Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 363: ออกเดินทางตามหาไหอีกครั้ง
มังกรประหลาดที่มีหน้ากากสีขาวกำลังคลุ้มคลั่งอยู่ท่ามกลางศัตรู ทุกครั้งที่มันพ่นลมหายใจบริเวณโดยรอบจะสว่างวาบขึ้นและเผยให้เห็นสัตว์ประหลาดอีกนับร้อยนับพันที่กำลังรุมทึ้งมันอยู่ เหตุที่เกิดแสงสว่างขึ้นชั่วครู่เกิดขึ้นจากลมหายใจนั้นไม่ใช่ลมหายใจธรรมดาแต่มันทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าวาบขึ้นในอากาศ
“หลบไปซะ ข้า… กำลังจะควบคุมตัวไม่ได้” มังกรตัวนั้นคำราม มันใช้สติที่เหลือเพียงน้อยนิดเตือนเพื่อนร่วมทางให้ถอยหนีไปก่อนจะสาย
“ควบคุม? ควบคุมไปเพื่ออะไร ปลดปล่อยมันออกมาสิ แสดงให้ข้าดูสิว่าข้าไม่ได้คิดผิดที่เลือกเจ้า ฮี้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
เสียงขู่คำรามดังกึกก้อง หน้ากากสีขาวของมังกรค่อย ๆ เปลี่ยนไปทีละนิดจากการดูดกลืนของเหลวจากศัตรู มันดูโหดเหี้ยมขึ้น น่ากลัวขึ้น ชวนให้รู้สึกว่าเป็นของที่ไม่น่าจะมีอยู่บนโลกมากขึ้นทุกที
“ปลดปล่อยมันซะ ฆ่าทุกอย่างให้หมด ก๊ากกก ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ”
เรย์ใช้เวลารบเร้าเฟอร์โรนานกว่าที่เขาคาดไว้ เขาเคยคิดว่าการเกลี้ยกล่อมเทพแห่งช่างให้มาช่วยเป็นเรื่องที่ถูกกำหนดเอาไว้แล้ว แต่มันไม่เป็นแบบนั้นเลย
ตามประวัติศาสตร์เดิม เฟอร์โรยอมช่วยเรย์เพราะเขาอยากพิสูจน์ว่าตนเองสามารถทำดาบที่เหนือกว่า ‘ดาบแห่งซิลเวอร์’ ผลงานในอดีตของตนได้หรือไม่ แต่เรื่องนั้นเปลี่ยนไปแล้วเพราะเรย์มาถึงพร้อมกับ ‘ดาบแห่งเรย์’
“ดาบนั่น เจ้าไปได้มาจากไหน”
“เอ่อ…” เรย์อึกอักพูดไม่ออก เขาตั้งใจจะบอกเรื่องทุกอย่างให้พรรคพวกรู้ แต่เขาไม่แน่ใจว่าควรให้เฟอร์โรรู้เรื่องนั้นด้วยหรือไม่
“ดาบของเจ้าชื่ออะไร” เฟอร์โรเปลี่ยนคำถาม
“ดาบแห่งเรย์ครับ” เรย์ตอบไม่เต็มเสียง
เฟอร์โรฉลาดจนน่าขนลุก เพียงการพูดคุยไม่กี่ประโยคเขาก็เดาสถานการณ์คร่าว ๆ ได้ เขารู้ว่าเรย์มีความลับที่ไม่กล้าพูด เทพแห่งช่างไล่คนอื่นออกไปจนหมดและสอบถามเขาเพิ่มอีกที
“ดาบนี่ข้าเป็นคนที่ตีขึ้นมาใช่ไหม”
“เฮ้ย” เรย์ร้องเสียงหลง
“รูปร่างของมันเหมือนกับดาบที่ข้าเคยคิดเอาไว้ มันทำจากธีออสคาลิวาที่ในโลกนี้มีอย่างจำกัด นอกจากนั้นไม่ว่าจะโลกนี้หรือเนเธอร์เวิลด์คนที่ตีดาบแบบนี้ได้ก็มีแค่ตัวข้า”
เรย์เหงื่อแตกพลั่กเต็มใบหน้า ไม่กล้าทั้งยอมรับและปฏิเสธ
“ถ้าไม่ใช่ข้าเป็นคนตีเอง ก็ต้องเป็นลูกหลานหรือลูกศิษย์ข้าสักคน แต่อย่างหลังก็น่าประหลาด ถึงจะมีคนที่สืบทอดวิชาของข้าไปก็ไม่เห็นจำเป็นต้องตีดาบรูปร่างหน้าตาแบบนี้… มันก็ต้องเป็นข้าเองไม่ใช่เหรอ”
เรย์รู้สึกว่าเรื่องทำนองนี้เคยเกิดขึ้นกับลูนาร์ ตอนนั้นเธอเห็นดาบจันทราฮาร์เบลที่เซกันนำมาจากอนาคตและจำได้ว่ามันคือดาบที่ออกแบบเอาไว้แต่ยังไม่ได้สร้าง
เขาพลาดเองที่เอาดาบมาให้เฟอร์โรเห็น ความจริงก่อนหน้านั้นลอเรนซ์เคยเตือนเรย์ไว้แล้วด้วยซ้ำ แต่เขาดันคิดว่าเธอกังวลมากจนเกินไป
เมื่อจนด้วยหลักฐาน เรย์จึงอธิบายทุกอย่างให้เฟอร์โรอย่างตรงไปตรงมา เรื่องของกลุ่มอะบีส เรื่องของตัวเขา และเรื่องที่เขาตั้งใจจะผนึกเทพปีศาจอีกครั้งแทนที่หน้าที่ของเรย์อีกคนที่ถูกซากยานทับตายไปเรียบร้อย
“ข้ามเวลา แก้ไขอดีตตามใจชอบ แถมยังทำตัวเองตายอีก…”
“อันหลังสุดนี่…”
“จะบอกว่าไม่ตั้งใจอย่างนั้นเหรอ นี่ถ้าพวกเจ้าไม่ไปยุ่งกับเวลาตั้งแต่แรก มันจะเกิดเรื่องนั้นไหมล่ะ”
“ข้าไม่แก้ตัวเรื่องนั้น ที่อยากจะบอกก็คือตอนนี้ประวัติศาสตร์เปลี่ยนไปแล้ว ถ้าไม่ทำอะไรสักอย่าง โลกนี้ได้ถึงกาลอวสานแน่”
เฟอร์โรไม่ได้สนใจความเป็นตายของมนุษย์นัก แต่หากโลกนี้ต้องถึงจุดจบเพราะเทพปีศาจ เผ่าพันธุ์อมนุษย์ที่เขามองเป็นสหายก็ไม่มีทางหลีกเลี่ยงชะตากรรมแบบเดียวกัน มันทำให้เฟอร์โรเหลือทางเลือกไม่มาก
“ข้าจะช่วยก็ได้” ชายกลางคนที่แท้จริงแล้วไม่มีใครรู้ว่าอายุล่วงมากี่พันปีแล้ว ถอนหายใจอย่างยอมแพ้
“สมเป็นท่านเฟอร์โร เข้าใจอะไรง่ายที่สุด”
“ไม่ต้องมาประจบเลย ฟังแล้วไม่จริงใจสักนิด” เฟอร์โรดุใส่ แต่เรย์กลับหัวเราะออกมาหน้าตาเฉย
“แต่เจ้ามีดาบแล้วไม่ใช่เหรอ ยังต้องการดาบที่ยอดเยี่ยมกว่าดาบแห่งเรย์นั่นอีกรึไง” พูดถึงดาบแล้วเฟอร์โรก็เริ่มฉุนขึ้นมาอีกครั้ง
“ลอเรนซ์น่ะครับ” เรย์อธิบายถึงหญิงสาวที่อยู่ในห้องจนถึงเมื่อครู่ก่อนที่จะโดนเฟอร์โรไล่ออกไปพร้อมคนอื่น ลอเรนซ์
เฟอร์โรได้ฟังจบแล้วก็ให้เขาเรียก ลอเรนซ์กลับมา เขาอยากเห็นฝีมือของเธอและวิชาทั้งหลายที่เธอถนัด
“ข้าอยากได้ปืนใหม่… แล้วก็ถ้าไม่รบกวนจนเกินไปก็อยากได้ดาบด้วย”
“เฮอะ” เฟอร์โรพ่นลมออกทางจมูก “โลภจริงนะพวกเจ้าเนี่ย” (<a href=”https://novel-lucky.com/”>อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky</a>)
เรย์หัวเราะแห้ง ๆ “ท่านเฟอร์โรมีดาบคุณภาพสุดยอดมากมายไปหมด ข้าขอให้ลอเรนซ์เลือกไปสักเล่มจะได้ไหมครับ”
“ถ้าอยากได้ข้าจะยกให้สักเล่มก็ได้ แต่ข้ามีข้อเสนอที่ดีกว่านั้น ปืนน่ะไม่จำเป็นต้องใช้โลหะสุดยอดอย่างธีออสคาลิวาก็ได้ แต่อาวุธที่ต้องใช้ปะทะกับอาวุธอื่นอย่างดาบยิ่งแข็งแกร่งทนทานก็ยิ่งดี ถ้ามีโลหะแห่งเทพล่ะก็ ข้าสามารถตีดาบที่เหมาะกับเจ้าได้”
“ดาบที่เหมาะกับข้า” ลอเรนซ์ดวงตาเป็นประกายทันทีที่ได้ยิน
“เยี่ยมเลย งั้นเป้าหมายต่อไปของพวกเราก็คือเกาะเงือกสินะ”
“หมายถึงเกาะโคราลูนางั้นเหรอ”
“ใช่แล้ว ท่านเฟอร์โรฝากไหไว้กับพวกเงือก เราจะไปเอาไหนั่นกัน”
เฟอร์โรได้ฟังแล้วก็อยากกุมขมับ ตอนนี้เขาไม่เหลือความสงสัยในเรื่องที่เรย์เล่าแล้ว คน ๆ นี้มาจากอนาคตและรู้จักกับเขาอย่างแน่นอน ไม่งั้นคงไม่สามารถอธิบายถึงไหที่ไม่น่าจะมีใครรู้ได้
เรย์บอกลาเฟอร์โร จากนั้นจึงเล่าเรื่องที่ตกลงกับเทพแห่งช่างให้กับเพื่อนทั้งสองที่รออยู่ข้างนอก เมื่อเข้าใจสถานการณ์แล้วพวกเขาก็ตกลงกันว่าจะออกเรือไปที่โคราลูนาต่อในทันที
เกาะโคราลูนาอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของมินิสเทรล เรย์ไม่รู้ว่ามันเกิดจากเวทมนตร์หรือกลไกแบบใด ทั้งสองเกาะมีหมอกมายาที่คอยกั้นไม่ให้คนภายนอกเข้าไปได้และทำให้ทั้งคู่ไม่ปรากฏอยู่ในแผนที่ด้วยซ้ำ แต่เรื่องแบบนั้นไม่มีปัญหากับพวกเขาที่มีตราแห่งความจริง
หมอกหนาสลายไปในทันทีที่เรือของพวกเขาเข้าใกล้
“จำที่บอกได้ใช่ไหม ทันทีที่หมอกหายไป พวกนากาจะโจมตีที่นี่ เราต้องคุ้มกันพวกเงือก”
“เข้าใจแล้ว ไม่ต้องย้ำหลายทีหรอกน่า” เวิร์นตอบ
“จบเรื่องนี้แล้วเดี๋ยวทำมื้อใหญ่เลี้ยงเลย” เรย์แสยะยิ้ม
“อย่าลืมไอ้นั่นด้วยล่ะ” เวิร์นทวงสัญญาช็อกโกแลตลาวาเค้กที่เรย์เคยบอกว่าอยากลองทำดู
“เข้าใจแล้ว ไม่ต้องย้ำหลายทีหรอกน่า” เรย์ย้อนประโยคคืน
กองทัพขนาดย่อม ๆ ของเผ่านากาบุกขึ้นเกาะตามที่เรย์เตือนเอาไว้ การตอบโต้แบบทันทีทันควันของพวกเรย์ทำให้ฝ่ายที่จู่โจมอย่างนากาต้องกลายเป็นฝ่ายที่ประหลาดใจแทน
เผ่านากาคือเผ่าอมนุษย์ที่มีครึ่งบนเป็นมนุษย์และครึ่งร่างเป็นงู พวกเขาและเผ่าเงือกเคยต่อสู้แย่งชิงความเป็นใหญ่ในท้องทะเลก่อนที่มนุษย์จะรู้จักการสร้างเรือและขยายอำนาจจนนากาและเงือกเกือบจะสูญสิ้นเผ่าพันธุ์
ด้วยเหตุนั้นเผ่าเงือกจะเกลียดชังมนุษย์ก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจและเพื่อไม่ให้พวกเขาได้รับความเดือดร้อนมากไปกว่านี้เรย์จึงตั้งใจจะจัดการกับนากาทั้งหมดให้เรียบร้อยก่อนที่การโจมตีจะไปถึงหมู่บ้าน
สายฟ้าของเรย์ น้ำแข็งของเวิร์น วิชาคืนชีพซากศพของลอเรนซ์ เพียงแค่สามสิ่งนี้นากาก็แทบไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว แต่อลิซิลลาก็ยังซ้ำเติมให้อีกฝ่ายสิ้นหวังขึ้นอีกด้วยเดวัลของเธอ
อลิซิลลารู้จักเวทมนตร์โบราณหลายบท หนึ่งในนั้นเวทมนตร์หลอมรวมร่างที่เรย์เคยมองว่ามันไม่ได้แปลกประหลาดมากมาย แต่วันนี้เขาได้เห็นแล้วว่ามันน่ากลัวกว่าที่คาดไว้มาก
เดวัลที่อลิซิลลาเลี้ยงไว้เป็นสัตว์ประหลาดที่ไม่มีใครรู้ว่าเกิดจากการผสมของเดวัลชนิดใดบ้าง มีทั้งตัวที่เหมือนคราเคนขนาดย่อส่วน ครึ่งฉลามครึ่งหมาป่า สิ่งมีชีวิตทรงกลมที่เหมือนกับฟองน้ำสีแดง และอีกสารพัดเดวัลที่แม้แต่คนที่รู้จักเดวัลมากมายแบบเรย์ไม่เคยพบเคยเห็นที่ไหนมาก่อน
“พวกนี้มันตัวอะไรเนี่ย/ตัวอะไรวะนั่น/เดวัลพิลึกนี่มัน” เรย์ เวิร์นและลอเรนซ์ร้องออกมาพร้อมกัน
“อ้าว ไม่ได้เล่าให้ฟังเหรอ ข้าอยู่ว่าง ๆ ก็เลยผสมเดวัลพวกนี้ขึ้นมาน่ะ น่ารักใช่ม้า” อลิซิลลายิ้มอย่างน่าขนลุก
พวกนากาพยายามถอยทัพแล้วแต่อลิซิลลาไม่ยอมหยุดมือ เธอยังสั่งให้เดวัลของเธอโจมตีพวกนากาต่ออย่างบ้าคลั่ง
ตามประวัติศาสตร์ดั้งเดิม เรย์เคยโกรธพวกนากาเพราะว่าพวกนี้คือตัวการทำให้ลาโตรถูกพิษที่รักษาไม่หาย แม้ว่าในยุคที่ถูกโอเปราแทรกแซง ลาโตรจะรอดพ้นจากพิษร้ายมาได้ แต่เคราะห์กรรมนั้นก็ได้ไปตกอยู่ที่ลูกชายของหัวหน้าเผ่าเงือกแทน มันจึงไม่ได้ทำให้เขามองพวกนากาดีขึ้น
แต่เมื่อเห็นเหล่านากาถูกเดวัลของอลิซิลลากัดกินอย่างโหดร้าย เรย์กลับรู้สึกสงสารอมนุษย์ครึ่งคนครึ่งงูหล่านี้ เขาขอให้อลิซิลลาหยุดมือ แต่เธอแกล้งทำเป็นทำไม่ได้
“เด็กพวกนี้ไม่มีอะไรตกถึงท้องมาสักพักแล้ว ข้าไม่รู้จะหยุดได้รึเปล่านะ” อลิซิลลาทำหน้าวิตก แต่คนซื่อแบบเรย์ก็ยังดูออกว่าเธอเล่นละคร
“ถ้าเจ้าหยุดไม่ได้ ข้าจะหยุดให้เอง” เรย์อัดสายฟ้าลงในดาบจากนั้นก็ตั้งท่าจะโจมเดวัลของอลิซิลลา
จังหวะนั้นเองอลิซิลลาโบกมือเพียงเล็กน้อย จากที่พวกเดวัลของเธอขวางทางไม่ให้นากาหนีกลับทะเลได้พวกมันกลับยอมขยับเปิดทาง สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เรย์ที่เตรียมใช้ลมหายใจแห่งมังกรต้องหยุดการโจมตีของเขาไปด้วยอย่างกะทันหัน
“แหม แหม เกือบไปแล้ว…”
“เจ้า…” เรย์ที่กลืนแสงกลับลงไป หันไปแยกเขี้ยวใส่อลิซิลลาแต่อีกฝ่ายทำไก๋ไม่รู้เรื่อง
“ดีนะที่เจ้าควบคุมได้นาทีสุดท้ายพอดี ไม่งั้นเด็ก ๆ ที่น่ารักของข้าคงโดนเจ้าย่างเกรียมแน่ อ๊ะ ข้าน้ำลายไหลซะได้ ฟังดูน่าอร่อยนิด ๆ นะ แต่ช่างเถอะ เฮ้อ…”