Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 372: จูเดสปาผู้กัดไม่ปล่อย
“บ้าจริง มิตินี่มัน ยายเด็กอมมือนั่นถึงกับเปิดประตูสู่มิตินี้ได้เชียวเรอะ” กัลลาร์ด อมาเรียสตะโกนด้วยความเคียดแค้น
ชายกลางคนที่ใกล้วัยดึกเต็มทีใช้เวลาอยู่พักหนึ่งเพื่อสงบสติอารมณ์ เขาพยายามใช้เวทสร้างเพื่อสร้างแสงสว่างแต่ดูเหมือนบรรยากาศพิเศษในบริเวณนั้นจะทำให้แสงที่เกิดขึ้นส่องไปได้ไม่ไกลนัก
“ยังหรอก มันยังไม่จบแบบนี้ ข้าต้องกลับออกไปได้แน่นอน” เขาพึมพำกับตนเอง แม้แต่โลกที่ทุกคนเชื่อว่าหากได้ไปแล้วจะไม่มีทางกลับมาได้เขาก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามันหยุดเชาไม่ได้ นับประสาอะไรกับโลกมืดแห่งนี้
“ขอแค่มีเวลาและโอกาสอีกเล็กน้อย ไม่มีอะไรที่กัลลาร์ดผู้นี้ทำไม่ได้ คอยดูเถอะ”
ผลสรุปของการต่อสู้ระหว่างกลุ่มเรย์และเซฟิลนั้นชัดเจน ฝ่ายเซฟิลล้มลงจนหมดแต่ก็นับเป็นปาฏิหาริย์ที่การต่อสู้รุนแรงขนาดนี้ไม่มีใครเสียชีวิต คนเพียงคนเดียวที่หายไปหลังจากการต่อสู้คือไรเวนส์ เขาไม่มีตัวตนอีกต่อไปแล้วหลังจากที่อลิซิลลาร่ายเวทเพื่อแยกเขากลับมาเป็นเรย์และเวิร์น
“ไม่เป็นอะไรใช่ไหม” ลอเรนซ์สำรวจร่างกายของเรย์ให้แน่ใจว่าทุกส่วนยังอยู่ครบดี เธอไม่ได้สนใจพวกเซฟิลที่ยังนอนร่อแร่อยู่บนพื้น
“ข้าไม่เป็นไรหรอก รีบปฐมพยาบาลพวกนั้นก่อนเถอะ เดี๋ยวก็ตายจริง ๆ หรอก”
“อ๊ะ เจอแล้ว” อลิซิลลาค้นตัวเซฟิลและเจอสิ่งที่เธอหา เธอชูมันขึ้นให้เรย์เห็น
“ลูกแก้ววายุ เกือบลืมไปแล้วสิ” เรย์หัวเราะพร้อมกับเกาหัวไปด้วย
“อย่าลืมเรื่องสำคัญสิ” เวิร์นดุใส่
พวกเรย์ช่วยเหลือกลุ่มเซฟิลอยู่ครู่ใหญ่จนพาร์ดัสฟื้นขึ้นมาเป็นคนแรก เมื่อเห็นว่าพาร์ดัสสามารถดูแลคนที่เหลือต่อได้ พวกเรย์จึงตัดสินใจปล่อยเป็นหน้าที่ของเขาและเตรียมตัวจากไป
“ไม่ต้องห่วงเรื่องสัญญาหรอก” พาร์ดัสไม่ค่อยเต็มใจแต่เขาก็ยึดถือเรื่องของสัจจะ เขารับปากว่าหลังจากทุกคนหายดีแล้วพวกเขาจะตามไปช่วยเรย์จัดการกับเทพปีศาจ
ที่ราชวังของกิงคารอน พวกเรย์ได้รู้มาว่าจักรพรรดิกำลังประชวรด้วยโรคปัจจุบันทันด่วนและรัชทายาทอย่างชาอุลก็กลายมาเป็นผู้สำเร็จราชการแทน แม้สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องดี แต่เรย์ก็รู้สึกโล่งใจกว่าที่จะได้เจรจากับคนที่คุยกันง่ายแบบองค์รัชทายาท
“ข้ารู้ข่าวเรื่องนั้นแล้ว พวกเจ้าทำได้ดีมาก” ชาอุลดีใจจนออกนอกหน้า เขายอมรับได้แม้จะละอายใจว่ากองทัพของกิงคารอนไม่สามารถหยุดคนเพียงเจ็ดชีวิตได้
“ขอไม่อ้อมค้อมพ่ะย่ะค่ะ ข้าพระองค์มาที่นี่เพราะสัญญาเรื่องลูกแก้วศักดิ์สิทธิ์”
ชาอุลพยักหน้า เขายกมือให้สัญญาณกับลูกน้อง จากนั้นครู่ใหญ่ทหารและนางกำนัลกลุ่มหนึ่งก็กลับมาพร้อมกับลูกแก้วลูกสุดท้ายที่พวกเรย์รออยู่
“คงไม่ได้คิดว่าข้าจะเป็นคนตระบัดสัตย์นะ”
“ข้าพระองค์ไม่กล้า” เรย์ตอบพร้อมรอยยิ้มใสซื่อ แต่เพื่อนของเขาทุกคนต่างรู้สึกผิดไปตาม ๆ กัน ทั้งเวิร์น ลอเรนซ์และอลิซิลลาเตรียมใจไว้แล้วว่าถ้าไม่ได้ลูกแก้วลูกสุดท้ายพวกเขาก็จะถล่มวังนี้ให้เละ
“จะไม่ไว้ใจข้าก็ไม่โกรธหรอก” ชาอุลถอนหายใจ “ผู้สำเร็จราชการใช่ว่าจะทำทุกอย่างได้ตามใจชอบ”
เรย์ไม่รู้เรื่องการเมืองและความขัดแย้งภายในกิงคารอนมากนัก แต่เขาเคยได้ยินมาบ้างว่าไม่ว่าประเทศไหนเรื่องการชิงดีชิงเด่นแก่งแย่งอำนาจก็มีให้เห็นกันทั้งนั้น เรย์เดาว่าแม้แต่เรื่องมอบลูกแก้วศักดิ์สิทธิ์ให้กับพวกตน ชาอุลก็คงต้องออกแรงไปไม่น้อย
จากที่หนึ่งสู่อีกที่ เรย์และพวกได้กลับไปรายงานเกี่ยวกับลูกแก้วสองลูกสุดท้ายกับบรรดากษัตรย์ทั้งหลายที่รอฟังผลลัพธ์อยู่ ลูกแก้วสองลูกสุดท้ายไม่เพียงทำให้ชื่อเสียงที่โด่งดังอยู่แล้วของกลุ่มเรย์โด่งดังขึ้นอีกขั้น มันยังช่วยให้ขวัญกำลังใจของผู้คนทั่วโลกกลับมาเต็มเปี่ยม
การประชุมของเหล่าผู้นำที่จัดขึ้นชั่วคราว หัวข้อการประชุมครั้งนี้นอกจากเกี่ยวข้องกับแผนการเคลื่อนทัพสู่ทวีปบริซาเนียแล้ว อีกหนึ่งหัวข้อสำคัญก็คือการกลับมาของพวกเรย์พร้อมกับลูกแก้วสองลูกสุดท้าย
“พวกเจ้าทำได้ดีมาก” กษัตริย์แห่งอาณาจักรเรมเนสเอ่ยชมพวกเรย์ทุกคน
“พวกข้าพระองค์เพียงโชคดีเท่านั้นแหละพ่ะย่ะค่ะ จริงสิ ข้าขอคืนสิ่งนี้ให้ท่าน” เรย์ทำท่าจะหยิบล้วงเหรียญตราแห่งความจริงออกมา
“เก็บไว้เถอะ ภายภาคหน้า เจ้าอาจจะต้องได้ใช้มันอีกก็ได้” กษัตริย์เรมเนสยกมือขึ้นห้าม
เรย์ไม่ได้ปลาบปลื้มไปกับคำชมที่เหล่าผู้นำนานาประเทศผลัดกันยกย่องสรรเสริญ เขารู้ดีว่าคำชมมักมาพร้อมกับความอิจฉาริษยา และสายตาแห่งความชิงชังที่ชัดเจนที่สุด ไม่พ้นสายตาของตัวแทนของพามิลเลส จูเดสปา อาเบอร์ดีน
จูเดสปาโกรธแค้นที่ถูกปฏิเสธคำขอเข้าร่วมกลุ่มและยังถูกเล่นงานจนยับเยิน ที่ผ่านมาเขาพยายามสร้างผลงานมาตลอดเพื่อให้ตนมีบทบาทมากขึ้นในศึกกับเทพปีศาจ แต่ทุกอย่างที่เขาทำดูไร้ความหมายในทันทีที่พวกเรย์รวบรวมลูกแก้วมาได้จนครบ
“ส่วนเรื่องเกี่ยวกับการใช้ลูกแก้วศักดิ์สิทธิ์ ข้ามีข้อเสนออยากจะให้ที่ประชุมรับไว้พิจารณา”
จากนั้นเรย์จึงอธิบายเรื่องของเฟอร์โรชายเพียงผู้เดียวในโลกนี้ที่สามารถปรับแก้ไขลูกแก้วได้ บางส่วนเป็นเรื่องที่เขายังไม่ได้ปรึกษาเฟอร์โรด้วยซ้ำแต่ก็เป็นเรื่องที่ตนรู้มาแล้วจากอนาคต เช่นเรื่องที่การดัดแปลงจะทำให้ลูกแก้วใช้แล้วจะสลายไป (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
“ดัดแปลงให้ใครก็ใช้ได้กับยืดเวลาในการผนึกออกไปเป็นหลายพันปีเป็นเรื่องที่ดีแน่นอน แต่การที่ใช้ลูกแก้วแล้วสลายไป เราจะทำอย่างไรกับเทพปีศาจที่เหลือล่ะ” คำถามของผู้นำจากประเทศหนึ่งเป็นสิ่งที่หลายคนคาใจอยู่
“ท่านเฟอร์โรมีวิธีการอยู่แล้วครับ” เป็นอีกครั้งเรย์พูดเรื่องที่เขายังไม่ได้สรุปกับเฟอร์โร เขาขอละรายละเอียดไว้เพื่อให้เจ้าตัวมาเล่าให้ฟังเองในภายหลัง
เมื่องานประชุมจบลง เรย์พบว่าจูเดสปาดักพบเขาอีกแล้ว เรย์พอจะเดาได้ว่ามันคือเรื่องเดิม ๆ อย่างการขอเข้าร่วมกลุ่ม แต่คราวนี้เขาหลบไปหาเฟอร์โรที่มินิสเทรลได้ก่อน
ที่มินิสเทรล บริเวณภูเขาไฟที่เฟอร์โรใช้เป็นที่พักและที่ทำงานของเขา
“พวกเจ้าหาทางกันเอาเองก็แล้วกัน ของสิ่งนี้ข้ามีส่วนช่วยในการสร้างเล็กน้อยเท่านั้น ต่อให้อยากช่วยก็คงทำอะไรไม่ได้หรอก” เทพแห่งช่างอิดออดที่จะช่วย
“ถ้าท่านเทพแห่งช่างยังทำไม่ได้ โลกนี้ก็ถึงกาลอวสานแล้วล่ะ” เรย์พยายามตื้อเพื่อให้เขาใจอ่อน
“ที่โลกของข้า มีท่านเฟอร์โรนะ บางทีพวกเราอาจจะลองไปขอให้ท่านเฟอร์โรอีกคนช่วยดู”
“เหอะ!! ถ้าข้าคนนี้ทำไม่ได้ตัวข้าในโลกอื่นก็ทำไม่ได้หรอกน่า ไหนเอามาดูอีกทีซิ”
“มันเคยถูกดัดแปลงมาแล้วโดยท่านจีดัสในช่วงสงครามซีนครั้งก่อน อย่างท่านเฟอร์โรคงไม่มีปัญหาหรอก แก้ไขสักหน่อยก็น่าจะทำให้ลูกแก้วทั้งหกผนึกเทพปีศาจได้โดยแลกกับที่ลูกแก้วต้องสลายไป”
เฟอร์โรคิ้วกระตุกเมื่อได้ยิน ถึงจะรู้มาแล้วว่าพวกเรย์มาจากอนาคตและล่วงรู้ทุกอย่างจนหมดแต่ได้ฟังแบบนี้ก็ยังหงุดหงิดอยู่ดี
“ถ้าไม่รบกวนจนเกินไปก็ฝากเรื่องของเทพปีศาจอีกสองด้วยนะคะ” ลอเรนซ์ยกยิ้มที่มุมปาก
“น่ารำคาญจริง” เฟอร์โรบ่นฮึดฮัดแต่เขาก็ไม่ได้ปฏิเสธความช่วยเหลือ “ไม่เกินเจ็ดวันก็น่าจะเสร็จ”
เมื่อได้ข้อสรุปแล้วพวกเรย์ก็ไม่ได้อยู่รอคอยจนการดัดแปลงเสร็จสิ้น มีหลายอย่างที่เขาต้องเตรียมความพร้อมหลังจากนี้ ไม่ว่าจะเป็นการฝึกฝนเพิ่มเพื่อการประสานงานที่ดีขึ้น รวมทั้งแบ่งเวลากลับไปลีโอตาร์เพื่อดูแลร้านลีออนทาเวิร์นอีกด้วย
เจ็ดวันที่เฟอร์โรขอไว้จบลงอย่างรวดเร็ว ไม่เพียงแค่ลูกแก้วทั้งหกลูก เขายังมีแผนคร่าว ๆ เกี่ยวกับเทพปีศาจสองตนสุดท้ายไว้แล้วด้วย
“พวกเจ้ากลับไปรายงานผลที่เอเทเซียซะ ข้าจะเตรียมความพร้อมอีกนิด แล้วไปเจอกันที่ทวีปบริซาเนียเลย”
คำพูดของเฟอร์โรทำให้เรย์ดีใจจนแทบจะอยากกระโดดกอด เทพแห่งช่างผู้นี้ไม่เคยทำให้เขาผิดหวังเลยสักครั้ง
ทั้งที่พยายามหลีกเลี่ยงแต่แล้วเรย์ไม่สามารถทำไปได้ตลอด จูเดสปาถึงกับไปดักรอพวกเรย์อยู่ที่ลีออนทาร์เวิร์นซึ่งโด่งดังอยู่ในลีโอตาร์
“เราตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอ เจ้าแพ้ให้อลิซิลลาไปแล้ว”
“นั่นมันข้อตกลงในภารกิจตามหาลูกแก้วศักดิ์สิทธิ์ ตอนนี้ได้ลูกแก้วมาครบแล้วพวกเจ้าต้องการกำลังคนให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ไม่ใช่เหรอ”
ที่จูเดสปายกขึ้นมาอ้างก็ไม่ผิด ตอนนี้มันไม่ใช่แค่ภารกิจที่สามารถทำด้วยคนกลุ่มเล็ก ๆ ได้อีกแล้ว แต่มันกำลังจะกลายเป็นสงครามเต็มรูปแบบ ไม่ใช่แค่จูเดสปาเท่านั้นแต่อีกไม่นานกองทัพพันธมิตรจากนานาประเทศจะไปรวมตัวกันที่ทวีปบริซาเนีย
“เจ้าก็ไปสังกัดอยู่กับกองทัพพามิลเลสสิ ข้าไม่เห็นประโยชน์อะไรที่ต้องมาเกาะติดกับกลุ่มเราเลย” สิ่งที่เวิร์นพูดก็มีประเด็นเช่นกัน
“เจ้าก็แค่อยากเป็นคนหนึ่งที่ได้ใช้ลูกแก้วผนึกเทพปีศาจล่ะสิ” อลิซิลลาใช้น้ำเสียงกวนประสาทยั่วให้อีกฝ่ายโกรธ แต่จูเดสปาไม่หลงกลไปตามการยั่วยุ
“การใช้ลูกแก้ว ผู้ใช้ต้องเข้าไปใกล้ร่างของเทพปีศาจให้มากพอ มันคือหน้าที่ที่ต้องเสี่ยงชีวิต ถ้าข้าบอกว่าข้าอยากเสี่ยงเพื่อให้คนอื่นมีโอกาสรอดมากขึ้นอีกสักนิด ข้าผิดด้วยรึ”
เรย์เกือบจะเคลิบเคลิ้มไปกับเหตุผลของจูเดสปาแล้ว แต่พอเหลือบไปเห็นสายตาของลอเรนซ์ที่ส่งมาเหมือนจะพูดว่า “นี่คงไม่ใช่เชื่อหมอนี่แล้วนะ” เขาก็รีบเปลี่ยนใจ
เรย์ไม่ชอบการปฏิเสธคนอื่น เขาเป็นพวกที่หากถูกรบเร้าก็มักจะช่วยทำตามคำขอที่ฟังดูก็รู้ว่าเป็นการเอาเปรียบ เขายอมรับว่าเขาแพ้ทางคนที่เอาแต่ได้และกล้าที่จะขอแบบจูเดสปา นี่ถ้าเขาไม่ย้ำกับตนเองว่าฟรีโอนิเอลเคยเตือนเขานับครั้งไม่ถ้วนว่าต้องใจแข็งให้เป็น เขาก็คงไม่รู้ว่าจะจัดการสถานการณ์นี้ยังไง
“ข้าต้องขอโทษจริง ๆ แต่พวกเราสี่คนนี้คุ้นมือกันดีแล้ว หากท่านอยากช่วยก็ช่วยในฐานะคนของพามิลเลสรับมือกับสาวกเทพปีศาจจากวงนอกเถอะ”
“ข้าไม่เข้าใจ!” จูเดสปาเสียงดังขึ้น “กับเวิร์นหรือกลับพวกเซฟิล เจ้ายังกล้าออกหน้าพูดในที่ประชุมเพื่อขอให้พวกเขาเข้าร่วม แล้วทำไมถึงพยายามกีดกันข้าอยู่คนเดียว มันมีเหตุผลอะไรกันแน่”