Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 50: เดลฟิเดีย
ปี 9478 ทะเลทรายเดดแซนด์ อาณาจักรลามิอัส ทวีปโคลดาเรีย โลกปีศาจ…
หนึ่งร้อยสิบหกปีก่อนพวกโซนาตาเหยียบย่างเข้ามาในเนเธอร์เวิลด์ การต่อสู้ระหว่างโรมิเอลและโคลดาเรียทั้งอาณาจักรได้เริ่มขึ้นไปแล้ว
โรมิเอลที่ตอนนั้นประเมินกำลังตนเองพลาดได้ถูกโครว์หนึ่งในขุนพลที่แข็งแกร่งที่สุดโจมตีด้วยพายุจนปลิวไปไกลถึงดินแดนอื่น เขาพบว่าตอนนี้ตนเองและบรอลกำลังหลงทางอยู่ในทะเลทรายปีศาจที่ไม่ว่ามองไปทางไหนก็มีแต่ความเวิ้งว้าง
มันไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเดินทางผ่านทะเลทราย และก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขารู้สึกเกลียดมัน ทะเลทรายของโลกปีศาจมีความโหดร้ายยิ่งกว่าทะเลทรายของโลกมนุษย์ ไม่ใช่แค่อุณหภูมิที่ขึ้นลงอย่างบ้าคลั่ง พายุทะเลทราย ความแห้งแล้งที่พร้อมจะเผาสิ่งมีชีวิตให้ไหม้เกรียม แต่ที่นี่ยังเต็มไปด้วยเดวัลที่แข็งแกร่งกว่าพื้นที่ข้างนอก
โรมิเอลเคยปะทะกับหนอนทะเลทรายหลายครั้ง มันเป็นหนึ่งในเดวัลที่พบเห็นได้บ่อยในเขตแดนนี้ เดวัลชนิดนี้ขึ้นชื่อเรื่องความทนทานแล้วมันยังใช้เวทธาตุดินได้หลากหลายชนิด หนึ่งในนั้นที่สร้างความปวดหัวให้กับโรมิเอลและบรอลที่สุดก็คือร่างแยกทรายของมัน โรมิเอลเคยสู้กับพวกมันฝูงหนึ่งก่อนที่จะพบว่ามีตัวจริงในนั้นแค่ตัวเดียว
นอกจากแข็งแกร่งและรับมือยากแล้ว รสชาติหนอนทะเลทรายก็ยังแย่มาก บรอลมักจะโวยวายเมื่อต้องกินอย่างไม่มีทางเลือก ผิวสัมผัสของเนื้อทั้งร่วน แห้ง บาดคอ และยังไร้รสชาติเสียจนแทบไม่ต่างจากทรายจริง ๆ
นั่นเป็นแค่ตัวอย่างเดวัลชนิดเดียวในเขตนี้ ยังมีตัวปัญหาอีกมากมายที่โรมิเอลไม่อยากยุ่งด้วย ทุกอย่างในบริเวณนี้ไม่มีอะไรที่คุ้มค่าต่อการลงทุนลงแรงเลยสักนิด นอกจากว่าเขาเกิดอยากออกแรงกับเดวัลที่เก่งกว่าพื้นที่รอบนอก
ถ้านึกถึงโอเอซิสในทะเลทราย มันคือสิ่งล้ำค่าในโลกมนุษย์ โอเอซิสของโลกปีศาจก็เช่นกัน ไม่แปลกเลยที่มันจะมีหมู่บ้านหรือเมืองเกิดขึ้นรอบ ๆ โอเอซิสที่ว่า
ก่อนหน้านี้โรมิเอลพยายามหลีกเลี่ยงเมืองมาตลอด แต่หลายพันปีที่ผ่านมาเขาแน่ใจว่าปีศาจทั่วไปไม่สามารถเป็นคู่มือเขาได้อีกแล้ว เขาจึงมุ่งตรงสู่ลามิอัสหนึ่งในอาณาจักรที่เป็นใหญ่อยู่ในทะเลทรายนี้
“แปลกจัง เดดแซนด์ใกล้กับลามิอัสก็จริง แต่เมืองน่าจะอยู่เลยไปอีกนะ”
“อยู่ใกล้ก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ” โรมิเอลตอบ
“ฟังนะ พวกนี้ไม่ใช่พวกเดียวกับโคลดาเรีย อย่าไปหาเรื่องพวกมันเชียว” บรอลเตือนเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วเขาก็จำไม่ได้
“ข้าอยากได้พลังแบบใหม่” โรมิเอลตอบหน้าตาย “มีปีศาจให้จัดการเพิ่มก็ไม่เลว”
“ไม่เอาน่า เราไม่ควรจะก่อศัตรูเพิ่มนะ”
“อาณาจักรลามิอัสเป็นพันธมิตรกับโคลดาเรีย พวกมันสมควรจะโดนไปด้วย”
“นี่นายล้อเล่นใช่ไหมเนี่ย”
สีหน้าของโรมิเอลไม่ได้ล้อเล่นสักนิด เขาเห็นการเคลื่อนไหวของลามิอัสในตลอดช่วงที่ผ่านมา ดินแดนนี้มักจะอ้างความเป็นกลางในขณะที่โคลดาเรียขยายอำนาจอย่างป่าเถื่อนและพวกเขาก็รับผลประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมจากโคลดาเรีย โรมิเอลไม่เห็นเหตุผลใดเลยที่เขาจะมองลามิอัสเป็นมิตรไปได้
หากเทียบกับประเทศอื่นในเนเธอร์เวิลด์ อาณาจักรลามิอัสถือว่าเป็นสถานที่สงบสุขและมีความคล้ายคลึงกับโลกมนุษย์มากที่สุดแห่งหนึ่งในมุมมองของโรมิเอลและบรอล พวกเขาได้ยินว่าที่นี่มีพ่อค้าและนักเดินทางเข้าออกอยู่บ้าง และเมื่อมาถึงที่ประตูเมือง เขาเห็นจุดตรวจที่เข้มงวด ทางเข้าออกมีทางเดียวเท่านั้น แต่มันไม่เป็นปัญหากับโรมิเอล
เขาลอบเข้าเมืองผ่านทักษะพิเศษ “ย่างก้าวไร้ตัวตน” วิชาที่ดูดกลืนมาจากปีศาจตนหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว มันเป็นการผสมระหว่างการก้าวย่างในพริบตากับวิชาลบตัวตนเข้าด้วยกัน วิชานี้นอกจากใช้ในการต่อสู้แล้วยังเหมาะกับการใช้เพื่อลอบเร้นเข้าไปในสถานที่ต้องห้าม
ถึงโรมิเอลจะหลีกเลี่ยงการพบปะกับปีศาจตนอื่น แต่บรอลนั้นตรงกันข้าม บางครั้งบางคราวเขาจะติดต่อกับนักเดินทางหรือปีศาจเร่ร่อน มันทำให้เขารู้ว่าเจ้าเมืองลามิอัสคือปีศาจชื่อยูทานีสและยังรู้ด้วยว่าเขามีพลังที่สามารถเลียนแบบรูปร่างของมนุษย์หรือปีศาจตนอื่นได้
“เจ้ายูทานีสนี่ไม่น่าจะเก่งเท่าเมเลียนที่นายเคยจัดการไป แต่หาตัวมันอาจจะยากเพราะมันชอบแปลงร่างเป็นคนอื่น” บรอลบอกข้อมูลผ่านกระแสจิต
“ก็ฆ่ามันให้หมดทุกคนก็สิ้นเรื่อง” โรมิเอลตอบ
“อย่าพูดเรื่องที่ทำไม่ได้ดีกว่าน่า” บรอลหัวเราะ “อย่างนายน่ะเหรอจะยอมฆ่าพวกปีศาจไร้ทางสู้”
“ถ้ามันเป็นพวกเดียวกับโคลดาเรียก็ไม่แน่”
แล้วก็เป็นไปตามที่บรอลคาดไว้ ยูทานีสแทบไม่เคยปรากฏตัวให้ชาวเมืองเห็น เขาต่างจากผู้นำอื่นที่โรมิเอลเคยพบ ปีศาจตนนี้ซ่อนเร้นตนราวกับว่าขี้ขลาดแต่ยังสรุปไม่ได้ว่าไม่แข็งแกร่ง เท่าที่หาข้อมูลได้ ทุกคนหวาดกลัวเขามากเพราะเขาสามารถกลายร่างเป็นใครก็ได้ มันทำให้คนที่ตั้งตัวเป็นปฏิปักษ์เคลื่อนไหวอย่างยากลำบาก
โรมิเอลแฝงตัวอยู่ในเมืองอย่างร้อนรน ถึงจะมีวิชาสำหรับเอาตัวรอดมากมายแต่เขาก็คิดว่าจะถูกจับได้เมื่อไหร่ก็ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น แถมปัญหาที่เฉพาะหน้าที่สุดคือเรื่องการอาหารกินและที่พัก
“จะทำยังไงกับเรื่องเงินทองดีล่ะ จะขโมยของกิน หรือนอนข้างถนนไปตลอดก็ไม่ได้ ข้าวของมีค่าติดตัวก็ไม่มี”
“บ่นจริงนะนายเนี่ย”
“ก็เพราะว่านายมันไม่รู้จักวางแผนอะไรเลยไงเล่า” บรอลเผลอโวยวายเสียงดัง
“ไว้ออกจากเมืองเมื่อไหร่ค่อยไปล่าเดวัลเอาก็ได้ ปีศาจนะไม่กินอาหารสักเดือนสองเดือนก็ไม่ตายหรอก”
“เฮ้ นี่นายตั้งใจจะอดนานขนาดนั้นเลยเรอะ” น้ำเสียงบรอลเหมือนจะร้องไห้ แต่โรมิเอลไม่ได้สนใจเลย เขายังตั้งหน้าตั้งตาหาที่ซ่อนตัวต่อไป
อาณาจักรลามิอัสใหญ่โตกว่าที่โรมิเอลประเมินไว้มาก มันมีขนาดราวสี่ถึงห้าเท่าของครามาซึ่งเป็นเมืองใหญ่ของโคลดาเรีย ถนนหนทางของที่นี่นอกจากสลับซับซ้อนแล้วมันยังมีเส้นทางลวงตาที่มองไม่เห็นจากระยะไกล ที่ร้ายกว่านั้นคืออาชญากรรมเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจนเป็นปกติวิสัย
เผ่าปีศาจส่วนใหญ่มองว่าการฆ่าฟัน จี้ปล้น และใช้ความรุนแรงเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ พวกเขาเป็นเผ่ากระหายเลือดที่หาความสุขจากการได้แสดงอำนาจเหนือคนที่อ่อนแอกว่า โรมิเอลพบปีศาจต่อสู้กันหลายครั้งหลายหนตลอดการสำรวจเมืองนี้ แต่เขาก็เลือกที่จะไม่เข้าไปสอด
จนกระทั่ง… เขาบังเอิญพบปีศาจเด็กรายหนึ่งที่กำลังจะถูกจับกิน
“ข้าบอกแล้วไงว่าถ้าขายแกไม่ได้ข้าจะกินซะ” ปีศาจผิวเผือกที่ไม่มีจมูกพูด มันตัวสูงโย่งแต่ผอมบาง ไม่มีริมผีปากจึงเห็นฟันซี่โตเรียงกันเป็นแถบอย่างชัดเจน
“แค่ก แค่ก แค่ก” ปีศาจตัวเล็กไอไม่หยุด
โรมิเอลไม่แปลกใจที่เจ้าตัวแรกจะขายปีศาจตัวนี้ไม่ได้ ปีศาจรายนี้ทั้งมีท่าทางอ่อนแอเหมือนเด็กมนุษย์และยังดูขี้โรคด้วย ไม่ว่าจะเอาไปใช้แรงงานหรือเอาไปกินก็คงไม่อร่อยนักหรอก
…อย่าไปยุ่งด้วย… โรมิเอลสั่งตัวเองให้หันหลังกลับ
…ไม่ใช่เรื่องของเรา อย่าไปสนใจ…
“ถ้าจะโทษก็โทษที่พวกแกมันเกิดมาอ่อนแอก็แล้วกัน” ปีศาจตัวโย่งบีบหัวปีศาจเด็กและยกขึ้น เขาตั้งใจจะบีบหัวอีกฝ่ายให้แหลกคามือ
มันคือวิถีของโลกนี้ เนเธอร์เวิลด์คือโลกที่โหดร้ายต่อคนอ่อนแอ เด็กแบบนี้ไม่มีทางเอาชีวิตรอดได้ตามลำพัง ต่อให้โรมิเอลสอดมือเข้าไปยุ่งในตอนนี้ เขาก็ไม่สามารถอยู่ช่วยเด็กคนนี้ได้ตลอดไป
ทั้งที่ตั้งใจว่าจะไม่ก่อเรื่องแล้วก็ตาม แต่เขาก็ห้ามตัวเองไว้ไม่ได้
การต่อสู้จบลงในพริบตา โรมิเอลยั้งมือไว้ เขาใช้แค่ร่มฟาดที่คออีกฝ่ายด้วยความเร็วสูง ปีศาจผิวเผือกสลบไปโดยที่ไม่มีใครเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นด้วยซ้ำ
“ขะ ขอบคุณ แค่ก แค่ก” ปีศาจในร่างเด็กเดาได้ว่าเป็นฝีมือของโรมิเอลจึงเข้าไปขอบคุณ
“…” โรมิเอลไม่อยากยุ่งยากมากไปกว่านั้น เขาจึงไม่ได้ตอบและตั้งใจจะเดินจากไปอย่างเงียบ ๆ
“ข้าชื่อเดลฟิเดีย… แค่ก แค่ก” ปีศาจตัวเล็กวิ่งตาม เธอยังคงไอไม่หยุด
“เจ้าหนู ไม่สิ ยัยหนูสินะ อย่าตามมาจะดีกว่า” บรอลห้ามไว้ แต่อีกฝ่ายเองก็ไม่มีที่ไปที่อื่น เธอยังคงตามโรมิเอลต่อไป
เดลฟิเดียเป็นปีศาจแบบหนึ่งที่พบเห็นได้มากในเนเธอร์เวิลด์ เธอรูปร่างคล้ายมนุษย์ ใบหูแหลมชี้ขึ้นด้านบน ฟันมีเขี้ยวยาวกว่ามนุษย์ บางชนิดจะมีปีกที่เหมือนค้างคาวหรือหางปลายลูกศรเหมือนภาพวาดปีศาจในคัมภีร์ทางศาสนา
เธอรู้โดยสัญชาตญาณว่าการอยู่ข้างตัวโรมิเอลจะทำให้เธอปลอดภัย เด็กหญิงจึงเกาะติดโรมิเอลและบรอลตั้งแต่นั้น
หนึ่งในวิชาที่โรมิเอลดูดกลืนมา เมื่อเขากางร่มคนที่อยู่ใต้เงาของร่มจะฟื้นฟูกำลังได้เร็วขึ้น โรมิเอลทนการรบเร้าของบรอลไม่ไหวจึงใช้วิชานี้ช่วยรักษาเดลฟิเดียในระหว่างที่เขายังไม่เสร็จธุระกับอาณาจักรนี้
“ขอแนะนำตัวอีกครั้ง ข้าชื่อเดลฟิเดียลูกสาวคนเดียวของเวอร์รีนผู้เคยเป็นขุนพลเอกของอาณาจักรนี้ก่อนที่ยูทานีสจะขึ้นมาเป็นใหญ่ พ่อของข้าถูกเจ้าเมืองคนปัจจุบันหลอกให้ออกไปรบแล้วก็ไม่ได้กลับมาอีกเลย ลูกน้องของเจ้าเมืองก็เลยจับข้ามาเป็นทาส”
“ไอ้เด็กนี่พออาการดีขึ้นก็พูดพล่ามไม่หยุดเลยแฮะ” บรอลถึงกับงงท่าทีที่เปลี่ยนไปของเดลฟิเดีย ตอนแรกเขาคิดว่าเด็กคนนี้เป็นคนเงียบ ๆ ท่าทางไม่สู้คน
“ข้าได้ยินมาจากท่านบรอล” เดลฟิเดียพูดต่อ “ท่านกำลังจะจัดการกับเจ้าเมืองใช่ไหม”
คำพูดของเดลฟิเดียทำให้โรมิเอลต้องหันไปมองตาเขียวใส่บรอล เจ้าร่มนี่เป็นอีกร่างหนึ่งของเขา โรมิเอลจึงไม่เข้าใจว่านิสัยปากสว่างนี้เขาได้มาจากไหน
“ถ้าใช่แล้วจะทำไม” โรมิเอลถามแบบหยั่งเชิง เขาตั้งท่าเตรียมพร้อม หากคำตอบของเดลฟิเดียฟังดูอันตราย เขาก็ไม่คิดจะเก็บเธอเอาไว้
“ข้าอยากช่วย ไม่สิ… ข้าคิดว่าท่านพ่อต้องช่วยท่านได้แน่”
“เวอร์รีนข้าเคยได้ยินเรื่องของเขามาบ้าง เขาเคยเป็นมือหนึ่งของอาณาจักรนี้ แต่เมื่อร้อยกว่าปีเขาหนีทัพและหายตัวไปพร้อมกับลูกน้อง” บรอลให้ข้อมูลเพิ่ม
“พ่อของข้าไม่ได้หนี” เดลฟิเดียเสียงดังขึ้น “ท่านพ่อต้องถูกเจ้าเมืองหลอกแน่นอน มันรู้ว่าท่านไม่เคยยอมรับในตัวมันจึงคอยหาเรื่องตลอด”
“แล้วที่ว่าพ่อของเจ้าจะช่วยข้าได้ ช่วยยังไง ในเมื่อเขาหายสาบสูญไปเป็นร้อยปีแล้ว” โรมิเอลไม่ได้สนใจว่าเดลฟิเดียกำลังโมโห เขาเปลี่ยนเรื่องหน้าตาเฉย
“ข้าได้ยินว่าท่านพ่อถูกส่งไปทะเลทรายเดดแซนด์ ข้ามั่นใจว่าเขายังไม่ตาย ถ้าท่านหาเขาเจอ เขาต้องเป็นประโยชน์กับท่านแน่”