Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 5: ศึกแรก! แมลง ต้นไม้ และอันเดด
นิสัยของเขาผิดแผกประหลาดจากเฮอร์มิตเช่นเดียวกับเวเน ขณะที่เฮอร์มิตทั่วไปรักความเรียบง่าย สมถะ และพอใจกับความเงียบสงบ คาลานาธกลับเป็นคนมักใหญ่ใฝ่สูง ใจแคบ และยังเป็นคนเหี้ยมโหดอำมหิต
หลายครั้งหลายหนที่เขาพยายามชักจูงให้พี่ชายหันไปถือหางฝ่ายเรวาเรนท์ โดยคาลานาธอ้างว่าชาวบ้านของเอเทเซียก่อความเสียหายให้กับป่ามากกว่าที่พวกผีดิบอันเดดทำเสียอีก หากเรวาเรนท์ชนะสงคราม ป่าก็จะปลอดภัยขึ้น
ความคิดอันตรายของคาลานาธทำให้เขาถูกขับไล่ออกไปจากหมู่บ้าน ตำแหน่งที่เอลเดอร์ตั้งใจจะส่งต่อให้ก็ถูกเตรียมปลี่ยนมือไปเป็นของฟลอราผู้เป็นบุตรสาวบุญธรรม เรื่องนี้ยิ่งทำให้คาลานาธซึ่งเป็นน้องชายแท้ ๆ ของเอลเดอร์แค้นจนแทบคลั่ง
หลังจากซุ่มฝึกเวทสายดำมาหลายปี คาลานาธที่หายตัวไปนานก็ตั้งใจกลับมาล้างอาย
สิ่งที่เขากำลังจะทำอาจจะสร้างความเสียหายร้ายแรงให้กับป่าแห่งนี้ แต่เขาพลาดที่เลือกเวลากลับมาล้างแค้นผิดไป เขาควรทำในสิ่งที่คิดไว้เร็วกว่านี้สักหนึ่งสัปดาห์
เบื้องหน้าชายแก่ผู้คลุ้มคลั่งมีต้นไม้ประหลาดแห้งตายอยู่ น้อยคนนักจะรู้ว่าต้นไม้หน้าตาพิลึกนี้คือสิ่งใด มันสูงยิ่งกว่าต้นสนแต่มีลำต้นอวบหนาสีคล้ำจนเกือบดำ ยอดของมันมีลักษณะคล้ายกับหัวของตั๊กแตน กิ่งก้านที่เหลืออยู่ก็มีรูปร่างเหมือนเคียวสองข้าง
บางครั้งบางคราวเฮอร์มิตที่ผ่านมาพบต้นไม้นี้ก็จะเผลอคิดว่ามันช่างเหมือนกับซากของแมลงขนาดยักษ์ แต่ไม่มีใครนอกจากคาลานาธที่รู้ว่า ครั้งหนึ่งเจ้าต้นไม้รูปร่างเหมือนแมลงนี้เคยเคลื่อนไหวได้
มันชื่อแมนโทเดียวาส สิ่งมีชีวิตกึ่งพืชกึ่งสัตว์ที่เคยสร้างความหวาดกลัวให้กับผู้คนในยุคอดีต แมนโทเดียวาสคือสัตว์ประหลาดระดับสูงที่เกิดจากร่างของเจ้าแห่งพฤกษามาร ในอดีตเจ้าสิ่งนี้แค่เพียงตนเดียวสามารถฆ่าคนล้างเมืองได้อย่างไม่ยากเย็น คาลานาธที่หันไปศึกษามนต์ดำได้พบข้อมูลเกี่ยวกับมันโดยบังเอิญ และด้วยความช่วยเหลือจากเรวาเรนท์อีกเล็กน้อย เขาก็หาวิธีคืนชีพให้กับมันได้
“ตัวอันตรายระดับนี้ หากถูกชุบชีวิตขึ้นมาเป็นอันเดด จะมีหน้าไหนที่หยุดมันได้” คาลานาธหัวเราะลั่น
เวเนยังคงจ้อไม่หยุดสารพัดเรื่อง เธออธิบายว่าอันเดดที่เรวาเรนท์ใช้งานคือพวกที่คืนชีพขึ้นมาด้วยมนต์ดำ พวกนี้มีทั้งปีศาจโครงกระดูก แวมไพร์ ซอมบีและอีกสารพัดชนิด
นอกเหนือจากนั้น พวกเขาต้องระวัง ‘เดวัล’ กันให้ดี
“อ้อ เดวัลหมายถึงสัตว์ประหลาดนะ” เวเนอธิบายขยายความ
“เข้าใจแล้ว ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะ” โซนาตากำลังจะอ้าปากถามข้อมูลต่อ ปกติเขาไม่ชอบคนช่างจ้อ แต่ถ้าจ้อขนาดเวเนแต่ให้ข้อมูลที่มีประโยชน์ เขาก็ยินดีจะฟัง อย่างไรก็ตาม เขาชะงักไปเพราะความรู้สึกน่าขยะแขยงแทรกเข้ามาในความรู้สึก เขาสัมผัสได้ถึงจิตมุ่งร้ายที่หมายจะสังหารแบบไม่เลือกหน้า แต่ก็บอกไม่ได้ว่ามันมาจากทางไหน
นกจำนวนมากแตกฮือบินผ่านหัวไป ต่อให้ไม่มีประสาทสัมผัสเฉียบคมแบบโซนาตา อัลโตและเวเนเองก็รับรู้ถึงเหตุผิดปกติ อัลโตค้นหาทิศของต้นตอปัญหา แต่ระยะการมองของเขาก็ยังเห็นแค่ฝูงสัตว์เตลิดเพราะความหวาดกลัว
“ต้องเข้าไปใกล้อีกนิดถึงจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่” อัลโตบอก “แต่จะเลี่ยงไม่พิสูจน์ดูก็ได้ ดูจากทิศทางสัตว์ที่เตลิด เราน่าจะเลี่ยงมันพ้นได้”
“งั้นก็ไม่ต้องไปสนใจ” โซนาตาไม่อยากปล่อยให้สิ่งที่ไม่คาดฝันมาชะลอการเดินทางของเขา
“มันคงไม่ได้ไปทางหมู่บ้านใช่ไหม” เวเนไม่ได้พูดเสียงสดใสเหมือนเดิม
อัลโตไม่ได้พูดตอบไป
ทั้งโซนาตา เวเนหรือแม้แต่พวกทหารทั้งห้าคนก็อ่านสีหน้าเขาออก
“พวกนายห้าคนกลับไปคุ้มกันที่หมู่บ้าน ฉันกับอัลโตจะแวะข้างทางนิดหน่อยแล้วค่อยไปเมืองหลวงต่อเลย”
ทหารทั้งห้ารู้จักเจ้านายดีจึงไม่ได้สงสัยในคำสั่งเลย พวกเขาทำความเคารพเสร็จก็ตั้งหน้าตั้งตาเดินเรียงแถวจากไป แต่ถ้าสัมภาษณ์พวกเขาให้เปิดปากพูด พวกเขาคงรู้สึกเพียงสงสารเจ้าสัตว์ประหลาดที่กำลังจะตกเป็นเหยื่อผู้บัญชาการของตนเท่านั้น
แล้วการแวะทำธุระของโซนาตาก็เริ่มขึ้น ด้วยความร่วมมือของเวเนและอัลโตพวกเขาสามารถค้นหาพิกัดของศัตรูรายนี้ได้อย่างรวดเร็วและใช้เวลาไม่นานนักตามหามันจนเจอ
“ตัวอะไร” เวเนกรีดร้อง คำพูดของเธอทำให้อัลโตเลิกล้มความคิดที่จะถามเองบ้างว่าเจ้าสัตว์ประหลาดร่างสูงหลายสิบเมตรตรงหน้าคือสิ่งใด
ซูมมมม…..
ของเหลวที่ร้อนจนลุกติดไฟถูกพ่นออกจากปากแมลง เจ้าตัวยักษ์กึ่งต้นไม้กวาดทำลายพื้นที่ป่ารอบ ๆ ซะเหี้ยนจากการโจมตีของมัน ถ้าต้นไม้ไม่โค่นล้มเพราะถูกของเหลวแรงดันสูงพุ่งตัด ก็ถูกเผาจนเกรียมในอึดใจด้วยความร้อนมหาศาล
…ทีลัมราโด…
คาถาถูกเปล่งออกมา
พวกเดวัลหลายชนิด แม้พวกมันจะไม่สามารถพูดภาษามนุษย์ได้ แต่สามารถเปล่งเสียงชื่อของคาถาได้ตามลำดับของการวิวัฒนาการ หรือประเภทเผ่าพันธุ์
“ทีลัมราโดเหรอ” เวเนร้องเสียงหลง “นั่นมันเวทมนตร์เสริมกำลังเท่ากับเมกะไมท์เลยนะ”
โซนาตาได้ฟังเรื่องระดับเวทมนตร์จากเวเนก่อนหน้านี้แล้ว เวทมนตร์ที่มนุษย์กับเดวัลใช้นั้นเป็นคนละชนิดกัน แต่ก็มีหลายเวทที่สามารถเทียบเคียงกันได้ เขาเดาว่าเวท “เมกะไมท์” ที่เจ้าเดวัลยักษ์ใช้คือเวทที่เสริมพลังโจมตีในขั้นสูงกว่าเวท “ไมท์”
ร่างกายใหญ่โตของแมนโทเดียวาสไม่เป็นอุปสรรคต่อความเร็วของมัน แขนที่เหมือนเคียวคมกริบสะบัดเหวี่ยงไปทั่ว มันไม่ได้เฉพาะเจาะจงที่จะเล่นงานพวกโซนาตา มันโจมตีทุกอย่างที่มีชีวิตและเคลื่อนไหว มนุษย์แค่ถูกรวมเป็นเป้าหมายเพราะอยู่ในระยะแขนคมกริบเท่านั้น
โซนาตาและอัลโตกระโดดหลบการโจมตีอย่างคล่องแคล่ว มันเป็นการเคลื่อนไหวที่เกินขอบเขตของคนธรรมดาจะทำได้ ทั้งคู่วิ่งไต่ไปตามร่างของแมนโทเดียวาสราวกับแรงโน้มถ่วงไม่มีผลกับพวกเขา อัลโตวิ่งทะลุหายไปในบริเวณอกของอีกฝ่ายในขณะที่โซนาตาวิ่งขึ้นไปถึงศีรษะของมันแล้ว…
กร๊อบบ
โซนาตากระโดดลงมาพร้อมกับหัวขนาดสองคนโอบของมัน ส่วนอัลโตที่พุ่งหายเข้าไปในอก ทะลุออกมาด้านหลังโดยปราศจากริ้วรอยใด ๆ บนตัวของเขา มือของเขาถือหัวใจของมันติดมาด้วย
“หาาาาา” เวเนร้องลั่น เธอยังจับต้นชนปลายไม่ถูก ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากจนมองตามเกือบไม่ทัน
“เมื่อกี้ฉันฆ่ามันได้ก่อน” โซนาตาโยนหัวขึ้นฟ้า ก่อนจะชักปืนออกมายิง
ปืน “แอนติแมทเทอร์กัน” ของเขาทำเอาหัวของมันสลายไปไม่เหลือแม้แต่ซาก
“ถ้านายใช้ปืนตั้งแต่แรกก็ไม่ต้องออกแรงแล้ว”
“แบบนั้นก็น่าเบื่อแย่สิ” โซนาตายักไหล่
คาลานาธลอบมองเหตุการณ์ทุกอย่างด้วยสีหน้าไม่สู้ดี แมนโทเดียวาสควรจะเป็นสุดยอดเดวัลที่กวาดล้างได้ทั้งเมือง แต่นี่มันกลับถูกชายแปลกหน้าสองคนหยุดไว้ได้
แถมยังเป็นในชั่วพริบตาเดียว
“อย่าคิดว่าแค่นั้นจะกุมชัยชนะได้” ชายแก่ผู้ชั่วร้ายยังคงเหลือรอยยิ้มอย่างดุร้ายเกรี้ยวกราด เขาสัมผัสได้ว่าชีวิตที่ถูกนำกลับมาจากความตายยังไม่จบสิ้น
ขวับบบบ….
เคียวคมกริบและยาวเท่ากับหลายช่วงแขนของมนุษย์ฟันตัดผ่านอากาศ เวเนอยู่ในวิธีการโจมตีนั้นพอดี
“ว๊ายยยย” หญิงสาวกรีดร้องแล้วล้มลงไป สองมือคลำต้นคอของตนเองเพื่อสำรวจความเสียหาย แต่ไม่มีบาดแผลแม้แต่นิด ไม่มีแม้กระทั่งเลือด ทั้งที่ป่าด้านหลังจากเธอถูกกระแสลมที่คมกริบเฉือนจนสะบั้นเป็นแนวยาว
เป็นฝีมือของอัลโตนั่นเองที่ช่วยเหลือเธอไว้อย่างทันท่วงที เขามาถึงตัวเธอก่อนที่พลังเคียวของสัตว์ประหลาดจะตัดร่างเธอสะบั้นเป็นสองส่วน พลังของอัลโตไม่เพียงทำให้ตัวเขาเดินทะลุวัตถุต่าง ๆ ได้ เขายังทำให้อะไรก็ตามที่เขาสัมผัสทะลุผ่านวัตถุอื่นได้ด้วย นั่นคือเหตุผลที่เวเนรอดตายมาได้เส้นยาแดงผ่าแปด
“โดนเด็ดหัวและควักหัวใจ ทำไมยังไม่ตายอีกฟะ” โซนาตารู้สึกฉงน เขายิงปืนออกไปอีกหลายนัด มันมีพลังทำลายมหาศาลขนาดที่ทำให้ร่างของแมนโทเดียวาสแหว่งไปราวกับถูกคว้าน เคียวสองอันถูกทำลายไปแล้ว ส่วนร่างท่อนบนถูกยิงจนกระจุยเละเทะร่องแร่ง แต่เจ้าสิ่งนี้ยังเคลื่อนไหวอยู่ ซ้ำยังพยายามฟื้นตัวด้วย
“มันเป็นอันเดด มันเลยไม่ตาย” เวเนตะโกนบอก “ต้องใช้เวทศักดิ์สิทธิ์โจมตีมัน”
“โอเค ฉันจะถ่วงเวลาให้ เธอรีบใช้เวทที่ว่าเลยนะ” พูดเสร็จโซนาตาขยับเท้าตั้งท่าพุ่งออกไป แต่เมื่อเขาพุ่งตัวแล้วกลับต้องหยุดตัวเองไว้ และกายเซล้ำ เกือบล้มหน้าทิ่มพื้นเพราะเวเนตะโกนตอบมา “ข้าใช้เวทศักดิ์สิทธิ์ได้ที่ไหนเล่า”
“ฆ่าไม่ได้แบบนี้ก็ชนะไม่ได้สิ” อัลโตมองหัวกับแขนที่กำลังงอกออกมาใหม่ เขากำลังคิดว่าถ้าทำมันแหลกเละทั้งร่างมันจะยังฟื้นสภาพได้ไหม พอคิดแล้วก็รู้สึกเคืองขึ้นมา เพราะโซนาตาแท้ ๆ ที่ทำให้พรรคพวกคนหนึ่งยังติดอยู่ในโคลด์สลีป ถ้าเป็นพลังของหมอนั่นล่ะก็จะทำให้เจ้านี่สลายไปจนถึงระดับอะตอมก็ทำได้
“กำลังแอบนินทาในใจใช่ไหม” โซนาตาตะโกนต่อว่าเพื่อน
พวกเขาเติบโตมาด้วยกัน รู้ถึงจุดแข็งของพรรคพวก ดังนั้นเดาไม่ยากว่าอัลโตกำลังคิดถึงใคร และบ่นอะไรอยู่
“มีสมาธิกับการต่อสู้หน่อย” อัลโตเสียงเคร่ง เขาบ่นในใจแต่นั่นไม่ใช่ประเด็นที่จะต้องเอามาต่อความยาวสาวความยืด
อัลโตกระโดดสลับกับใช้พลังทะลุผ่านสสารเมื่อถูกโจมตีเพื่อเลี่ยงความเสียหาย
“ต้องกำลังคิดว่าถ้าเจ้าบ้านั่นอยู่ด้วย คงสลายไอ้นี่ได้สบายแล้ว” โซนาตายังพูดไป
“จะมาอ่านใจอะไรตอนนี้ แล้วไม่มีพลังอ่านใจได้ไม่ใช่เรอะ”