Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 408: บันทึกของจีดัส
“เขาทำงานเป็นทหารรับจ้างด้วย!” โคเลทพึมพำแบบไม่เชื่อสายตา เธอลืมไปแล้วว่าดาเซียนาเคยบอกเรื่องที่พ่อของรีดัสเองก็เคยเป็นทหารรับจ้างชื่อกระฉ่อน
“เก่งจัง” ไอสลินน์รู้สึกขนลุกซู่ยามที่ได้เห็นจีดัสสู้ ถ้าเป็นก่อนหน้านี้เธอก็คงไม่เข้าใจความเก่งกาจนี้นัก แต่เพราะได้รับการฝึกจากดาเซียนามาอย่างเข้มข้น เธอจึงรู้ดีว่าสิ่งที่จีดัสทำนั้นไม่ใช่เรื่องที่คนปกติทำได้
“เขาไม่เคยยิงพลาดเลย” ดันเตสังเกตกระสุนทุกนัดที่จีดัสยิงออกไป ศัตรูทุกรายถูกปลิดชีพด้วยกระสุนเพียงนัดเดียวเสมอ
“เดิมเขาเป็นนักธนูที่เก่งกาจ เรื่องทักษะการยิงในกลุ่มอะบีสก็เป็นรองเพียงแค่คุณอัลโต สำหรับเขาแล้วการเคลื่อนไหวของมนุษย์ธรรมดาคงไม่ต่างจากเป้านิ่งเลยค่ะ” โคเลทวิเคราะห์เพิ่ม
ไม่มีใครรู้สาเหตุที่แท้จริงที่จีดัสพาตนเองมาอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ ด้วยทักษะแบบเขาจีดัสมีทางเลือกมากมายนับไม่ถ้วน สิ่งที่โคเลทพอจะนึกออกมีเพียงแค่งานนี้ช่วยกระตุ้นให้เขาไม่ลืมตัวตนของตนเอง
จีดัสยังรอคอยอยู่เสมอว่าจะได้กลับไปรวมตัวกับพรรคพวกอีกครั้ง เขาศึกษาเกี่ยวกับโลกนี้มากขึ้น น่าเสียดายที่ไม่พบอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน โลกนี้คือที่ไหน หนทางกลับสู่ซีนจะทำได้อย่างไร จีดัสยังคงไม่พบคำตอบนั้น
มีเรื่องมากมายที่จีดัสทำได้จนชวนให้คิดว่าเขาเป็นมนุษย์มหัศจรรย์ที่ทำได้ทุกอย่าง แต่ความจริงยังมีเรื่องที่แม้แต่จีดัสก็ทำอะไรไม่ได้เช่นกัน ในตอนที่รีดัสอายุสี่ขวบหรือราวสามปีหลังจากที่จีดัสมาอยู่ที่นี่ เขาก็พบว่าแองจีกำลังป่วยด้วยโรคที่ยากต่อการรักษา
ความจริงก็คือแองจีรู้ตัวเองกว่าเธอป่วยมาสักระยะแล้ว เธอคือนักสู้อย่างแท้จริง แองจีเชื่อว่าเธอจะต้องหาย เธอพยายามอย่างเต็มที่เพื่อรักษาตัว วิธีรักษาแบบใดก็ตามที่มีคนบอกว่าดีเธอก็พร้อมจะลองทุกอย่าง ลูกของเธอยังเล็กเรื่องอะไรที่เธอจะยอมจากโลกนี้ไปและทิ้งเข้าไว้
เธอต่อสู้อย่างกล้าหาญ เข้ารับการผ่าตัดจนแพทย์มั่นใจว่าโรคร้ายได้หายไปจากร่างของเธอแล้ว แต่บางครั้งชีวิตก็เป็นสิ่งที่โหดร้าย หลังจากพยายามจนถึงที่สุดสิ่งที่รอแองจีอยู่ไม่ใช่รางวัล ไม่นานนักความเจ็บปวดที่หายไปก็ย้อนกลับมาอีกครั้ง
จีดัสชอบจดบันทึกมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ตามนิสัยของเขาจีดัสจะเล่าเรื่องราวต่าง ๆ โดยไม่ใส่ความรู้สึกของตนเข้าไปร่วม แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เขาจดบันทึกในสิ่งที่เป็นความรู้สึกมากกว่าข้อเท็จจริง บางส่วนของจิตใจเขาอยากเชื่อว่าอาการของแองจีจะดีขึ้น เขาจึงเขียนลงไปเช่นนั้น
แล้วเรื่องเหลือเชื่อก็เกิดขึ้น หลังจากวันนั้นอาการของแองจีก็ดีขึ้นอย่างฉับพลัน
คนอย่างจีดัสไม่เชื่อในสิ่งที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ เขาคงคิดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นแค่ความบังเอิญเท่านั้น ถ้าไม่ใช่เพราะจีดัสสัมผัสได้ถึงพลังประหลาดที่ตนเคยพบมาก่อน ในบันทึกที่เขาเขียนขึ้นมากับมือ
“เฮ้ยยย” โคเลทร้องลั่น เช่นเดียวกับที่จีดัสรู้สึก เธอก็สัมผัสได้เหมือนกัน
“ร้องอะไรของเธอเนี่ยตกใจหมด” ไอสลินน์ดุเพื่อน
“เธอไม่รู้สึกเหรอ บันทึกของจีดัส มันคือไอ้นั่นไม่ใช่เหรอ”
“เธอหมายถึง…”
“อย่าคุยเรื่องที่รู้กันแค่สองคนได้ไหมคะ บอกหนูด้วยสิ”
“นั่นไง หนังสือลึกลับที่ออกมาในอะบีสออฟไทม์ภาคแปด”
“โครนิเคิลออฟซีน!” โคเลทกับไอสลินน์พูดออกมาพร้อมกัน
“หนูไม่อยากพูดซ้ำบ่อย ๆ หรอกนะ แต่หนูไม่ใช่แฟนนิยายแฟนตาซี อธิบายด้วยสิคะ”
“พวกเราไม่ได้อยากยึกยักหรอกนะ แต่มันอธิบายยากน่ะ หนังสือเพิ่งโผล่ในนิยายเล่มสุดท้ายจึงไม่รู้ที่มาที่ไปของมันนอกจากเรื่องที่ว่ามันมีพลังในการทำให้ประวัติศาสตร์เปลี่ยนไปได้”
“เหมือนที่คุณจีดัสกำลังทำในตอนนี้นี่แหละ”
จีดัสพบว่าบันทึกของเขาไม่ได้มีพลังเท่ากับโครนิเคิลออฟซีน อาการของแองจีที่ดีขึ้นจากการแก้ไขความจริงเป็นแค่สิ่งที่เกิดขึ้นชั่วคราว
เขารู้ว่าบันทึกจะไม่สามารถช่วยเธอได้ตลอดไป เขาต้องรู้เงื่อนไขเกี่ยวกับบันทึกให้มากขึ้นเพื่อจะได้ใช้งานมันอย่างได้ประสิทธิภาพมากกว่านี้
“ก่อนอื่น บันทึกที่เขียนไม่ได้ส่งผลไปถึงทุกคน ทำไมกันล่ะ”
จีดัสลองทดสอบดูหลาย ๆ อย่าง สิ่งเขาเขียนส่งผลกระทบกับคนแต่ละคนไม่เท่ากัน โชคดีที่มันส่งผลกับแองจีมากกว่าคนอื่น แต่เพื่อที่จะทำให้โรคร้ายของเธอหายไปอย่างสมบูรณ์เขาจำเป็นต้องรู้มากกว่านี้
กว่าที่จีดัสจะรู้เงื่อนไขที่ว่าทุกอย่างก็สายไปแล้ว แองจี ลินเคนสตาร์ต่อสู้กับโรคร้ายอย่างสุดความสามารถ และในวันหนึ่งของฤดูร้อนที่แสนอบอ้าว แองจีในวัยเพียงยี่สิบสองปีก็จากไป
รีดัสในตอนนั้นอายุเพียงห้าขวบเท่านั้น แต่เขาเข้าใจเป็นอย่างดี แม่ของเขากำลังจะออกเดินทางสู่สถานที่ที่จะไม่ได้กลับมาอีกแล้ว
จีดัสกุมมือของแองจีไว้จนถึงลมหายใจสุดท้ายของเธอ มันเป็นความรู้สึกประหลาดที่ยากอธิบาย แรกเริ่มเดิมทีเขาและเธอมาอยู่ด้วยกันเพียงเพราะต่างก็ได้อาศัยพึ่งพิงกัน แต่นานวันเข้าความรู้สึกผูกพันมันก็เกิดขึ้น (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
จากห้องเล็ก ๆ ที่อบอุ่นสู่งานศพที่แทบไม่มีญาติมิตรที่ไหนมาร่วม สองพ่อลูกผู้ไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกำลังไว้อาลัยให้กับร่างของผู้จากไปเป็นครั้งสุดท้าย
“คุณแองจี…” โคเลทเสียงสั่นเครือ
“สงสารคุณจีดัสกับคุณรีดัสจัง” ไอสลินน์น้ำตาแตกไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนจิบริล ดาเซียนาและดันเตแม้จะไม่พูดอะไรแต่พวกเขาก็คงรู้สึกเศร้าไม่ต่างกัน
จีดัสเคยพยายามแก้ไขความตายนี้ด้วยบันทึกของตน แต่สิ่งที่ทำมันไม่ต่างจากเรื่องที่เซเลนอสเคยพยายามพาครอบครัวของตนกลับคืนมา มันไม่มีประโยชน์ ผลของการแก้ไขความจริงอยู่ได้เพียงชั่วครู่ ไม่นานนักเหตุการณ์ที่แองจีเสียไปแล้วก็จะคืนกลับมาเหมือนเดิม จีดัสตระหนักได้ว่าเรื่องบางเรื่องการไม่แตะต้องมันจะทำให้เจ็บปวดน้อยกว่า
แต่ก็ใช่ว่าบันทึกของจีดัสจะไม่ได้ผลอะไรเลยสักนิด หลังจากแองจีจากไปปู่และย่าของรีดัสพยายามจะรับตัวเขาไปอยู่ด้วย ในตอนแรกจีดัสเองก็คิดว่าการให้รีดัสได้อยู่กับคนร่วมสายเลือดเดียวกันน่าจะเป็นความคิดที่ดีกว่า แต่ดูเหมือนว่าเด็กน้อยจะไม่คิดแบบนั้น
ราวหนึ่งสัปดาห์หลังจากงานศพของแองจี ปู่และย่าของรีดัสที่ไม่ได้ปรากฏตัวเลยในงานกลับมาโผล่ที่บ้านเพื่อคุยเรื่องของรีดัส
“เตรียมตัวให้พร้อม อีกสองวันฉันจะมารับตัวแก” ชายแก่ออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงที่เกือบจะเป็นการขู่
“แต่ผมอยากอยู่กับพ่อ”
“จะอยู่ได้ยังไง มันมีสายเลือดอะไรเกี่ยวกับแกที่ไหน แกต้องไปอยู่กับฉันแล้วก็ย่าของแกถึงจะถูก”
“แต่ถ้าผมไปแล้ว พ่อจะอยู่กับใครล่ะฮะ”
“อวดดีจริงนะ เหมือนแม่แกไม่มีผิด” แทนที่จะเข้ามาห้าม ย่าของรีดัสกลับเข้ามาจู่โจมด้วยอีกคน
“ผมว่าพวกคุณกำลังล้ำเส้นแล้วนะครับ”
“ปู่ย่ากับหลานจะคุยกัน คนนอกอย่าเข้ามาแส่”
จีดัสรู้ข้อกฎหมายที่จะเอามาโต้ได้ แต่เขาไม่อยากให้เรื่องบานปลายมากไปกว่านี้และสุดท้ายเขาก็คิดว่าการให้รีดัสกลับไปอยู่กับปู่และย่าของตนจะเป็นหนทางที่ดีกว่า เขาจึงเลือกที่จะไม่สร้างความบาดหมางมากไปกว่านั้น
“จำไว้ให้ดีนะ ฉันกับย่าของแกมีหลานอีกหลายคน หลานคนไหนไม่รักดีพวกเราก็ไม่เอาไว้หรอก” นี่คือประโยคที่ปู่ของรีดัสพูดทิ้งท้ายไว้
“ผมอยากอยู่กับพ่อฮะ หรือพ่อไม่อยากอยู่กับผมแล้ว”
“อยากสิ” จีดัสลูบหัวเด็กน้อย เขามองเห็นดวงตาของแองจีอยู่ในใบหน้าของลูกชาย
รีดัสรู้มาตลอดว่าจีดัสไม่ใช่พ่อแท้ ๆ ของเขา แต่เขาก็รักจีดัสมากและแน่ใจว่าจีดัสก็คิดเหมือนกัน ยิ่งเมื่อแม่ไม่อยู่ด้วยแล้วจีดัสก็กลายเป็นความทรงจำสุดท้ายที่ทำให้นึกถึงช่วงเวลาที่ครอบครัวยังอยู่กับพร้อมหน้า
“พ่อใช้วิธีนั้นสิฮะ วิธีเดียวกับที่ทำให้คุณแม่กลับมาได้หนึ่งวัน คราวนี้มันต้องได้ผลแน่”
จีดัสอึ้งไปครู่หนึ่ง เขาก้มลงไปคุยกับลูกชาย “ลูกอยากอยู่กับพ่อจริง ๆ ใช่ไหม”
รีดัสพยักหน้าและเข้ามากอด “ฮะ ผมอยากอยู่กับพ่อ สัญญาได้ไหมว่าจะไม่ทิ้งผมไป”
โคเลท ไอสลินน์ จิบริล ดันเตและดาเซียนา เป็นพยานในเหตุการณ์นั้น พวกเธอเห็นวินาทีที่จีดัสเขียนบันทึกแก้ไขความเป็นจริง คราวนี้มันได้ผลอย่างไร้ที่ติ เขาเขียนให้ปู่และย่าของรีดัสตัดสินใจว่าจีดัสผู้เป็นพ่อเลี้ยงเหมาะสมที่จะดูแลหลานของทั้งคู่ต่อไป
เรื่องราวของจีดัสเร่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว พวกโคเลทได้เห็นถึงความผูกพันของสองพ่อลูกต่างสายเลือด ได้เห็นเขาสอนอะไรมากมายให้กับรีดัส ได้เห็นเขาค้นคว้าเกี่ยวกับโลกนี้เพิ่ม จนไปถึงจุดที่จีดัสได้ข้อสรุปที่น่าตกใจออกมา
“โลกนี้ไม่ใช่โลกแห่งความจริง” จีดัสพึมพำข้อสรุปนั้น
“เห็นไหมล่ะ” จิบริลร้องออกมาดังลั่น “หนูบอกแล้วว่าเรื่องนี้มันพิลึก มันไม่ใช่ความจริง”
“ดูต่อไปก่อนเถอะ” ไอสลินน์ปรามน้องเพื่อน
“มันไม่มีประโยชน์อะไรที่จะดูต่อเลย ชัดเจนแล้วว่านี่มันก็แค่นิยายอีกเรื่องหนึ่งที่พยายามเอาเนื้อหาของอะบีสออฟไทม์มาเชื่อมต่อกับโลกของเรา”