Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 388: พันจินักสืบหมัดเหล็ก
พันจินักสืบหมัดเหล็ก คือนิยายตลกที่เขียนขึ้นประชดนิยายนักสืบ ตัวเอกของเรื่องชื่อ ‘พันจิ’ ซึ่งล้อมาจากคำว่า ‘พันซ์’ หรือการต่อยนั่นเอง พันจิแม้จะอ้างตนว่าเป็นนักสืบแต่สิ่งที่เขาทำไม่มีอะไรมากไปกว่าการใช้กำลังแก้ปัญหา ทุกครั้งเขาจะใช้ ‘วิชาซ้อมให้รับสารภาพ’ ที่สืบทอดมาในตระกูลของตนทำให้คลี่คลายคดีได้
ไม่แปลกที่นิยายเรื่องนี้จะถูกมองว่าเป็นแค่นิยายตลก แม้ว่าในแต่ละตอนจะมีการพยายามสอดแทรกทริคมากมายเอาไว้ บางครั้งก็ดัดหลังคนอ่าน สร้างเงื่อนไขชวนปวดหัวให้เกิดห้องปิดตาย ทริคที่ทำให้เกิดภาพลวงตา หรือความเข้าใจผิดด้วยจิตวิทยา แต่ทั้งหมดที่ว่ามาไร้ประโยชน์ในทันทีเมื่อตัวเอกโผล่มาและพยายามไล่อัดทุกคนที่น่าสงสัยแบบไม่สนใจหลักฐานอะไรทั้งนั้น
เป้าหมายของไอสลินน์คือการช่วยพันจิให้หาฆาตกรให้ได้ก่อนที่ตัวฆาตกรจะฆ่าทุกคนจนหมด และเพื่อให้เงื่อนไขนี้บรรลุอย่างสมบูรณ์ไอสลินน์จึงเข้าไปในเนื้อเรื่องช่วงที่เธอยังไม่เคยอ่าน
นั่นก็คือคนที่รู้เรื่องราวทั้งหมดและช่วยถ่ายทอดเฉพาะส่วนที่จำเป็นให้คือปารีสนั่นเอง เธออ่านนิยายในเนื้อหาภาคพิเศษอย่างละเอียดครั้งแล้วครั้งเล่าจนมั่นใจว่าแทบจะท่องเนื้อหาในนิยายได้
“แน่ใจนะว่าปลอดภัย” โคเลทถามย้ำอีกครั้งก่อนที่ทั้งคู่จะเริ่มกระบวนการเข้าสู่โลกหนังสือ
“ปลอดภัยแน่นอน ฉันไม่เคยอ่านภาคนี้ แต่เคยอ่านภาคหลักที่เอาไอเดียของภาคนี้มาปรับปรุง ถึงจะไม่รู้ละเอียดไปถึงว่าใครคือฆาตกร แต่ยังไงซะฆาตกรก็ไม่น่าจะลงมือกับคนที่ไม่เคยเจอกันมาก่อน”
“เธออาจจะถูกฆ่าปิดปาก หรือเผลอเข้าไปขวางแผนโดยไม่รู้ตัว” โคเลทยังกังวลแทนอยู่
“ไม่ต้องห่วง ฉันอ่านมาหลายเล่มแล้ว พอจะรู้ดีว่าทำยังไงที่จะไม่ให้ตกเป็นเป้าของฆาตกร”
“ฉันไม่ได้ห่วงฆาตกรเท่าตัวเอกของเรื่อง” โคเลทหมายถึงพันจินั่นเอง แน่ใจได้ยังไงว่าไอสลินน์จะไม่โดนหมอนั่นเล่นงาน
“พันจิไม่ต่อยผู้หญิงหรอก และนี่เป็นคดีเกี่ยวกับชมรมกีฬาจากโรงเรียนชายล้วน แม้แต่เกาะที่พวกเขาไปพักก็ยังเป็นเกาะที่มีแต่เจ้าหน้าที่ชายล้วน ฉันจะเป็นผู้หญิงคนเดียวที่นั่น ดังนั้นปลอดภัยแน่นอน” ไอสลินน์แสยะยิ้ม
“ผู้หญิงคนเดียว… ปลอดภัยแน่เหรอ” โคเลทไม่อยากเซ้าซี้แต่ยิ่งฟังเธอก็ยิ่งห่วง
“ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ฉันเอาตัวรอดเก่งกว่าเธออีกนะ”
“เอาแบบนี้ดีไหม หลังจากฉันกลับมาจากเดอะไชน์นิงไนท์แอนด์เดอะอีวิลวิชแล้วพวกเราค่อยเข้าไปในเรื่องพันจิอะไรเนี่ยด้วยกัน…”
“กังวลไม่เข้าเรื่องน่า ไม่สมกับเป็นเธอเลย ที่สำคัญคือเราแยกกันเพื่อกระตุ้นให้แต่ละคนมีเวลาได้ค้นหาตัวเองอย่างเต็มที่ไม่ใช่เหรอ ดังนั้นมันก็ต้องเสี่ยงนิด ๆ แหละ”
“ก็ได้ งั้นเดี๋ยวเจอกัน”
“เดี๋ยวเจอกัน”
สถานที่ของเนื้อเรื่อง ‘พันจินักสืบหมัดเหล็ก: ภาคพิเศษ’ ในภาคนี้คือเกาะขนาดเล็กที่มีโรงแรมเปิดทำการอยู่แค่แห่งเดียวในเกาะ ทุกปีสมาชิกชมรมคาราเต้ของโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งจะมาเก็บตัวฝึกซ้อมกันที่นี่จนกลายเป็นประเพณีประจำไปแล้ว
พันจิหรือในชื่อจริงคือเพียร์ซ สเตรทเทอร์ เคยช่วยงานตำรวจไว้หลายครั้งและเขาก็มีความสัมพันธ์อันดีกับสารวัตรไรท์ การ์ด สารวัตรหน้าโหดที่มีแผลเป็นรูปกากบากอยู่บนใบหน้า สารวัตรอยากตอบแทนพันจิบ้างจึงยกรางวัลท่องเที่ยวและพักแรมฟรีให้กับพันจิ
แต่ก็เหมือนชะตากรรมของนิยายหรือการ์ตูนนักสืบทั่วไป พันจิผู้กลายเป็นสัญลักษณ์ของเคราะห์ร้าย ไปที่ไหนก็มักจะมีคดีเกิดขึ้นที่นั่น ครั้งนี้มันก็ไม่ต่างกัน
เริ่มจากความผิดพลาดในการจองทำให้เขามาถึงโรงแรมผิดช่วงเวลา
ต้องมาอยู่ร่วมกับชมรมคาราเต้ชายล้วนที่ควรจะเช่าเหมาทั้งโรงแรมเอาไว้แล้ว
เกิดพายุเข้าทำให้ไม่สามารถกลับจากเกาะได้ แถมเรือขนาดเล็กจำนวนหนึ่งที่ผูกไว้ใช้ยามฉุกเฉินก็ถูกพายุพัดหายไป
แล้วที่ขาดไปไม่ได้ก็คือเกิดคดีฆาตกรรมขึ้น
ไอสลินน์ยืนอึ้งอยู่หน้าล็อบบี้ของโรงแรม เธอไม่ได้ตกใจแค่เสียงร้องเอะอะโวยวายของผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ แต่กำลังหวั่นใจเพราะตัวละครที่ไม่ควรจะอยู่ที่นั่นกลับมาปรากฏตัวอยู่ด้วย
ชื่อของเธอคือคิมเบอร์ลิน ชูมาเคอร์หรือชื่อในวงการก็คือ ‘คิกคุ’ จากชื่อต่อให้ไม่ใช่คนที่เป็นแฟนคลับนิยายชุดนี้ก็อาจเดาได้ว่ามันล้อเลียนมาจากคำว่า ‘คิก’ หรือการเตะนั่นเอง คิกคุคืออีกหนึ่งตัวละครสำคัญของเรื่องนี้ เธอคือนางเอกและคู่หูของพันจิ (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
จากที่ปารีสอธิบายเนื้อหามา ภาคพิเศษนี้คิกคุน่าจะไม่มีบท เธอไม่ควรจะมาอยู่ที่ล็อบบี้ของโรงแรมได้เลย
ปัญหาใหญ่ที่สุดไม่ใช่แค่เนื้อเรื่องจะบิดเบี้ยวไปขนาดไหน แต่คิกคุไม่เหมือนพันจิ เธอสามารถซ้อมผู้ต้องสงสัยทุกคนได้โดยไม่มีการแบ่งเพศ นั่นก็คือในทันทีที่การสืบสวนเริ่มขึ้น คิกคุจะต้องหมายหัวไอสลินน์ผู้เป็นหญิงสาวคนเดียวที่เหลืออยู่อย่างแน่นอน
เหตุการณ์หลักของนิยายชุดนี้จะมีสองส่วน อย่างแรกคือการไขคดีที่เหมือนไม่ใช่การไขคดีของพันจิและคิกคุ และส่วนที่สองคือการไขคดีของคนทั่วไปที่จำใจต้องหันมาร่วมมือกันเพราะกลัวที่จะถูกสองคนแรกซ้อม
“ขอให้ทุกคนอยู่ในความสงบ” พันจิทำกระดูกมือลั่นดังกรอบแกรบ อากัปกิริยาเหมือนสื่อว่าอยากจะอัดใครสักคนเต็มแก่แล้ว
“ฆาตกรอยู่ในกลุ่มพวกเรานี่แหละ” คิกคุช่วยทำให้ความวุ่นวายรุนแรงขึ้น
“เดี๋ยวสิ ฆาตกรอะไรกัน รู้ได้ยังไงว่าหมอนี่ไม่ได้ฆ่าตัวตาย” ตัวประกอบคนแรกพูดขึ้น ไอสลินน์มองเห็นคำบรรยายเกี่ยวกับชื่อ อาชีพและประวัติย่อของตัวประกอบคนนี้
“นั่นสิ ห้องก็ถูกล็อกจากด้านในไม่ใช่เหรอ” ตัวประกอบคนที่สองพูดบ้าง เขาคนนี้ก็เป็นสมาชิกจากชมรมเดียวกัน
“ห้องปิดตาย” ตัวประกอบสามพึมพำ แน่นอนว่าคำบรรยายชื่อและข้อมูลของเขาก็ขึ้นมาแต่ไอสลินน์ไม่ได้สนใจอ่านเลยสักนิด
“นี่เป็นลูกเล่นบางอย่าง เหยื่อไม่ได้ฆ่าตัวตาย และคนร้ายก็น่าจะยังอยู่ในโรงแรมด้วย” พันจิตอบอย่างมั่นใจ
“ทำไมถึงมั่นใจแบบนั้น” ตัวประกอบหนึ่งเริ่มหายใจแรงขึ้น
“เพราะว่าฆาตรกรก็คือนายยังไงล่ะ”
“เอ๋” ตัวประกอบหมายเลขหนึ่งร้องเสียงหลง
ไม่ให้ตั้งตัว พันจิพุ่งเข้าไปต่อยท้องตัวประกอบคนนั้นจนตัวงอ อีกฝ่ายตัวใหญ่กว่าพันจิและยังเป็นนักกีฬาคาราเต้ฝีมือดีด้วย แต่เขาไม่สามารถหยุดพันจิได้
“ทำบ้าอะไรของแกวะ”
ก่อนที่หมัดสองจะตามมา ตัวประกอบหนึ่งก็ขยับตัว เขาตั้งรับหมัดแรกและหมัดสองได้ แต่หมัดที่สามของพันจิกลับทะลวงการ์ดของเขาเข้าไปอย่างง่ายดาย มันทำให้ตัวประกอบหนึ่งแทบสลบกลางอากาศ
แต่เขาไม่ได้มีตัวคนเดียว สมาชิกชมรมทั้งชมรมอยู่ตรงนั้น พวกเขาเกือบทั้งหมดพยายามเข้ามาหยุดพันจิ พันจิไม่ยอมแพ้ให้กับจำนวน เขาเริ่มโจมตีใส่ทุกคนที่เข้ามาขวาง
คิกคุก็ไม่อยู่เฉย พอเห็นพันจิเริ่ม ‘สอบสวน’ เธอทำแบบเดียวกัน วิชาเตะที่สืบทอดมาในตระกูลของเธอน่ากลัวไม่แพ้วิชาต่อยของพันจิ มันเจ็บปวดรุนแรงแต่แทบไม่ทิ้งรอยช้ำบนผิวหนังเป็นหลักฐานเอาผิด สมกับเป็นวิชาที่ถูกคิดค้นขึ้นเพื่อให้ทรมานผู้ต้องหา
ไอสลินน์คือคนเดียวที่ไม่อยู่รอดูผลลัพธ์ เธอรับรู้เหตุการณ์ทำนองนี้มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน อย่างเก่งพวกสมาชิกชมรมกีฬาก็คงทำได้แค่ขังทั้งคู่ไว้ชั่วคราว เธอไม่เคยอ่านตอนไหนที่มีคนล้มพันจิได้อย่างสมบูรณ์
ในช่วงที่มีฆาตกรลอยนวลอยู่แบบนี้ การแยกตัวออกไปอยู่คนเดียวเป็นเรื่องโง่เขลา ซึ่งคนที่จะทำแบบนั้นถ้าไม่ใช่คนที่กำลังจะกลายเป็นเหยื่อในเรื่องก็ไม่พ้นเป็นตัวฆาตกรเอง
ทั้งที่รู้แก่ใจแต่ไอสลินน์ก็ไม่มีทางเลือก เพื่อไม่ให้ถูกคิกคุซ้อม เธอเลือกที่จะไปเสี่ยงกับฆาตกรแทน
…ไม่สิ ตัวเราไม่มีปัญหากับฆาตกร ถ้าไม่ได้บังเอิญไปอยู่ผิดที่ผิดทางล่ะก็ยังไงก็ไม่โดนหมายหัวหรอก แต่ถ้าโดนคิกคุเจอตัว อันนี้ถึงไม่ตายก็คงเจ็บหนักแน่…
ฝีมืออย่างพันจิหรือคิกคุการจัดการกับประตูที่ล็อกอยู่เป็นเรื่องง่ายดาย ไอสลินน์จึงต้องตัดวิธีขังตัวเองอยู่ในห้องออกไปจากทางเลือก โชคดีที่โรงแรมแห่งนี้มีห้องเก่าที่ถูกปิดไว้มากมายและก็โชคดีที่กุญแจหลักที่เธอได้มาจากเคาน์เตอร์ต้อนรับก็สามารถไขห้องได้ทุกห้อง
“ถือมาสเตอร์คีย์เอาไว้แบบนี้อาจยิ่งทำให้ดูน่าสงสัย แต่นี่มันไม่ใช่นิยายนักสืบทั่วไปซะหน่อย ตอนนี้คิดแค่ว่าทำยังไงให้ไม่โดนซ้อมก็พอแล้วมั้ง” ไอสลินน์พึมพำกับตัวเอง
ไอสลินน์รอคอยเวลาให้ผ่านไปด้วยใจระทึก ยิ่งเวลาผ่านไปมันก็ยิ่งชวนสิ้นหวัง อยู่ในที่แบบนี้ต่อให้อยู่รอดไปจนถึงตอนจบได้ ไอสลินน์ก็ไม่คิดว่ามันจะได้ประโยชน์อะไร นี่มันผิดจากที่คิดเอาไว้ตอนแรกมาก