Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 371: เรย์ + เวิร์น = ไรเวนส์

ไรเวนส์ ลีออน
มุมหนึ่งเขาคล้ายกับเรย์ แต่อีกมุมก็ดูเหมือนเวิร์น แม้แต่สีผมและทรงผมก็เป็นส่วนผสมของคนสองคน เสื้อผ้า ชุดเกราะ อาวุธ และอุปกรณ์ติดตัวอาจไม่ถึงขั้นที่กลายเป็นของในระดับที่สูงขึ้น แต่อย่างน้อยแค่รูปร่างก็พอบอกได้ว่ามันเกิดจากการหลอมรวมกันของสิ่งของจากคนทั้งคู่
“ไรเวนส์ เอาเป็นชื่อนี้ก็แล้วกัน” เฉพาะเสียงที่ทุกคนรู้สึกว่ามันเป็นเสียงใหม่
“หลอมรวมเป็นหนึ่ง เวทมนตร์บ้าบอแบบนี้มีด้วยเหรอ” เรเซอร์ปาดเหงื่อที่ผุดขึ้นเต็มใบหน้า
“อย่าโดนหลอกกันสิ รวมร่างแล้วยังไงล่ะ” ไอเลียไม่ได้สนใจแรงกดดันที่เพิ่มขึ้น เธอพุ่งออกไปพร้อมกับเส้นผมและเล็บที่ยืดยาวออก การพุ่งไปออกของเธอกระตุ้นให้อีกหลายคนตามออกไปเช่นกัน
อ๊อกกก
ไรเวนส์หายตัวไปจากตำแหน่งที่อยู่เดิม ไม่มีใครมองทันว่าเกิดอะไรขึ้น ผลลัพธ์คือไอเลียถูกเข่าของไรเวนส์กระทุ้งท้องจนตัวลอย
โดยไม่ต้องนัดแนะกลุ่มเซฟิลทั้งกลุ่มรุมเข้าใส่ไรเวนส์จากทุกทิศทาง การฝึกประสานงานที่ทำมาโดยตลอดทำให้พวกเขาสามารถโจมตีเป้าหมายเดียวกันโดยไม่ต้องกลัวว่ามันจะพลาดไปถูกพวกเดียวกัน ต่างคนงัดเอาไม้ตายออกใส่แบบไม่ยั้ง หมัดและลูกเตะของแฮทซ์และมูสคูโลเฉียดไรเวนส์ไป ดาบของเรเซอร์ โซแลนและพาร์ดัสก็ห่างจากคออีกฝ่ายเพียงระยะไม่เกินเส้นผ่านศูนย์กลางของเส้นผม แม้แต่เซฟิลก็ผสมโรงยิงเวทแทรกเข้ามาด้วยแต่ทั้งหมดไม่มีการโจมตีไหนเลยที่ถูกไรเวนส์
เขาใช้กระแสคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าอ่านการเคลื่อนที่ของทุกคนได้อย่างทะลุปรุโปร่ง และยังใช้ไฟฟ้าอีกเช่นกันในการสั่งการร่างกายให้หลบหลีกอย่างอัตโนมัติ ในขณะที่ฝ่ายคู่ต่อสู้ยังไม่ได้รู้ตัวว่าเข้ามาในระยะไอเย็นของไรเวนส์แล้ว พวกเขาทั้งหมดกำลังเคลื่อนไหวช้าลง
“ระวัง เขาใช้ได้ทั้งสายฟ้าและน้ำแข็ง” มุสคูโลเตือนช้าไป ร่างท่อนล่างของเขาและอีกหลาย ๆ คนกำลังถูกน้ำแข็งจับ
มุสคูโลมีปราณธาตุร้อน เดิมทีน้ำแข็งของเวิร์นไม่สามารถทำอะไรเขาได้ ไม่เพียงแค่ละลายน้ำแข็งที่จับร่างตนไว้ ต่อให้ต้องการละลายน้ำแข็งทั้งหมดในรัศมีสิบเมตรเขาก็ทำได้ภายในพริบตา แต่น้ำแข็งของไรเวนส์นั้นมีอุณหภูมิต่ำยิ่งกว่าที่เวิร์นสร้างขึ้นได้ และยังละลายช้าลงไปอีก
แค่ไม่กี่อึดใจ การโจมตีต่อไปของไรเวนส์ก็มาถึง
น้ำแข็งเป็นสื่อนำไฟฟ้า การโจมตีที่แท้จริงของไรเวนส์คือเวทมนตร์สายฟ้าที่ตามมาติด ๆ กัน
แฮทซ์ไม่สนใจความเสียหายที่เกิดกับตน เขารู้ว่าไรเวนส์ไม่ได้ใช้เวทสายฟ้าระดับสูงสุดเพราะห่วงว่าจะมีใครต้องตายไป แต่เขาก็ไม่สนใจว่าอีกฝ่ายมีใจเมตตา ในหัวของเขามีความคิดอย่างเดียวคือสังหารเวิร์นที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของไรเวนส์ไปแล้ว
“ตายซะเถอะ” แฮทซ์ที่แทบไม่เคยพูดตะโกนออกมา เขาอัดปราณทั้งหมดลงในหมัดด้วยความคิดที่ว่าต่อให้ตนเองจะต้องตายหลังจากชกหมัดนี้ออกไปก็ไม่เป็นปัญหา
แต่หมัดนั้นไปไม่ถึง มันถูกหยุดไว้ก่อนที่จะถึงร่างของไรเวนส์ราวกับมีกำแพงอากาศมากั้นไว้ แฮทซ์ออกแรงมากขึ้นเพื่อดันหมัดไปต่อแต่มันไม่ขยับไม่มากกว่านั้นแม้แต่เสี้ยวเดียว
“ออรามังกร” ลอเรนซ์คือคนแรกที่มองออก เธอเห็นออราทั่วร่างของไรเวนส์กลายเป็นเกราะหุ้มเขาไว้อีกชั้นหนึ่ง
ไรเวนส์โจมตีหนักหน่วงขึ้นอีกขั้น ดาบของเขามีคุณสมบัติเหมือนกับดาบแห่งเรย์ เขาอัดพลังไฟฟ้าลงไปเพื่อขยายขนาดของคมดาบ แต่จังหวะที่ปล่อยคลื่นดาบสายฟ้า เขาก็ปล่อยคลื่นไอเย็นออกไปด้วยกัน
ไม่มีใครต้านทานได้อย่างสมบูรณ์ ทุกคนถูกซัดกระเด็นกระดอนไปคนละทิศทาง มีเพียงแค่โซแลนที่ร่ายเวทแอบซอร์บไลท์นิงกับแอบซอร์บโคลด์ได้ทันจึงไม่ได้รับบาดเจ็บเหมือนคนอื่น
ความโกรธที่ถูกเล่นงานฝ่ายเดียวทำให้โซแลนบุกไปต่อโดยไม่รอพรรคพวก เขาใช้เพลงดาบพิฆาตราชันย์ตอบโต้วิชาดาบของไรเวนส์ เฉพาะในแง่กระบวนท่าแล้วจอมดาบอย่างเขายังได้เปรียบเหนือกว่า
ทั้งที่มีแค่ดาบที่เหนือกว่า ไม่มีใครคาดคิดเลยว่าขณะที่เขาคลุกวงในได้โซแลนกลับเปลี่ยนวิธีการกะทันหันเขาปล่อยมือจากดาบและร่ายเวทด้วยมือทั้งสอง
มันคือเทคนิคเดียวกับจูเดสปา มือซ้ายของโซแลนคือเวท ‘กิกะไฟร์’ ในขณะที่มือขวาคือเวท ‘กิกะบอมบ์’ เขากำลังจะผสมเวททั้งสองด้วยกันและยิงใส่ไรเวนส์ในระยะเผาขน
แต่ไม่มีเสียงระเบิดกัมปนาท ไม่มีเปลวไฟลุกโชติช่วง ไม่มีแม้แต่เสียงที่เกิดขึ้นจากการปะทะระหว่างเวทมนตร์กับร่างของไรเวนส์ เขายกโล่ขึ้นมากันไว้ทันและยังเป็นโล่ที่สวมใส่ดาบเอาไว้เรียบร้อย
โซแลนไม่เคยเห็นลูกเล่นนี้มาก่อน กว่าที่จะเข้าใจว่าเวทมนตร์ของตนถูกโล่ดูดกลืนและเปลี่ยนมันเป็นพลังสายฟ้าให้กับดาบ เขาก็หมดทางหนีแล้ว
…ไม่เป็นไร แอบซอร์บไลท์นิงยังมีผลอยู่…
ไรเวนส์รู้เรื่องนั้นดีดาบสายฟ้าจึงไม่ได้ชี้ไปทางโซแลน เขาเพียงแค่ปักดาบลงพื้นพร้อมกับปลดปล่อยพลังที่ดูดเข้าไปออกมา ระเบิดสายฟ้าไม่เพียงแค่ทำให้ร่างของเขาลอยพุ่งตามโซแลนไป มันยังเล่นงานเรเซอร์ มุสคูโล แต่อีกหลายคนที่กำลังจะตามเข้ามาเสริม
สถาพที่ลอยคว้างอยู่กลางอากาศโดยปราศจากอาวุธ โซแลนไม่ได้ไร้พิษสง ก่อนที่ไรเวนส์จะถึงตัว เขาเปลี่ยนเวทมนตร์เพลิงให้ขึ้นรูปเป็นดาบ ไรเวนส์ยอมรับว่าเขาประหลาดใจที่โซแลนมีลูกเล่นใหม่ ๆ มาแสดงให้ดูไม่เคยหมด แต่มันก็ไม่อาจช่วยให้รอดไปจากการโจมตีของเขาได้
สายฟ้าและน้ำแข็งจู่โจมตีถูกโซแลนอย่างจัง ดาบเพลิงของเขาและเวทจากไพ่ที่เซฟิลจั่วได้พอดี ช่วยลดความเสียหายไปได้ส่วนหนึ่งแต่ก็ไม่มากพอ เขาถูกแรงมหาศาลซัดลงไปจนจมหายในหลุมที่เกิดขึ้นจากแรงระเบิด
ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน พาร์ดัสก็ล้มลงเป็นรายที่สอง เป็นฝีมือของลอเรนซ์นั่นเอง แม้ว่าเธอเองก็ต้องเจ็บไม่น้อยกว่าจะล้มมนุษย์เสือดำรายนี้ได้ก็ตาม (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
สถานการณ์พลิกผันในทันที ฝ่ายเซฟิลแทบทุกคนได้รับบาดเจ็บกันถ้วนหน้า กำลังหลักสองคนอย่างพาร์ดัสและโซแลนก็ไม่น่าจะลุกกลับขึ้นมาได้อีก และสิ่งที่ยิ่งย้ำให้พวกเขารู้สึกสิ้นหวังมากขึ้นก็คืออลิซิลลาที่กำลังฟื้นตัวกลับมา
“โดนเล่นงานซะแย่เลย” ก๊อดบีสต์ในร่างสาวสวยแสยะยิ้มเปื้อนเลือด สีแดงของเลือดตัดกันกับสีขาวบนตัวของเธอ
“ห้ามฆ่านะ”
“โอ้ นี่ร่างรวมอ่านใจได้ด้วยรึเนี่ย” อลิซิลลาเอามือป้องปาก
“ไม่ต้องอ่านใจได้ก็ดูออก” ไรเวนส์ตอบเสียงเย็น ดูเหมือนไรเวนส์จะได้ทั้งความเงียบขรึมและสติปัญญาของเวิร์นติดมาด้วย
“แยกทีหลังได้จริง ๆ ใช่ไหม” ลอเรนซ์เริ่มกังวล เธอไม่อยากจินตนาการว่ามันจะยุ่งเหยิงแค่ไหนหากเรย์กับเวิร์นกลายเป็นไรเวนส์ตลอดไป
“เจ้าไม่เสียแฟนไปหรอกน่า” อลิซิลลาแกล้งหยอก แต่ลอเรนซ์ไม่มีอารมณ์มาขำด้วย
การต่อสู้หลายวันหลายคืนในกิงคารอนยังไม่หนักหนาเท่ากับการต่อสู้กับพวกไรเวนส์ เซฟิลพบว่าพลังเวทของเขาอ่อนแรงลงอย่างที่ไม่เคยเป็น
เซฟิลถูกบีบให้ต้องใช้ร่างปีศาจต่อสู้ ในช่วงไม่กี่นาทีแรกฝ่ายเขากลับมาได้เปรียบได้ทันที ร่างปีศาจนี้ทำให้พลังที่เขาสะกดเอาไว้เพิ่มขึ้นจนทะลุขีดจำกัดของร่างเดิม จากที่พลังเวทเหลือเพียงไม่มาก มันก็กลับมาเต็มเปี่ยมอีกครั้ง
แต่ไรเวนส์ก็มีไพ่ตายอยู่เช่นกัน เขารอให้เซฟิลกลายร่างมาตลอดเพื่อที่ตนจะได้กลายร่างเข้าสู้บ้าง
ไอเลียตั้งใจสร้างโอกาสให้เซฟิล เธอใช้เส้นผมทุกเส้นจับร่างมังกรของไรเวนส์ไว้ แต่มันก็ได้เพียงแค่พริบตา มังกรไรเวนส์สะบัดร่างเบา ๆ เส้นผมที่เหมือนเหล็กกล้าของเธอก็ขาดกระจุย
“มังกรสายฟ้า ไม่สิ… มังกรน้ำแข็งด้วย” ไอเลียร้องโวยวาย เธอรู้สึกโชคดีที่เส้นผมขาดไปก่อนที่ไอเย็นและสายฟ้าจะแช่แข็งทั้งผมและตัวเธอไปพร้อมกัน
ไอเลียโล่งใจได้ไม่นาน เหตุเพราะการโจมตีของมังกรน้ำแข็งสายฟ้าครอบคลุมทั่วทั้งผืนป่าโดยรอบ สุดท้ายทั้งเธอทั้งปู่ของเธอและศิษย์พี่ก็ไม่สามารถหนีพ้นไปได้ พวกเขาสามคนถูกไอเย็นและกระแสไฟฟ้าที่รุนแรงเล่นงานจนหมดสภาพไปพร้อมกัน
เรเซอร์ไม่ยอมล้มลงไปโดยดี ไม่ว่าจะเจ็บหนักแค่ไหนเขาก็พยายามลุกขึ้นมาใหม่ ดาบต้องสาปของเขาหากเรียกเลือดอีกฝ่ายได้สำเร็จเขาจะฟื้นตัวได้เรื่อย ๆ ปัญหาก็คือตั้งแต่เรย์และเวิร์นกลายเป็นไรเวนส์เขาก็ไม่สามารถโจมตีถูกอีกฝ่ายสำเร็จอีกเลย
เรเซอร์เปลี่ยนเป้าจากไรเวนส์ไปที่ลอเรนซ์ แต่อีกฝ่ายเดาได้ไม่ยากว่าเขาจะทำอะไร แทนที่จะตอบโต้สวนกลับ ลอเรนซ์ทำเพียงแค่ปัดป้องจนดาบของเรเซอร์ถูกหยุดไว้ได้ทั้งหมด
“เจ้า… ข้าไม่ได้คิดไปเอง เจ้ารู้เพลงดาบของข้า”
ลอเรนซ์เพียงแค่ยิ้มตอบ เธอจะบอกได้อย่างไรว่าเรเซอร์คือคนที่สอนทุกอย่างให้เธอด้วยตนเอง
หลายชั่วโมงต่อมา ลอเรนซ์ อลิซิลลาและเดวัลของเธอถอนตัวจากการต่อสู้แล้ว พวกเขาปล่อยให้ไรเวนส์สู้ตัวต่อตัวกับเซฟิลมาพักใหญ่แล้ว
ทั้งสองฝ่ายใช้เรี่ยวแรงไปจนใกล้ถึงขีดจำกัด ไรเวนส์ไม่ได้ฝืนกลายเป็นมังกรอีก ส่วนเซฟิลเองก็กลับมาอยู่ในสภาพที่ใกล้เคียงกับมนุษย์เหมือนในตอนแรก
“ข้า… จะมาแพ้ที่นี่ไม่ได้”
“ทำไมถึงหัวรั้นขนาดนั้นนะ” แม้แต่ไรเวนส์ที่มีความทรงจำของเวิร์นอยู่ด้วยก็ไม่เข้าใจทิฐิของเซฟิล
“ลมหายใจน้ำแข็งสายฟ้า” ไรเวนส์ตัดสินใจปิดฉากด้วยคลื่มลมหายใจที่มีธาตุทั้งสอง
เซฟิลไม่หลงเหลือเวทมนตร์ใด ๆ อีกแล้ว สิ่งที่มีอยู่ก็เพียงพลังใจและอายุขัยที่เหลืออยู่ เขาเผาผลาญสิ่งเหล่านั้นออกมาเป็นพลังโจมตีครั้งสุดท้าย
ไรเวนส์ถูกดันกลับจนต้องถอยไปหลายก้าว เขารับรู้ได้ทันทีว่าเซฟิลกำลังแลกตายกับตน หากปล่อยไปเจ้าชายจากโลกปีศาจคงจะต้องพบจุดจบในวันนี้
“ปล่อยให้ยืดเยื้อกว่านี้ไม่ได้แล้ว” ไรเวนส์พึมพำ เขาเร่งพลังของตัวเองขึ้นเช่นกัน จากที่ถูกดันต้องถอยร่น พลังของเขากำลังดันพลังของเซฟิลกลับไป
“ย้ากกกก” ทั้งสองฝ่ายตะโกนสวนใส่กัน
เกิดระเบิดขนาดย่อมจากการโจมตีนั้น ทั้งสองฝ่ายอยู่ตรงจุดศูนย์กลางของการระเบิดพอดี แต่ว่าผู้ที่ยังยืนอยู่ได้มีเพียงแค่ไรเวนส์เท่านั้น เซฟิลแม้จะรอดมาได้อย่างเหลือเชื่อแต่เขาก็ไม่สามารถลุกขึ้นมาได้อีกแล้ว