Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 395: โคเลทและไอสลินน์ปะทะหนอนยักษ์
“คุณเอ็มมา…”
“เฮ้ ตั้งสติหน่อย” ดันเตที่เพิ่งวางระเบิดเสร็จขยำไหล่รีดัสเพื่อเรียกสติคืน
“คุณเอ็มมา” รีดัสยังพึมพำแบบเดิม
“พวกมันกำลังมากันเพิ่มอีก ไปได้แล้ว” ไม่รอให้อีกฝ่ายได้สติกลับมาดันเตถูลู่ถูกังลากรีดัสออกไปจากจุดนั้น
สัตว์ประหลาดยังไล่ตามทั้งสองแบบกัดไม่ปล่อย การลากรีดัสที่สติแตกไปแล้วกลับมาพร้อมกับยิงสู้ไปด้วยไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ดันเตก็ทำได้สำเร็จ
ที่ปากทางเข้าถ้ำ โคเลท ไอสลินน์และเมสเซอร์กลับมาถึงแล้ว ดันเตเห็นโคเลทแต่ไม่เห็นเยเลนาก็รีบถาม
“ระหว่างทางกลับ คุณเยเลนา” โคเลทก้มหน้าก้มตา เธอไม่ได้พูดให้จบ
“แล้วกลุ่มของเหวินล่ะ ได้ติดต่อมาบ้างไหม”
ไม่นานเกินรอ สิ่งที่ดันเตสงสัยก็ได้รับการยืนยัน เหวินกลับมาเป็นทีมสุดท้ายในสภาพโชกเลือดโดยมีอดีตเด็กฝึกงานของยูโทเปียโปรเจคช่วยหิ้วปีกมา
ดันเตคือคนแรกที่เข้าไปประคองเหวินมานั่งพัก สภาพของอีกฝ่ายต่อให้ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญก็สามารถบอกได้ว่าเขาอาการหนัก เหวินมีบาดแผลสาหัสหลายที่ โดยเฉพาะแผลใหญ่กลางอกที่เขาเอามืออุดไว้ไม่ให้เลือดทะลัก
“คุณโอลีฟและคุณปารีสล่ะครับ” รีดัสถามอลิสาที่น้ำตานองหน้า เธอแค่เพียงส่ายหน้าอย่างหมดหวัง
“ไม่จริง คุณโอลีฟ คุณปารีส” โคเลททรุดลงไปนั่งหมดแรง
สองสาวอดทนมาตลอด พยายามอย่างมากที่จะไม่แสดงความอ่อนแอออกมา แต่ตอนนี้ ในที่สุดพวกเธอก็มาถึงขีดจำกัด จึงโผกอดกัน และร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายใคร
ดันเตไม่ได้สนใจคนทั้งคู่ เขาเดินอย่างคนหมดแรงไปที่ชายร่างผอมที่นอนหมดสภาพ “เหวิน อดทนไว้นะเดี๋ยวก็จะได้กลับออกไปแล้ว”
ผู้ที่ถูกเรียกแสยะยิ้มมุมปาก เขากระซิบบางอย่างกับดันเตได้เพียงไม่กี่คำก็แน่นิ่งไป ดันเตแค่ยื่นมือไปแตะร่างเขา ก็มั่นใจว่าเหวินที่เป็นทั้งเพื่อนและลูกน้องคนสำคัญของเขาได้จากไปแล้ว
ทุกคนตกอยู่ในบรรยากาศของความเศร้าและความตกใจ แต่เสียงของสัตว์ประหลาดที่ดังไล่หลัง ช่วยทำให้สติของแต่ละคนกลับคืนมาบ้าง
“ยังไม่ใช่เวลาจะมาพักนะ ต้องปีนขึ้นไปให้พ้นปากหลุมก่อน อยากถูกระเบิดตายคาหลุมนี่รึไง” เมสเซอร์พูดเสียงดังเตือนทุกคน
รถทั้งสองคันวิ่งออกมาห่างจากปากหลุมได้ไม่ทันไร เสียงระเบิดก็ดังไล่หลังมา โคเลทและไอสลินน์หันกลับไปมองกองไฟขนาดใหญ่ที่กำลังขยายขนาดขึ้น
รถจอดในจุดที่ดันเตมั่นใจว่าพ้นจากวิถีระเบิดแล้ว สีหน้าของเขาไม่ได้คลายความกังวลขึ้นจากหลายนาทีก่อน มันทำให้คนอื่นกังวลตามไปด้วย
“มีอะไรเหรอคะ” ไอสลินน์ถาม
ดันเตส่ายหน้า “หวังว่าไม่มี”
ก๊าซซซซ
เสียงแสบแก้วหูดังก้องไปทั่วทั่งบริเวณ จากนั้นก็ตามมาด้วยแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงจนแทบยืนไม่ติดพื้น สิ่งที่ดันเตกังวลไว้กำลังจะกลายเป็นความจริง ระเบิดทำลายพวกหนอนไปได้ส่วนหนึ่งแต่พวกที่เหลือกำลังรวมตัวกันสร้างร่างขึ้นใหม่
“นี่ล้อกันเล่นใช่ไหมเนี่ย” เมสเซอร์ยกปืนขึ้นส่อง จากระยะนี้แม้จะมองเห็นร่างยักษ์ที่เพิ่งทะลุขึ้นมาจากพื้นได้ชัดเจนแต่เขาก็ไม่คิดว่ากระสุนของตนจะทำอะไรได้
มันคล้ายกับหนอนตัวแรกสุดมากกว่าร่างรวมที่มีสองขาแบบมนุษย์ สิ่งที่ต่างจากเดิมมีเพียงแค่รยางค์จำนวนนับไม่ถ้วน และปากยักษ์ที่เต็มไปด้วยฟันเรียงซ้อนกันอยู่หลายชั้น
“ไม่ใช่ระเบิดทำอะไรมันไม่ได้เลย มันบาดเจ็บและรยางค์บางส่วนของมันยังติดไฟอยู่” รีดัสพยายามมองในแง่ดี
“ในนิยาย ระเบิดรุนแรงน้อยกว่านี้ยังปราบได้” ดันเตพูดเสียงเครียด
“แน่นอนสิ เจ้าตัวนี้ข้าเพิ่มพลังให้มันมาแล้ว อย่าไปเทียบกับในนิยายสิฟะ” เสียงหนึ่งลอยมาตามลม ทุกคนต่างมองหน้ากันเหมือนจะถามว่าได้ยินแบบเดียวกันไหม
“โคเลท!!” ไอสลินน์เรียกเพื่อน
“อื้อ นึกว่าจะตายไปแล้วซะอีก” โคเลทขมวดคิ้วอย่างกังวล (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
“อย่าดูถูกฟอลซิไฟเออร์กันนักสิ” เจ้าของเสียงปรากฏตัวจากมุมมืดของซากปรักหักพัง รูปร่างเหมือนอันเดดผิวแห้งกรังในชุดตัวตลก โคเลทและไอสลินน์ไม่มีวันลืมมันได้ เจ้านี่คือสาเหตุที่ทำให้รุ่นพี่เทรนต์ตาย ทำให้ไอสลินน์ตกลงมาจากห้องชุดชั้นสาม และโคเลทเองก็ถูกรังควานหลายต่อหลายครั้ง
“โคมิก”
โคมิกไม่ได้มาเพียงลำพัง จากมุมมืดเดียวกันฟอลซิไฟเออร์ที่มาพร้อมกับมีดก็โผล่มาด้วย จากฆาตกร ‘เดอะเฟลเยอร์’ ผู้เป็นตำนานสู่ฟอลซิไฟเออร์เกิดใหม่ที่ชื่อซูริล
“สองคนนี้ โคมิกกับซูริลที่พวกคุณเล่าให้ฟังสินะครับ ผมนึกว่า…”
“ใช่ค่ะ ฉันก็คิดว่ากำจัดไปแล้วตนนึง แต่ดูเหมือนฉันจะโดนลูกเล่นตบตาแล้วละ”
เมสเซอร์ไม่รอให้พูดคุยกันจบ เขาตัดสินใจกระหน่ำยิงใส่โคมิกและซูริลแบบที่ไม่ให้ตั้งตัว
“เธอสองคน ทำอะไรกับเจ้าหนอนยักษ์นั่นไหวไหม” เมสเซอร์ตะโกนถามโคเลทและไอสลินน์
“จะบ้าเหรอ นายกะจะให้ผู้หญิงสองคนไปสู้กับ…” อลิสาโวยวายขึ้นแทน
“น่าจะได้” โคเลทแทรกขึ้น มันทำให้อลิสาและคนอื่น ๆ ชะงักไป
“จัดการเจ้าสองตัวนี้เสร็จ พวกเราจะจัดการหนอนยักษ์เอง”
“แบบนั้นมันอาละวาดจนเมืองเละแน่ ไปซะ! ฉันจะหยุดเจ้าสองตัวนี่เอง” ขณะที่พูดเมสเซอร์ก็ยังรัวปืนต่อไปแต่กระสุนของเขาฆ่าโคมิกกับซูริลไม่ได้
“ทุกคนพูดอะไรกัน วันนี้ยังมีคนตายกันไม่พออีกเหรอ” อลิสาสะกดอารมณ์ไว้ไม่อยู่ เธอทั้งตะโกนและร้องไห้ออกมาพร้อมกัน
“คุณเมสเซอร์พูดถูกแล้ว ต้องมีใครหยุดโคมิกกับซูริลตรงนี้ ส่วนผมและคุณไม่มีเรื่องที่พวกเราทำได้แล้ว”
รีดัสเจ็บใจที่ตนทำอะไรไม่ได้มากกว่านี้ เขาประเมินสถานการณ์ต่ำเกินไป สภาพแบบนี้แม้แต่พวกทหารรับจ้างฝีมือดีแบบคนของดันเตยังไม่รอด เขาไม่ควรพาคนที่มีทักษะการรบครึ่ง ๆ กลาง ๆ มาร่วมด้วยตั้งแต่แรก
โคเลทและไอสลินน์ตัดสินใจรับมือกับหนอนยักษ์ที่กำลังถล่มเมือง เมสเซอร์และดันเตก็ตั้งใจจะถ่วงโคมิกและซูริลเอาไว้ไม่ให้ไปยุ่งกับการต่อสู้ของสองสาว หน้าที่เดียวที่รีดัสเหลืออยู่ในตอนนี้คือพาอลิสาออกไปให้ไกลจากสมรภูมิ
ขณะที่กำลังวิ่งไปหาหนอนยักษ์ ไอสลินน์ก็ถามขึ้นมา “ตัวมันใหญ่ขนาดนั้น คิดไว้รึยังว่าจะโจมตีมันยังไง”
“ปีนมันขึ้นไปไงล่ะ”
“ไม่น่าจะไหวมั้ง”
“ถ้าปีนไม่ไหว งั้นก็ฟันมันเป็นชิ้น ๆ ตั้งแต่ล่างขึ้นบน”
“ไม่ใช่เกมตีดารุมะนะ” ไอสลินน์นึกภาพของเล่นที่เธอเคยเล่นสมัยเด็ก มันคือตุ๊กตาที่ส่วนลำตัวแยกออกเป็นชั้น ๆ และต้องใช้ค้อนตีจากชั้นล่างโดยต้องระวังไม่ให้ทั้งแถวโค่นลงมา
ไม่กี่อึดใจต่อมาโคเลทและไอสลินน์วิ่งไปถึงบริเวณที่หนอนยักษ์กำลังอาละวาด พอมาอยู่ในระยะประชิดพวกเธอถึงได้เห็นว่ามันตัวใหญ่จนน่าเหลือเชื่อ เฉพาะส่วนของลำตัวที่ตั้งฉากขึ้นกับพื้นก็สูงพอ ๆ กับตึกสูงสิบกว่าชั้นได้ พวกเธอไม่รู้เลยว่าร่างส่วนที่ยังอยู่ในหลุมลึกจะมีความยาวอยู่อีกเท่าไหร่
“ถ้าจะบ่นตอนนี้ยังทันไหม อย่างพวกเราจะทำอะไรมันได้เนี่ย”
โคเลทไม่ได้อยู่ถกกับเพื่อน เธอพุ่งออกไปพร้อมกับวาดวงดาบไปด้วย ดาบของเธอสามารถฟันเจาะผ่านร่างที่แข็งเหมือนกับหินของหนอนยักษ์ได้ไม่ยาก แต่เมื่อเทียบกับขนาดตัวแล้วแผลจากดาบก็ยังเล็กเท่ากับรอยข่วน สิ่งที่น่าเหลือเชื่อไม่ใช่ความเสียหายที่เธอสร้างแต่เป็นร่างเล็ก ๆ ของเธอที่วิ่งไต่ขึ้นไปบนร่างของหนอนยักษ์
ไอสลินน์ไม่สามารถอธิบายได้ว่าทำไมโคเลทถึงสามารถวิ่งแบบขัดกฎแรงดึงดูดได้แบบนั้น เธอเดาว่าเจ้าตัวเองก็คงไม่รู้เช่นกัน โคเลทอาจแค่คิดว่าเธอเร็วมากพอ หรือไม่ผิวของหนอนยักษ์ก็อาจจะขรุระจนเกิดแรงเสียงทานระหว่างเท้าโคเลทและผิว เอ้ แต่แรงเสียดทานช่วยให้วิ่งแบบมุมฉากได้ด้วยอย่างนั้นหรือ ไม่! ไม่เลย! สิ่งที่เกิดขึ้น มันอธิบายไม่ได้!
แล้วไอสลินน์ก็ตัดสินใจเลิกคิดเรื่องน่าปวดหัว เธอลองวิ่งไต่ขึ้นไปบ้าง ถ้าโคเลททำได้ทำไมเธอจะทำไม่ได้ล่ะ พอคิดแบบนั้นแล้ว รู้ตัวอีกครั้งเธอก็กำลังวิ่งไต่ขึ้นไปอีกคน
หนอนยักษ์รู้สึกถึงสิ่งผิดปกติที่กำลังเกิดขึ้น มันเริ่มขยับหัวขึ้นลงเพื่อสะบัดให้สองสาวกระเด็นออกไป แต่พวกเธออ่านการเคลื่อนไหวนั้นออก โคเลทปักดาบลงไปบนร่างของหนอนยักษ์ ส่วนไอสลินน์ก็ใช้แส้ของเธอพันเข้ากับรยางค์ของมันได้ทันท่วงทีก่อนที่มันจะสะบัดตัวสุดแรง
“โคเลท! เธอจะใช้ไม้ตายเมื่อไหร่” ไอสลินน์ตะโกนถามเพื่อน
“ไม้ตายอะไรเหรอ”
“อ้าว ไม่ใช่ว่าปีนขึ้นมาบนนี้เพราะจะใช้ไม้ตายอะไรแบบนั้นเหรอ”