Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 354: ศึกของเบียรา
หลังจากการแนะนำตัวบนเวทีจบลง เวลาแห่งการแข่งขันก็เริ่มขึ้น ทั้งสองฝ่ายต่างส่งตัวแทนของตนออกมาในขณะที่ผู้เข้าแข่งขันคนที่เหลือถอยลงไปรออยู่ข้างเวที
“จะดีเหรอให้ข้าเริ่มก่อนเนี่ย ถ้าข้าจัดการอีกฝ่ายหมดทุกคนก็อย่าว่ากันเลยนะ” เบียราหันมากึ่งหยอกกึ่งจริงกับเรย์ เขาเห็นรอยยิ้มของสาวใหญ่ก็เผลอหน้าแดงขึ้นมา
คู่ต่อสู้ของเบียราคือบัสเซล สมาชิกเก่าแก่ของรีเวนเจอร์ที่เบียรารู้จักหน้าค่าตาและฝีมือกันเป็นอย่างดี ชายกลางคนหนวดเคราครึ้มขึ้นเวทีพร้อมกับดาบเล่มใหญ่ ชุดของเขามีสภาพเหมือนกึ่งเปลือย มีกางเกงขาสั้นแค่ตัวเดียว ไม่มีเสื้อหรืออุปกรณ์ป้องกันอื่น
“ไม่เจอกันแค่ปีเดียว รูปร่างดูเปลี่ยนไปเยอะเลยนะคะ”
“ข้าฝึกหนักมาทั้งปีก็เพื่อมาล้างอายในศึกครั้งก่อน”
“แล้วก็ครั้งก่อนของครั้งก่อน รวมถึงครั้งก่อนหน้านั้นอีกสามสี่ครั้งด้วย”
“เงียบไปเลย” บัสเซลคำรามจนหนวดเคราสั่น
ฝ่ายรีเวนเจอร์เป็นผู้ลงมือก่อน ความเร็วของเขานับว่าไม่เลวเมื่อเทียบกับร่างที่ใหญ่โตกว่ามาตรฐาน ดาบแรกของเขาพลาดเป้าไปเพราะเบียรากระโดดถอยหลังเพื่อทิ้งระยะเพิ่ม แต่ตอนนั้นเองที่ความสามารถที่แท้จริงของบัสเซลเพิ่งเริ่มต้น
แขนของนักสู้วัยกลางคนยืดออกได้!
เรย์น่าจะตกใจกว่านี้ หากไม่เพราะว่าเขาเคยได้ยินเรื่องของวิชานี้มาก่อน ซิกมาเล่าว่ามีวิชาหนึ่งที่ผู้ใช้สามารถจัดเรียงกระดูกในร่างได้ใหม่ พวกเขาสามารถปลดข้อต่อกระดูกทุกชิ้น ใช้กล้ามเนื้อควบคุมมันและทำให้อวัยวะในร่างสามารถยืดออกไปได้เล็กน้อย
“เข้าท่าดีเหมือนกันนะ” เรย์ชื่นชม เขาเห็นการควบคุมระยะแบบนี้แล้วนึกถึงดาบที่ยืดได้ของเอ็ดวาน
“เข้าท่าตรงไหน ถ้ายืดได้เป็นสิบเมตรก็ว่าไปอย่าง แถมยังดูท่าจะเจ็บปวดในการใช้ด้วยนะนั่น” ลอเรนซ์ชี้ให้ดูสีหน้าที่กลั้นความรู้สึกของบัสเซล
“มันเพิ่งจะเริ่มเท่านั้นแหละ!” ชายหนวดเฟิ้มตะโกนอย่างหงุดหงิดที่เขาฟันไม่โดนเบียรา
“พลังกล้ามเนื้อและวิชาจัดเรียงกระดูกน่าชื่นชมมากค่ะ ก้าวหน้าขึ้นจากปีก่อนมากทีเดียว แต่ในเมื่อเลือกจะเป็นผู้ใช้ดาบแล้ว ท่านควรพัฒนาฝีมือดาบให้โดดเด่นมากกว่านี้”
บัสเซลเร่งความเร็วขึ้นพร้อมกับใช้วิชาจัดเรียกกระดูกยืดระยะให้มากขึ้นไปอีก เขาดูเหมือนมนุษย์ประหลาดที่มีแขนขายาวกว่าคนทั่วไปเท่าตัวและไม่เพียงแค่ยืดยาวอย่างไร้ประโยชน์ แขนและขาทุกข้างของเขามีสภาพไม่ต่างจากแส้ที่มีขนาดความใหญ่เท่าท่อนซุง
การโจมตีของบัสเซลทำให้เวทีที่ทำจากวัสดุพิเศษถึงกับแตกร้าว เบียราถูกต้อนให้เข้าไปติดขอบเวทีแต่ว่าคนอย่างเธอไม่มีทางจนมุมได้ง่าย ๆ เทคนิคการเคลื่อนไหวด้วยการสลับเท้าไปมาอย่างซับซ้อนมันทำให้เบียราไปโผล่อีกมุมของเวทีได้อย่างเหลือเชื่อ
“สู้เขาครับ คุณเบียรา” เรย์ร้องตะโกนเชียร์ ส่วนลอเรนซ์รู้สึกหมั่นไส้ที่เขาเชียร์ออกนอกหน้านอกตา นี่ถ้าหากถึงตาที่เธอต้องลงแข่งและเขาไม่เชียร์สุดใจขนาดนี้ล่ะก็…
เบียราตั้งใจว่าจะรอให้บัสเซลอ่อนแรงลง แต่ผลที่ได้กลับตรงกันข้าม เขาไม่เพียงแรงดีไม่มีตก เขากลับยิ่งเคลื่อนไหวได้รวดเร็วและรุนแรงขึ้น
“ฝืนเต็มที่เลย นี่ไม่สนเลยรึไงว่า ร่างตัวเองจะพังไปซะก่อน”
“เห็นว่าจะใกล้จะวางมือจากการเป็นนักผจญภัย ศึกครั้งนี้อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วก็ได้ เลยกะทิ้งทวนเต็มที่เลยไงล่ะ” ลอเรนซ์แอบเปิดอ่านข้อมูลที่จดไว้ มันคือข้อมูลของคู่แข่งที่เธอสืบมาได้ก่อนหน้านี้
เบียรามองคู่ต่อสู้อย่างใจเย็น เธอกำลังวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของบัสเซลที่ซับซ้อนขึ้นจากความยาวของแขนและขาที่เพิ่มขึ้น ในที่สุดเธอก็เริ่มขยับ
เบียรามองเห็นทุกอย่างชัดเจน ทุกการเคลื่อนไหวของบัสเซลอยู่ในการคำนวณทั้งหมดแล้ว เธอไม่ได้กระโดดหลบไปมาแต่เบี่ยงหลบคมดาบในระยะแค่เบี่ยงตัวหลบ ขาสองก้าวคืบไปข้างหน้าทีละนิดจนกระทั่งอีกฝ่ายเข้ามาอยู่ในวิถีดาบ
รวดเร็วและงดงาม เพียงแค่ดาบเดียวเท่านั้น การเคลื่อนไหวของบัสเซลก็ถูกหยุดโดยสมบูรณ์ กล้ามเนื้อที่เขาภาคภูมิใจว่าแข็งแกร่งเหมือนกับเหล็กกล้าไม่สามารถรับคมดาบของเบียราได้ แผลใหญ่ปรากฏขึ้นที่กลางอกพร้อมกับเลือดที่ทะลักออกมาราวกับน้ำตก
ในสายตาของคนทั่วไปเบียรายั้งมือเอาไว้แล้ว แผลใหญ่นั้นถึงจะดูร้ายแรงแต่ก็ไม่ถึงกับชีวิต อีกฝ่ายหมดสติไปหลังจากนั้นและถูกตัดสินให้แพ้ก่อนที่ร่างของเขาจะถูกหามออกไปจากเวทีเพื่อพาไปรักษาต่อ
แต่สำหรับเรย์ เวิร์น ลอเรนซ์และอลิซิลลาทั้งสี่มองเห็นอะไรมากกว่านั้น วิชาดาบของเบียราคล้ายกับดาบความถี่สูงที่พวกไซเลนเซอร์ใช้กัน เธอใช้การสั่นสะเทือนที่แทบมองไม่เห็นทำให้ดาบมีพลังทำลายเพิ่มขึ้น เบียราเลี่ยงใช้คมดาบในการเล่นงานบัสเซล แต่เธอใช้การสั่นสะเทือนทำกระดูกของเขาหักไปหลายท่อน
ไม่ใช่เพราะเบียราเหี้ยมโหด แต่เธอรู้จักวิชาของบัสเซลดี แผลเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือกระดูกหักไม่กี่ท่อน ด้วยวิชาเคลื่อนกระดูกเขาจะรักษาตัวและสู้ต่อไปได้ ความเมตตาที่แท้จริงไม่ใช่การโจมตีแบบยั้งมือแล้วปล่อยให้อีกฝ่ายยังฝืนสู้ต่อไป แต่มันคือการทำให้แน่ใจว่าบัสเซลจะไม่ลุกขึ้นมาอีกในศึกนี้
แล้วหัวหน้าสาขาเมืองกัสอย่างเบียราก็ทำได้สำเร็จ
“ยังทั้งงดงามและแข็งแกร่งเหมือนเคยนะ” คู่ต่อสู้คนต่อไปกล่าวขณะที่ขึ้นไปรอเริ่มรอบต่อไปบนเวที
“ท่านไม่ใช่มือสุดท้ายเหรอ” (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
“น่าเสียดาย แต่ปีนี้ข้าไม่ใช่คนที่แกร่งที่สุดของรีเวนเจอร์หรอก”
เบียราเชื่อว่ามันไม่ใช่คำขู่ และเธอเริ่มกังวลขึ้นมาบ้าง เขากับเธอมีฝีมือก่ำกึ่งกัน หากซาซากิยังมีฝีมือด้อยกว่าพวกสมาชิกทั้งสาม งานนี้อาจจะเกินมือเธอไปก็ได้
…อย่าเสียสมาธิ หน้าที่ของข้าคือล้มซาซากิให้ได้ก่อน หลังจากนั้นก็ต้องฝากพวกเรย์ให้รับมือกับคนที่เหลือ…
โอนิมารุ ซาซากิตามวิธีการอ่านโดยใช้ชื่อสกุลขึ้นก่อนแบบชาวซิแปง เขาเป็นอีกหนึ่งนักดาบฝีมือดีของยุคนี้ วิชาของซาซากิจะทำให้เขาสามารถมองหากระแสคลื่นลมในอากาศ
กระแสที่พูดถึงไม่ใช่กระแสของอากาศ แต่มันคือเค้าลางการเคลื่อนไหวที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไป มันเกือบจะเรียกได้ว่าซาซากิมีวิชาที่สามารถอ่านอนาคตได้ และหากเขาฟันลงไปในกระแสที่เห็น ผลลัพธ์ที่จะตามมาก็คือความเสียหายร้ายแรงของศัตรู
น่าเสียดายที่กระแสคลื่นที่ซาซากิมองเห็นไม่ได้หยุดนิ่งอยู่กับที่ กระแสนี้จะเคลื่อนไหวไปมาและอาจแปรเปลี่ยนเป็นคลื่นที่ไหลเชี่ยวกราก มันคืออนาคตที่ยังไม่ได้ถูกกำหนดไว้แน่นอน ในวินาทีหนึ่งหากเขาฟันลงไปถูกจังหวะ แม้ศัตรูขณะจะเหนือกว่า เขาก็อาจเอาชนะได้ภายในดาบเดียว
เบียรามองไม่เห็นกระแสคลื่นที่ซาซากิมองเห็น เธอเพียงแค่สัมผัสได้ถึงอันตรายของดาบซาซากิ บางจังหวะเธอรู้สึกว่าต้องหลบแม้จะมั่นใจว่าระยะของดาบจากอีกฝ่ายฟันมาไม่ถึง
ทั้งสองฝ่ายเคลื่อนไหวราวกับการแสดงลีลาศบนเวที มีทั้งหมุนตัวฟาดฟันดาบ กระโจนโฉบไปมา ฟันจากทางซ้ายทีขวาที และอีกหลายครั้งที่พวกเขาใช้กับหมัดและเท้าเข้าช่วยด้วย
เรย์ลุ้นการต่อสู้จนนั่งไม่ติดเก้าอี้ หากไม่มีกฎห้ามเอาไว้เขาคงแทบขึ้นไปยืนลุ้นอยู่บนเวทีไปแล้ว
“ระวังนะครับ” เรย์ตะโกนส่งเสียง แต่ดูเหมือนว่าเสียงของเขาจะถูกกลืนหายไป ที่นั่งคนดูทั้งสี่ทิศนอกจากสมาชิกของกิลด์ทั้งสองฝ่ายแล้วก็ยังมีชาวเมืองนี้เข้ามาร่วมชมด้วย และแน่นอนว่าชาวเมืองส่วนใหญ่ถือหางข้างรีเวนเจอร์มากกว่าอุสทรินาที่มาจากเมืองหลวง
“ออกนอกหน้าจังเลยนะ” ลอเรนซ์เห็นท่าทางกระตือรือร้นของเรย์แล้วรู้สึกขัดใจ
“เจ้าก็มาช่วยกันส่งเสียงให้กำลังใจสิ” เรย์ไม่ได้สังเกตว่าอีกฝ่ายมึนตึงใส่ เขาดึงมือเธอขึ้นมาจากเก้าอี้ จากนั้นก็กวักมือเรียกเวิร์นและอลิซิลลาให้มาร่วมกัน
“อะ เอ๋ ดะ เดี๋ยวสิ”
การประลองดาบยังคงดำเนินต่อไปในรูปแบบที่ไม่แตกต่างจากตอนแรก ต่างคนต่างหาจังหวะจู่โจมในขณะท่ีพยายามรักษาระยะของตนเอาไว้ด้วย ซาซากิยังไล่ตามกระแสคลื่นที่มีแต่เขาที่มองเห็น ส่วนเบียราก็หลบได้ราวกับรู้ทัน เป็นเหตุการณ์แบบนี้วนสลับไปมา
“วิชาดาบของนักดาบคนนี้แปลกมาก หลายครั้งที่เขาน่าจะจู่โจมคุณเบียราได้แต่กลับพยายามฟันไปในที่แปลก ๆ ส่วนคุณเบียราเองก็พยายามหลบแบบไม่มีเหตุผล”
“บางทีมันอาจมีเหตุผลที่เจ้ามองไม่เห็นก็ได้นะ” อลิซิลลาไม่ได้เห็นด้วยตาแต่จมูกของเธอสัมผัสอันตรายได้ ที่เบียรารู้สึกก็น่าจะเป็นบางอย่างที่คล้ายกับเธอ
“ในที่ที่ข้าจากมา” ลอเรนซ์เลี่ยงไม่พูดเรื่องของโลกอื่นต่อหน้าเวิร์นและอลิซิลลา “ข้าเคยเจอคนที่มีวิชาแบบนี้ เขาจะมองเห็นสัญญาณบางอย่างที่คนทั่วไปมองไม่เห็น หากโจมตีไปที่จุดนั้นได้ มันจะสร้างความเสียหายรุนแรงจนอาจถึงฆาตให้กับศัตรู”
“มีวิชาน่ากลัวแบบนั้นด้วยเหรอ” เรย์ใจหายวูบ เขาก็เคยปะทะกับเอ็กซิคิวชันเนอร์มาหลายคน ไม่เคยรู้มาก่อนว่าตนเองอาจหวุดหวิดคอขาดซะแล้ว
“มันไม่ได้วิเศษขนาดนั้นหรอก” ลอเรนซ์ส่ายหน้า “ถ้าให้อธิบายคร่าว ๆ วิชานี้มองเห็นเสี้ยวหนึ่งของโอกาส หากรู้ว่าศัตรูจะพุ่งเข้ามาตรง ๆ แค่ตั้งดาบรอเอาไว้ก็อาจจะทำให้อีกฝ่ายเจ็บหนักได้ วิชานี้เป็นแบบนั้น หากฟันไปตำแหน่งที่มองเห็น อีกฝ่ายจะเคลื่อนมาอยู่ในจุดนั้นพอดี”
“แต่มันมีจุดอ่อนสินะ” เวิร์นนึกบางอย่างออกได้แล้ว
“จุดอ่อนคือ…”
ลอเรนซ์ยังไม่ทันได้เฉลย ดาบแรกก็เรียกเลือดของหนึ่งในผู้แข่งขันได้สำเร็จ ผู้ที่โจมตีได้ก่อนคือเบียรานั่นเอง
“อย่างที่เห็น ขณะที่ฝ่ายหนึ่งยิ่งพยายามโจมตีเป้าหมายชัดเจนแค่ไหน มันก็ยิ่งทำให้อีกฝ่ายอ่านออกง่ายขึ้นเช่นกัน ระหว่างคนที่ต้องเล็งโจมตีตำแหน่งในอนาคตที่สามารถเปลี่ยนได้ทุกเมื่อ กับคนที่มองเห็นปัจจุบันและปรับเปลี่ยนตัวเองตามสถานการณ์ ช่องว่างเล็ก ๆ นี้ไม่มีทางถมได้เลยหากทั้งคู่มีฝีมือพอกัน”
“วิชาดาบแรงสั่นสะเทือนของมนุษย์ผู้หญิงนี่ก็น่าสนใจ มันเรียบง่ายแต่มีประสิทธิภาพสูง ไม่เพียงแค่เพิ่มความเสียหายให้กับการโจมตีเท่านั้น มันทำให้อีกฝ่ายต้องคิดมากขึ้นที่จะยกดาบขึ้นตั้งรับ” อลิซิลลาวิเคราะห์บ้าง
เพียงแค่แผลเดียวกลางอก ซาซากิก็เคลื่อนไหวไม่เฉียบคมเหมือนครู่ก่อน แผลของเขาไม่ได้ลึกมากแต่แรงสั่นสะเทือนจากดาบส่งผลไปถึงอวัยวะภายในทุกส่วน การที่ซาซากิยังยืนอยู่ได้หลังจากถูกดาบแรกไปนับว่าเป็นเรื่องที่ต้องกล่าวชมเขา
แต่รองหัวหน้าแห่งรีเวนเจอร์ก็ยื้อต่อได้อีกไม่นาน เขาใช้กลยุทธ์เสี่ยงตายเข้าโจมตีโดยไม่สนอาการบาดเจ็บของตน แต่ตำแหน่งคลื่นที่ต้องโจมตีกลับเปลี่ยนไป จากคลื่นในวันที่ทะเลเงียบสงบ เบียราเคลื่อนไปมาด้วยความเร็วสูงจนคลื่นสงบเปลี่ยนเป็นพายุที่บ้าคลั่ง
ในวินาทีที่ร่างกายกระตุกเพราะแรงสั่นสะเทือนด้วยคลื่นดาบที่เบียราปล่อยออกมา ซาซากิหวนนึกถึงเรื่องเมื่อหลายปีก่อน ในตอนนั้นมันก็เป็นเช่นเดียวกัน วิชาดาบประจำตระกูลโอนิมารุที่เขาภาคภูมิใจว่าไร้พ่ายถูกเด็กหนุ่มคนหนึ่งทำลายทิ้งอย่างง่ายดาย
ชัยชนะตกเป็นของเบียราอีกครั้งหนึ่ง เธอยกมือขึ้นก่อนจะตะโกนชื่อของกิลด์อุสทรินา ผู้ชมส่วนใหญ่ที่เป็นเจ้าบ้านต่างพากันเงียบกริบทำให้เสียงของคนกลุ่มเล็กที่เชียร์อุสทรินาดังกระหึ่มขึ้น