Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 386: เดอะไชน์นิงไนท์แอนด์เดอะอีวิลวิช
ตั้งแต่วันนั้นโคเลทและไอสลินน์ก็ใช้บ้านของโคเลทเป็นฐานทัพชั่วคราว
“โอลีฟค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ” ผู้ดูแลคนแรกแนะนำตัวกับจิบริล เธอคือเจ้าหน้าที่ที่รีดัสส่งมาและเคยเป็นผู้ดูแลที่คอยช่วยเหลือโคเลทมาตั้งแต่เริ่ม
“ปารีสค่ะ ขอโทษที่มารบกวนนะคะ” ผู้ดูแลคนที่สองแนะนำตัวเช่นกัน ปารีสคนนี้คือมือดีของยูโทเปียโปรเจค เธอคือนักสะกดจิตที่เก่งที่สุดในบริษัท
“สวัสดีค่ะ” จิบริลทักทายอย่างมีมารยาทได้ไม่นาน เธอก็เริ่ม “พวกพี่สองคนคือเพื่อนของพี่โคเลทและพี่ไอสลินน์เหรอคะ”
“ใช่แล้วค่ะ” เป็นคำถามที่แปลกเล็กน้อยแต่ปารีสก็ตอบกลับในทันที
“พี่คิดดีแล้วเหรอคะ”
“เดี๋ยวสิ! อะไรของเธอเนี่ยจิบริล”
“หนูเป็นห่วงเพื่อนใหม่ของพี่สองคนนี้น่ะสิคะ เล่นมาคบหากับคนติ๊งต๊องแบบพี่และพี่ไอสลินน์ มีหวังถูกนินทาว่าเป็นพวกติ๊งต๊องไปด้วยแน่เลย”
“จิบริลจ๊ะ ไปคุยกับพี่สาวตรงนู้นนิดนึงได้ไหมจ๊ะ” ไอสลินน์กำหมัดแน่นเหมือนอยากจะเขกหัวคนจนทนแทบไม่ไหว
“ใจเย็น ๆ ลินน์ ยายจิบริลนี่แรงวัวแรงควายมากนะ เวลาทะเลาะกัน ฉันไม่เคยชนะเลย” โคเลทกระซิบบอกเพื่อนให้ใจเย็นลง
“ไม่กี่ปีก่อน ยังดูน่ารักอยู่เลย นี่มันจิบริลน้อยคนนั้นจริงดิ เธอแน่ใจใช่ไหมโคเลทว่าน้องเธอไม่ได้โดนตัวอะไรสิงเข้าน่ะ”
“นี่ไงล่ะ พูดอะไรเพ้อเจ้อแบบนี้แหละ คนอื่นเขาถึงได้ว่าพี่สองคนน่ะเพี้ยน”
“เอ่อ… จริงสิ ลินน์พาทุกคนขึ้นไปบนห้องฉันก่อนดีกว่าเนอะ เดี๋ยวจะเอาชากับขนมไปให้” โคเลทรีบตัดบทก่อนที่จะมีการปะทะคารมรุนแรง หรือการวางมวยเกิดขึ้น
การฝึกของโคเลทและไอสลินน์เริ่มขึ้นตั้งแต่วันนั้น พวกเธอได้เรียนรู้เกี่ยวกับหลักพื้นฐานของการสะกดจิตตัวเองโดยไม่พึ่งอุปกรณ์ทันสมัย เพียงพึ่งคลิปช่วยสะกดจิตที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อนำทุกคนเข้าสู่เดอะเวิลด์
มันเป็นวิธีเก่าแก่เพื่อให้สามารถเข้าสู่โลกแห่งจิตที่เป็นโลกของแต่ละคน
“รวมจิตไว้ที่กลางหน้าผากจะช่วยให้รวมสมาธิได้ง่ายขึ้นค่ะ ในหลาย ๆ ความเชื่อตำแหน่งนั้นถูกมองว่าเป็นประตูสู่สวรรค์ มันคือจุดที่ทำให้จิตเราเคลื่อนออกจากร่างได้ง่ายค่ะ” โอลิฟอธิบาย
“ใช้วิธีการสัมผัสในตำแหน่งที่เราต้องการรวมจิต จดจำความรู้สึกนั้นไว้ เอามือออกและจินตนาการเหมือนว่าตำแหน่งนั้นยังถูกสัมผัสอยู่”
โอลีฟและปารีสสอนทุกอย่างที่เธอรู้โดยไม่หวงวิชา บางอย่างเป็นเทคนิคพิเศษเฉพาะตัวที่พวกเธอค้นพบว่ามันจะทำให้ง่ายต่อการสะกดจิตตัวเองมากขึ้น บางอย่างเป็นเทคนิคในการทำสมาธิที่คล้ายกับที่พวกที่คนในบางศาสนาฝึกฝนกัน
การถ่ายทอด มีทั้งบอกเทคนิคที่ผู้ฝึกสอนของยูโทเปียโปรเจคทุกคนใช้กัน และวิธีที่เป็นเอกลักษณ์ของพวกเธอเองด้วย
ไม่นานนัก โคเลทและไอสลินน์ก็เรียนรู้ขั้นตอนสะกดจิตได้สมบูรณ์ สิ่งที่ต้องทำต่อไปคือการทำความเข้าใจโลกที่พวกเธอจะเข้าไปให้ถ่องแท้
นิยายโปรดของโคเลทคือนิยายรักแฟนตาซีชื่อ ‘เดอะไชน์นิงไนท์แอนด์เดอะอีวิลวิช’ หากมองแค่ชื่อเรื่องหลายคนอาจจะคิดว่ามันเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอัศวิน เจ้าหญิง และแม่มดผู้ชั่วร้าย
แต่รายละเอียดของเรื่องต่างออกไปจากที่ทุกคนเชื่อ เพราะว่านางเอกตัวจริงของเรื่องนี้คือแม่มดสุดชั่วร้ายนั่นเอง
ชื่อของแม่มดผู้ที่ขณะนั้นยังเป็นสาวอ่อนโลกคือ ‘แอล’
แอลได้พบกับอัศวินหนุ่มที่กำลังหลงป่าและได้กลายมาเป็นเพื่อน เธอมารู้เขากำลังตามหาดาบวิเศษเพื่อนำไปปราบมังกรร้าย แอลได้ช่วยเหลือจนเขาหาดาบวิเศษพบแต่มันก็ต้องแลกมากับชีวิตของเขาเอง
ด้วยใจรักที่มีต่ออัศวินหนุ่มผู้นั้น แอลยอมสละหัวใจตนเองครึ่งหนึ่งให้กับเขา ทำให้อัศวินหนุ่มคืนชีพกลับมาอีกครั้ง
ด้วยดาบวิเศษและหัวใจอันบริสุทธ์ครึ่งหนึ่งของแอล อัศวินหนุ่มได้รับพลังมากพอที่จะกำราบปีศาจร้ายตนใดก็ได้ เขาลาจากแอลโดยสัญญาว่าจะกลับมาหาเธออีกครั้งหลังจากภารกิจลุล่วง
แต่อัศวินหนุ่มไม่เคยกลับมา หลังจากปราบมังกรร้ายได้สำเร็จ เขาก็ได้พบกับเจ้าหญิงผู้เลอโฉม ความงามของเจ้าหญิงทำให้อัศวินหนุ่มลืมเลือนสัญญาจนหมดสิ้น เขาอภิเษกสมรสกับเจ้าหญิงและกลายเป็นราชาของอาณาจักรแห่งนั้นโดยทิ้งให้แอลรอคอย
วันที่แอลได้รู้ความจริง หัวใจอีกครึ่งที่เหลืออยู่ของเธอถูกครอบงำด้วยความโกรธแค้น เธอกลายเป็นแม่มดร้ายที่ทุกคนสมควรหวาดกลัว
แอลออกจากป่าและบุกปราสาทของอัศวินหนุ่มที่ตอนนี้กลายเป็นราชาไปแล้ว การต่อสู้ของทั้งคู่สั่นสะเทือนทั้งดินแดน
แล้วเรื่องน่าเศร้าก็เกิดขึ้น เจ้าหญิงพยายามหยุดทั้งสองและพลาดพลั้งจนเสียชีวิต
เพื่อช่วยชีวิตเจ้าหญิง อัศวินผู้นั้นไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขาได้มอบหัวใจที่มีอยู่ ครึ่งหนึ่งที่เคยไ้ด้รับมาให้กับเจ้าหญิง การทำเช่นนี้ไม่ได้แค่ช่วยคืนชีพให้กับเจ้าหญิงเท่านั้น มันยังช่วยให้หัวใจที่ถูกครอบงำของแอลกลับมาส่องสว่างได้อีกครั้ง (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
ตอนนั้นแอลจึงตระหนักได้ว่า อัศวินไม่ใช่แค่คนเห็นแก่ตัวและไม่รักษาสัญญา เขาเป็นเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่ถึงจะทรยศต่อผู้อื่นแต่ก็ไม่สามารถทรยศต่อความรู้สึกตนเองได้ เขาเป็นคนที่พร้อมยอมตายเพื่อความรัก เพียงแค่ความรักนั้นไม่ได้มอบให้กับแอล
แอลรู้ว่าเจ้าหญิงเองก็ไม่สามารถมีชีวิตต่อไปได้หากขาดเขาไป เธอตัดสินใจมอบหัวใจครึ่งหนึ่งที่เหลือให้กับอัศวินเพื่อนำเขากลับมา
แม้จะเป็นแม่มดผู้ทรงอำนาจแต่เมื่อไม่มีมีหัวใจเหลือแม้แต่ส่วนเดียว แอลก็ไม่สามารถมีชีวิตต่อไปได้ เธอสลายไปหลังจากนั้นโดยมีทั้งอัศวินและเจ้าหญิงเป็นผู้ที่โอบกอดเธอไว้จนนาทีสุดท้าย
โคเลทอ่านเรื่องนี้ทีไร เธอจะร้องไห้ไม่หยุด เธอเองมักเปรียบตัวเองเหมือนกับแอลในเรื่องนี้ บางครั้งอัศวินขี่ม้าขาวได้เข้ามาในชีวิตและทำให้โคเลทรู้สึกอบอุ่นหัวใจ แต่เธอรู้ดีว่าเธอไม่มีทางเป็นเจ้าหญิงของคน ๆ นั้นได้ ต่อให้มอบหัวใจครึ่งดวงหรือทั้งดวงให้ ตอนจบของนิยายก็จะไม่มีทางเปลี่ยนไป…
จนกระทั่งตอนนี้ โคเลทเรียนรู้วิธีเข้าไปในนิยายได้แล้ว เธอกำลังจะกระโจนเข้าสู่โลกของ ‘เดอะไชน์นิงไนท์แอนด์เดอะอีวิลวิช’ ด้วยความรู้สึกที่ฮึกเหิม ครั้งนี้แหละที่ตอนจบจะไม่เหมือนเดิม
สถานที่แรกที่โคเลทไปถึงคือป่าซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่อง มันคือสถานที่ที่แอลและอัศวินพบกันเป็นครั้งแรก โคเลทไม่ได้ตั้งใจจะเข้าไปขัดขวางการเจอกันของทั้งสองคนแต่อย่างน้อยเธอก็ตั้งใจเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวตั้งเริ่ม
แต่จิตใจที่กังวลว่าตอนจบของเรื่องราวจะเป็นอย่างไร ทำให้เกิดความผิดพลาดขึ้น โคเลทไม่ได้ปรากฎตัวจุดที่ตั้งเป้าไว้ พลาดการพบกันครั้งแรกของคนทั้งคู่ เบื้องหน้าของเธอคืออัศวินหนุ่มผู้กำลังพยายามปราบสิงโตตาเดียวที่คอยปกป้องดาบวิเศษ
“ระวัง!” โคเลทเผลอตะโกนออกไป เสียงดังของเธอไม่เพียงแค่ทำให้แอลและอัศวินหนุ่มตกใจ มันยังทำให้เจ้าสิงโตตาเดียวหยุดชะงักไปด้วย
“ตอนนี้แหละ” อัศวินหนุ่มว่าพร้อมกับสืบเท้าไปข้างหน้า เมื่อได้ระยะเขาก็ฟันดาบลงมาที่ร่างของสัตว์ร้ายในทันที
ตามเนื้อเรื่องเขาจะต้องถูกโจมตีสวนและเสียชีวิตเป็นครั้งแรก แต่การปรากฏตัวของโคเลทกลับกลายเป็นว่าเขาจัดการกับสัตว์ร้ายได้โดยไม่ต้องแลกชีวิต
นั่นก็คือแอลไม่ต้องเสียหัวใจครึ่งดวงให้กับเขาด้วย
โคเลทสงสัยว่านี่คือบทสรุปที่ดีแล้วหรือไม่ แต่ไม่ว่ามันจะออกมาแบบไหนเธอก็ตั้งใจจะอยู่ดูมันจนจบ
…แบบนี้น่าจะดีแล้วล่ะ ตอนจบถึงแอลพลั้งมือทำเจ้าหญิงเสียชีวิต แต่เธอก็จะไม่ตายจากการแบ่งครึ่งหัวใจให้เจ้าหญิง… โคเลทเชื่อแบบนั้น
ทุกอย่างดำเนินไปตามครรลองของมัน ยกเว้นแค่คนทั้งสองมีโคเลทเป็นก้างกวางคอเพิ่มขึ้นมา ในช่วงที่โคเลทได้กลายเป็นเพื่อนกับทั้งสอง เธอได้มีโอกาสฝึกวิชาดาบของอัศวินหนุ่มและพื้นฐานเวทมนตร์จากแอลด้วยเล็กน้อย
“เจ้ามีพลังบางอย่างซ่อนอยู่ในตัวตั้งแต่แรกแล้ว” แอลบอกกับโคเลทที่กลุ้มใจเพราะการฝึกเวทมนตร์ของเธอไม่ค่อยคืบหน้า
“ฉันเนี่ยนะ” โคเลทไม่ค่อยแน่ใจเรื่องนั้น
“เรื่องเวทมนตร์ข้าตอบไม่ได้ แต่ทักษะดาบของเจ้าไม่เหมือนกับมือใหม่ เจ้าเพียงตั้งใจฝึกฝน ข้าเชื่อว่าแม้แต่ข้าเองก็คงยากที่จะเอาชนะ” อัศวินหนุ่มเองก็ชื่นชมในตัวเธอ โคเลทรู้ว่าครึ่งหนึ่งเขาให้กำลังใจเท่านั้น แต่อีกครึ่งโคเลทก็คิดว่าตนเองอาจจะมีพรสวรรค์อยู่จริงบ้าง
“แต่คงยังเอาไปใช้อะไรจริงจังไม่ได้หรอก” เธอกล่าวอย่างรู้ตัว
“ไม่แน่หรอกนะ” แอลยิ้มตอบ “ไม่ต้องรีบร้อนหรอก ค่อย ๆ ค้นหาตัวเองไปเถอะ”
น่าเสียดายที่ช่วงเวลาอยู่ด้วยกันสามคนแบบนี้ไม่สามารถยื้อต่อไปได้นาน อัศวินหนุ่มยังมีภารกิจที่รอเขาอยู่และมันก็ได้เวลาที่เขาจะต้องจากไปแล้ว
สิ่งที่โคเลทกังวลคืออัศวินหนุ่มที่มีเพียงดาบวิเศษ เขาไม่ได้รับหัวใจครึ่งหนึ่งซึ่งเป็นอาวุธสำคัญที่ใช้สำหรับการปราบมังกรร้าย เพื่อให้แน่ใจว่าเขาจะไม่ถูกฆ่าตายไปซะก่อนโคเลทตัดสินใจติดตามไปช่วยเขาทำภารกิจด้วย
มาฟรอสคือชื่อมังกรดำที่เป็นเป้าหมาย มังกรตัวนี้หลงในรูปโฉมของเจ้าหญิงและได้จับตัวเธอไปกักขังไว้ในรังของมัน
ในนิยายดั้งเดิมมังกรตนนี้พึ่งพาแหล่งพลังแห่งความมืด มันจะอ่อนกำลังลงเพราะหัวใจแห่งแสงสว่างของแอล หน้าที่ของโคเลทคือการทำทุกอย่างเพื่อชดเชยพลังแห่งแสงสว่างที่ขาดไป
เธอหวังว่าเวทมนตร์ที่ยังครึ่ง ๆ กลาง ๆ กับเพลงดาบที่ยังอ่อนหัดของเธอจะช่วยอัศวินหนุ่มได้
“ระวังไฟของมัน” อัศวินหนุ่มตะโกนบอกโคเลท เธอก้มหลบไฟได้ในระยะเฉียดฉิว
“ชนะได้แน่” โคเลทตะโกนสร้างความฮึกเหิมให้กับตนเอง
ไม่รู้ว่าเพราะเชื่อมั่นในตัวอัศวินหนุ่มที่ร่วมต่อสู้ด้วยกัน เชื่อมั่นไปว่าเองว่าตนจะไม่ถูกฆ่าในนิยาย หรือเป็นความกล้าที่เกิดขึ้นจากความที่โยนสติทิ้งไปแล้ว โคเลทยืนหยัดต่อสู้กับมาฟรอสจนถึงนาทีที่อัศวินหนุ่มสามารถลงดาบสังหารมังกรได้อย่างเหลือเชื่อ
“พวกเราทำสำเร็จแล้ว” อัศวินหนุ่มทรุดไปนั่งลงอย่างหมดแรง
“รอดจริง ๆ ด้วย” โคเลทพึมพำ ไม่รู้ว่าเพราะสติเพิ่งเริ่มกลับมาหรือไม่ เธอเพิ่งจะรู้สึกกลัวจนขาแข้งขยับไม่ได้
ภารกิจปราบมาฟรอสและช่วยเจ้าหญิงสำเร็จลุล่วงลงด้วยดี หลังจากนั้นเรื่องราวก็ดำเนินต่อไปเหมือนกับในนิยายทุกประการ อัศวินหนุ่มตกหลุมรักเจ้าหญิงตั้งแต่แรกเห็น เขาตอบรับรางวัลที่ราชาชราเสนอให้