Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 380: โคเลท

โคเลท เลคเตอร์
โคเลท เลคเตอร์คือชื่อของเธอ
พนักงานบัญชีของบริษัทแห่งหนึ่ง อายุ 22 ปี สูง 160 ซม. น้ำหนักไม่ระบุ จบการศึกษาระดับปริญญาตรี ในสาขาพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จากมหาลัยระดับสอง ด้วยเกรดเฉลี่ย 2.89
มองโลกในแง่ดี มีจุดเด่นด้านความอดทน ทักษะพิเศษคือเป่าทรัมเป็ตและเขียนบล๊อครีวิวหนัง ถึงไม่ค่อยมีคนรู้แต่เธอมีใบขับขี่สากลด้วย
งานอดิเรกคือดูหนัง คาราโอเกะ เล่มเกมในโทรศัพท์มือถือ และอ่านหนังสือนิยายโดยเฉพาะแนวแฟนตาซีกับแนวรัก
อาจจะไม่ได้สวยจัดจ้านโดดเด่นจนสาว ๆ ทุกคนต้องอิจฉา ไม่ได้พูดคุยเก่งจนทุกคนต้องอยากเข้าไปสนิทสนม แต่ก็ไม่ใช่คนที่ไร้มนุษยสัมพันธ์ โคเลทเป็นคนที่อยู่กึ่งกลางในหลาย ๆ เรื่อง
“โคเลทจางงงงง” เสียงเรียกชื่อลากเสียงยาวแบบนี้มีไม่กี่คน
“คะ” โคเลทตอบด้วยน้ำเสียงที่ก้ำกึ่งระหว่างสงสัยในสิ่งที่อีกฝ่ายจะพูดด้วย และความรู้สึกเหนื่อยใจ
“อย่าทำเสียงรำคาญแบบนั้นสิ พี่แค่อยากจะชวนไปกินข้าวเที่ยงด้วยกันเท่านั้นเอง อย่าใจร้ายหนีไปกินข้าวกันแค่สองคนซี่”
รุ่นพี่หน้าทะเล้น ผมสีทองชี้โด่เด่คือรุ่นพี่อีลอน รุ่นพี่ในที่ทำงานของเธอนั่นเอง โคเลทเคยเข้าใจว่าเขาชวนเธอคุยอยู่เสมอเพราะว่าความเอ็นดูรุ่นน้อง แต่ดูเหมือนว่าเธอจะมองโลกในแง่ดีไปนิด
“ก็รุ่นพี่น่ะชอบเนียนมากินข้าวด้วย แต่ดันลืมกระเป๋าเงินประจำเลยนี่คะ” อีกหนึ่งผู้ประสบเคราะห์กรรมร่วมกันพูดแทน เธอชื่อไอสลินน์
ไอสลินน์ เอสเปียนจากแผนกประชาสัมพันธ์ สาวน้อยหน้าตาน่ารักมาพร้อมกับผมบ๊อบสั้นสุดเก๋ไก๋และรูปร่างที่ผู้หญิงส่วนใหญ่จะต้องอิจฉา ต่างจากโคเลทที่ค่อนไปทางข้างเรียบร้อย ไอสลินน์ผู้เป็นเพื่อนสนิท เป็นคนที่สาว ๆ ด้วยกันมองว่า ‘แรง’ ในหลายแง่มุม
ไอสลินน์ไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมงานของโคเลทเท่านั้น คนทั้งคู่ตัวติดกันมาตั้งแต่สมัยก่อน พวกเธออยู่ละแวกบ้านเดียวกันจนเรียกว่าโตขึ้นมาด้วยกันก็ได้
เรียนด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก แม้ในช่วงเรียนมหาวิทยาลัย สองสาวอาจไม่ได้เรียนอยู่ในคณะเดียวกัน แต่มันไม่สามารถห้ามไม่ให้คนทั้งสองห่างกันได้
“เฮ้ย ไอส์ เธอก็พูดเกินไป พี่เคยลืมกระเป๋าเงินแค่ครั้งสองครั้งเองนะ” อีลอนพยายามตีซี้ด้วยการเรียกชื่อย่อของไอสลินน์ที่ความจริงแล้วเธอไม่ค่อยชอบเท่าไหร่นัก
“เหรอค้าาา” ไอสลินน์ลากเสียงยาว “แล้วเงินที่เคยยืมโคเลทไป”
“เฮ้ย ๆ ๆ! เบาเสียงหน่อยสิ” อีลอนทำท่าบุ้ยใบ้ขอให้เธอลดเสียงลง เขาไม่อยากให้เธอเตือนให้เจ้าหนี้คนอื่นนึกถึงเรื่องเงิน
“เรื่องเงินก็ส่วนเรื่องเงินสิ เดี๋ยวโบนัสออกแล้วจะคืนทั้งต้นทั้งดอกเลยแหละ” อีลอนหัวเราะร่วน
“ดอกเบี้ยไม่ต้องหรอกค่ะ” โคเลทตอบ ขอแค่ได้เงินต้นคืนมาเธอก็ดีใจแล้ว
รุ่นพี่อีลอนไม่ใช่ ‘คนไม่ดี’ โคเลทจำได้ว่าบังเอิญเห็นรุ่นพี่เคยตำหนิสาว ๆ รุ่นน้องที่กำลังนินทาโคเลทและไอสลินน์ แต่ถึงจะไม่ใช่คนไม่ดีแต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขาคือ ‘คนที่มีปัญหา’
ถ้าเป็นคนที่มาด้วยเจตนาร้ายอย่างชัดเจน โคเลทและเพื่อนรักของเธอคงจะตอกหน้าอีกฝ่ายให้หงายหลังโดยไม่สนความเป็นรุ่นพี่หรือรุ่นน้องไปแล้ว แต่เพราะแน่ใจว่าเขาไม่ใช่คนร้ายกาจพวกเธอจึงกระอักกระอ่วนใจแบบนี้
“แต่พอพูดเรื่องนั้นแล้วก็นึกขึ้นได้ จำเรื่องกองทุนที่พี่เคยเล่าให้ฟังได้ไหม คืองี้… อ๊ะ เทรนต์ นายมาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย” อีลอนสะดุ้งจนตัวลอยเพราะพบว่าเพื่อนร่วมงานอีกคนมาโผล่ข้างหลังแบบไม่ให้สุ้มให้เสียง
“พอพูดถึงเรื่องกองทุนที่ว่า ฉันก็อยากจะถามข้อมูลเพิ่มเติมพอดี” ชายร่างใหญ่เริ่มเรื่อง
“อ๊ะ ฉันลืมไปเลยว่าต้องรีบไปธนาคารนี่นา ต้องรีบซะแล้วเดี๋ยวจะกลับมาไม่ทัน แล้วยังไงว่ากันอีกทีนะเทรนต์” เป็นการเปลี่ยนเรื่องที่ไม่แนบเนียนแม้แต่นิด เห็นได้ชัดเจนว่าอีลอนตั้งใจหนีคำถาม เพื่อนร่วมงานของเขามักจะมาพร้อมกับคำถามเจาะลึกมากมายที่อีลอนก็ตอบไม่ได้
รุ่นพี่อีลอนจากไป ส่วนรุ่นพี่เทรนต์ก็มาอยู่ตรงนั้นแทน เขาขมวดคิ้วมองรุ่นน้องทั้งสองด้วยความกังวล
“ขอบคุณนะคะ” โคเลทและไอสลินนด์โค้งขอบคุณรุ่นพี่ (<a href=”https://novel-lucky.com/”>อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky</a>)
“อย่าไปให้มันยืมเงิน แล้วก็อย่าไปลงทุนอะไรที่เจ้านั่นชวนด้วย” เทรนต์พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“แต่พวกเราเป็นรุ่นน้อง ถ้าปฏิเสธบ่อย ๆ มันจะ…”
“ไม่ต้องไปสนใจเรื่องแบบนั้นหรอก จำไว้ว่าแค่อย่าให้เงินหมอนั่นยืมก็พอ รับปากมาสิว่าจะไม่ไปยุ่งกับหมอนั่นอีก”
“คือ… อา ได้ค่ะ” โคเลทรับปากอย่างไม่ค่อยเต็มปากเต็มคำ
ชีวิตครอบครัวของโคเลท มีทั้งส่วนที่ทำให้มีความสุขและส่วนที่ไม่ได้อย่างใจ
โคเลทไม่เคยรู้จักพ่อ เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขามีใบหน้าแบบไหน พ่อของโคเลทจากไปในวัยที่เธอยังเล็กมาก ถ้าโคเลทที่เป็นพี่คนโตจำไม่ได้ จิบริลผู้เป็นน้องสาวของเธอยิ่งไม่ต้องพูดถึง
“พี่อย่าเล่นโทรศัพท์ระหว่างกินข้าวสิ”
“อีกแป๊บนะ พี่กำลังจะผ่านด่านนี้ได้แล้ว เล่นติดอยู่ที่ด่านนี้เป็นเดือนแล้วด้วย”
“ถ้าหนูกินเสร็จก่อน พี่ก็ล้างจานคนเดียวก็แล้วกัน” น้องสาวกระแทกเสียงใส่ในระดับที่เกือบจะเป็นความก้าวร้าว
“อ๊ะ อ้าว เดี๋ยวสิ อะ เอ้ยย ไม่น้าาาา ตายเลย แง้”
จิบริลไม่มีความเห็นใจให้สักนิด เธอมองพี่สาวที่อายุห่างกันหลายปีแต่ยังทำตัวเป็นเด็กกว่าด้วยสายตาเหนื่อยหน่าย มันแย่ยิ่งกว่าสายตาที่โคเลทและไอสลินน์มองรุ่นพี่ไม่ได้เรื่องแบบอีลอนซะอีก
ไม่ใช่พี่น้องที่เกลียดกัน ในทางตรงกันข้ามโคเลทรักและเป็นห่วงน้องของเธอมาก แต่ดูเหมือนสายตาของจิบริลจะมองพี่สาวอย่างเธอเป็นแค่พี่สาวที่ไม่เอาไหนและน่ารำคาญเท่านั้น
“วันหยุดที่จะถึงนี่ หนูไม่อยู่บ้านนะคะ พี่ก็ดูแลบ้านดี ๆ แล้วกัน”
“เดี๋ยวสิ นี่จะให้พี่เฝ้าบ้านคนเดียวอีกแล้วเหรอ”
“หนูมีกิจกรรมชมรมสองที่ที่ต้องดูแลนะคะ งานแข่งเองก็ใกล้เข้ามาแล้วด้วย จะไม่ฝึกซ้อมก็ไม่ได้อีก”
“โธ่…”
“นอกจากนั้นก็ไม่ได้อยู่คนเดียวซะหน่อย” จิบริลพูดถึงสมาชิกอีกคนที่อยู่ในบ้าน
“คุณแม่อยู่ก็เหมือนไม่อยู่ไม่ใช่เหรอ” โคเลทบ่นอุบอิบ
เอเวอลิน เลคเตอร์อายุ 37 ปี คุณแม่ของสองสาว สาวแว่นหุ่นนางแบบ อาชีพนักเขียนอิสระ นักลงทุน คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ยังดูสาวและสวยจนเคยเป็นกระแสในโลกอินเทอร์เน็ตในหัวข้อ ‘คุณแม่ในฝันของหนุ่ม ๆ ทุกคน’ แม้จะมีแฟนคลับมากมายที่ติดตามไม่ว่าจะผลงานหรือรูปร่างหน้าตาที่โดดเด่น แต่เพราะเธอหวงแหนชีวิตส่วนตัวยิ่งกว่าสิ่งใด ข้อมูลเกี่ยวกับเอเวอลินจึงไม่มีการเปิดเผยนัก
ด้วยนิสัยรักสันโดษและหวงแหนความเป็นส่วนตัวจนเข้าข่ายผิดปกติ ถึงจะอยู่บ้านเดียวกันกับลูกทั้งสองแต่เธอก็เหมือนอยู่บ้านกันคนละหลัง เอเวอลินใช้เวลาเกือบทั้งหมดอยู่ในห้องทำงาน ห้องนอน และห้องพักผ่อน เธอมีห้องทุกอย่างแยกออกมาเป็นส่วนตัวและไม่อนุญาตให้ลูก ๆ เข้าไปยุ่มย่ามในส่วนนั้น
เอเวอลินเกลียดลูกสาวทั้งสองหรือเปล่า โคเลทและจิบริลไม่กล้ายืนยันเรื่องนั้น เพราะอย่างน้อยเธอก็มอบปัจจัยพื้นฐานในการเลี้ยงดูทั้งคู่อย่างครบถ้วน บ้านให้ซุกหัวนอน ค่าใช้จ่ายในบ้าน ค่าเล่าเรียน ค่าขนม ไม่ได้ถึงขั้นสุขสบายเหมือนลูกคุณหนู แต่แน่นอนว่ามีทุกอย่างพร้อมเท่าที่คน ๆ หนึ่งจะต้องการ
หากจะมีเรื่องเดียวที่สองพี่น้องขาดไป ก็คงเป็นเวลาที่ได้ใช้กับแม่ แม้พักอาศัยอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน แต่บ้านนี้ไม่มีความอบอุ่น
ไม่ว่าจะบ้านหรือที่ทำงาน หากใครมามองดูชีวิตของโคเลท ก็คงคิดว่ามันไม่ได้ต่างจากชีวิตของผู้หญิงธรรมดา ๆ คนหนึ่ง
เธอทำงานพลาดจนถูกเจ้านายตำหนิบ้าง ถูกน้องสาวแท้ ๆ เมินใส่ ถูกรุ่นพี่ที่ทำงานมาก่อกวน ซุ่มซ่ามจนเผลอทำของหาย ถูกเพื่อนร่วมงานนินทา สลับกับเรื่องดี ๆ ที่เกิดขึ้นมาพอเยียวยาหัวใจบ้าง เช่น ได้เจอและคุยกับเพื่อนรักทุกวัน ได้กินของอร่อยเป็นครั้งคราวตามงบอำนวย และรอจนถึงเย็นวันศุกร์เพื่อที่จะไปเที่ยว ไปคาราโอเกะหรือดูหนังเรื่องใหม่ที่เพิ่งเข้าโรงภาพยนตร์