Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 376: หกลูกแก้ว หกเทพปีศาจ
เรย์ผู้เป็นคนเดิมของยุคนี้เปลี่ยนชื่อเป็น ‘ไลท์’ แทน แต่มันก็เหมือนกับชื่อไซอาร์ก่อนหน้านี้ที่เขาไม่แน่ใจว่าควรใช้มันแค่ชั่วคราวหรือไม่
เมื่อตกลงกันได้แบบนั้น กองทัพพันธมิตรที่มีเรย์ถึงสองคนและได้รับความช่วยเหลือจากกลุ่มเซฟิลจึงเริ่มแผนการผนึกเทพปีศาจ
เทพปีศาจตนแรกคือเทพปีศาจที่มีสัญญาณว่าใกล้จะตื่นขึ้นที่สุด คุโรมา อีเดส
ตามประวัติศาสตร์ หลังจากที่จูเดสปาขโมยลูกแก้วไป เขาพยายามนำมันมาต่อรองกับกลุ่มเซฟิลเพื่อขอเข้าร่วมกลุ่ม นอกจากจะไม่สำเร็จแล้วพวกเซฟิลยังยึดลูกแก้วทั้งหมดเอาไว้เอง หลังจากนั้นพวกเขาก็เริ่มลงมือโดยเริ่มจากเทพปีศาจตนนี้
ศึกครั้งนั้นกลุ่มเซฟิลทั้งห้าได้เสียโซแลนไปกับการผนึก เรย์ไม่กล้าบอกว่าระหว่างศึกที่ต้องเสียไพร่พลทหารเลวไปเป็นจำนวนมากแต่ไม่มีระดับขุนพลต้องเสียสละสักคน กับวิธีการของพวกเซฟิลที่เสียโซแลนคนเดียวอันไหนเป็นการเสียสละที่หนักหนากว่ากัน
“เสียลูกแก้วอัศนีไปเป็นเรื่องน่าใจหาย แต่ผนึกเทพปีศาจหนึ่งตนโดยเสียทหารไปแค่หลักร้อยนับว่าเป็นความเสียหายที่คุ้มค่า” ขุนพลรายหนึ่งพูดขึ้นในที่ประชุม ประวัติศาสตร์เปลี่ยนไปแล้ว
“ครั้งนี้โชคดีที่พลังพิเศษของคุโรมา อีเดสยังไม่ทำงาน หากทหารถูกพลังของมันขโมยความหวังไป ความเสียหายคงไม่หยุดแค่นี้แน่นอน” ซิกมาย้ำเตือนให้ทุกคนเข้าใจอันตรายของเทพปีศาจ
เทพปีศาจรายที่สองที่ถูกเลือกมาตรงกับตามประวัติศาสตร์โดยบังเอิญ คราวนี้คือเทพปีศาจเนครอสผู้มีพลังในการขโมยอายุขัยของสิ่งมีชีวิต ตามประวัติศาสตร์พาร์ดัสจากกลุ่มเซฟิลคือผู้สละชีพในการผนึกหนนี้
มันกลายเป็นหายนะไปแล้ว เพราะการเคลื่อนทัพที่ผิดพลาด ทหารกว่าหมื่นนายล้ำเข้าไปในอานาเขตพลังของเนครอส พวกเขากลายเป็นคนแก่ไปในเวลาเพียงแค่ไม่กี่อึดใจและหลังจากนั้นไม่นานก็ตายเพราะความชรา
“ช่วยเปิดทางให้หน่อย” พาร์ดัสตะโกนเสร็จ วิ่งไปข้างหน้าพร้อมกับลูกแก้วนภา
“รอก่อนพาร์ดัส” เซฟิลตะโกนห้ามเพราะคิดจะเข้าไปเอง ชาวทรอนอย่างพาร์ดัสมีอายุขัยไม่ต่างจากมนุษย์มาก ผิดกับเผ่าปีศาจแบบเขาที่สามารถมีอายุได้หลายพันปี เขามั่นใจว่าตนจะใช้ลูกแก้วผนึกได้ก่อนที่จะเสียชีวิต
แต่พาร์ดัสไม่สนใจคำห้ามปราม ชายผู้มีใบหน้าของเสือดำพร้อมสละชีวิตตั้งแต่วินาทีที่ตัดสินใจเข้าร่วมกลุ่มกับเซฟิลแล้ว
“ช้าไป” ใครบางคนวิ่งแซงพาร์ดัสไปพร้อมกับคว้าลูกแก้วในมือเขาติดมือไปด้วย
“เร็วกว่าพาร์ดัสผู้นี้อีกรึ” พาร์ดัสวิ่งไล่ตามคนข้างหน้าสุดกำลัง ผู้ที่อยู่ข้างหน้าคือหญิงสีขาวจากกลุ่มของเรย์นั่นเอง อีกฝ่ายแม้จะวิ่งพร้อมหลบหลีกบรรดาสาวกเทพปีศาจไปด้วยก็ยังเร็วกว่าพาร์ดัสอยู่หลายช่วงตัว
“เลิกตามมาได้แล้ว เจ้าไม่ทันข้าหรอก” อลิซิลลาเร่งความเร็วขึ้นอีกจนในที่สุดก็เข้าใกล้ระยะที่สามารถใช้ลูกแก้วได้และยังเป็นระยะที่พลังของเนครอสส่งผลมาถึง
“เอ็กโซดัส!”
เนครอสกลับสู่สภาพเป็นหินเหมือนเช่นที่เคยเป็นมาตลอด เรย์และคนอื่น ๆ รอจนแน่ใจว่าพลังของเนครอสหยุดลงแล้วจึงตามเข้าไปดูอาการของเพื่อน แล้วก็พบว่าอลิซิลลายังดูสุขสบายดีไม่ได้แก่ขึ้นอย่างที่กังวล
“ข้าก็เหมือนเผ่าปีศาจน่ะแหละ ต่อให้โดนเข้าไปจริงก็ไม่แก่ตายง่าย ๆ หรอก”
“ต่อให้โดนงั้นเหรอ”
อลิซิลลาแค่ยิ้มแต่ไม่ได้ตอบอย่างชัดเจน เรย์เดาว่าเธอรู้จักเวทมนตร์มากมาย บางทีเวทที่เหมือนกับหยุดเวลาตนเองไว้ก็อาจจะมีเช่นกัน มันไม่ได้น่าแปลกใจแต่น่าขัดใจตรงที่เธอไม่เล่าเรื่องที่ควรต้องเล่า
เทพปีศาจตนต่อไปคือเดสคารินกา เทพปีศาจตนนี้คือตนสุดท้ายที่ถูกพวกเซฟิลผนึกตามประวัติศาสตร์ พวกเขาจะเสียเรเซอร์ไปในศึกนี้ในอดีตและเวิร์นก็หายสาบสูญ เซฟิลที่เหลือตามลำพังจึงจำใจต้องนำลูกแก้วที่เหลือมาให้กับพวกเรย์จัดการต่อ (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
เดสคารินกาหรือที่พวกกลุ่มอะบีสเรียกกันว่า “เจ้าลูกตายักษ์” คือเทพปีศาจที่มีพลังในการทำให้ลืม เป็นพลังที่มีปัญหามากแต่โชคดีที่มันไม่ได้มีผลถาวร สุดท้ายพวกเขาก็สามารถผนึกได้โดยแลกกับกำลังทหารอีกราวหนึ่งแสนนาย
ชินกิ เทพปีศาจตัวต่อมา เรย์เคยได้ยินว่าก่อนที่จะมีชินกิ ซีนเคยมีเทพปีศาจแห่งท้องฟ้ามาก่อนหน้านั้น เขาไม่รู้ว่ามันแค่ตำนานหรือข้อเท็จจริง แต่ที่เขาแน่ใจคือชินกิที่กำลังลอยบนท้องฟ้าตรงหน้านั้นคือของจริงอย่างแน่นอน
พลังของชินกิเกี่ยวข้องกับการทำให้สิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ เป็นโชคดีอีกครั้งที่กองทัพพันธมิตรลงมือก่อนที่พลังพิเศษนี้จะตื่นขึ้นอย่างเต็มที่ กองทัพพันธมิตรต้องเสียไพร่พลไปอีกหลายแสนแต่ก็แลกกับการที่สามารถปิดผนึกเทพปีศาจไปได้อีกหนึ่ง
เทพปีศาจทั้งสี่ถูกจัดการไปก่อนที่กองทัพของกิงคารอนจะเข้าร่วมสงครามอย่างเป็นทางการ
คราวต่อมา ศึกกับเทพปีศาจฮาร์เบล กองทัพเดวัลกลของกิงคารอนจึงเป็นตัวเอกของศึกนี้เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายจากการที่ทหารอาจจะฆ่ากันเองเพราะพลังของฮาร์เบล
การจัดการลุล่วง…
“เหลือลูกแก้วแค่ลูกสุดท้ายแล้ว จัดการอิโคนัสและฉลองวันสุดท้ายของปีด้วยกันเถอะ”
ลูกแก้วปฐพีคือลูกแก้วสุดท้ายที่เหลืออยู่ ส่วนอิโคนัสเป็นเทพปีศาจปริศนาที่ข้อมูลของมันสูญหายไป หรือถ้าจะพูดให้ถูกกว่านั้นคือมีข่าวลือเกี่ยวกับพลังพิเศษของมันหลายแบบแต่ไม่มีอันไหนเลยที่สามารถยืนยันได้ว่าถูกต้อง
แต่เรย์ผู้เคยปะทะกับอิโคนัสมาก่อนรู้เรื่องนั้นดี เขาอธิบายพลังแห่ง “เคราะห์ร้าย” ของอิโคนัสให้กับกองทัพได้รับรู้ไปแล้ว ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับว่าดวงของพวกเขาทั้งหมด และความอับโชคที่เทพปีศาจมอบให้ ฝ่ายไหนจะมีกำลังมากกว่ากัน
ทัพของกองทัพพันธมิตรเสียหายร้ายแรงจากทั้งการโจมตีของสาวกเทพปีศาจและความผิดพลาดในการรบ เครื่องยิงทั้งหลายเกิดพังพร้อมกันอย่างไม่มีสาเหตุ กองทัพเวทของพามิลเลสร่ายเวทผิดพลาดและทำให้กองทหารของโซดาเลียล้มตายไปเป็นจำนวนมาก ทหารของเอเทเซียติดกับดักที่ชาวสวินเซลสร้างเอาไว้ เหตุการณ์ความพินาศนี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและร้ายแรงยิ่งกว่าที่เรย์เคยพบเห็นในศึกครั้งใด
“ส่งลูกแก้วมา” ไลท์ หรือจะเรียกว่าเรย์ของยุคนี้ได้ตะโกนบอกกับทหารที่รับผิดชอบคุ้มกันลูกแก้ว
ทหารคนนั้นตอบสนองอย่างรวดเร็วแต่แทนที่จะได้ส่งลูกแก้วจนถึงมือ เขาถูกอสูรอัญเชิญตัวยักษ์ของพวกเดียวกันเหยียบจนจมหายไปกับพื้น ส่วนลูกแก้วปฐพีก็กระเด็นหายไปในความวุ่นวายเพราะแรงกระแทก
ทุกอย่างมั่วซั่วจนสับสน เรย์ ไลท์ เวิร์น ลอเรนซ์และอลิซิลลาพยายามตามหาลูกแก้ว ในขณะที่เกาะกลุ่มกัน แถมยังต้องระวังอย่างถึงที่สุดที่จะไม่โจมตีโดนกันเอง พวกเขาใช้เวลาอยู่นาน
แต่ในที่สุด โชคก็เริ่มหันกลับมาเข้าข้าง ลูกแก้วที่หายไปกลับถูกพบโดยกลุ่มเซฟิลที่ไม่ได้อยู่ใกล้พวกเรย์ด้วยซ้ำ
“เอ็กโซดัส” เซฟิลไม่รอช้ารีบชิงลงมือ เขาหวั่นใจจนถึงวินาทีสุดท้ายว่ามันจะมีความผิดพลาดอะไรอีกหรือไม่ จนกระทั่งได้เห็นร่างยักษ์ของอิโคนัสค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นหินไปพร้อมกับการจากไปของสาวกเทพปีศาจจึงสามารถเบาใจลงได้
“ทำได้แล้ว…”
“อย่าเพิ่งหมดแรง ลุกขึ้นมาก่อน นั่น!” ฟรีโอนิเอลชี้ไปที่ดวงอาทิตย์ที่กำลังจะโผล่พ้นขอบฟ้า
“หืม…” ทุกคนต่างเงยหน้าขึ้น แม้แต่พวกเซฟิลที่ไม่ได้อยู่ตรงนั้นก็หันไปมองทางเดียวกันโดยไม่ได้นัดหมาย แสงสีเหลืองนวลของท้องฟ้ากำลังเปลี่ยนไปกลายเป็นสีชมพู
“ดวงอาทิตย์แรกของปี” เรย์พูดจบก็หันไปประคองกอดกับลอเรนซ์อย่างหมดเรี่ยวแรง ถ้าไม่รั้งกันและกันไว้ ทั้งคู่อาจจะล้มลงไปกองด้วยกัน