Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 385: มาตรการตอบโต้จากสองสาว
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงหลายวันที่ผ่านมาราวกับเรื่องโกหก ไอสลินน์กลับไปทำงานได้อีกครั้งในสภาพที่ไร้รอยบาดแผล ไม่เพียงแค่นั้นเธอยังดูสดชื่นและแข็งแรงยิ่งกว่าที่เคยเป็นอีกด้วย
ในทางตรงกันข้าม รุ่นพี่เทรนต์หยุดยาวตั้งแต่นั้น ทางบริษัทและเพื่อนร่วมงานพยายามติดต่อเขาแต่ก็ไม่ได้เรื่องอะไรเลย ราวกับว่าเขาหายตัวไปเฉย ๆ
แน่นอนว่าโคเลทกับไอสลินน์ไม่สามารถอธิบายเรื่องที่ประสบมากับคนในบริษัทได้ คนกลุ่มเดียวที่รับฟังเรื่องของเธอได้โดยไม่ได้มองว่าพวกเธอมีปัญหาทางจิตก็มีเพียงรีดัสและคนของเขาเท่านั้น
“หลังจากกลับมา ความทรงจำที่ขาดหายไปก็ค่อย ๆ กลับมาค่ะ ฉันเพิ่งจำได้ว่ารุ่นพี่เทรนต์เองนี่แหละที่เป็นคนชวนให้ลองเดอะเวิลด์ด้วยกัน”
“เรื่องนั้น ผมเองก็ผิดด้วยที่ไม่ได้ตรวจสอบตั้งแต่แรกให้ดีว่าเขาเกี่ยวข้องด้วย” เป็นอีกครั้งที่รีดัสก้มหัวขอโทษหญิงสาวที่อายุน้อยกว่าตน
“ไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะ รุ่นพี่เองก็อำพรางเก่ง ยากที่เราจะมองออกว่าเขาเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้น” ไอสลินน์ช่วยหยุดไม่ให้รีดัสกังวลจนเกินไป
“แต่ฉันยังไม่เข้าใจเลยว่ารุ่นพี่ทำไปเพื่ออะไร”
“บางทีอาจไม่ได้มีเหตุผลอะไรเป็นพิเศษก็ได้นะ ก็รุ่นพี่ถูกดาร์คเจสเตอร์สิงนี่นา อย่างดาร์คเจสเตอร์ก็คงทำแต่เรื่องร้าย ๆ ละมั้ง”
“มันจะไม่เป็นการสรุปที่มักง่ายเกินไปเหรอ”
“ไม่นี่”
ไอสลินน์ขมวดคิ้วอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เธอจะพึมพำออกมา “พอมานึกดูดี ๆ แล้ว ฉันอาจจะเป็นคนแรกก็ได้นะที่สงสัยว่ารุ่นพี่ผิดปกติออกไปตรงไหนสักแห่ง”
“ตรงไหนเหรอครับ”
“อธิบายไม่ถูกค่ะ ทั้งที่รุ่นพี่ก็ทำตัวเหมือนเดิม แต่ฉันรู้สึกว่าเขาดูน่ากลัวขึ้น บางทีฉันอาจจะรู้ตัวตั้งแต่ตอนนั้นแล้วก็ได้ว่ามีสิ่งแปลกปลอมติดตัวเขามาด้วย”
“เป็นไปได้ไหมครับ ที่คุณเทรนต์เองก็จับได้ว่าคุณรู้สึกแบบนั้น”
“เรื่องนั้นฉันเองก็ไม่แน่ใจค่ะ”
“มันเป็นแบบนั้นน่ะแหละ ต้องจับได้แน่ ๆ เลยจะปิดปากเธอ เพราะลินน์น่ะ โกหกไม่เก่ง”
“ฉันดูออกง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ” ไอสลินน์ขึ้นเสียงสูง
“เชื่อสิ มันแบบนั้นแหละ ฟังดูเป็นไปได้กว่ารุ่นพี่เล่นงานลินน์เพราะรู้สึกสนใจเป็นพิเศษด้วย”
ไอสลินน์ขมวดคิ้ว เผยอริมฝีปากนิด ๆ แววตาแฝงความหงุดหงิด
“ทำไมฟังแล้วรู้สึกเคือง ๆ ชอบกลแฮะ”
การพูดคุยของทั้งสามดำเนินต่อไปอีกชั่วครู่ รีดัสแสดงความรับผิดชอบต่อการที่สาว ๆ ทั้งสองต้องมาเสี่ยงชีวิต ด้วยการช่วยจัดการค่าใช้จ่ายทั้งหมดระหว่างที่ไอสลินน์เข้าโรงพยาบาล รวมถึงเรื่องของการประสานงานกับตำรวจเกี่ยวกับคดีของแทรนต์ด้วย
“ผมจ้างผู้คุ้มกันมาคุ้มครองพวกคุณระหว่างที่ยังหาตัวคุณเทรนต์ไม่เจอได้นะครับ”
“ฉันไม่เป็นไรหรอกค่ะ” ไอสลินน์ปฏิเสธน้ำใจของรีดัส
“เธอน่าจะรับไว้นะลินน์ อย่างน้อยที่สุดก็จะได้ไม่ต้องกังวลเวลาที่ปล่อยคุณแม่ไว้คนเดียว”
“เธอเองก็เพิ่งปฏิเสธไปไม่ใช่เหรอ” ไอสลินน์มองโคเลทอย่างสับสน
“ที่บ้านฉัน นอกจากแม่และน้อง ยังมีแม่บ้านที่มาเช้ากลับเย็น ลูกน้องของแม่ที่บางทีก็ค้างด้วย ทางนี้มีคนอยู่เกือบตลอดอยู่แล้วล่ะ”
“ขอโทษนะ ฉันลืมไปเองว่าเธอมันลูกคุณหนู” (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
“ใช่ที่ไหนเล่า ที่จะบอกคือลินน์น่ะอยู่กับแม่แค่สองคน มีคนคอยสอดส่องความปลอดภัยให้ก็น่าอุ่นใจดีออก”
ไอสลินน์เถียงสู้ไม่ได้จึงจำใจรับความช่วยเหลือเป็นคนคุ้มครอง แม้จะต้องทนอึดอัดจากการถูกจับตามอง แต่มันช่วยไม่ได้ ให้เป็นไปแบบนี้ดีกว่าการต้องอยู่อย่างหวาดผวา
เรื่องการรับมือกับรุ่นพี่เทรนต์ โคเลทและไอสลินน์ไม่ได้หวังพึ่งมือตำรวจและคนของยูโทเปียโปรเจคเท่านั้น จากประสบการณ์ในเดอะเวิลด์มันทำให้ทั้งคู่เชื่อว่าตนเองจะสามารถเรียนรู้หนทางใหม่ในการป้องกันตัวได้
“จะเรียนรู้ให้มากขึ้น? หมายถึงพวกคุณอยากจะเข้าไปในเดอะเวิลด์อีกเหรอครับ”
“พวกเราคุยกันแล้วว่าหนังสืออะบีสออฟไทม์อันตรายเกินไปค่ะ” ไอสลินน์กล่าวข้อสรุป
“พวกเราก็เลยอยากจะใช้วิธีเดียวกัน สะกดจิตตัวเองเพื่อเข้าไปในหนังสือเรื่องอื่น” โคเลทยิ้มแหย ๆ สิ่งที่พวกเธอคิดกัน ยังมีปัญหาที่ข้องใจอยู่บ้าง
“จะเข้าไปด้วยตัวเอง?” รีดัสเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย แล้วเขาก็อึกอัก
“ฉันรู้ว่าไอสลินน์กับฉัน ทำเองได้ การเข้าไปในเดอะเวิลด์ครั้งหนึ่งแล้ว การเชื่อมต่อไม่ได้หายไป ถูกไหมคะ” โคเลทยิงคำถามที่เธอรู้คำตอบอยู่แล้ว
ทว่าทั้งคู่ก็ยังกังขาก้บเรื่องหนึ่ง
รีดัสเงียบไป โคเลทกำลังจะเปิดปากถามยืนยันเรื่องที่สงสัย แต่รีดัสก็ขยับปากพูดขึ้นก่อน
“เชื่อมต่อตัวเอง เข้าไปในหนังสือเรื่องอื่น… ผมว่ามันอันตรายนะครับ อันตรายยิ่งกว่าเดิมอีก” รีดัสตอบหน้าเครียด “จักรวาลของอะบีสออฟไทม์อันตรายก็จริง แต่ขณะเดียวกันมันก็มีกลุ่มที่แข็งแกร่งอย่างกลุ่มอะบีสอยู่ด้วย พวกนั้นมีกระทั่งวิธีการคืนชีพด้วยซ้ำ ผมไม่กล้ายืนยันว่าถ้าพวกคุณหลุดเข้าไปในโลกของหนังสือเรื่องอื่นแล้วมันจะได้ผลออกมายังไง”
“ตอนแรกฉันสงสัยอยู่บ้าง หนังสือเล่มอื่นจะได้ผลด้วยไหม คุณรีดัสพูดมาแบบนี้ แสดงว่าเป็นไปได้ที่จะเข้าไปในเรื่องอื่นสินะคะ” ปริศนาคาใจถูกไขกระจ่าง
รีดัสตีสีหน้าลำบากใจ “ใช่ครับ มันเป็นไปได้”
“ฉันกับโคเลท นอกจากอะบีสออฟไทม์แล้ว พวกเราสองคนมีนิยายเรื่องอื่นที่ผูกพันเป็นพิเศษค่ะ พวกเราเชื่อว่าถ้าได้เข้าไปในโลกนั้นบางทีพวกเราอาจจะพบวิธีที่จะรับมือกับรุ่นพี่เทรนต์ ในเมื่ออีกฝ่ายน่าจะไม่ยอมรามือง่าย ๆ พวกเราเองก็ต้องมองหาอาวุธไว้ต่อกรด้วย”
“อย่างนั้นเชื่อใจในเจ้าหน้าที่ตำรวจ และคนของผมไม่ได้เหรอครับ ผมไม่อยากให้คุณสองคนเสี่ยงไปมากกว่านี้แล้ว”
“พวกเราเข้าใจความหวังดีของคุณค่ะ” โคเลทเลี่ยงไม่พูดว่าเธอและเพื่อนไม่สามารถฝากทุกอย่างไว้กับตำรวจได้ ถ้าเป็นโจรทั่วไปก็ว่าไปอย่าง แต่รุ่นพี่เทรนต์กลายเป็นอะไรไปแล้วก็ไม่รู้
“เรื่องนี้พวกเราแค่อยากบอกให้คุณกับทางยูโทเปียโปรเจคได้รับรู้ไว้ ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเราสองคนพวกคุณจะได้รู้ว่ามันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเดอะเวิลด์แล้ว” ไอสลินน์ยืนกรานเจตนา
“นี่ผมคงห้ามอะไรไม่ได้สินะครับ” รีดัสถอนหายใจออกมายาว
“ถ้าพวกเราพลาด บางทีนี่อาจจะเป็นการเจอกันเป็นครั้งสุดท้าย” พูดจบสองสาวก็เตรียมลุกขึ้น
“เดี๋ยวก่อนครับ…” รีดัสรีบยกมือขึ้นห้าม
“อย่าห้ามเลยค่ะ”
“พวกคุณมั่นใจเหรอครับว่าจะสะกดจิตตัวเองและเชื่อมต่อกับเดอะเวิร์ลเพื่อเข้าไปในหนังสือได้สำเร็จจริง ๆ”
“มั่นใจเกินครึ่งว่าทำได้ค่ะ” โคเลทตอบ
“ให้ผมช่วยครับ ผมจะให้คนของผมสอนพวกคุณสองคนให้เข้าใจกลไกของเดอะเวิลด์เอง แล้วพวกคุณก็นำมันไปปรับใช้กับหนังสือที่เลือกก็แล้วกัน”
“จะดีเหรอคะ มันไม่ใช่ความลับทางการค้าเหรอคะ”
“บอกแล้วยังไง ผมปล่อยให้พวกคุณเสี่ยงมากไปกว่านี้ไม่ได้ครับ วิธีของทางเราผ่านการทดลองมาแล้ว อย่างน้อยการสะกดจิตตัวเองและขั้นตอนเชื่อมต่อ พวกคุณสองคนจะปลอดภัยครับ”