Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 375: เรย์กับเรย์
แต่อลิซิลลาได้ลงมือไปแล้ว เธอร่ายซิงโครซิสโดยมีเป้าหมายคือเรย์กับเรย์อีกคน
“ทำอะไรแบบนั้นน่ะ ถ้าเรย์ถูกพลังของดาร์คแวเลียนเซอร์กลืนเข้าไปจะทำยังไงล่ะ”
คำพูดของลอเรนซ์ไม่มีประโยชน์แล้ว สิ่งที่เคยเกิดขึ้นกับเรย์และเวิร์นกำลังเกิดซ้ำ โดยคราวนี้เป็นเรย์กับเรย์ที่กำลังถูกครอบงำแทน ลอเรนซ์ทำได้เพียงแค่ภาวนาขอให้แผนของเวิร์นจะไปได้สวย
เรย์ก็คือเรย์ แม้จะถูกครอบงำด้วยคำสาปแค่จิตใจดั้งเดิมของเขาไม่ใช่คนชั่วร้าย การรวมร่างของเรย์คนใหม่และคนเก่าเข้าด้วยกันช่วยให้จิตใจเคยเสียหายได้รับการซ่อมแซม การเดิมพันของเวิร์นประสบผลสำเร็จเกินกว่าที่เขาคาดหมายไว้
ชายที่ลอเรนซ์ตั้งชื่อภายหลังว่า “ไซอาร์” ได้ถือกำเนิดขึ้น มันคือชื่อของเทพสายฟ้าซึ่งมาจากตำนานเทพโบราณที่ปัจจุบันไม่มีใครใช้กันอีกแล้ว
ไซอาร์คือส่วนผสมที่อันตรายยิ่งกว่าเรย์และเวิร์น ในแง่หนึ่งมันคือความเข้ากันได้ที่ยิ่งกว่าการผสมผสานครั้งใด ๆ ทั้งคู่มีพันธุกรรมเดียวกันและจิตวิญญาณเดียวกัน
ในทางตรงกันข้ามพวกเขาก็มีประสบการณ์ที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง เรย์คนหนึ่งเติบโตขึ้นในฐานะของอัศวินมังกรและขุนพลคนสำคัญของกลุ่มอะบีส การต่อสู้หนักหน่วงที่ผ่านมาทำให้เขากลายเป็นอัศวินมังกรที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์
ขณะที่เรย์ผู้เป็นตัวจริงของยุคนี้ประสบเคราะห์กรรม เขาสูญเสียพลังของอัศวินมังกรไปแต่ได้ร่างกายที่ใกล้เคียงกับความเป็นอมตะมาเหมือนกับดาร์คเจสเตอร์พร้อมกับคำสาปร้ายแรงที่กัดกินจิตวิญญาณ การที่ต้องต่อสู้ทั้งภายในและภายนอก ในโลกเหมือนขุมนรกทำให้เรย์คนนี้ก้าวกระโดดในแบบที่แตกต่าง
ทั้งสองอย่างกลายเป็นรากฐานให้เรย์คนใหม่ที่ถือกำเนิด ไม่ใช่ทั้งเรย์ในฐานะของอัศวินมังกรและเดธมาสก์
“เฮ้ยยย คำสาปหายไปแล้ว” ดาร์คเจสเตอร์ร้องลั่น เขาคือผู้เดียวในที่นี้ที่คุ้นเคยกับคำสาปของเดธมาสก์ เมื่อเขาตกใจขนาดนี้มันจึงพอยืนยันได้ว่าเรย์คนใหม่หลุดพ้นจากอำนาจมืดแล้ว
ไซอาร์เคลื่อนไหวทันทีที่เขาทำได้ เขาไม่ได้โจมตีใส่พวกลอเรนซ์หรือแม้แต่พวกดาร์คเจสเตอร์ เป้าหมายแรกของเขาคือบรรดาโซลเลสที่ถูกการต่อสู้ตั้งแต่ก่อนหน้านี้ดึงดูดให้มารวมตัวกัน เขาพุ่งทะยานท้องฟ้ามืดมิดด้วยเทคนิคพิเศษที่ทำให้เหยียบอากาศได้ จากนั้นก็ฟันลงไปเบื้องล่างด้วยท่าโจมตีที่มีพลังของทั้งธาตุสายฟ้าและธาตุแสง
“มีพลังธาตุแสงด้วยแฮะ” กัลลาร์ดมองเรย์คนใหม่ด้วยความกังวล เขาเดาว่าการเอาชนะความมืดได้ มันปลุกคุณสมบัติใหม่ขึ้นมาในตัวดาร์คแวเลียนเซอร์ และคุณสมบัตินั้นก็เติบโตขึ้นทวีคูณในร่างของไซอาร์
“เทราไลท์ เทราธันเดอร์” เรย์ร่ายเวทระดับเหนือมนุษย์ออกมาสองเวทติด ๆ กัน เวทมนตร์แรกคือแสงสว่างจ้าที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้นบนโลกมืดมิดแห่งนี้ มันทำให้โซลเลสตั้งแต่ระดับกลางลงไปถูกทำลายในทันที ส่วนโซลเลสระดับสูงขึ้นมาทุกตนต่างก็ได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรง ดังนั้นเมื่อเวทสายฟ้าระดับเทราถูกฟาดลงมาซ้ำก็ไม่มีโซลเลสตัวไหนที่เหลือรอดได้อีก
“ท่าไม่ดีแล้ว” จูเดสปาร้องเรียกทุกคน ถึงการโจมตีเมื่อครู่จะตั้งใจให้โดนเฉพาะพวกโซลเลสแต่เขาไม่รู้ว่าเป้าหมายต่อไปจะเป็นตนหรือไม่
ยามที่สายตาของตัวตลกและไซอาร์ประสานกัน ดาร์จเจสเตอร์กลัวจนเกือบทำเคียวยักษ์หลุดมือ
“มองแบบนั้นทำไม ข้าไม่ได้ทำอะไรเลยนะ ที่ทำก็แค่ชุบชีวิตเจ้าขึ้นมา”
“ในแง่หนึ่งก็ต้องขอบใจล่ะนะ” เรย์คนใหม่ตอบ “แต่ในแง่ที่ทำเพื่อจะใช้เป็นเครื่องมือแก้แค้น ข้าควรจะทำยังไงดีล่ะ”
“เอ๋ ไม่ถือว่าข้ายังมีบุญคุณเหลืออยู่เหรอ”
“หืมมม”
“เอ่อ ก็… ถือว่าหายกันไปดีไหม” ตัวตลกหัวเราะ แต่เป็นเสียงหัวเราะที่แห้งที่สุดที่เรย์เคยได้ยินมา
“หวา หวา หวา อย่ายิงไอ้นั่นออกมาน้าาา” ดาร์คเจสเตอร์หันหลังวิ่งกลับสุดชีวิต เขาเห็นลำแสงที่กำลังเกิดขึ้นบนมือของไซอาร์
กัลลาร์ดตอบโต้เวทแสงของไซอาร์ทันควัน เขาเปิดประตูขึ้นดักหน้าลำแสงที่กำลังพุ่งเข้าใส่ แต่วินาทีที่ประตูที่เป็นทางออกกำลังจะเปิดขึ้นลอเรนซ์ที่ไม่ได้งอมืองอเท้าอยู่เฉย ๆ ก็สวนกลับ เธอแย่งเส้นทางออกของการโจมตีไว้ได้โดยไปเปิดมันขึ้นตรงหน้าของกัลลาร์ด
ผลคือกัลลาร์ดถูกลำแสงจากเทราไลท์เข้าไปอย่างจัง แม้จะไม่ใช่สิ่งมีชีวิตธาตุมืดอย่างดาร์คเจสเตอร์หรือโซลเลส แต่ร่างของมนุษย์ก็ยากที่จะทนต่อเวทระดับเทราได้
เพราะบาดเจ็บหนัก การเคลื่อนไหวของกัลลาร์ดจึงทื่อลง พริบตานั้นเองคนอีกสองคนที่รอโอกาสอยู่เช่นกันก็ลงมือ ดาบของฟรีโอนิเอลและซิกมาฝากแผลไว้ให้เขากันอีกคนละแผลใหญ่
เวิร์นกลายเป็นคนสุดท้ายที่ยังสลัดคู่ต่อสู้ของเขาไม่สำเร็จ การรับมือกับคนที่พร้อมจะตายตกไปตามกันนั้นยุ่งยากกว่าที่เขาคาดไว้ แฮทซ์เองไม่ได้เป็นชายที่ไร้พรสวรรค์ที่มีดีแค่วิชาที่ชนะทางเวิร์น เขามีทักษะในการต่อสู้เหนือคนทั่วไปตั้งแต่ต้น
อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ความต่างของประสบการณ์นั้นไม่อาจเติมเต็มได้เพียงแค่ไฟแค้น หลังจากระเบิดพลังและงัดเอาทุกสิ่งทุกอย่างออกมา เขาก็ยังปราบเวิร์นไม่ได้ ในที่สุดแฮทซ์ก็เริ่มอ่อนแรงลง (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
เพื่อไม่ให้ต้องยืดเยื้อต่อไป เวิร์นจึงปิดฉากด้วยคมดาบน้ำแข็ง ร่างของแฮทซ์ถูกฟันใส่อย่างยับเยิน ปราณร้อนของเขาอาจหยุดการแช่แข็งไว้ได้แต่มันก็ไม่ได้ช่วยให้เลือดที่สาดกระจายหยุดไหล
“จะต้องฆ่าแกให้ได้” แฮทซ์ที่นอนแผ่พึมพำ เขาไม่เหลือเรี่ยวแรงแล้วแต่จิตสังหารกลับไม่ลดลงเลย
“ถึงจะขอโทษตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์แล้ว…” เวิร์นก้มลงไปใกล้และพูดบางอย่างกับแฮทซ์ก่อนที่เขาจะหมดสติไป ถึงจะไม่มีใครได้ยินประโยคที่เขากระซิบ แต่ทุกคนก็เดาได้ว่าเขาบอกกับแฮทซ์ว่าตนเสียใจกับสิ่งที่เคยทำมา
โซลเลสถูกทำลายจนหมดสิ้น กัลลาร์ด แฮทซ์และดาร์คเจสเตอร์ก็ไม่มีใครเหลือแรงสู้ได้อีก ส่วนดาร์คแวเลียนเซอร์ที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของไซอาร์ก็ไม่ต้องพูดถึง ในเวลานี้คนที่เหลืออยู่จึงมีเพียงแค่จูเดสปาเท่านั้น
“ข้าคิดว่าพวกเรายังตกลงกันได้นะ” จูเดสปาพูดขณะที่ถอยหลังไปด้วย
“จะหนีไปไหน กัลลาร์ดหมดสภาพไปแล้ว ตอนนี้คนที่พาเจ้ากลับไปโลกเดิมได้มีแค่ข้าคนเดียวนะ” ลอเรนซ์ตอกย้ำความจริง
“ไม่ยุติธรรม ทำไมคนแบบข้าถึงต้องเจออะไรแบบนี้ด้วย” จูเดสปาทรุดเข่าลงไป เขาไม่ได้สำนึกอะไรได้เลยแต่อย่างน้อยที่สุดก็ไม่มีความคิดที่จะหนีแล้ว
คนทั้งสี่ถูกจับกุมและถูกส่งตัวต่อให้กับทางกองทัพ สิ่งที่พวกเขาทำเป็นความผิดร้ายแรงและคงต้องถูกสอบสวนอีกทีหลังจากนี้ แต่สำหรับเรย์เรื่องนั้นเขาไม่อยากรับรู้และสนใจมันอีก
อลิซิลลาใช้เวทมนตร์บทเดิมแยกเรย์ทั้งสองคนออกจากกันด้วยความยากที่มากกว่าเดิมหลายเท่า เธอกระซิบบอกลอเรนซ์ภายหลังว่า วิญญาณและร่างกายของคนที่เหมือนกันมีโอกาสผสมจนแยกไม่ออกว่าส่วนไหนเป็นของใคร เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด อลิซิลลาจึงต้องใช้สมาธิมากกว่าตอนที่แยกเรย์และเวิร์นออกมาจากไรเวนส์
แต่เธอก็ทำได้สำเร็จลุล่วง เรย์กลับมาเป็นเรย์สองคน และนอกจากนั้นเรย์ผู้เป็นเจ้าของยุคนี้ไม่ได้กลับเป็นดาร์คแวเลียนเซอร์เหมือนที่ลอเรนซ์กังวลไว้ตั้งแต่แรก
“ขอบคุณพวกคุณที่ช่วยนะครับ”
“ขอบคุณอะไรกัน พวกเราติดหนี้คำขอโทษต่างหาก แล้วก็ไม่ต้องพูดสุภาพขนาดนั้นก็ได้นะ” เรย์ยิ้มเจื่อน การมายืนคุยกับตัวเองแบบนี้มันให้ความรู้สึกประหลาดยิ่งกว่าที่คิดไว้ซะอีก
เวลาผ่านไปอีกเล็กน้อย…
“คุณ… เอ่อ ลอเรนซ์อธิบายทุกอย่างให้ฟังแล้ว ทั้งเรื่องกลุ่มอะบีส ทั้งอุบัติเหตุนั่น จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่ความผิดของใครเลย”
เรย์รู้สึกว่าเรื่องนั้นมีทั้งส่วนที่ผิดและถูกผสมกัน เรื่องอุบัติเหตุเป็นอย่างที่เรย์อีกคนว่าไว้ แต่เรื่องเขาและลอเรนซ์ไม่ได้ตรวจสอบให้ชัดเจนว่าเรย์อีกคนตายแล้วแน่หรือไม่ เรื่องที่พาร่างเขาไว้ไปอีกมิติ แถมพอร่างหายไปก็ไม่ได้พยายามสืบหาจนถึงที่สุด เป็นเรื่องที่พวกเขาไม่สามารถแก้ตัวได้เลย
“ส่วนเรื่องที่เจ้าเคยบอกให้ไปคิด ข้าก็ลองไปไตร่ตรองมาดูแล้ว”
“ข้าเข้าใจนะถ้าเจ้าจะปฏิเสธ เจ้าผ่านอะไรมามากแล้ว ถ้าอยากจะพัก…”
“ข้าตกลงรับข้อเสนอ”
“อื้อแบบนั้นแหละดีแล้ว ห๊ะ เจ้าว่าไงนะ”
“ข้ารับข้อเสนอ” เรย์ผู้เป็นเจ้าของยุคย้ำ “ข้ายังไม่ทิ้งความฝันที่อยากเป็นพ่อครัวหรอกนะ แต่ว่าพอมาคิดดูว่ากำลังจะเกิดสงครามที่คนทั้งโลกต้องช่วยกัน จะให้คนที่สู้ได้แบบข้ายืนอยู่ข้างหลังคนอื่นได้ยังไง”
เรย์ถึงกับอึ้งไป เขาจำไม่ได้ว่าตนเองเคยเข้มแข็งขนาดนี้ ไม่ใช่ว่าตอนนั้นเขาพยายามบ่ายเบี่ยงแล้วบ่ายเบี่ยงอีกกว่าจะทำใจยอมรับได้ว่ามันเป็นหน้าที่ของตนเหรอ
“แต่ว่ามีเรย์สองคนแบบนี้ มันจะมีปัญหาไหมนะ”
“ไม่เจ้าก็ข้าคงต้องใช้ชื่อปลอมล่ะมั้ง พวกเราดูอายุไม่ต่างกันเลยงั้นข้าจะบอกคนอื่นว่าเราเป็นฝาแฝดก็แล้วกัน”
“ท่านเป็นที่รู้จักแล้ว งั้นท่านก็ใช้ชื่อเรย์ไปเถอะ ข้าจะใช้ชื่อใหม่เอง”