Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 356: เวิร์นปะทะแฮทซ์
เรย์เคยเห็นลาโตรซื้อของที่มีหน้าตาแบบนี้มาจากร้านขายของเล่น สิ่งที่ต่างคือมันทำจากไม้และมีขนาดเล็กกว่านี้มาก ฟรีโอนิเอลบอกว่ามันเป็นของเล่นที่เด็กชาวซิแปงเล่นกัน ลาโตรพยายามฝึกเล่นมันอยู่นานแต่ก่อนที่จะเล่นเป็นเขาก็โยนมันทิ้งไว้ที่ไหนก็ไม่รู้
“อาวุธแปลกดีนะ” เวิร์นทัก
“…” แฮทซ์ไม่ได้ตอบ เขาใช้ดวงตาลึกโหลจ้องอย่างเลือนลอยไปที่ด้านหลังของเวิร์น
เวิร์นประเดิมด้วยคลื่นดาบน้ำแข็ง แค่พริบตาเดียวเขาทำให้ครึ่งหนึ่งของเวทีถูกย้อมด้วยสีขาวอันเย็นยะเยือก แต่แฮทซ์เองไม่ได้ถูกโจมตีไปด้วย เขากระโดดหลบได้ทันฉิวเฉียด
แฮทซ์ตอบโต้ด้วยลูกตุ้มติดโซ่ แต่เวิร์นคว้าโซ่ไว้ได้ ขณะที่กำลังจะแช่แข็งทั้งโซ่และแฮทซ์ที่อยู่อีกด้านไปพร้อมกัน เวิร์นประหลาดใจที่แฮทซ์กลับเป็นฝ่ายพุ่งเข้ามาหา
แม้แต่เรย์ยังรู้ดีว่าการเข้าใกล้เวิร์นเป็นอันตรายขนาดไหน ชายคนนี้สามารถฆ่าคนได้ง่าย ๆ เพียงแค่การสัมผัสและแช่แข็งไปจนถึงกระดูก คนที่วิ่งเข้าใส่เวิร์นหากไม่ใช่คนที่มั่นใจว่ามีพลังต้านทานแบบเรย์ก็ต้องเป็นพวกที่บ้าจนไร้หัวคิด
แฮทซ์ไม่ใช่ทั้งสองแบบ เขาไม่มีออรามังกรคุ้มกัน ไม่ได้มีเวทไฟใช้ต่อต้านความร้อน และเขาก็ไม่ได้โง่ขาดความยั้งคิดเช่นกัน มันเป็นแค่ความมั่นใจว่าวิชาของตนจะจัดการศัตรูได้ก่อนที่ตนเองถูกแช่แข็ง
เวิร์นเบี่ยงหลบหมัดของแฮทซ์ที่พุ่งเฉียดหน้าไป จังหวะที่กำลังจะฟันสวนก็สัมผัสได้ว่ามีอะไรบางอย่างพุ่งมาจากด้านหลัง เวิร์นตัดสินใจหลบแล้วจึงพบว่ามันคือลูกตุ้มเหล็กนั่นเอง
การใช้เคนดามะอันใหญ่ของแฮทซ์ไม่ได้แปลกประหลาดเหนือความคาดหมาย เขาใช้ส่วนที่เป็นลูกเหล็กกับโซ่เหวี่ยงไปมา บางครั้งก็ดึงกลับ บางครั้งก็เขวี้ยงออกมาตรง ๆ ส่วนที่เป็นปลายแหลมเขาใช้มันในลักษณะเดียวกับดาบสั้นบ้างก็ใช้มันเพื่อปัดป้องดาบของเวิร์น บ้างก็ใช้มันจ้วงแทงใส่
ทุกการโจมตีของแฮทส์มีปราณอัดแน่นอยู่ แบบเดียวการกับถ่ายทอดออรามังกร หรือพลังเวทลงในอาวุธ แฮทส์ใช้พลังจากลมหายใจใส่ลงไปแทน
เวิร์นแข็งแกร่งกว่าในทุกด้าน พลังเวทเขาเหนือกว่า แรงกายระดับมังกรก็สามารถทำให้อีกฝ่ายเจ็บหนักได้ขอเพียงการโจมตีจัง ๆ เพียงครั้งเดียว ความเร็วของเขาก็สูสีกัน เหนืออื่นใดทั้งหมดอุปกรณ์ของเวิร์นนั้นทุกชิ้นคืออุปกรณ์ในตำนานที่ยากจะหาของชิ้นใดในโลกมาเปรียบเทียบ
จุดที่แฮทซ์ยังได้เปรียบอยู่คือเวิร์นอ่านการเคลื่อนไหวของเขาไม่ออก ราวกับว่าแฮทซ์ไม่ได้อยู่ตรงหน้า
…ประหลาดมาก ทั้งที่รู้สึกถึงจิตสังหารแต่กลับจับทางไม่ได้เลย…
ตลอดการต่อสู้ แฮทซ์จ้องมองเวิร์นด้วยสายตาแค้นเคืองราวกับอยากกินเลือดกินเนื้อ ในช่วงแรกเวิร์นเข้าใจว่ามันคือจิตสังหารที่เกิดขึ้นระหว่างการต่อสู้อย่างจริงจังของสองฝ่าย แต่ยิ่งสู้เขาก็ยิ่งรู้สึกสงสัยว่ามันจะเป็นแค่นั้นจริงหรือ
แฮทซ์ไม่ได้แค่เขวี้ยงบอลเหล็กเพื่อโจมตีเวิร์นเท่านั้น เขาทำบางอย่างที่เวิร์นก็ไม่สามารถอธิบายได้ ทุกครั้งที่ลูกบอลเหล็กถูกเขวี้ยงออกไปและย้อนกลับมาแฮทซ์จะหยุดมันไว้ตามตำแหน่งต่าง ๆ บางครั้งเสียบลงตรงแกนแหลม บางครั้งก็หยุดที่ตำแหน่งถ้วยที่อยู่ด้านข้างหรือด้านล่าง เขาทำแบบนี้ติดต่อไปครั้งแล้วครั้งเล่า
“อาวุธนั่นสามารถสะสมปราณได้ อย่าปล่อยให้เขาเล่นกับมัน” อลิซิลลาคือคนแรกที่มองออก เธอตะโกนเตือนเวิร์น
แต่ดูเหมือนจะสายไปนิด แฮทซ์รวบรวมพลังได้มากพอแล้วตอนนี้อาวุธของเขามีพลังปราณอัดแน่นจนแทบล้นทะลัก
“พลังขนาดนั้นน่าจะอยู่ระดับเดียวกับคาถากิกะบอมบ์หรือสูงกว่านั้นอีก” เรย์ประเมินจากความรู้สึกล้วน ๆ เขาหวังว่าเขาจะประเมินสูงเกินจริงไป
คาถาระดับกิกะ เวิร์นที่มีโล่สะท้อนเวทมนตร์คงไม่ได้เป็นปัญหานัก แต่สิ่งที่แฮทซ์ใช้นั้นเป็นพลังงานอีกแบบที่โล่แห่งซิลเวอร์ไม่สามารถสะท้อนได้ หากมันปะทุขึ้นมาแม้แต่เวิร์นก็ยากที่รอดมาได้โดยไร้บาดแผล
เดิมทีวิชาที่ทำให้เกิดการระเบิดของปราณคือวิชาอันตราย การใช้กับศัตรูในระยะใกล้อาจทำให้ผู้ใช้เองได้รับบาดเจ็บไม่น้อยไปกว่ากัน แต่เวิร์นแน่ใจว่าอีกฝ่ายกล้าแลกด้วย แฮทซ์ไม่สนใจว่าตนเองจะเจ็บหนักขนาดไหน เขาต้องการเพียงให้เวิร์นเจ็บมากกว่า
“ไร้ประโยชน์”
เวิร์นไม่หลบไม่หนี เขาเลือกที่จะคว้าลูกบอลเหล็กเอาไว้ ทุกคนต่างก็ตกใจและร้องกันเสียงหลงในวินาทีต่อมาปราณที่แฮทซ์อัดไว้ก็ระเบิดออกโดยมีลูกบอลเหล็กเป็นศูนย์กลาง
เวิร์นถูกพลังนั้นเข้าไปอย่างจัง ที่เรย์ประเมินไว้ไม่ได้ผิดพลาด แรงระเบิดนั้นแรงกว่าเวทกิกะบอมบ์อยู่เล็กน้อย แม้ว่าเวิร์นจะใส่เกราะหุ้มทั้งร่างไว้ แต่มั่นใจได้เลยว่าเขาต้องบาดเจ็บ
เลือดไหลซึมออกมาตามรอยต่อของเกราะ แต่เวิร์นไม่ได้มีท่าทีเดือดร้อนใด ๆ มือของเขายังข้างหนึ่งยังกุมบอลเหล็กเอาไว้แน่น จากนั้นเขาก็กระชากมันด้วยเรี่ยวแรงมหาศาล แฮทซ์พยายามฝืนดึงเอาไว้เพื่อไม่ให้อาวุธและร่างทั้งร่างของเขาถูกกระชากลอยไปด้วย
พริบตาต่อมาเสียงดังเคร้งก็ดังก้องสนาม โซ่ของเคนดามะขาดกระจายและร่วงกราวลงกับพื้น มันคือผลจากการฟันด้วยดาบแห่งซิลเวอร์
“เลิกเล่นซะที อาวุธประหลาด การสะสมปราณจนระเบิดได้ ของพวกนี้ไม่ใช่พลังที่แท้จริงของแกไม่ใช่เหรอ แสดงพลังของแกออกมาซะ” (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
“…” แฮทซ์ไม่ได้ตอบอะไร แต่เป็นครั้งแรกที่เขาแสดงอารมณ์ออกมา เขาแสยะยิ้มอย่างยินดีที่เวิร์นมองออก
แฮทซ์ทำท่าเหมือนกำลังจะใช้วิชาบางอย่าง เวิร์นสัมผัสถึงปราณที่ไหลเวียนในร่างอีกฝ่าย มันรุนแรงกว่าที่ผ่านมาราวกับเป็นคนละคน
แต่ก่อนที่แฮทซ์จะเริ่ม ร่างเล็กร่างหนึ่งก็กระโจนขึ้นมาบนเวที
“พอได้แล้ว”
“ข้ายังสู้ต่อไหว”
“เจ้ายังฝึกฝนวิชานั้นไม่สำเร็จ อันตรายเกินไป ลงไปได้แล้ว”
แฮทซ์กัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจ ดวงตาของเขายังจับจ้องเวิร์นอยู่แบบนั้น จนกระทั่งถูกอาจารย์ของตนไล่อีกครั้งเขาจึงสงบลง
“เจ้าทำได้ดีแล้ว แต่สำหรับวันนี้ลงไปเถอะ ที่เหลือให้ตาแก่คนนี้จัดการให้แทนเอง”
“หึหึ เอาเถอะ อยากหนีหางจุกก้นข้าก็ไม่ว่าอะไรหรอก ไว้จะเล่นกับอาจารย์เจ้าแทนก็ได้” เวิร์นยั่วโมโหเป็นการทิ้งท้าย แต่ไม่ได้ผลแล้วเพราะแฮทซ์กลับมาสงบเหมือนกับตอนก่อนจะเริ่มสู้ เขาไม่สนใจคำยั่วยุ
“เวิร์น! เปลี่ยนตัวไหม” เรย์โบกไม้โบกมือเรียก
“เงียบไปเถอะ ข้าจะจบรอบสุดท้ายนี่เอง”
การต่อสู้กับคู่ต่อสู้คนสุดท้ายเริ่มขึ้นหลังจากนั้น เวิร์นแม้จะแกล้งท้าทายอีกฝ่ายและยังแสดงอาการหงุดหงิดที่ยังไม่ได้ตัดสินกับแฮทซ์ แต่เขากลับไม่ได้รีบร้อนเหมือนปากพูด
มุสคูโลไม่ได้มีอาวุธประหลาดเหมือนลูกศิษย์ ไม่ได้ใช้ผมเป็นอาวุธเหมือนหลานสาว เขาตอบโต้เวิร์นด้วยหมัดและเท้าเท่านั้น
“น่าเสียดาย วันนี้ข้าไม่ได้ดื่มเหล้ามาก่อน ไม่อย่างนั้นจะน่าสนุกกว่านี้อีก”
“ไม่ต้องห่วงหรอก จบศึกนี้เมื่อไหร่ ก็คงต้องนอนนิ่ง ๆ ไปอีกนาน มีเวลาได้ดื่มอีกเยอะ”
ลักษณะการต่อสู้ของเวิร์นต่างจากทุกครั้ง เขาระวังในทุกก้าวที่เข้าใกล้ชายแก่ ทุกดาบที่ฟันไปเขาคำนวณวิธีรับมือไว้แล้วหากถูกสวนกลับ แต่ถึงจะระวังตัวอย่างเต็มที่แต่มุสคูโลก็ยังรวดเร็วเกินไป เขายกมือขึ้นปัดข้อมือของเวิร์นเพื่อเปลี่ยนวิถีดาบ หมุนตัวคลุกวงในพร้อมกับถองศอกใส่ลำตัวอีกฝ่าย
เวิร์นใช้โล่รับศอกได้ทัน แต่ปราณของมุสคูโลทะลวงทะลุผ่านทั้งโล่ทั้งชุดเกราะเข้าไปได้ เวิร์นรู้สึกเหมือนกับถูกศอกใส่ในสภาพที่ไม่มีอุปกรณ์ป้องกันใด ๆ ช่วย
การโจมตีที่ตามมาติด ๆ เป็นแบบเดียวกัน เวิร์นแน่ใจว่าเขาหยุดไว้ได้ทั้งหมด แต่ไม่ว่าจะเท้า ศอก หมัด เข่า หรือหัวกระแทก ทุกอย่างทะลุผ่านการป้องกันมาด้วยพลังปราณที่รุนแรง
หากไม่มีร่างกายแบบเขา ไม่มีออรามังกรคอยช่วยลดทอนความเสียหาย เวิร์นมั่นใจว่าการโจมตีของมัสคูโลรุนแรงพอที่จะสังหารคนได้ เวิร์นถูกท่าโจมตีเหล่านั้นประเคนเข้าใส่อย่างไม่มีทางหลบเลี่ยง
“ไม่มีทางชนะหรอก” เสียงดังขึ้นจากด้านหลังของเรย์ เมื่อหันไปดูก็พบว่าเจ้าของเสียงคือซาซากิ
“เวิร์นไม่แพ้ง่าย ๆ หรอก”
“เขาอาจจะไม่มีชื่อเสียงมากมายในวงกว้าง แต่ในวงการหมัดมวยไม่มีใครไม่รู้จักชายแก่ผู้นี้ ถ้าโลกยกย่องนักดาบที่แกร่งที่สุดว่าจอมดาบ มุสคูโลคนนี้ก็ควรจะถูกนับเป็นจอมหมัดเช่นกัน”
เรย์ไม่ได้สนใจว่าซาซากิกำลังคุยข่มหรือไม่ เขาจดจ่ออยู่กับการต่อสู้ของเวิร์นที่เวลายิ่งผ่านไปเวิร์นก็ยิ่งแย่ลง
“แข็งแกร่งมาก… ข้าไม่ได้ยั้งมือเลย ถ้าเป็นคนทั่วไปแค่หมัดเดียวก็น่าจะปางตายแล้ว”
“พล่ามเก่งกว่าลูกศิษย์เยอะเลยนะ”