Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 357: ความแค้นจากอดีต
ราวกับศึกษาวิธีการต่อสู้ของเวิร์นมาแล้วอย่างดี วิชาต่อสู้ทุกอย่างของมุสคูโลเป็นวิชาที่ใช้เพื่อต่อต้านเวิร์น มุสคูโลมีปราณร้อนที่เหมือนเปลวเพลิงไหลโคจรอยู่ในร่าง ปราณนี้เองที่ทำให้ไอเย็นของเวิร์นถูกปิดผนึก
วิชาหมัดของมุสคูโลเป็นวิชาหมัดแบบเดียวกับแฮทซ์และไอเลีย แต่ประสบการณ์ที่มากกว่าศิษย์ทั้งสอง ทำให้วิชานี้ร้ายกาจขึ้นอีกหลายเท่าตัว วิชานี้เดิมทีเป็นวิชาที่ใช้สำหรับต่อสู้กับคนมีอาวุธและเครื่องป้องกัน การโจมตีของเขาจึงสามารถถูกส่งผ่านทะลุโล่และเกราะ ในขณะเดียวกันวิชา ‘ผิวเหล็กกระดูกเพชร’ ของชายแก่เป็นวิชาที่สร้างมาเพื่อที่ไม่ให้ของมีคมทำอันตรายกับผู้ใช้ได้ง่าย ๆ
ความซับซ้อนในการเคลื่อนไหวที่ซ่อนเจตนาเอาไว้จนอีกฝ่ายจับทางไม่ได้ วิชาหมัด วิชาก้าวย่าง และอีกสารพัดเป็นสิ่งที่เวิร์นยังพอเข้าใจได้ว่าชายแก่ฝึกฝนมันมาเพื่อป้องกันตัว แต่สิ่งที่ทำให้เวิร์นข้องใจมากที่สุดคือผลของปราณประหลาดอีกสายที่ไหลเวียนอยู่ในร่าง
‘ปราณพิฆาตมังกร’ คือชื่อของมัน ว่ากันว่าในอดีตอาณาจักรแทนก้าเคยมีช่วงเวลาเลวร้ายเมื่อเดวัลอันตรายอย่างมังกรเข้าไปตั้งรกรากอยู่ในอาณาจักรของพวกเขา แทนก้าหรือที่ชาวพื้นเมืองเรียกว่าเทียนกั๋วเป็นประเทศที่มีลักษณะพิเศษบางอย่างที่ทำให้เวทมนตร์ไม่สามารถทำงานได้ การที่มนุษย์จะต้องสู้รบปรบมือกับสัตว์ร้ายโดยที่ไม่มีความช่วยเหลือจากเวทมนตร์มันกลายเป็นฝันร้าย
จนกระทั่งมีใครบางคนในอดีตได้คิดค้นวิชานี้ขึ้นมา มันเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับออรามังกรที่เหล่าอัศวินมังกรใช้ ปราณชนิดนี้คือพิษที่ส่งผลโดยตรงกับมังกรเท่านั้นและมันก็กำลังส่งผลกับเวิร์นด้วยเช่นกัน
ในห้วงของความคิด เวิร์นรู้สึกได้ว่านี่ไม่ใช่ความบังเอิญ อีกฝ่ายเก็บข้อมูลของเขามาเป็นอย่างดี ทั้งอาวุธที่ใช้ ทั้งลักษณะนิสัย จุดแข็งจุดอ่อนถูกวิเคราะห์ไว้แล้ว และพลังปราณพิเศษนี้ก็ด้วย
ฉัวะ
เวิร์นฝากแผลใหญ่ที่ไหล่ของชายแก่ แต่จังหวะเดียวกันนั้นเขาก็ถูกหมัดรัวของอีกฝ่ายโจมตีจนกระเด็นถอยไปหลายก้าว พิษของปราณพิฆาตมังกรถูกส่งเข้าหัวใจของเขาโดยตรง
“ไม่น่าเชื่อ… ทำขนาดนี้แล้วก็ยังโต้กลับมาได้อีกเหรอ”
“มันเพิ่งจะเริ่ม” เวิร์นใช้ดาบพยุงร่างเอาไว้ เขาเพิ่งรู้ตัวว่าปราณระเบิดของแฮทซ์เองก็มีปราณพิฆาตมังกรปะปนอยู่ด้วย นี่คือสาเหตุที่ทำให้เขาเคลื่อนไหวติดขัดมาตั้งแต่เมื่อครู่ก่อน
“จงไปสำนึกเสียใจสิ่งที่ทำลงไปในปรโลกเถอะ” ชายแก่เกร็งหมัดแน่น ปราณทั้งหมดถูกรวบรวมไว้ที่กำปั้น เขาไม่ได้สนใจว่าผลของการแข่งจะเป็นเช่นไร เขาตั้งใจจะฆ่าเวิร์น
เรย์อ่านออกว่าอะไรจะเกิดขึ้น เขาอยากตะโกนบอกกรรมการให้ยุติการต่อสู้ กรรมการเองก็รู้สึกได้ว่าเรื่องเลวร้ายกำลังจะเกิดเช่นกัน เขากำลังจะสั่งให้ยุติการแข่งขันแต่มันไม่ทันแล้ว
เสี้ยววินาทีก่อนที่หมัดของมุสคูโลจะถึงเวิร์นที่แทบขยับตัวไม่ได้ อลิซิลลาได้ไปอยู่ตรงนั้นแล้ว เธอใช้แค่นิ้วดีดเวิร์นจนปลิวไป การเข้ามาแทรกของเธอทำให้เวิร์นรอดตายอย่างฉิวเฉียวแต่ก็ทำให้พวกเดียวกันตกเวทีไปด้วย
“การแข่งขันถูกแทรก ขอปรับให้อุสทรินาเป็นฝ่ายแพ้” ผู้ตัดสินตะโกน
“เดี๋ยวก่อน เมื่อครู่ทางรีเวนเจอร์ตั้งใจจะฆ่าผู้เข้าแข่ง นั่นก็ต้องถูกปรับแพ้เช่นกัน” ผู้ช่วยผู้ตัดสินแย้ง
“งั้นจะเอายังไงล่ะ” ผู้ช่วยอีกคนวิ่งเข้ามาสมทบ จากนั้นพวกเขาทั้งสามก็ประชุมหารือกันถึงสิ่งที่เกิดขึ้น
“เจตนาของผู้เข้าแข่งมุสคูโลยังไม่ชัดเจน มันไม่มีหลักฐานว่าเขาจะฆ่า”
“หลักฐานที่ว่า คือต้องรอให้ผู้แข่งขันเวิร์นตายก่อนเหรอ” เหล่าผู้ตัดสินยังคงถกเถียงกันอย่างดุเดือด
อลิซิลลาไม่ได้ยี่หระใด ๆ เธอไม่สนผลแพ้ชนะ ไม่สนใจว่าตนเองจะถูกปรับจนอดสู้หรือไม่ ที่ช่วยเวิร์นเอาไว้ก็ไม่ได้มีเหตุผลอะไรมากมายไปกว่ารู้สึกอยากช่วย
หลังจากเหล่าผู้ตัดสินพูดคุยกันอยู่พักหนึ่งพวกเขาจึงได้ข้อสรุปมา เจตตาสังหารคู่แข่งของมุสคูโลนั้นยังไม่สามารถสรุปได้เพราะมันถูกขัดขวางก่อน ส่วนการจะปรับให้อุสทรินาแพ้ทั้งทีมเพราะการกระทำของอลิซิลลาก็มากเกินไป พวกเขาจึงทำเพียงแค่ตักเตือนมุสคูโลและปรับแพ้เฉพาะเวิร์นกับอลิซิลลา
“ไม่มีปัญหา ยังไงเรย์จบการแข่งรอบสุดท้ายได้ ใช่ไหม”
“อื้อ” เรย์ตอบ แต่ความจริงแล้วเขาไม่ได้มั่นใจนัก
รอบสุดท้ายของศึกประลองยุทธ์และรอบสุดท้ายของงานแข่งขันระหว่างสองกิลด์เริ่มขึ้น ฝ่ายหนึ่งคือขุนพลของกิลด์อุสทรินา ส่วนอีกฝ่ายคือชายแก่ผู้ที่คนในกิลด์รีเวนเจอร์ต่างยกย่องว่าเป็นจอมหมัด
มุสคูโลมีความเร็วและพลังที่ไม่เหมือนกับชายแก่ เรย์รู้สึกเหมือนถูกกระทุ้งด้วยเสาเข็มไปที่ร่างเปล่า ๆ ของตน นอกจากนั้นความรู้สึกประหลาดยังแทรกเข้ามาในทุกการโจมตีอีกด้วย
เรย์ไม่รู้ว่ามันคือปราณพิฆาตมังกร
เขารู้สึกเพียงว่าราวกับตนถูกพิษ แต่เรย์ก็สับสนว่ามุสคูโลใช้พิษกับเขาตอนไหน อีกฝ่ายไม่ได้สัมผัสร่างเขาโดยตรงด้วยซ้ำ
เรย์ลังเลที่จะถ่ายทอดสายฟ้าลงไปในดาบ มุสคูโลแม้จะร้ายกาจแค่ไหนแต่เขาก็ยังเป็นมนุษย์ หากเรย์ใช้คมดาบสายฟ้าที่สร้างความเสียหายได้แม้แต่เทพปีศาจกับชายแก่คนนี้ ชัยชนะจะกลายเป็นของเขาทันที แต่มันก็อาจจะหมายถึงชีวิตของอีกฝ่ายด้วยเช่นกัน
สุดท้ายเรย์ใช้เพียงแค่สายฟ้าระดับต่ำกับดาบเท่านั้น และจนเกือบจบการต่อสู้เขาก็ไม่ได้ใช้พลังทั้งหมดอย่างเต็มที่ เรย์ถูกหมัดเข้าไปหลายร้อยหมัดจนบาดเจ็บหนัก แต่มุสคูโลเองก็ใช้พลังปราณของเขาไปจนแทบไม่เหลือแล้วเช่นกัน (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
“เก่ง… เก่งกว่าเวิร์นคนนั้นอีก ทำไมอัศวินมังกรที่เก่งแบบเจ้าถึงไม่ครอบครองอุปกรณ์ของซิลเวอร์ทั้งหมดไว้เอง”
“ปู่นี่รู้เรื่องเยอะจริงนะ”
“ตอบคำถามข้ามา”
“ข้าคิดว่าของพวกนั้นเหมาะกับเวิร์นดีอยู่แล้ว อีกอย่างตอนนี้ข้าก็มีดาบของข้าเองจะเอาอุปกรณ์พวกนั้นไปทำไมอีก”
“หึ… นั่นสินะ”
“ปู่มีปัญหาอะไรกับอัศวินมังกรรึเปล่าเนี่ย”
มุสคูโลไม่ได้ตอบ “มาต่อกันเถอะ”
ชายแก่ตอบโต้อย่างสุดความสามารถ แต่กระบวนท่าเปล่าที่ปราศจากลมปราณใช้กับเรย์ไม่ได้ผลนัก อีกฝ่ายเองก็มีประสบการณ์การต่อสู้ที่โชกโชน เรย์ไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่เขาจะจัดการได้เพียงใช้จังหวะการเคลื่อนไหวที่เหนือกว่า
เรย์เรียนรู้ที่จะรับมือกับปราณพิษ เขากลับมาได้เปรียบ ตรงกันข้ามกับชายแก่ที่สูญเสียกำลังรบไปในทุกขณะ เรย์ค่อย ๆ ขับพิษออกมาโดยไม่รู้ตัวระหว่างที่เผาผลาญพลังชีวิตในการต่อสู้เสี่ยงตาย ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่มีใครรู้ปราณพิฆาตมังกรเริ่มใช้กับเขาไม่ได้ผล
แลัวมันก็จบลง มุสคูโลพยายามจับเรย์บิดข้อต่อโดยหวังว่าจะยื้อเวลาไปได้อีกสักนิด แต่ของแบบนี้สำหรับเรย์มันไม่มีทางได้ผล เขาตีลังกาในจังหวะเดียวกับที่ไหล่จะถูกบิดและมันทำให้ร่างของชายแก่เป็นฝ่ายที่ถูกหมุนแทน ที่เหลือเรย์เพียงแค่ออกแรงผลักชายแก่ที่เท้าไม่ติดพื้น ด้วยแรงเพียงนิดเดียวร่างของเขาก็กระเด็นลอยลงไปจบลงที่พื้นเวทีข้างล่าง
การต่อสู้จบลงด้วยชัยชนะของกิลด์อุสทรินา เบียราและเหล่าสมาชิกทั้งหลายแทบจะแห่เรย์และพวกกลับกิลด์สาขาเพื่อฉลองชัยชนะ
เรย์ยินดีกับชัยชนะแต่ความกังวลของเขาไม่ได้ลดลง ความรู้สึกคาใจกับท่าทีประหลาดของสามศิษย์อาจารย์ยังไม่หายไปไหน เขาสังหรณ์ใจว่าเรื่องยุ่งยากนี้อาจจะยังไม่จบ
ไม่เพียงแค่กลุ่มเรย์ที่สงสัยเกี่ยวกับทั้งสาม เบียราเองได้แจ้งเรื่องของพวกเขาไปที่สาขาใหญ่แล้ว
หลายวันต่อมาสิ่งที่พวกเรย์สงสัยก็ได้รับคำตอบทั้งหมด มาสเตอร์คาฟโตและเบียราได้เรียกตัวพวกเรย์เข้าพบเพื่อเล่าในสิ่งที่พวกเขาสืบมาได้
“ก่อนอื่นเลย ตอนนี้ทั้งสามออกจากกิลด์รีเวนเจอร์แล้วล่ะ”
“ออกแล้ว…” เวิร์นย่นคิ้วพร้อมกับกัดริมฝีปากอย่างกังวล
“มุสคูโลเคยลงทะเบียนเอาไว้เมื่อนานมาแล้ว แต่เขาไม่เคยมีประวัติงานในกิลด์เลย ส่วนลูกศิษย์และหลานสาวของเขาก็เพิ่งสมัครเข้ากิลด์ไม่กี่วันก่อน มันเหมือนว่าพวกเขาตั้งใจเข้ากิลด์เพื่อที่จะได้สู้ในการประลอง” เบียราอธิบายเพิ่ม
“พวกเขามาจากหมู่บ้านมาตาลา เจ้ารู้จักชื่อนี้ใช่ไหม” คาฟโตจ้องไปที่เวิร์น มันทำให้ทุกคนหันไปมองตาม
เวิร์นหลับตาลงเหมือนพยายามนึกภาพ “มันคือหมู่บ้านที่ข้าเคยไปอาละวาด ข้าเคยตระเวนไปทั่วเพื่อตามหาอุปกรณ์ของซิลเวอร์ จนกระทั่งได้เจอหมู่บ้านนั้น…”
เวิร์นไม่ต้องเล่าต่อทุกคนก็เข้าใจได้ดีว่าเกิดอะไรขึ้น โดยเฉพาะเรย์เขาเคยมีประสบการณ์กับตัวมากกว่าหนึ่งครั้งที่เวิร์นมาระรานใส่ ตอนถุงมือเกราะที่อัลกราด และตอนดาบแห่งซิลเวอร์ที่เคไซทัส เขารู้ดีว่าเวิร์นในสมัยก่อนสามารถเลยเถิดได้ถึงแค่ไหน
“เขาคงเป็นคนของที่นั่นสินะ” เวิร์นถามแล้วเบียราก็พยักหน้า
“พวกนั้นไม่อยู่ตอนเกิดเรื่อง แต่ก็คงสืบไม่ยากว่าเป็นฝีมือเจ้า” คาฟโตพูดจบก็ถอนหายใจ
ทุกคนในที่นั่นรู้ว่าเวิร์นในตอนนี้ไม่เหมือนกับตัวเขาในอดีต เขาไม่ใช่คนที่จะเที่ยวไปทำร้ายใครต่อใครได้อย่างที่เคย แต่มันปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่าบาปที่เวิร์นก่อขึ้นมันไม่ได้หายไปไหน ยิ่งเมื่อเห็นว่าเวิร์นกลับมาจากดีฟบลูเฮลได้ผู้คนที่มีปัญหากับเวิร์นก็คงยิ่งโกรธแค้น
“ข้าไม่อยากให้ทุกคนเดือดร้อนไปด้วย ข้าจะออกจากกิลด์ ตามหาพวกเขาและขอให้พวกนั้นยกโทษให้” เวิร์นพูดทั้งที่มั่นใจว่าอีกฝ่ายคงไม่ยอมยกโทษให้อย่างแน่นอน
“เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเถอะ พวกเจ้ามีอีกงานที่ต้องไปสะสางก่อนหน้านั้น” คาฟโตยื่นจดหมายฉบับหนึ่งให้กับเรย์ ไม่ต้องหยิบขึ้นมาอ่านเขาก็รู้เนื้อหาข้างในของจดหมายฉบับนั้น
“เริ่มแล้วสินะ งานประชุมกษัตริย์โลก”