Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 381: บริษัทยูโทเปียโปรเจค
ชีวิตแสนธรรมดาแบบนี้ที่บางครั้งก็รู้สึกเบื่อหน่ายบ้าง แต่ก็เป็นชีวิตที่สงบสุข โคเลทไม่เคยคิดฝันว่าคนแบบเธอจะมีชีวิตที่โลดโผนได้มากกว่านี้ จนกระทั่ง
วันนั้นคือวันที่ไอสลินน์ไม่ได้มาทำงานตามปกติ ไม่ใช่ว่าเธอไม่เคยหยุดลากิจและลาป่วย แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น โคเลทผู้เป็นเพื่อนซี้มักจะรู้ข่าวเป็นคนแรก
…เกิดอะไรขึ้นนะ โทรไปก็ไม่รับ…
หลังกังวลอยู่ไม่นาน โทรศัพท์ของโคเลทก็ดังขึ้น
“ฮัลโหล โคเลทใช่ไหมลูก…” โคเลทรู้จักเสียงนี้เป็นอย่างดี นี่คือเสียงคุณแม่ของไอสลินน์
“ลินน์ไม่สบายเหรอคะ” หญิงสาวรีบถามกลับอย่างร้อนใจ
“ลินน์… แก” ยังไม่ทันอธิบายรายละเอียดคุณแม่ของเพื่อนรักก็ระงับอารมณ์ไว้ไม่อยู่ เธอเริ่มร้องไห้
“ใจเย็น ๆ นะคะ เกิดอะไรขึ้น ลินน์ปลอดภัยใช่ไหมคะ” พูดแบบนั้นแต่โคเลทเองนั่นแหละที่นั่งไม่ติดเก้าอี้ เพื่อนร่วมงานหลาย ๆ คนจับสัญญาณผิดปกตินั้นได้ มีทั้งคนที่พยายามเงี่ยหูฟังว่าเกิดอะไรขึ้น และพวกที่ใจกล้าหน่อยก็เข้ามายืนฟังพร้อมกับลุ้นไปด้วย
“ลินน์.. ฮึก จาก.. ฮือ ตึก.. แม่ไม่รู้ ฮึก อะ ฮึก ขึ้น”
“หาา” โคเลทคิดว่าเธอหูฝาดไป เธอลองถามย้ำ
“ตก ลง… มา ชั้นสาม ฮือ”
ถึงจะมีเสียงร้องไห้แทรกเข้ามาในประโยคจนฟังไม่ปะติดปะต่อ แต่โคเลทแน่ใจว่าเธอฟังเข้าใจเนื้อหาคร่าว ๆ แล้ว เพื่อนรักของเธอตกลงมาจากชั้นสามของอาคารชุด จากระเบียงในห้อง
อุบัติเหตุ? ถึงตำรวจจะยังบอกไม่ได้ แต่อย่างน้อยในเบื้องต้นก็ไม่พบการบุกรุก
“คุณแม่ใจเย็น ๆ ก่อนนะคะ เดี๋ยวหนูขอลาแล้วจะรีบไปหานะคะ”
โคเลทสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อพบว่าเจ้านายของเธอคือหนึ่งในคนที่เข้ามาล้อม
“เกิดอะไรขึ้น” เจ้านายจอมเฮี้ยบถามด้วยน้ำเสียงเย็น
“ลินน์… ไอสลินน์น่ะค่ะ คุณแม่ของเธอโทรมาบอกว่าเธอตกลงมาจากคอนโดชั้นสาม ตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาล…”
“หนูเลยว่าจะขอลาครึ่งวันค่ะ” โคเลทพูดได้ไม่เต็มเสียง เพราะงานของครึ่งเช้า เธอก็ยังทำได้ไม่เรียบร้อยดี
“งั้นก็รีบไปเถอะ แล้วค่อยมาส่งใบลาย้อนหลังก็ได้”
“เอ๋”
“ตกใจอะไร เห็นฉันเป็นเจ้านายใจยักษ์รึไง เอาเถอะ เพื่อนสนิทอาการหนักแบบนี้มีหวังทำงานผิดยิ่งกว่าเดิมแน่ จะไปก็รีบไปเถอะ”
“ขอบคุณค่ะ” โคเลทโค้งให้ก่อนที่จะคว้ากุญแจรถด้วยความร้อนใจ
“เอ้า กลับไปทำงานได้แล้ว หรือคนอื่นอยากจะลาออกเพื่อไปเฝ้าก็บอกมา” เจ้านายใจยักษ์ตะโกนไล่
ที่โรงพยาบาล โคเลทค่อนข้างประหลาดใจที่เพื่อนรักไม่ได้อยู่ในห้องฉุกเฉินเหมือนอย่างที่เธอเข้าใจ แม้ว่าไอสลินน์จะยังไม่ได้สติแต่เธอก็ไม่ได้บาดเจ็บหนัก มีเพียงแค่บาดแผลฟกช้ำและกระดูกร้าวกับอาการข้างเคียงที่หมอวินิจฉัยว่าเกิดจากความตกใจเท่านั้น
“จากการเอ็กซ์เรย์และการตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ข่าวดีคือสมองคนไข้ไม่ได้รับความกระทบกระเทือนนะคะ มีกระดูกหักและร้าวหลายแห่ง และมีบาดแผลพกช้ำไปทั่วโดยเฉพาะบริเวณสีข้างด้านซ้ายที่น่าจะเป็นจุดกระแทก” แพทย์ผู้เป็นเจ้าของไข้อธิบายผลการตรวจให้กับโคเลทและคุณแม่ เธอบอกตามตรงว่าคิดว่าเคสนี้ถือว่าค่อนข้างโชคดีมาก ที่ความสูงระดับนั้นแต่ได้รับบาดเจ็บในระดับที่ไม่ต้องเข้ารับการผ่าตัดใหญ่
แต่ถึงเพื่อนรักอาจรอดตายมาได้และเจ็บน้อยกว่าที่ทุกคนคาดไว้ แต่ระหว่างที่แพทย์อธิบาย คุณแม่ของไอสลินน์ก็ไม่สามารถกลั้นน้ำตาไว้อยู่
“เกิดอะไรขึ้นกับเธอ ลินน์” โคเลทพึมพำกับตนเอง
ไอสลินน์ที่เธอรู้จักมาตลอดทั้งชีวิตไม่ใช่คนที่จะคิดสั้นฆ่าตัวตายได้ เธอร่าเริง สดใส สุขภาพจิตดี และคิดอะไรอยู่ก็ไม่เคยเก็บเอาไว้ แต่จะพูดออกมาอย่างหมดเปลือก ตอนที่ไปปิ๊งกับเพื่อนสาวด้วยกันสมัยเรียนไฮสคูล ตอนที่มีหนุ่มชมรมรักบี้มาจีบ ตอนที่แอบเม้มค่ากับข้าวมาเพื่อซื้อโทรศัพท์ใหม่และถูกแม่จับได้ ไม่เคยมีวีรกรรมเรื่องใดที่โคเลทจะไม่รู้
ส่วนเรื่องความซุ่มซ่าม ไอสลินน์ก็ตรงข้ามกับโคเลท ถ้าบอกว่าเป็นตัวโคเลทเองที่ออกไปเก็บผ้าที่ระเบียงแล้วเผลอพลาดสะดุดขาตัวเองจนพลัดหล่นลงมายังฟังดูเป็นไปได้
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโคเลทไม่สามารถคิดหาข้อสรุปเองได้ เธอคงต้องรอจนกว่าจะได้สอบถามจากปากเจ้าตัว
โคเลทอยู่เป็นเพื่อนคุณแม่ที่ยังต้องการกำลังใจจนถึงช่วงเย็น คุณแม่ของไอสลินน์ขอตัวกลับบ้านไปก่อน เพื่อที่จะนำชุดและข้าวของเครื่องใช้มาเตรียมไว้สำหรับเฝ้าไข้
ในระหว่างนั้นเองที่ยาคงจะคลายฤทธิ์ลง ไอสลินน์จึงเริ่มคืนสติกลับมา
“เป็นยังไงบ้างแก” โคเลทกุมมือของเพื่อนเอาไว้ นึกแปลกใจเล็กน้อยที่อีกฝ่ายได้สติเร็วกว่าที่เธอคิด
“โรงพยาบาลรึเนี่ย” ไอสลินน์ยังลุกไม่ขึ้น แต่ก็สามารถเหลียวมองรอบ ๆ ได้ ดูเหมือนว่าเธอยังสับสนอยู่
“เดี๋ยวตามคุณหมอให้นะ” โคเลททำท่าจะลุกขึ้นไปกดสัญญาณเรียกพยาบาลที่หัวเตียง แต่ไอสลินน์หยุดเธอไว้ก่อน ดูเหมือนเธออยากคุยกับโคเลทก่อนอีกสักหน่อย
“จำได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น ทำอีท่าไหนถึงร่วงลงมาได้”
ไอสลินน์นิ่งเค้นความคิด แต่ก็จบด้วยการส่ายหน้า
“ช่วงนี้ไปทำอะไรแปลก ๆ ที่ยังไม่ได้เล่าให้ฟังไหม”
เช่นเดิม ไอสลินน์แสดงออกว่าเธอตั้งใจนึก แต่เธอยังดูงงงันและสับสน
โคเลทไม่อยากให้เพื่อนต้องฝืนเกินไป เธอตัดสินใจเรียกหมอมาดูอาการอีกครั้ง หลังจากที่ไอสลินน์ได้ยาไป แม่ของเธอก็กลับมาพอดี
“หมอบอกว่าอาการไม่น่าเป็นห่วง คืนนี้หนูกลับไปก่อนเลยก็ได้นะจ๊ะ”
“งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้หลังเลิกงานหนูจะมาเปลี่ยนผลัดเฝ้ากับคุณแม่ให้นะคะ”
“ขอโทษนะจ๊ะ รบกวนหนูอยู่เรื่อยเลย” (<a href=”https://novel-lucky.com/”>อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky</a>)
“อย่าพูดแบบนั้นสิคะ ลินน์ต่างหากที่คอยช่วยเหลือหนูมาตลอด”
“นึกออกแล้ว” อยู่ดี ๆ ลินน์ก็โพล่งขึ้นมา “หรือว่าจะเป็นไอ้นั่น! โปรแกรมจิตใต้สำนึกใหม่ ซับคอนเชียสรีโปรแกรมมิง”
“หา อะไรนะ”
“ไอ้นั่นไง ที่เธอถามขึ้นมาเมื่อวันก่อน อะไรแปลก ๆ ที่ฉันทำในช่วงที่ผ่านมา”
“หาาา” โคเลทเผลอเสียงดังจนต้องปิดปากตัวเองเอาไว้ก่อนที่จะถูกนางพยาบาลจอมเฮี้ยบเข้ามาบ่นใส่
“แปลกมากเลย ปกติมีอะไรฉันจะเล่าให้เธอฟังตลอดนะ แต่ทำไมเรื่องนี้… มันเหมือนอยู่ ๆ มันก็ลืมไป”
โคเลทเคยเห็นโฆษณาเกี่ยวกับสิ่งที่ไอสลินน์กำลังพูดถึง มันคือสัมมนาอะไรสักอย่างเพื่อปรับแนวคิดหรืออะไรทำนองนั้น แน่นอนว่าโคเลทไม่เคยสนใจและก็ไม่คิดว่าเพื่อนของเธอจะสนใจอะไรแบบนี้ด้วย
…คุณต้องการเปลี่ยนแปลงชีวิตใช่หรือไม่ ค้นหาตัวตนของคุณ ทำลายขีดจำกัดที่กั้นขวางศักยภาพที่แท้จริง… โคเลทจำได้ราว ๆ นี้
ทั้งที่ควรจะเอาเรื่องแบบนี้ไปบอกตำรวจหรือแจ้งให้กับใครก็ตามที่น่าจะมีความสามารถในการสืบเรื่องนี้ต่อได้ โคเลทรู้ตัวอีกครั้งเธอก็มายืนอยู่ที่หน้าอาคารแห่งหนึ่งซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัทยูโทเปียโปรเจค
มันไม่มีหลักฐานว่าสิ่งนี้จะเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดกับไอสลินน์ แต่โคเลทก็ตัดสินใจสืบจากเงื่อนงำเพียงเล็กน้อยที่เธอหาได้
…ฉันมาทำอะไรที่นี่กัน… เธอถามตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีก ถ้าเป็นไอสลินน์ที่ชอบนิยายสืบสวนสอบสวนก็ว่าไปอย่าง
ถ้าสิ่งที่เกิดขึ้นที่นี่คือสาเหตุที่ทำให้เพื่อนรักคิดจะฆ่าตัวตายโดยไม่รู้ตัว แล้วเธอจะปลอยภัยหรือ
ทั้งที่คิดหวั่นใจแบบนั้น แต่สองขาก็ก้าวไปข้างหน้า โคเลทบอกกับเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ว่าเธอสนใจคอร์สสัมมนาของยูโทเปียโปรเจค จากนั้นเธอก็ขึ้นลิฟต์มาทั้งที่ตื่นกลัว
เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก เธอเห็นผู้คนมากมายกำลังนั่งรออยู่ที่ล็อบบี้ และหนึ่งในนั้นเข้ามาทักทายโคเลท คงเดาออกจากท่าทางงก ๆ เงิ่น ๆ ของเธอว่าเพิ่งเคยมาเป็นครั้งแรก
“สวัสดีครับ” ชายรูปงามทักทายด้วยน้ำเสียงนุ่มลึก
ชุดสูทสั่งตัดจากร้านชั้นนำ ทุกอย่างตั้งแต่หัวจรดเท้าล้วนแล้วแต่เป็นของแบรนด์เนมราคาแพง ผมยาวของเขาไม่ได้ดูรกรุงรังแต่ถูกมัดเอาไว้อย่างเรียบร้อย เป็นรูปลักษณ์ที่มีทั้งความจริงจัง รสนิยมและความงามแบบศิลปะอยู่ในคน ๆ เดียว
ที่สำคัญคือใบหน้าหล่อเหลาเอาการ ทำให้โคเลทเผลอเคลิ้มไปหลายวินาที
เขาไม่ใช่พนักงานทั่วไป โคเลทเคยเห็นใบหน้าของชายคนนี้ไม่ว่าจะในแผ่นป้ายโฆษณาหรือคลิปโฆษณา เขาคือไม่ใช่แค่หุ้นส่วนรายใหญ่ของบริษัทนี้แต่ยังเป็นหนึ่งในนักพูดชื่อดังอีกด้วย
“รีดัส ลินเคนสตาร์ครับ” เขาแนะนำตัวพร้อมกับยื่นมือมา
โคเลทไม่ได้จับมือแต่โค้งกลับไป “โคเลท เลคเตอร์ค่ะ คือ…”
โคเลทเพิ่งรู้ตัวว่าเธอเผลอแนะนำตัวด้วยชื่อจริงไป ทั้งที่เดิมทีซักซ้อมเอาไว้แล้วว่าจะใช้ชื่อปลอม
“มาครั้งแรกใช่ไหมครับเนี่ย” ชายหนุ่มยิ้มจนเห็นฟันสีขาวที่สะท้อนแสงได้
“ใช่ค่ะ มีเพื่อนแนะนำมา แต่ฉันยังไม่รู้รายละเอียดมาก”
“เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังเองครับ”
ความรู้สึกของโคเลทเหมือนกับว่ากำลังเปิดเว็บไซต์ยูโทเปียโปรเจคและเข้าไปในหน้า ‘เกี่ยวกับเรา’ รีดัสนำเอาเนื้อหาที่มีอยู่แล้วมาเล่าใหม่โดยใส่น้ำเสียง ลูกเล่นและมุกตลกเสริมเข้าไปให้น่าสนใจขึ้น เขามีพลังดึงดูดที่น่ากลัวทีเดียว
“ผมเชื่อในศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในตัวมนุษย์ทุกคนครับ และหวังอย่างยิ่งว่ายูโทเปียโปคเจคของพวกเราจะช่วยให้ทุกคนที่อยากค้นหาตัวเองได้เจอในสิ่งที่กำลังค้นหาครับ”
“ฟังดูน่าสนใจจังเลยนะคะ” โคเลทตอบกลับไปแบบทื่อ ๆ
“ว่าแต่คุณสนใจคอร์สไหนเป็นพิเศษบ้างไหมครับ เรามีคอร์สหลายแบบที่เหมาะกับการส่งเสริมพัฒนา…”
“มีอะไรที่มันพิเศษจริง ๆ ไหมคะ” โคเลทพูดแทรก
“คอร์สพิเศษเหรอครับ” รีดัสถามกลับ
“ค่ะ คอร์สที่ไม่ได้เปิดให้คนทั่วไปเข้าร่วมน่ะค่ะ”
สีหน้ารีดัสเปลี่ยนไปเล็กน้อย จากใบหน้ายิ้มแย้มดูจริงจังขึ้น “เอ ไม่ทราบว่าคุณโคเลทเคยไปได้ยินอะไรมารึเปล่าครับ”
“มะ ไม่ได้ยินอะไรมาหรอกค่ะ คือ… ฉันก็แค่รู้สึกว่าถ้ามีคอร์สอะไรที่แตกต่างจากที่คนทั่วไปเรียน ก็คงน่าสนใจดีน่ะค่ะ” เป็นคำโกหกที่ไม่ได้เรื่องสักนิด แต่โคเลทก็พูดออกไปแล้ว
รีดัสลูบคางตัวเองเหมือนครุ่นคิด เขามองสำรวจอีกฝ่ายอยู่อึดใจหนึ่ง
“เรามีคอร์สพิเศษอยู่จริง ๆ แหละครับ แต่ว่ามันเป็นคอร์สที่อยู่ในช่วงการทดสอบ”
“ทดสอบ… มันมีผลเสียเหรอคะ” โคเลทรู้สึกว่าเธอคลำทางมาถูกแล้ว
“เพื่อให้แน่ใจว่ามันไม่มีผลเสีย เราจึงกำลังทำการเก็บข้อมูลน่ะครับ” รีดัสลดเสียงลง โคเลทแอบสงสัยว่าแบบนี้มันถูกกฎหมายหรือไม่
“ขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ไหมคะ”
“คุณสนใจจริง ๆ เหรอครับ”
“ค่ะ” โคเลทตอบ แม้จะรู้ว่าเป็นเรื่องอันตรายแต่เธอจำเป็นต้องรู้ให้ได้ว่าไอสลินน์พบเจอกับอะไรมา
“งั้นเราเปลี่ยนสถานที่คุยกันเถอะครับ” รีดัสผายมือไปทางห้องทำงานของเขา