Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 367: ลีออนทาเวิร์น
ในยุคที่โอเปราแทรกแซงประวัติศาสตร์ แอนทิสตาไม่ได้ถูกจูเดสปาสังหาร แถมตอนท้ายทั้งเขาและเธอยังได้มาเป็นสมาชิกกลุ่มอะบีสด้วย เรย์จึงพูดไม่ได้เต็มปากว่าเขาโกรธเกลียดชายตรงหน้า ในทางกลับกันตอนที่รู้ประวัติศาสตร์ที่แท้จริงเขาก็ไม่สามารถไว้ใจชายผู้นี้ได้อย่างสนิทใจเหมือนเดิม
“เอาแบบนี้ดีไหม ถ้าเจ้าชนะพวกเราคนใดคนหนึ่งได้ พวกเราก็จะยอมรับให้เข้ากลุ่ม” ลอเรนซ์เสนอทางออกให้
“โธ่เอ๊ย ก็บอกแบบนี้ตั้งแต่แรกสิ” จูเดสปาแสยะยิ้ม “ใครก็ได้ใช่ไหม”
“ใช่แล้ว ใครก็ได้” เรย์ก็เห็นด้วยกับวิธีของลอเรนซ์ วิธีแบบนี้น่าจะทำให้อีกฝ่ายยอมรับได้ง่ายขึ้น
จูเดสปาประเมินสถานการณ์อย่างเยือกเย็น เขาไม่อยากยอมรับว่าตนเองด้อยกว่าเรย์ แต่ความเป็นจริงที่เรย์คือสายเลือดเอลเลนนอสคือเรื่องที่เขารู้อยู่แก่ใจ ถึงมั่นใจในฝีมือตัวเองแค่ไหนเขาก็ยังคิดว่ามันเสี่ยงที่จะเลือกเรย์
กรณีแบบเดียวกันกับเรย์เกิดขึ้นกับเวิร์น เขารู้มาว่าเวิร์นกลายร่างเป็นมังกรได้ด้วยซ้ำ จูเดสปาเชื่อว่าเวิร์นไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีเหมือนกัน
…ก็เหลือแค่ยายสองคนนี้… จูเดสปามองไปทางหญิงสาวสองคนที่เหลือ คนหนึ่งคือสาวแว่นผู้ครอบครองดาบที่เทพแห่งช่างสร้างขึ้น ส่วนอีกคนคือสาวผิวขาว ผมขาวและยังใส่ชุดสีขาวทั้งร่าง
ลอเรนซ์เก่งแค่ไหนจูเดสปาไม่สามารถคาดเดาได้ แต่จากการที่เรย์ให้เทพแห่งช่างสร้างอาวุธให้กับเธอ มันน่าจะหมายความว่าลอเรนซ์ก็เป็นกำลังรบที่สำคัญคนหนึ่ง
…งั้นก็เหลือคนเดียวแล้วสินะ…
จูเดสปาเลือกอลิซิลลาเป็นคู่ต่อสู้ จากมุมมองของเขาแล้วมันคือทางเลือกที่ฉลาดที่สุดจากข้อมูลที่มี
“ห้ามฆ่าใช่ไหม” อลิซิลลาหันไปถามทุกคน
“ห้ามฆ่า” เรย์รีบตอบ
จูเดสปาสัมผัสพลังเวทของอลิซิลลาได้ แม้จะไม่รุนแรงนักแต่เขาก็ไม่ประมาท จอมเวทส่วนใหญ่สามารถเรียนรู้วิธีการสะกดพลังแต่เขายังมั่นใจว่าอลิซิลลาไม่น่าจะมีพลังเวทเหนือกว่าตนได้
“สแกน… หะ เฮ้ย” จูเดสปาใช้เวทเพื่อหาธาตุและจุดอ่อนของอลิซิลลา แต่แล้วเขาก็ต้องประหลาดใจที่เวทมนตร์ทำงานไม่ได้
จูเดสปาตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว การที่มองไม่เห็นธาตุและจุดอ่อนมีได้หลายกรณี ทั้งจากทักษะพิเศษบางอย่าง อีกฝ่ายมีระดับที่สูงกว่ามาก หรือแม้แต่ว่าอีกฝ่ายไม่มีจุดอ่อนโดนตรงก็เกิดขึ้นได้ แต่ของเหล่านี้มันยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจูเดสปาจะไม่มีทางชนะ
เขาใช้ไม้เด็ดเล่นงานศัตรู จูเดสปาคือผู้เชี่ยวชาญในการใช้เวทหลายเวทพร้อมกัน ไม่เพียงแค่นั้นเขายังสามารถนำสองเวทมาผสมกลายเป็นเวทใหม่ที่รุนแรงกว่าเดิม จูเดสปาเตรียมใช้เวทที่เกิดจากการผสมของ ‘กิกะวินด์’ และ ‘กิกะไอซ์’ เข้าด้วยกัน ด้วยเวทมนตร์ระดับนี้เขาเชื่อว่าแม้แต่ยอดฝีมือระดับแนวหน้าของโลกก็ยากจะรอดไปได้โดยไม่ได้รับความเสียหายร้ายแรง
แต่ยังไม่ทันได้ร่าย จูเดสปาก็สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติบางอย่างที่มือซ้ายของเขา จังหวะที่เห็นจูเดสปาเพิ่งจะรู้สึกเจ็บอย่างรุนแรง เขาพบว่านิ้วชี้ของมือซ้ายตนถูกหักไป
…ตั้งแต่เมื่อไหร่…
สีหน้าของอลิซิลลามีร้อยยิ้มน่าสยดสยอง มันบอกได้ว่าเธอกำลังเล่นสนุก จูเดสปาเพิ่งตระหนักได้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้มองเรื่องนี้เป็นการประลองตั้งแต่แรก เธอเหมือนกับแมวที่กำลังทรมานเหยื่อเพื่อความสนุกเท่านั้น
“โอ๊ยยยย” จูเดสปาร้องลั่น นิ้วมืออีกหลายนิ้วของเขาถูกหักเพิ่ม เช่นเดียวกับสิ่งที่เกิดกับนิ้วแรก จูเดสปาไม่เห็นการโจมตีเลยสักนิด
…พลังจิต เวทมนตร์ ยายนี่ใช้วิธีอะไรหักนิ้วเรา…
…ไม่ใช่ของแบบนั้น ยายนี่ใช้แค่ความเร็ว…
“เดี๋ยวสิ ทำไมถึงไม่หลบเลยล่ะ” เรย์ประหลาดใจ เขามองเห็นทุกอย่างที่เกิดอย่างชัดเจน
“ไม่ใช่ไม่หลบ แต่เจ้าโง่นั่นมองไม่เห็นต่างหาก” เวิร์นตอบ เขาเองก็เห็นเช่นกันและมั่นใจว่าถ้าเป็นตนน่าจะหลบเลี่ยงได้ไม่ยาก
“อย่าพูดเหมือนง่ายสิ… อลิซิลลาเร็วมากเลยนะ ถ้าเป็นข้าก็คงโดนเล่นงานเหมือนกันแหละ” ลอเรนซ์ถ่อมตัวจึงไม่ได้พูดทั้งหมด เธอคิดว่าตัวเองอาจหลบไม่พ้น แต่ก็มั่นใจว่าน่าจะสวนกลับไปได้เช่นกัน ถ้าต้องสู้กับอลิซิลลาอย่างน้อยก็น่าจะเจ็บกันทั้งคู่
แต่ความเป็นจริง ความเร็วและเรี่ยวแรงระดับที่พอฟัดพอเหวี่ยงกับอัศวินมังกรไม่ใช่สิ่งที่โดดเด่นที่สุดของอลิซิลลา เวทมนตร์โบราณที่เธอครอบครองต่างหากคืออาวุธที่แท้จริงของเธอ อย่างไรก็ตาม ความเก่งกาจต่างกันเกินไป อลิซิลลาสามารถเล่นงานจูเดสปาได้ขนาดนี้ทั้งที่เธอยังไม่ได้ใช้เวทเลยสักบท (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
“เริ่มเบื่อแล้วล่ะ เรียกเดวัลมาสู้ต่อแทนได้ไหม”
เรย์ส่งสายตาดุไปให้ เหมือนกับจะบอกเธอว่าให้รีบสู้และรีบจบการต่อสู้นี้ซะ อลิซิลลาเห็นแล้วก็ยักไหล่เหมือนไม่ได้อยากทำเท่าไหร่นักแต่เธอก็ทำ
จูเดสปาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้นกับตน ภาพสุดท้ายที่เขาเห็นคือท้องฟ้าและผืนดินที่อยู่สลับที่ ร่างทั้งร่างกำลังหมุนคว้างอย่างไม่รู้สาเหตุ ความเจ็บปวดแล่นขึ้นมาที่อกจนเหมือนซี่โครง ปอดและหัวใจถูกควักออกไปพร้อมกัน จากนั้นเขาก็ไม่รู้สึกตัวอีกเลย
ที่สถานพยาบาลแห่งหนึ่งในอัลกราด จูเดสปากำลังจะได้สติหลังจากสลบไป เขาใช้เวลาอยู่พักหนึ่งเพื่อเรียบเรียงสิ่งที่เกิดขึ้นกว่าที่จะเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับตน
“อย่าเพิ่งลุกนะขอรับ แผลได้รับการเยียวยาแล้วแต่ เวทมนตร์ประหลาดที่เล่นงานท่านยังส่งผลอยู่” คนสนิทของจูเดสปาเพิ่งเข้ามาในห้องและเห็นนายของตนกำลังฝืนลุกขึ้นนั่ง
“นี่ข้าแพ้งั้นเหรอเนี่ย” จูเดสปาคำรามด้วยความเจ็บใจ
“อีกฝ่ายต้องใช้กลโกงสักอย่างแน่”
จูเดสปาพึมพำสวนทางกับสิ่งที่รู้อยู่แก่ใจ ในช่วงสุดท้ายก่อนที่จะสลบไปเขาสัมผัสพลังเวทที่น่าสยดสยองของอลิซิลลาได้ เขาไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าพลังของเธอนั้นมีเหนือกว่าเขามากมายนัก
“มันยังไม่จบแค่นี้หรอก คนอย่างข้าถือคติเสียใจที่ทำยังดีกว่าเสียใจที่ไม่ได้ทำ ไม่ว่าจะกี่ครั้งข้าก็จะกลับมาทวงสิ่งที่ควรจะเป็นของข้าคืนมา”
หลังจากเสร็จธุระทุกอย่างที่อัลกราด เรย์และพวกกลับไปลีโอตาร์อีกครั้งเพื่อรอเรือที่กำลังกลับมาจากมินิสเทรลและใช้เวลาที่เหลืออีกเล็กน้อยไปกับการฟื้นคืนกำลังและสร้างขวัญกำลังใจให้กับทุกคนในกลุ่ม
ข่าวดีก็คือร้านที่เรย์ได้ว่าจ้างให้สร้างขึ้นเสร็จเรียบร้อยแล้ว แม้แต่งานตกแต่งภายในร้านที่เขาฝากให้เจ้าหน้าที่ของอุสทรินาช่วยดูแลก็เกือบจะสมบูรณ์แล้วเช่นกัน
“นี่น่ะเหรอ ร้านมายาลาพีสส์ทาเวิร์น”
“ใช่ แต่ข้ากำลังคิดอยู่ว่าเราควรจะเปลี่ยนชื่อด้วยไหม”
“ลีออนทาเวิร์นเป็นไง” ลอเรนซ์เสนอ
“ใช้ชื่อตระกูลข้าคนเดียวจะดีเหรอ อ๊ะ ไม่สิ เวิร์นก็ใช้ลีออนนี่นะ”
“ถ้าจะอยากใส่ลงไปก็ไม่มีปัญหา ถึงข้าใช้สกุลเรสเซนไฮด์ แต่ตระกูลฝั่งแม่ก็มาจากลีออน ดังนั้นลีออนก็สื่อถึงข้าได้เช่นกัน”
“เจ้าน่ะ ไว้ค่อยเปลี่ยนเป็นลีออนทีหลังก็ได้”
“พะ พูดอะไรของเจ้าเนี่ย” ลอเรนซ์เขินจนหน้าแดง
“ส่วนของข้านี่ขอไว้เลย อย่าใส่อะไรที่มันจะสืบมาถึงตัวได้จะดีที่สุด ข้าไม่อยากให้คนมาสงสัยแล้วสืบรู้หรอกว่าตัวจริงของข้าเป็นใคร” อลิซิลลาไม่สนใจจะมีส่วนด้วยในเรื่องตั้งชื่อร้าน
ลีออนทาเวิร์นได้กำเนิดขึ้นในที่สุด จุดประสงค์หลักคือเป็นที่พักอาศัยของสมาชิกทุกคนในกลุ่ม ต่อไปนี้ทุกครั้งที่กลับมาลีโอตาร์ พวกเรย์ก็ไม่จำเป็นต้องพักที่พักของกิลด์หรือเช่าโรงแรมอีกแล้ว ส่วนจุดประสงค์รองคือมันจะกลายเป็นร้านอาหารที่เปิดโอกาสให้เรย์ได้แสดงฝีมือในการทำอาหารได้เต็มที่
เรย์ไม่ได้วาดฝันว่ามันจะกลายมาเป็นธุรกิจอย่างจริงจัง แต่คงเพราะชื่อเสียงในฐานะของผู้ที่กองทัพพันธมิตรฝากความหวังและชื่อเสียงในฐานะของพ่อครัวจากปากคำของคนที่เคยได้ลิ้มลองอาหารของเขา ทำให้แม้ว่าร้านจะยังไม่เปิดแต่ก็มีผู้คนมากมายในลีโอตาร์ที่พูดถึงมัน
เขาควรจะสนใจภารกิจกู้โลกมากกว่าร้านอาหารที่ไม่ใช่งานหลัก เรย์บอกกับตัวเองแบบนั้นแต่พอรู้ตัวอีกครั้ง เขาก็กำลังรับสมัครพนักงานร้านแล้ว
ผู้ช่วยเชฟ พนักงานทำความสะอาด บริกร และพนักงานต้อนรับ เรย์ตัดสินใจจ้างคนถึงสี่ตำแหน่งหลังจากที่เขาสัมภาษณ์ทั้งหมดด้วยตัวเอง
เรย์ไม่คิดว่านอกจากสี่คนแรกแล้วเขาจะได้พนักงานมาเพิ่มอีกรายอย่างไม่ตั้งใจ
“ท่านคงเป็นเจ้าของร้านสินะคะ ข้าน้อยคือบาบานี ยินดีที่ได้รู้จักเจ้าค่ะ”