Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 387: ดาบวิเศษและหัวใจอีกครึ่งดวง
จากนั้นจึงเป็นพิธีอภิเษกสมรส แน่นอนว่าโคเลทก็อยู่ร่วมเหตุการณ์นี้ เธอสนุกสนานไปกับการตระเวนกินทุกอย่างที่ขวางหน้าโดยเชื่อว่าเพราะนี่คือโลกหนังสือ ดังนั้นจะกินเยอะแค่ไหนก็ไม่น่าจะทำให้น้ำหนักขึ้น เธอลืมมองไปว่าขนาดผลของการรักษายังส่งไปถึงโลกจริงได้ จะแน่ใจได้ยังไงว่าอาหารที่กินเข้าไปมันจะไม่กลายเป็นพลังงานส่วนเกิน
เวลาล่วงเลยผ่านไปนานกว่าที่โคเลทคิด เธอผ่านงานเถลิงราชสมบัติของอัศวินหนุ่มและในที่สุดก็ถึงเหตุการณ์สุดท้ายที่เธอรอคอยมาตลอด วันที่แอลบุกปราสาท
ไม่รู้เพราะว่ายังมีหัวใจเต็มดวงหรือมีเหตุผลอื่นที่โคเลทไม่สามารถเดาได้ แอลแข็งแกร่งยิ่งกว่าภาพซึ่งโคเลทจินตนาการไว้มาก เธอเพียงแค่คนเดียวน่ากลัวกว่าทหารทั้งอาณาจักรร่วมมือกัน
อัศวินหนุ่มผู้กลายเป็นราชาไปแล้วไม่ใช่คู่ต่อสู้ของแอลเลยแม้แต่น้อย โคเลทเองก็ไม่ได้พยายามฝืนเนื้อเรื่องมากไปกว่านั้น
…แค่รอให้เจ้าหญิงถูกฆ่า แอลรู้สึกผิดและแบ่งหัวใจครึ่งหนึ่งให้เธอ ทุกอย่างก็จะจบ… โคเลทเชื่อเช่นนั้นและไม่ได้เผื่อใจสำหรับสถานการณ์ที่ผิดคาด
แอลล้มลงด้วยคมดาบของอัศวินหนุ่ม ขณะที่กำลังลังเลว่าจะยืนเฉยหรือเข้าไปแทรก โคเลทก็พบว่าอัศวินหนุ่มมีบางสิ่งแปลกออกไป มันเหมือนกับว่าเขากำลังถูกควบคุม
“หาาา…” โคเลทร้องเสียงหลง เธอเพิ่งมองเห็นความจริงว่าผู้ที่ร่ายมนตร์ใส่อัศวินหนุ่มก็คือตัวเจ้าหญิงนั่นเอง
มันเป็นเธอมาตลอด เจ้าหญิงผู้เลอโฉมกลายเป็นผู้อยู่เบื้องหลังทุกอย่าง เธอนี่แหละคืออีวิลวิชในชื่อเรื่อง เธอคือแม่มดร้ายที่สังหารเจ้าหญิงตัวจริงและสวมรอยเป็นเจ้าหญิงแทน เธอคือเจ้าของมังกรดำมาฟรอส ผู้ร่ายคำสาปลุ่มหลงให้กับอัศวินหนุ่ม และถ้าในตอนจบเดิมของนิยายเธอยังเป็นผู้หลอกให้แอลตายอีกด้วย
“เดี๋ยวสิ… นี่มันเนื้อเรื่องจริงของนิยายเหรอ ไม่สิ หรือว่ามันเป็นเพราะมันปนกับจินตนการของเราเข้าไปแล้ว”
โคเลทไม่มีคำตอบสำหรับสิ่งที่เธอสงสัย สิ่งเดียวที่เธอแน่ใจมีเพียงแค่ถ้าเธอไม่ทำอะไรสักอย่างเจ้าหญิงคงฆ่าแอลและยังครอบงำอัศวินหนุ่มต่อไป
“เจ้าไม่มีทางชนะข้าได้หรอก” แม่มดในร่างเจ้าหญิงเยาะเย้ยโคเลท
“ก็ไม่แน่หรอก” แอลที่นอนจมกองเลือดว่าพร้อมกับบริกรรมคาถาไปด้วย
โคเลทเคยเห็นคาถานี้ มันคือคาถาที่มอบหัวใจครึ่งหนึ่งให้กับอีกฝ่าย ในตอนแรกโคเลทคิดว่าแอลจะร่ายเวทนี้ให้กับอัศวินหนุ่ม แต่ความจริงเป้าหมายของเวทบทนี้กลับเป็นตัวโคเลทเอง
“เจ้ามีพลังแต่ดั้งเดิม… หากได้หัวใจอีกครึ่งของข้าไป จะต้องมีพลังเพิ่มขึ้นอีกแน่นอน”
“ฆ่ามันซะ” เจ้าหญิงชี้ไปทางโคเลท
อัศวินหนุ่มผู้ถูกครอบงำตอบสนองต่อคำสั่งในทันที เขาตรงเข้าหาโคเลทพร้อมกับเหวี่ยงดาบไปด้วย เป็นจังหวะการฟันที่โคเลทคุ้นเคยเป็นอย่างดี โคเลทก้มหลบโดยที่ไม่ทันได้คิด ส่วนมือของเธอก็ผลักออกไปอย่างไม่รู้ตัว
ลำแสงสว่างวาบปรากฏขึ้นจากฝ่ามือทั้งคู่ของโคเลท มันทำให้ร่างของอัศวินหนุ่มกระเด็นปลิวไปหลายช่วงตัว
“เหวอ ทำได้แล้ว”
“นี่รึสามีข้า ขายขี้หน้าจริง ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้” เจ้าหญิงไม่ได้แค่ออกคำสั่งธรรมดา แต่เธอใช้อาคมร่วมด้วย
แต่มันไม่ได้ผล อัศวินหนุ่มไม่ได้ลุกพรวดขึ้นมาอย่างที่เธอตั้งใจ เขายังนอนหมดเรี่ยวแรงอยู่ที่เดิม
“เป็นไปไม่ได้ ทำไมคำสั่งของข้า…”
“มนตร์สะกดถูกทำลายไปแล้วยังไงล่ะ” แอลหัวเราะอย่างกลั้นไว้ไม่อยู่
“อย่ามาอวดรู้! นังแม่มดปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม เวทสะกดของข้าไม่มีใครทำลายได้”
“โคเลท…” อัศวินหนุ่มจ้องมาที่โคเลท และก่อนที่ทุกคนจะรู้ตัวเขาก็โยนดาบวิเศษให้เธอ
แน่นอนว่าโคเลทไม่มีทางรับดาบได้ เธอกระโดดหนีดาบสุดตัว ท่าทางของเธอทำให้เจ้าหญิงรู้สึกขบขันและลืมความจริงที่ว่าอัศวินหนุ่มไม่ได้ทำตามคำสั่งของตนแล้ว
“พวกเจ้าคิดจะทำอะไร ดาบวิเศษไม่ใช่ของที่คนทั่วไปจะใช้ได้ ขนาดข้าเองยังแตะต้องมันไม่ได้เลย คิดเหรอว่านังเด็กสามัญชนนี้จะ… หาาา”
โคเลทที่ล้มกลิ้งไปก่อนหน้านี้ลุกขึ้นอีกครั้งมือฉวยดาบวิเศษขึ้นมา ดาบส่องสว่างขึ้นยิ่งกว่าตอนที่อัศวินถือมันไว้ด้วยซ้ำ พลังดั้งเดิมที่เป็นปริศนาของโคเลท หัวใจครึ่งดวงของแอล และดาบวิเศษของอัศวินกำลังหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวในร่างของโคเลท
แสงสว่างรุนแรงขึ้นในทุกขณะ ร่างของเจ้าหญิงเลอโฉมเสื่อมสลายไปและเผยให้เห็นร่างของแม่มดชั่วร้ายตัวจริง ไม่ใช่สาวงามที่ทุกคนต้องตกตะลึงอีกต่อไป แต่กลายเป็นหญิงแก่ร่างผอมที่ดูเหมือนกับต้นไม้แห้ง ๆ เธอกรีดร้องด้วยความโกรธแค้นที่ถูกเล่นงานและพยายามร่ายมนต์เพื่อควบคุมโคเลท
แต่เวทมนตร์ไม่เป็นผล แสงสว่างของโคเลทมีพลังในการชำระล้างความชั่วร้ายทุกอย่าง ในอาณาเขตแห่งแสงนี้ความมืดกลายเป็นสิ่งที่ไร้อำนาจโดยสิ้นเชิง
“หายไปซะเถอะยายป้างี่เง่า” โคเลทตะโกนขณะที่วิ่งเข้าใส่แม่มด
“บังอาจ อ๊ากกกก”
ดาบตัดผ่านร่างที่ผอมแห้งนั้น เป็นการฟาดดาบที่สมบูรณ์แบบจนแม้แต่อัศวินหนุ่มยังต้องยอมแพ้ โคเลทใช้พลังที่เหนือกว่าจัดการกับแม่มดผู้ที่อยู่ในนิยายซึ่งไม่เคยมีคนอ่านได้ล่วงรู้ตัวตนที่แท้จริงของเธอมาก่อน (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
นิยายมาถึงบทสรุปของมัน แอลรอดจากชะตากรรมแสนเศร้าของเธอ ส่วนอัศวินหนุ่มก็พ้นจากมนตร์เสน่ห์ของแม่มดร้าย ถึงโคเลทจะไม่ได้อยู่จนเห็นบทสรุปของทั้งคู่ แต่เธอก็เดาได้ไม่ยากว่าพวกเขาสามารถหาความสงบที่แท้จริงได้หลังจากวันนี้
“ขอบคุณนะโคเลท” แอลสวมกอดโคเลทเป็นครั้งสุดท้าย จนแล้วจนรอดเธอก็ยังไม่รู้ว่าโคเลทเป็นใครมาจากไหน
“พวกเราจะไม่ได้เจอกันอีกแล้วใช่ไหม… ข้ารู้สึกแบบนั้นน่ะ” อัศวินหนุ่มเองก็ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงรู้สึกเช่นนั้น
“ฉัน” โคเลทพูดไม่ออก แม้ความเป็นจริง เธออาจจะสามารถใช้วิธีเดิมกลับมาในนิยายเรื่องนี้ได้อีกครั้ง แต่เธอไม่แน่ใจว่ามันจะเป็นเรื่องราวต่อจากตรงนี้หรือทุกอย่างจะกลับไปเริ่มใหม่ตั้งแต่แรก
“ใครบอกว่าจะไม่ได้เจอกันอีก” แอลยิ้มและชี้ไปที่หัวใจของโคเลท “ครึ่งหนึ่งของข้ายังอยู่ในตัวเจ้า”
“นั่นสิ ดาบวิเศษที่ข้ายกให้เจ้าด้วย ตราบใดที่มันยังอยู่ก็เหมือนกับพวกเราได้อยู่ด้วยกันเสมอ”
“ขอบคุณนะ”
“พูดอะไรของเจ้าน่ะ พวกเราสองคนต่างหากที่ต้องขอบคุณ”
“โชคดีนะโคเลท” แอลโบกมือลา
โคเลทกลับมาสู่โลกของตนเองอีกครั้งทั้งน้ำตา ทุกภาพ ทุกคำพูด ยังแจ่มชัด แม้แต่สัมผัสที่จับดาบวิเศษไว้ในมือซ้ายก็ยังคงรู้สึกอยู่
…เอ๋ ยังรู้สึกอยู่… โคเลทเหลือบมองที่มือซ้าย ทั้งดาบทั้งปลอกดาบอยู่ในมือของเธอจริง ๆ
“เฮ้ย! ดาบนี่ค่ะ ดาบนี่” โคเลทยื่นดาบให้โอลีฟและปารีสดู แต่ทั้งคู่ทำหน้างง ๆ
“ดาบเหรอคะ” โอลีฟขมวดคิ้วจ้องมือของโคเลท แต่ดูเหมือนว่าเธอจะไม่เห็นสิ่งที่โคเลทมองเห็น
“อ้าว หายไปไหนแล้วล่ะ” โคเลทรู้สึกตัวอีกทีเธอก็ไม่เห็นดาบวิเศษแล้ว แต่เธอสาบานได้ว่าไม่ได้ตาฝาดไป ไม่ได้ละเมอด้วย เมื่อครู่เธอตื่นจากภวังค์แล้วด้วย
“เรื่องนั้นไว้ก่อนเถอะค่ะ คุณไอสลินน์ก็ทำท่าจะตื่นแล้วนะคะ” ปารีสดึงความสนใจกลับมา
ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้เล็กน้อย ช่วงเวลาเดียวกับที่โคเลทประกาศออกมาว่าเธอเลือกหนังสือเดอะไชน์นิงไนท์แอนด์เดอะอีวิลวิช ไอสลินน์ก็เลือกหนังสือของเธอแล้วเช่นเดียวกัน
“เดี๋ยวนะ…”
“มะ มีปัญหาอะไรเหรอ”
“เธอเป็นแฟนนิยายแนวสืบสวนสอบสวนไม่ใช่เหรอ”
“นี่ก็แนวสืบสวนสอบสวนนะ” ไอสลินน์ตอบไม่เต็มปากเต็มคำ
“ไม่ใช่แล้ว” โคเลทคว้านิยายเล่มนั้นขึ้นมาแล้วชี้ไปที่หน้าปก “นี่อ่านว่าอะไร”
“พันจินักสืบหมัดเหล็กยังไงล่ะ”
“ฟังชื่อก็รู้แล้วไม่ใช่เหรอว่านี่มันนิยายตลก” โคเลทโวยวายดังขึ้น
“เฮ้ย แต่ก็เป็นนักสืบไหมล่ะ”
“เลือกไอ้ที่ดี ๆ มาหน่อยสิเธอ ไม่ใช่สุ่ม ๆ มา จะเป็นอะไรก็ได้ นิยายนักสืบชื่อดังมีตั้งหลายเรื่อง ไม่ถูกใจพวกนั้นสักเรื่องเลยเหรอ”
“มันไม่ใช่แบบนั้นโคเลท ไม่ใส่เลือกชุ่ย ๆ อย่างที่เธอว่า เรื่องที่ฉันชอบ มันก็มีหลายเรื่องแหละ”
“แล้วทำไมต้องเป็นเรื่องนึ้ละ”
“ก็… นิยายนักสืบ มันต้องมีฆาตกรรมใช่ไหมล่ะ ทีนี้เวลาดูหนัง หรืออ่านนิยายมันก็เรื่องหนึ่ง แต่ถ้าต้องเข้าไปเห็นเหตุการณ์จริง มันก็จะ…”
“สรุปก็เลยเลือกนักสืบแนวตลกแทนสินะ”
“ไม่ใช่แนวตลกซะหน่อย เรื่องนี้มันเป็นนักสืบที่เน้นแอ็กชันต่างหาก”
โคเลทได้ฟังก็ถอนหายใจยาว เธอชักเข้าใจแล้วว่าทำไมจิบริลถึงได้ชอบดูถูกตนกับไอสลินน์ เธอเถียงไม่ออกเลยว่าเธอและเพื่อนไม่ค่อยปกตินัก