่ไร้ทางหนี
“กิกะไฟร์” เป็นอีกครั้งที่ทำให้อัลไคเซอร์ต้องตกใจ ดีวานสามารถใช้เวทที่เหนือกว่าเมกะไฟร์ได้แล้ว
“ต่อให้ใช้กิกะไฟร์ได้ จำนวนที่ยังต้องยิงได้ครบก็ไม่ได้เปลี่ยนหรอกนะ”
“รู้แล้วน่า แต่ถ้าไม่ฝืนให้ถึงที่สุดก็ไม่เก่งขึ้นใช่ไหมล่ะ ต่อไปนี้ข้าจะใช้กิกะไฟร์ยิงแทน”
“ไอ้เด็กอวดดีเอ๊ย” อัลไคเซอร์หัวเราะลั่น “งั้นก็เอาให้เต็มที่ ยาน่ะยังมีอีกเยอะ”
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เวลาที่อัลไคเซอร์มอบให้ใกล้หมดเต็มที ส่วนจำนวนที่ดีวานต้องทำให้สำเร็จก็เหลืออีกไม่กี่สิบครั้ง อัลไคเซอร์แน่ใจว่าดีวานคงทำได้ไม่ทันโดยขาดไปอย่างเฉียดฉิว แต่เขาก็ไม่ได้ผิดหวังเพราะดีวานในตอนนี้แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมตามที่ตั้งใจแล้ว
“มัลติกิกะไฟร์” ดีวานร่ายเวทใหม่อีกครั้ง มันคือเวทที่เขาเคยศึกษาแต่ไม่เคยมีพลังเวทและความเชี่ยวชาญพอจะใช้ได้ แต่เวลานี้มันไม่ได้เกินกว่าระดับของเขาแล้ว
เปลวไฟในมือพวยพุ่งแล้วแยกออกเป็นสิบสาย มันโอบล้อมอสูรเพลิงจากทุกด้านก่อนที่จะพุ่งเข้าใส่พร้อมกับ ถ้าอีกฝ่ายไม่ได้มีร่างเป็นเปลวไฟมันคงเป็นการย่างสดที่น่าสยดสยองที่สุด
“อันนี้นับเป็นสิบครั้งได้ไหม” ดีวานยิ้มแห้ง ๆ เขารู้ว่าหมดเวลาแล้ว นี่คือการเสี่ยงดวงครั้งสุดท้าย
“ได้แน่นอน” อัลไคเซอร์หัวเราะในลำคอ “ครบพันครั้งแล้ว งั้นคงต้องให้รางวัลสักหน่อย”
“รางวัล”
“จำให้ได้ จะทำให้ดูแค่ครั้งเดียวเท่านั้น”
เปลวเพลิงก่อตัวขึ้นที่มือของอัลไคเซอร์ มันแตกต่างจากไฟที่ดีวานเคยเห็นมา เพราะมันคือไฟสีดำ!
ดีวานเตรียมตัวออกเดินทางอีกครั้งหลังจากที่เขาฟื้นตัวจนกลับมาอยู่ในสภาพสมบูรณ์อีกครั้ง อัลไคเซอร์ไม่อยู่รอแต่ออกเดินทางไปก่อน ไม่ได้ให้เขามีโอกาสขอบคุณและขอโทษที่เคยเสียมารยาทใส่หลายครั้ง และก่อนจะออกเดินทาง นอกจากวิชาสุดท้ายที่มอบให้ อัลไคเซอร์ยังทิ้งของขวัญอีกชิ้นฝากไว้กับทหารด้วย
“นี่ครับ ชุดเกราะที่ท่านอัลไคเซอร์ฝากไว้ให้” ทหารพาดีวานไปที่กระโจมเก่าของอัลไคเซอร์ ที่นั่นมีชุดเกราะเหมือนกับที่เขาเคยใช้สมัยเป็นสามพาลาดินศักดิ์สิทธิ์ สิ่งที่ต่างกันคือสีขาวลายทองของชุดเดิมถูกเปลี่ยนเป็นสีดำและแดง
…นี่ประชดที่ข้าไม่ใช่พาลาดินแล้วหรือเปล่านะ…
“มีข้อความฝากไว้ด้วยครับ” ทหารกระแอมก่อนที่จะพูดต่อ “ชุดเกราะนี้เป็นของกำนัลจากองค์ราชินี ท่านหวังว่าท่านจะใช้สิ่งนี้ให้เป็นประโยชน์ในการปราบปรามคนชั่วและปกป้องคนอ่อนแอสืบไป”
ดีวานโค้งขอบคุณทหารที่เป็นธุระให้อีกครั้ง เขาเหม่อมองเกราะสีดำแล้วนึกถึงคำพูดของอัลไคเซอร์ก่อนที่จะจากไป ตาแก่ในร่างเด็กหนุ่มย้ำกับเขาว่าการสูญเสียพลังของพาลาดินไปไม่ใช่สาเหตุที่เขาอ่อนแอลง มันมาจากเพราะเขาไม่ยอมรับตัวตนในตอนนี้ต่างหาก
…ใช่แล้ว จะมามัวเสียใจในสิ่งที่เสียไปแล้วก็ไม่มีประโยชน์ ต้องเชื่อมั่นในหนทางใหม่ ๆ ที่เปิดขึ้นมาต่างหาก...
บริเวณชายแดนระหว่างเอเทเซียและเรวาเรนท์ วอลโดประหลาดใจเพราะคนที่รอเขาอยู่คือดีวานที่มีบรรยากาศแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
“เก่งนี่ ทั้งที่ข้าย้ายที่ไปเรื่อยก็ยังอุตส่าห์ตามหาข้าจนเจอ แล้วนั่นตาเจ้า…”
“เลิกพล่ามน่ารำคาญได้แล้ว” ดีวานตัดบทด้วยเสียงแข็งและห้วน ตาเขาจ้องวอลโดราวกับว่าถ้าฆ่าฟันอีกฝ่ายให้ตายไปได้ด้วยการจ้องใส่ เขาคงทำลงไปแล้ว
“ไม่เจอกันพักเดียว มารยาทเจ้าแย่ลงนะ สงสัยต้องให้อาจารย์ผู้นี้ช่วยดัดสันดานให้” วอลโดว่าพร้อมกับตวัดสองมือเป็นวงกลม จากนั้นดาบทั้งเก้าเล่มก็พุ่งมาจากด้านหลังของเขา
ดาบเล่มแรกคือดาบสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ฟเลนนิรัสที่เคยเป็นของทีนา เล่มที่สองและสามคือฟราคาเรียนกับกลาเซียส ทั้งสามเป็นดาบที่น่ากลัวแต่ก็ไม่ได้ทำให้ดีวานหนักใจ ที่เขาคิดอยู่ว่าต้องระวังคือชาโดว์เอจซึ่งสามารถเล่นงานเขาเข้าที่เงาตอนทีเผลอได้
แต่มันไม่ได้อยู่ในห้าเล่มของวอลโดที่เข้าโจมตีเขาอยู่ วอลโดยังใช้ดาบธรรมดาเพื่อเป็นนกต่อ เขาซ่อนชาโดว์เอจเอาไว้และคงกะไว้ว่าจะใช้ตอนทีเผลอ
ดีวานเบี่ยงหลบความเร็วปานสายฟ้าของฟเลนนิรัสได้ ในขณะเดียวกันก็พุ่งเข้าใส่กลาเซียสที่กำลังกลายเป็นก้อนน้ำแข็งยักษ์ เพลิงที่ถูกส่งไปห่อหุ้มละลายน้ำแข็งในชั่วอึดใจ เปิดโอกาสให้เขาฟันใส่กลาเซียสจนกระเด็น แล้วดีวานก็ร่ายกิกะไฟร์ใส่ดาบที่เหลือ
ดาบทั้งหกนอกจากฟราคาเรียนระเหิดหายไปจากความร้อนที่เหนือธรรมดา วอลโดฉวยจังหวะนั้นควบคุมฟราคาเรียนพุ่งแทง แต่ดีวานรีบใช้ดาบฟราคาเรียนเทียมกันเอาไว้ได้
แรงปะทะมหาศาลทำให้ดีวานถูกดันออกไป สิ่งเดียวที่กั้นอยู่ระหว่างอกของเขาและฟราคาเรียน คือดาบเลียนแบบที่ด็อกมามอบให้
ดีวานพยายามฝืนดันกลับ แต่ดาบที่ถูกอีกฝ่ายควบคุมไว้ได้มีพลังเหนือกว่ามาก เขาได้ยินเสียงของรอยร้าวที่เกิดขึ้นกับดาบในมือตนและรู้ว่ามันจะทนอยู่ได้อีกไม่นาน
วอลโดควรจะซ้ำด้วยดาบที่เหลือ แต่ตอนนั้นเขานึกสนุกขึ้นมา ถ้าอดีตพาลาดินแห่งไฟต้องมาตายด้วยเวทมนตร์ที่เขาภูมิใจมันคงน่าขบขันไม่น้อย วอลโดปลดปล่อยเพลิงสีขาวจากดาบและมันก็กลืนดีวานหายไปทั้งร่าง เพลิงขนาดใหญ่ลุกท่วมร่างของดีวาน เดิมทีมันคือพลังที่ใช้ได้ผลดีกับอะไรก็ตามที่มีความชั่วร้ายในจิตใจ วอลโดรู้สึกถึงความมืดในจิตของดีวานเขาจึงมั่นใจว่ามันจะได้ผล
“จบสิ้นกันที” เขากระตุกยิ้มแต่มันก็อยู่ได้ไม่นานนัก สีขาวของเพลิงกำลังถูกย้อมด้วยสีดำแทน
กองเพลิงสีดำเริ่มเคลื่อนไหวเข้ามาใกล้และเร่งความเร็วขึ้น ในนั้นวอลโดเห็นอย่างชัดเจนว่ามีเงาของดีวานอยู่ เขาไม่เพียงยังไม่ตายแต่ยังสามารถเคลื่อนที่ได้อีก
วอลโดเรียกดาบทั้งสองเล่มกลับมาถือไว้ที่มือ เขาโบกมันไปมาจากนั้นดาบใหม่ที่ซ่อนไว้ก็พุ่งออกมาจากพื้น วอลโดซ่อนดาบจำนวนมากไว้ด้วยพลังของชาโดว์เอจ พวกมันกระจายออกแล้วรุมเข้าแทงดีวานจากทุกทิศทาง
ดาบเหล่านั้นไม่ถึงตัวดีวาน มันไม่สามารถฝ่ากำแพงเพลิงสีดำเข้าไปได้ พวกมันถ้าไม่ละลายหายไปหมดจากความร้อนมหาศาลก็ถูกดีวานที่ซ่อนตัวอยู่ในเพลิงดำฟันหักเป็นชิ้น ๆ
วอลโดเริ่มเห็นท่าไม่ดี เขาไม่สามารถทำเป็นเล่นได้อีกต่อไป และการโจมตีครั้งต่อไปจะหมายถึงจุดจบของดีวาน เขาเรียกดาบมาเพิ่มเรียงมันต่อเป็นเส้นตรง และพุ่งเข้าใส่อีกครั้ง
ดีวานจับได้ว่ามันไม่ใช่แค่การเรียงดาบต่อแถวกันเท่านั้น ดาบแต่ละเล่มถูกอัดพลังของน้ำแข็งศักดิ์สิทธิ์มาเต็มกำลัง เขารู้ว่าคราวนี้เพลิงดำจะหยุดมันไว้ไม่ได้
เมื่อดาบเจ็ดเล่มทะลุผ่านเพลิงดำออกไปได้ วอลโดรู้ว่าดีวานไม่ได้อยู่ในไฟนั่นแล้ว เขาแน่ใจว่าดีวานกระโดดออกมาก่อนหน้านั้น สิ่งที่เกิดขึ้นดูเหมือนเป็นกลลวงของดีวาน หลอกให้เขาโจมตี
ทันใดนั้น วอลโดเงยหน้าขึ้นและเห็นดีวานลอยลงมาพร้อมกับจับดาบสองมือไว้เหนือหัว ท่าทางแบบนั้นดูอย่างไรก็เป็นการฟันลงมาตรง ๆ อย่างสุดแรง เขาแสยะยิ้มเมื่อรู้สึกถึงกลุ่มก้อนความร้อนที่มาจากด้านหลังแทนที่จะเป็นข้างหน้า เขาคิดว่าสิ่งที่เห็นด้านหน้าคือภาพลวงตา ชาโดว์เอจปรากฏขึ้นจากเงาของเขา วอลโดเหลียวหลังกลับมาดูให้แน่ใจว่าตัวจริงของดีวานซึ่งจะซุ่มโจมตีจะถูกอาวุธลับของเขาเล่นงาน ดาบโค้งสีดำปักเข้าที่อกของดีวานอย่างแม่นยำ