Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 366: เมื่อจูเดสปาขอเข้าร่วม
“ต่อไปนี้ข้าจะเรียกเจ้าว่า… ดาร์คแวนเลียนเซอร์”
“ดาร์คแวนเลียนเซอร์?”
“มันคือชื่อที่จะมอบให้กับสาวกผู้กล้าหาญเช่นเจ้าไงล่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ”
“เฮอะ เรื่องชื่ออะไรเนี่ยช่างมันเถอะ”
“ช่างมันได้ไง สำหรับเดธมาสก์ ชื่อจะเกี่ยวข้องกับต้นกำเนิดพลังของพวกเราด้วย”
“เดธมาสก์” ชายหนุ่มแตะหน้ากากของเขา “หมายถึงหน้ากากนี่น่ะเหรอ”
“ฮี่ฮี่ฮี่ นี่ข้ายังไม่ได้สอนเจ้าเรื่องนั้นเรอะเนี่ย งั้นวันนี้เรามาเริ่มบทเรียนเกี่ยวกับพลังที่แท้จริงของหน้ากากนี่ก็แล้วกัน”
หลังจากพักผ่อนกันจนเต็มอิ่ม ลอเรนซ์ก็ทำตามที่ตกลงกันไว้ เธอพาทุกคนเดินทางผ่านประตูมิติสู่เกาะเอลแลนเพื่อพบกับริเธียผู้เป็นพยากรณ์แห่งยุคอีกครั้ง
“ลูกแก้วหนึ่งในสองลูกที่เหลือถูกชายที่ชื่อเซฟิลพบแล้ว”
“ส่วนอีกลูกก็ยังอยู่ที่กิงคารอนสินะครับ”
“ยังอยู่… แต่ก็รีบลงมือเข้าเถอะ ยิ่งนานประวัติศาสตร์ก็ยิ่งเปลี่ยน อนาคตที่ข้ามองเห็นเลือนลางลงทุกขณะ”
“ลูกแรกอยู่กับเซฟิล” เวิร์นพึมพำ หากเลือกได้เขาไม่อยากปะทะกับพวกเซฟิลอีก ไม่ใช่เพราะหวาดกลัวความแข็งแกร่งของอีกฝ่าย แต่เพราะพวกเซฟิลเคยเพื่อนร่วมอุดมการณ์ของเขามาก่อน
“ถ้าเป็นไปได้ข้าอยากหาลูกที่สองให้เจอก่อนที่กิงคารอนใช้เวทราลูโซล” เรย์นึกถึงเหตุการณ์ในยุคของลอเรนซ์ แม้ภายหลังความจริงจะเปิดเผยว่าผลกระทบจากราลูโซลร้ายแรงขึ้นเพราะฝีมือของกัลลาร์ดที่ใช้มันซ้ำอีกหลายครั้ง แต่เรย์ก็คิดว่าการไม่ปล่อยให้มันถูกใช้เลยน่าจะเป็นสิ่งที่ดีกว่า
“มันถูกเก็บไว้ที่นี่” ริเธียเตรียมแผนที่ไว้เรียบร้อย เธอชี้ไปยังตำแหน่งของเมืองเก่าที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรเชสนา
“อยู่ในเมืองงั้นเหรอ ข้านึกว่ามันจะถูกฝังอยู่ที่ไหนซะอีก”
“มันถูกซ่อนไว้อยู่ในรูปสลักหินของรานิชีพระองค์หนึ่ง” ริเธียเล่าเรื่องของเธอให้ฟังเล็กน้อย รานิชีผู้นี้คือพระมเหสีของกษัตริย์กิงคารอนในราชวงศ์ก่อน ในตอนที่ราชวงศ์ใหม่เข้ามาปกครองกิงคารอนแทน พวกเขาไม่เพียงแค่ถอนรากถอนโคนเชื้อสายใกล้ชิดของกษัตริย์องค์เก่าจนหมด มันยังมีการสั่งทำลายรูปสลักหินแทนตัวสมาชิกของราชวงศ์เดิมด้วย มีเพียงรูปสลักหินรูปนี้เพียงรูปเดียวที่หลงเหลือมา
“ทำไมมันไม่ถูกทำลายไปด้วยล่ะ” เรย์ถามทั้งที่รู้ว่ามันไม่ได้เกี่ยวกับภารกิจของตน มันเป็นเพียงความอยากรู้อยากเห็นล้วน ๆ
“กษัตริย์ชาดัส เซเลสไทน์มีความหลังเกี่ยวกับเจ้าของรูปสลักนั้น พระองค์จึงออกคำสั่งให้ทำลายทั้งหมดยกเว้นของราชินี เขาเองก็ไม่รู้ว่ามันมีกลไกซ่อนของสำคัญแบบนั้นอยู่”
“แล้วราลูโซลก็ทำให้รูปสลักนั้นถูกทำลายสินะคะ”
ริเธียพยักหน้า กษัตริย์ชาดัสยอมแลกทุกอย่างเพื่อให้ได้ลูกแก้ววารีมาอยู่ในมือ แต่เขาก็คงไม่คิดว่ามันจะทำให้สิ่งที่ระลึกถึงคนรักชิ้นสุดท้ายถูกทำลายไปด้วย แล้วมันเป็นสาเหตุให้เขาตรอมใจจนล้มป่วยในภายหลัง
“กล้าสละทั้งเมือง แต่แค่รูปสลักรูปเดียวถูกทำลายกลับทำให้ตรอมใจเนี่ยนะ” เวิร์นรู้สึกไม่เข้าใจตรรกะนั้น
“เรื่องของความรู้สึก มันหาเหตุผลไม่ได้หรอก” เรย์คิดว่าเขาพอเข้าใจอยู่บ้าง เขาเหลือบมองลอเรนซ์โดยที่อีกฝ่ายไม่รู้ตัว ในหัวเผลอคิดไปว่าถ้ารูปสลักของลอเรนซ์คือมรดกชิ้นสุดท้ายเพื่อระลึกถึงเธอ ตัวเขาเองก็คงใจสลายเหมือนกันหากรู้ว่ามันถูกทำลาย
ราวกับรู้สึกถึงสายตาของเรย์ ลอเรนซ์หันไปสบตากับเขาพอดี ด้านเรย์เมื่อเจอกับตาประสานตา แม้เป็นคนกล้า เขาก็ไม่กล้าจ้องสู้ เขาเขินจนต้องแกล้งหันไปมองทางอื่น
“ก่อนจะไปกิงคารอน อย่าลืมกลับไปรายงานเรื่องดาบที่เอเทเซียด้วยล่ะ” นักพยากรณ์หญิงเฒ่าเตือนเรย์
“จริงด้วย เกือบจะลืมไปแล้วสิ” เรย์หัวเราะแบบไม่สำนึก นอกจากการแจ้งข่าวให้กับกษัตริย์ทั่วโลกได้รู้สถานการณ์แล้ว มันยังมีเหตุการณ์เล็ก ๆ ที่จะเกิดขึ้นที่นั่นด้วย
“หมดธุระแล้วก็ไปได้แล้ว ส่วนเรื่องของเด็กคนนั้นก็ทิ้งไว้ที่นี่แหละ”
“เด็กคนนั้น หมายถึงรีนาเหรอ” เวิร์นถาม
“คนที่พวกเจ้าให้รออยู่ข้างนอกก็มีคนเดียวไม่ใช่เหรอ ทิ้งเธอไว้ที่นี่แหละ ข้าจะดูแลเธอต่อให้เอง เจ้าก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าถ้าให้เด็กคนนั้นได้เจอกับจาเคววาแล้วจะเกิดอะไรขึ้น”
“จริงสิ ท่านยายน่าจะรู้เรื่องนี้มาตลอดนี่นา ทำไมตอนนั้นไม่บอกข้าล่ะ”
“เพราะมันเคยเป็นสิ่งที่ควรจะเป็นไปยังไงล่ะ แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว พวกเราต้องทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อให้ไม่เกิดเรื่องที่แม้แต่ข้าก็มองไม่เห็น”
“ข้าจะดูแลให้เธอปลอดภัยเอง” ลามินายืนยันเพื่อให้เรย์สบายใจขึ้น (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
เรย์เชื่อใจลามินาอย่างไร้ข้อสงสัย เขาไม่รู้ว่าริเธียเล่าเรื่องของกลุ่มอะบีสให้เธอฟังแค่ไหน แต่เขาและลามินาเคยต่อสู้ร่วมกันมาในฐานะสมาชิกร่วมกลุ่ม เขารู้ว่าถ้าเธอรับปากอะไร เธอก็จะทุ่มเททำมันอย่างเต็มที่ การทิ้งรีนาให้อยู่ที่นี่กับริเธียและลามินาน่าจะปลอดภัยมากกว่าอยู่กับเขา
เช่นเดียวกับ ลาโตร ไกรา แอนทิสตา ซิกมาและฟรีโอนิเอล เหล่าสหายร่วมรบตามประวัติศาสตร์ หากเรย์คิดจะหาตัวพวกเขาเพื่อดึงมาร่วมกลุ่ม เขาคิดว่ามันน่าจะเป็นไปได้ แต่เขาก็รู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นกับคนเหล่านี้ พวกเขามีโอกาสที่จะตายในศึกสุดท้าย
เรย์คิดว่าเพื่อนเก่าของเขาทำทุกอย่างมามากพอแล้ว พวกเขาควรจะมีโอกาสได้มีชีวิตใหม่โดยไม่ต้องเข้ามาข้องเกี่ยวกับศึกเสี่ยงตาย
แน่นอนว่าครั้งนี้เขาไม่คิดที่จะตายเช่นกัน เรย์แน่ใจว่าเขาจะจบศึกกับเทพปีศาจโดยที่ตนเอง ลอเรนซ์ เวิร์นและอลิซิลลาสามารถรอดกลับมาได้
ที่เอเทเซีย หลังจากที่พวกเรย์ได้เข้าเฝ้ากษัตริย์เอเทเซียและกษัตริย์อีกหลายพระองค์ที่ยังรอคอยข่าวอยู่ที่นั่น เรื่องราวของพวกเขาก็แพร่กระจายไปทั่ว
ชัยชนะต่อกลุ่มของเซฟิลที่ไม่มีประเทศไหนสามารถหยุดได้ สายเลือดของซิลเวอร์ที่ทุกคนเคยเชื่อว่าขาดช่วงไปแล้ว โล่ของเรย์และดาบของลอเรนซ์ที่ถูกสร้างขึ้นโดยช่างในตำนาน ทั้งสามเหตุผลกลายเป็นแสงแห่งความหวังให้กับผู้คนทั่วโลก
คนที่เป็นเดือดเป็นร้อนที่สุดคือจูเดสปา อาเบอร์ดีนแห่งพามิลเลส หลังจากการต่อสู้ในงานประชุมกษัตริย์โลกแม้จูเดสปาจะไม่ถูกตำหนิว่าเป็นสาเหตุที่เกือบทำให้ต้องเสียลูกแก้วศักดิ์สิทธิ์ไป แต่เขาก็รู้สึกกดดันมาตลอด
จูเดสปาเคยเป็นดาวแห่งความหวัง จอมเวทรุ่นใหม่ที่ถูกประเมินว่าจะกลายเป็นหนึ่งในผู้ทรงอำนาจที่สุดของอาณาจักรเวทมนตร์ แรงกดดันที่เขาสร้างขึ้นมาเองส่งผลให้ตอนที่เสียงส่วนใหญ่ของที่ประชุมเลือกให้เรย์เป็นผู้รับผิดชอบในภารกิจตามหาลูกแก้ว จูเดสปาก็ไม่สามารถทำใจยอมรับได้
เขาหวังมาตลอดว่าพวกเรย์จะผิดพลาด จูเดสปาเตรียมที่จะยื่นมือเข้าช่วยพร้อมกับเงื่อนไข เขาวาดฝันไว้ว่าจะกลายเป็นมาผู้นำกลุ่มแทนเรย์ เขาถึงกับใช้เส้นสายสร้างเรื่องเพื่อกันไม่ให้ซิกมากับฟรีโอนิเอลสามารถเข้าร่วมกับพวกเรย์ด้วยซ้ำ แต่เรื่องทั้งหมดก็ยังไม่เป็นไปตามที่คาดไว้
“ถึงกับได้รับการสนับสนุนจากเทพแห่งช่างเชียวรึ” จูเดสปาพึมพำกับตัวเอง
“พวกนั้นแย่งผลงานที่ควรจะเป็นของท่านจูเดสปาไป งานนี้มันควรจะเป็นงานที่ได้เปิดตัวท่านให้คนทั้งโลกได้เห็นแท้ ๆ” คนสนิทของเขาให้ท้าย
“ปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้ ข้าต้องทำอะไรสักอย่าง”
“ไม่ทราบว่าท่านมีแผนไว้แล้วรึยังขอรับ”
จูเดสปาพยักหน้า “ไม่อยากใช้วิธีนี้เท่าไหร่ แต่ข้าจะลองขอพวกนั้นเข้ากลุ่มดู”
คนสนิทของเขาทำท่าครุ่นคิดก่อนที่จะพูดต่อ “อาจจะได้ผลกว่าที่คิดก็ได้ ชายที่ชื่อ ‘เรย์ ลีออน’ เดิมเป็นแค่ชาวบ้านจากหมู่บ้านเล็ก ๆ ของโซดาเรีย แม้จะมีสายเลือดเทพแต่ก็ไม่ใช่คนมีสติปัญญาอะไรนัก หากท่านจูเดสปาสามารถเข้าร่วมกลุ่มกับเขา โอกาสที่จะช่วงชิงตำแหน่งผู้นำก็น่าจะมีสูง”
“ใช่ แต่ถ้าพวกนั้นทำภารกิจพลาด ข้าก็จะโทษว่ามันคือความผิดที่พวกนั้นไม่ฟังคำเตือนของข้า”
“ร้ายกาจสมกับเป็นท่านจูเดสปาจริง ๆ มีแต่ได้ไม่มีเสีย ถ้างั้นข้าจะขอนัดพบกับเรย์ผู้นั้นให้เลยดีไหมขอรับ”
“ฝากด้วยนะ” จูเดสปายิ้มกริ่มอย่างเจ้าเล่ห์
ไม่นานหลังจากนั้น…
“อะไรนะ” จูเดสปาไม่เชื่อหูตัวเอง เขาถามย้ำอีกครั้ง
“ได้ยินไม่ชัดเหรอครับ ข้าบอกว่าไม่เป็นไรน่ะครับ” เรย์ตอบพร้อมกับรอยยิ้ม
“เจ้าเข้าใจผิดอะไรอยู่แน่เลย” จูเดสปาหัวเราะกลบเกลื่อน “ข้า จูเดสปา อาเบอร์ดีน จอมเวทอันดับหนึ่งของอาณาจักรพามิลเลสผู้นี้ จะยอมลดตัวลงมาช่วยเหลือพวกเจ้าเชียวนะ”
“นั่นแหละครับ จะให้ผู้สูงส่งแบบท่านมาเข้าร่วม ข้ารู้สึกไม่สะดวกใจ”
“เรย์จะไปเล่นลิ้นกับมันทำไมล่ะ บอกไปสิว่าเราไม่ต้อนรับพวกกระจอก”
“เวิร์น” ลอเรนซ์ดึงแขนอีกฝ่ายไว้ “ถึงจะเป็นเรื่องจริงก็ไม่ควรพูดเสียมารยาทแบบนั้นนะ”
“พวกเจ้ากำลังดูถูกข้าอยู่งั้นเรอะ จูเดสปาผู้นี้…”
“หมอนี่ก็เป็นสมาชิกกลุ่มอะบีสเหรอ” อลิซิลลากระซิบถามเรย์ เขาได้แต่ยิ้มแหย ๆ
“หัวหน้ากลุ่มเราชอบให้โอกาสคนน่ะ แต่เขาพูดอยู่ตลอดว่าถ้าเห็นว่าปรับปรุงตัวไม่ได้จะฆ่าทิ้งสักวัน”
“งั้นก็ฆ่าซะตั้งแต่ตอนนี้เลยสิ” เวิร์นรู้สึกฉุนเมื่อนึกถึงเรื่องที่เรย์เล่าให้ฟัง ตามประวัติศาสตร์ดั้งเดิมชายผู้นี้ทรยศพวกพ้องและเป็นสาเหตุให้เพื่อนของเรย์คนหนึ่งต้องตาย