Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 53: แบ่งกลุ่มทำภารกิจ

เคสเทรล ฟอร์ทีส
อลินาไม่ชอบความคิดแยกกลุ่มของโซนาตา รวมทั้งไม่เห็นด้วยกับการตามหาเชอรีสตั้งแต่แรก เธอมองว่าโซนาตาไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะไปห่วงใครได้ ตอนนี้เขาเสียกำลังรบ ฐานทัพ และยังหลงอยู่ในยุคอดีตของดาวที่ไม่รู้จัก เขาควรจะต้องห่วงตัวเองมากกว่านี้
เธอพยายามต่อรอง อย่างน้อยก็ให้เขารอจนกว่ายานใหม่จะถูกสร้างเสร็จ แต่มันก็ไม่เป็นผล โซนาตาไม่แน่ใจว่าเชอรีสจะปลอดภัยในโลกแบบนี้จนถึงตอนนั้นหรือไม่
การตามรอยเชอรีสเริ่มขึ้นอีกครั้งหลังจากนั้น ด็อกมาคาดเดาว่าที่เชอรีสมาถึงโลกนี้เพราะเธอตามกระแสพลังความมืดมา เขาจึงประดิษฐ์เครื่องมือตรวจจับแบบง่าย ๆ ให้โซนาตาติดตัวไว้ด้วย
ซึ่งมันก็ได้ผล!
ในวันหนึ่ง โซนาตาได้พบกับรอยเท้าของจิ้งจอกขนาดใหญ่ที่เขาแน่ใจว่ามันคือของเชอรีสในร่างจิ้งจอก
“ขนาดและรูปร่างของรอยเท้าตรงกับข้อมูลที่บันทึกไว้ เธอไปทางนี้แน่”
เส้นทางที่เชอรีสมุ่งไปไม่ได้เป็นเส้นตรง บางครั้งเธอหยุดพักเพื่อฟื้นฟูกำลัง บางครั้งเธอก็วนอยู่ในที่เดิมเพื่อค้นหาเส้นทาง แต่ก็แน่ใจได้ว่าทุกครั้งเธอจะขยับเข้าใกล้พื้นที่ที่มีพลังความมืดหนาแน่นขึ้น
พวกโซนาตาเดินทางกันต่อเนื่องโดยใช้เวลากับการพักให้เท่าที่จำเป็นเท่านั้น ตอนแรกอัลโตกังวลว่าเวเนและเจเนวีฟจะหมดแรงก่อนใครเพื่อน แต่กลับกลายเป็นทั้งคู่สามารถรับมือได้ดีกว่าคนอื่น เวเนใช้พลังของเธอพาเจเนวีฟและตัวเธอเข้าไปพักในไม้เท้าของเธอในช่วงกลางวันที่ร้อนระอุและออกมาเดินกับทุกคนในช่วงกลางคืนที่อากาศหนาวเย็นแทน
“อันเดด! สัญลักษณ์ของเรวาเรนท์” ดีวานตะโกนเตือนทุกคน เป็นจังหวะเดียวกับที่โซนาตาก็เห็นด้านหลังของเชอรีสอยู่ไวไว
“มีพวกเรวาเรนท์อยู่ในโลกนี้ด้วยเหรอ” เวเนร้องโวยวาย เธอคิดว่าเนเธอร์เวิลด์จะมีแต่เผ่าพันธุ์อสูรปีศาจ เธอลืมไปแล้วว่าเรวาเรนท์เองก็มีที่มาจากโลกนี้
พาลาดินรายหนึ่งปรี่เข้าไปปะทะกับทหารโครงกระดูก เขาเคยกำจัดพวกสเกเลตันมานับร้อยครั้งนับพันครั้ง และคิดประมาทว่าเจ้าตัวนี้เองก็คงไม่แตกต่างจากพวกที่เขาเคยทำลายมานักต่อนัก แต่เขาคิดผิด สเกเลตันที่ดูธรรมดาตัวนี้แตกต่างออกไป มันรวดเร็วทั้งยังทรงพลังแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
“ถอยออกมา! พวกนี้ทุกตัวแข็งแกร่งเกือบครึ่งหนึ่งของโครนอคเลย” ดีวานบอกให้พวกทหารที่ล้ำออกไปนอกระยะถอยมาตั้งหลัก แต่เขาเตือนช้าไปก้าวหนึ่ง พาลาดินผู้โชคร้ายรายหนึ่งถูกสเกเลตันสองตัวจับเอาไว้และดึงจนร่างขาดเป็นสองท่อน
โซนาตาทิ้งพรรคพวกไว้ข้างหลังไม่ได้จึงจำใจปล่อยให้เชอรีสในร่างจิ้งจอกวิ่งลับสายตาไป เขาหันมาทุ่มความสนใจกับกลุ่มสเกเลตันกลุ่มนี้เพื่อจำกัดความเสียหายให้เหลือน้อยที่สุด
ถ้าเป็นโลกข้างบน แค่โซนาตาคนเดียวก็คงสามารถกำจัดทั้งกลุ่มนี้ได้ภายในไม่กี่อึดใจ แต่มันไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นในเนเธอร์เวิลด์ แม้จะสู้อย่างระมัดระวังตัวที่สุดแล้วทุกคนก็ต่างได้รับบาดเจ็บกันจนถ้วนหน้า คู่ต่อสู้ในแบบที่เคยสู้ด้วย พอมาอยู่ที่นี่ มันแข็งแกร่งขึ้นไปอีกจริง ๆ
“โชคดีที่พวกพาลาดินมีเวทมนตร์รักษา” อัลโตบอกกับนักรบเคออสที่มีแผลเหวอะหวะที่แขน แผลของเขาทุเลาลงทันทีเมื่อได้รับการอาบด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์
“ไม่ใช่แค่เวทมนตร์พาลาดินนะ แฟรีของข้าก็ช่วยด้วย” เวเนประท้วงเอาความดีความชอบด้วย
“แฟรีของข้าต่างหาก” ควินเนผู้เป็นราชินีแฟรีแก้ให้
“แฟรีของเจ้าก็เหมือนของข้านั่นแหละนอร์มา” เธอยังเถียงไม่ยอมแพ้
“ข้าไม่ได้ชื่อนอร์มา ข้าชื่อควินเน”
พวกโซนาตาไม่ได้รู้ว่ากลุ่มของเขาไม่ใช่กลุ่มเดียวที่ตามหาเชอรีส มีใครอีกคนที่กำลังตามหาเธอเช่นกัน ต่างเพียงว่าเจตนาของเขาไม่ใช่เพื่อช่วยเหลือแต่คือการสังหารเธอทิ้งก่อนที่จะกลายเป็นเสี้ยนหนามในอนาคตอันใกล้
ที่หมู่บ้านลอสวิลล์ในอาณาเขตของเรวาเรนท์ ไม่มีอันเดดตนใดในหมู่บ้านที่คิดว่าพวกมันจะเป็นฝ่ายถูกโจมตีก่อน ศัตรูคือจิ้งจอกคลั่งผู้มีร่างกายลุกท่วมด้วยเปลวเพลิง
เกือบหนึ่งในสามของหมู่บ้านถูกย้อมด้วยเปลวเพลิงทันทีที่เชอรีสอาละวาด มันไม่เกี่ยวกับการล่าหรือป้องกันตัวเองเพราะความหวาดกลัว เชอรีสเพียงแค่โจมตีหมู่บ้านนี้เพราะมันอยู่ในเส้นทางที่เธอต้องผ่านเท่านั้น
ฝ่ายเรวาเรนท์ไม่ใช่เด็กน้อยที่จะปล่อยให้ถูกรังแกอยู่ฝ่ายเดียว พวกเขามีกองทัพนักรบที่น่าขนพองสยองเกล้า หน่วยชุดเกราะปีศาจเป็นกลุ่มแรกที่ออกมาต้านทานการโจมตี จากนั้นก็มีทั้งโครงกระดูกเวท ซอมบี แวมไพร์ รวมทั้งพวกวิญญาณร้ายออกมาสนับสนุน
แต่ทั้งหมดก็ไม่ได้ครณามือของเชอรีส แม้จะมีเพียงแค่หนึ่งจากเก้าหาง ความร้ายกาจของเธอกลับมีมากกว่าที่เคยมีมาจนเทียบกันไม่ได้ เหล่าอันเดดที่แข็งแกร่งขึ้นเมื่ออยู่ในเนเธอร์เวิลด์มีค่าไม่ต่างจากตุ๊กตาที่ถูกเธอขย้ำเล่น
โรมิเอลเฝ้าสังเกตการณ์ปีศาจจิ้งจอกเชอรีสมาได้พักหนึ่งแล้ว เขาได้ยินข่าวลือของเชอรีสและพบว่าเรื่องเล่าลือนี้อาจย่ำแย่ยิ่งกว่าที่ทุกคนรู้ มันไม่ใช่เพราะเธอเป็นปีศาจร้ายที่ควบคุมตัวเองไม่ได้ ไม่ใช่เพราะเธอยังมีพลังก้นบึ้งที่ถูกซุกซ่อนเอาไว้ แต่โรมิเอลได้ประจักษ์แก่สายตาถึงทักษะลับที่เชอรีสไม่เคยรู้ตัวว่าเธอครอบครองอยู่
มันคือพลังอันตรายที่สุดที่โรมิเอลเคยพบเห็น แม้แต่ยามที่ปะทะกับคู่ต่อสู้ที่เหนือกว่าลิบลับเขายังไม่เคยรู้สึกหวาดกลัวเพียงนี้ โรมิเอลมั่นใจว่าความสามารถที่ซ่อนเร้นของเชอรีสจะทำให้ทั้งเนเธอร์เวิลด์ลุกเป็นไฟ
“จะให้พวกโคลดาเรียได้ตัวเธอไปไม่ได้” บรอลเสียงเครียดผิดวิสัยของเขา
“ไม่ใช่แค่โคลดาเรีย ไม่ว่าใครที่ได้ตัวเธอไปก็อันตรายทั้งนั้น” เวอร์รีนที่อยู่ในร่างดาบก็เครียดไม่ต่างกัน มีเพียงเดลฟีเดียคนเดียวเท่านั้นที่ยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
“ทำไมทุกคนทำท่าทางน่ากลัวแบบนั้นล่ะ”
ในส่วนของผู้คนที่ซากยานเซคเตอร์วัน ด็อกมาเขียนแปลนทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์แล้ว ต้องขอบคุณแองจีที่โซนาตากู้ระบบคืนมาได้ ระบบปัญญาประดิษฐ์ช่วยให้งานทุกอย่างราบรื่นขึ้น และไม่เพียงแค่เซคเตอร์วัน แปลนสำหรับสร้างไทม์แมชชีนก็คืบหน้าเป็นอย่างดี
หากจะอธิบายทฤษฏีของโซนาตาโดยง่าย มันคือการเปลี่ยนสสารเป็นพลังงาน เขาพบว่าประตูทางเข้าเนเธอร์เวิลด์ทำหน้าที่เปลี่ยนสถานะทุกสิ่งเป็นพลังงานก่อนที่จะคืนกลับเป็นสสารอีกครั้งที่ปลายทางออกสู่เนเธอร์เวิลด์ เขานำทฤษฏีเดียวกับที่ใช้ในตอนยานข้ามผ่านรูหนอนในอวกาศมาปรับใช้กับทางเข้าออกเนเธอร์เวิลด์และสร้างทางออกในช่วงเวลาใหม่ขึ้น
ฟังดูเหมือนง่าย แต่ถ้าผิดพลาดเพียงเล็กน้อยมันจะกลายเป็นหายนะในทันที สมการที่โซนาตาทิ้งไว้ให้ด็อกมาจึงกลายเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้สิ่งที่ไม่น่าเป็นไปได้มีโอกาสเกิดขึ้นจริง
“ขนาดเล็กลงเยอะเลยนะครับ” วิศวกรหนุ่มทักขึ้นเมื่อเห็นแปลนที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว
“ถ้าใหญ่กว่านี้วัตถุดิบไม่พอแน่ แถมโรงงานชั่วคราวนี่ก็ใหญ่ไม่พอหรอก”
“แร่ที่ต้องการมาถึงแล้วนะครับ” ทหารนายหนึ่งวิ่งเข้ามารายงาน เขาและเพื่อนร่วมหน่วยยกลังที่หนักกว่าหนึ่งตันติดมือมาด้วยคนละลังสองลัง มันเป็นแร่หายากที่อัลไคเซอร์เตรียมไว้ให้ตามคำขอ
“ขอบใจนะ ช่วยได้เยอะเลย” ชายแก่ส่งยิ้มขอบคุณ
“ถ้ามีอะไรที่ต้องใช้แรงก็บอกได้นะครับ หน่วยทหารมิวแตนท์อย่างเราเรื่องใช้แรงงานนี่ขอให้บอกเถอะ”
วูบบบบ
หน่วยทหารพลังจิตรายหนึ่งโผล่ขึ้นมากลางห้องด้วยการเทเลพอร์ต เขามาพร้อมกับชิ้นส่วนของเซคเตอร์วันที่ดูไม่ออกว่ามันคืออะไรกันแน่
“ใช่อันนี้หรือเปล่าครับ” ทหารที่เพิ่งมาใหม่ชี้ไปที่มัน
“ใช่แล้ว นี่แหละเครื่องกรองรังสีคอสมิก ถึงยังไม่แน่ใจว่าจะออกอวกาศอีกเมื่อไหร่ก็เถอะ”
“สะดวกดีนะ เทเลพอร์ตไปมาได้แบบนี้น่ะ ไม่ต้องเหนื่อยขนของหนัก ๆ เลย” หัวหน้าหน่วยทหารกลายพันธุ์มองเขม่นอีกฝ่ายที่ไม่ต้องเหนื่อยแรงในการขนของเข้ามาเลย
“พูดอะไรของนายน่ะ แรงวัวแรงควายแบบนายก็ใช้งานได้หลากหลายเหมือนกันไม่ใช่เหรอ”
“เฮ้ย พวกเดียวกันทั้งนั้นจะมาเขม่นกันทำไมเนี่ย” อีลิทไฟว์รายหนึ่งเข้ามาห้ามปราม
ไซเลนเซอร์สาม อีลิทไฟว์และทหารหน่วยอื่นรวมกันแล้วยี่สิบนายคือกำลังรบหลักของโซนาตา ส่วนทางด้านด็อกมาเองผู้ช่วยของเขาทั้งหกต่างก็เป็นมือดีที่เขาคัดเลือกมาทุกคน
เริ่มจากเบนาร์ดวิศวกรหนุ่มผู้มีปริญญาสาขาวิศวกรรมเครื่องกล ไฟฟ้า โยธา คอมพิวเตอร์ แถมด้วยการบินและอวกาศยาน นอกจากโซนาตาแล้ว เบนาร์ดก็เป็นหนึ่งในคนที่ด็อกมาเชื่อถือมากที่สุด
อีกหนึ่งที่ด็อกมาไว้ใจเสมือนเป็นมือซ้ายก็คือดอนนา เธอเหมือนหญิงสาวรุ่นเดียวกับเบนาร์ดแต่แท้จริงแล้วเธอคือชีวจักรกลที่เรียกว่า “เวพอน” ดอนนามีข้อมูลเกี่ยวกับการแพทย์ทุกสาขา เธอมีทักษะเทียบเท่าแพทย์เฉพาะด้านไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ สมอง หัวใจ กระดูก รังสีวิทยา ไปจนถึงศัลยกรรมตกแต่ง
ด็อกเตอร์พัค ซึงวอน อดีตชายชราผู้เป็นโรคร้ายจึงเปลี่ยนตนเองเป็นไซบอร์กเพื่อยืดอายุ เขาเคยทำงานกับด็อกมาสมัยที่ทั้งคู่ยังทำงานให้กับจักรวรรดิ จนวันที่ด็อกมาย้ายมาทำงานให้ตระกูลดิอาลโนเขาก็ขอย้ายตามมาด้วย มองด็อกมาเป็นทั้งเพื่อน รุ่นพี่ที่นับถือ และคู่แข่งที่อยากก้าวข้ามให้ได้ น่าเสียดายที่แม้เขาจะมีทักษะสูงแต่ก็ไม่เคยมีผลงานโดดเด่นที่สร้างชื่อได้อย่างแท้จริง
ด็อกเตอร์พัค มินอาลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของด็อกเตอร์พัค ซึงวอน เธอเป็นอัจฉริยะเช่นเดียวกับพ่อและยังเป็นสาวสวยหน้าตาเก๋ไก๋จนถูกกาเรนหว่านเสน่ห์ใส่ตลอดเวลา มีเรื่องเล่าลือว่าเธอเคยมีเรื่องกุ๊กกิ๊กกับโซนาตาอยู่พักหนึ่งซึ่งเธอก็ไม่เคยยอมรับหรือปฏิเสธ
และฝาแฝดสองคนสุดท้ายที่ถูกเรียกว่าเป็นอัจฉริยะเช่นกัน คนพี่คือทอร์เบน ผู้เชี่ยวชาญด้านคณิตศาสตร์ ดาราศาสตร์ ธรณีศาสตร์ ชีววิทยา ฟิสิกส์ และเคมี และคนน้องทิมอนที่นอกจากจะเชี่ยวชาญด้านภาษา ปรัชญา และโบราณคดีแล้ว เขายังเป็นแฮกเกอร์ฝีมือดีอีกด้วย
ทั้งหกคือกำลังสำคัญที่เป็นดังแขนขาของด็อกมา พวกเขากำลังทุ่มสุดแรงทำงานในส่วนที่หุ่นยนต์ก่อสร้างทั้งหลายทำไม่ได้เพื่อให้ยานลำใหม่เสร็จสมบูรณ์
อลินาไม่ได้รู้สึกกังวลในเรื่องนั้นเลย เธอรู้ว่าหน้าที่สร้างยานอยู่ในมือของยอดฝีมือแล้ว สิ่งเดียวที่สร้างความกดดันให้กับเธอคือสายตาปริศนาที่รู้สึกได้จากที่ห่างไกลออกไป
“พวกอีริธแน่ๆ พวกมันกำลังจับตาดูเราอยู่”
“คิดมากไปหรือเปล่า เธอน่ะชอบระแวงจนเกินเหตุ รู้ตัวบ้างไหม” กาเรนตอบแบบไม่ใส่ใจ เขากำลังนึกวิธีเข้าไปคุยกับมินอาอยู่ ตั้งแต่สมัยก่อนแล้ว ไซเลนเซอร์หน้าตาดีอย่างเขามักจะมีสาว ๆ ล้อมหน้าล้อมหลัง แต่กาเรนกลับชอบเข้าหาคนที่ดูไม่สนใจเขาเพราะรู้สึกว่าท้าทายกว่า ในหัวของเขาจึงมีแต่เรื่องวิธีเอาชนะใจสาวสวยอย่างมินอา
“นายนั่นแหละคิดน้อยไป” อลินาแขวะใส่ เธอส่ายหน้าเมื่อเห็นท่าทางทีเล่นทีจริงอยู่เสมอของเพื่อน
“พวกเราตรวจจับไม่เก่งเท่ากับเธอ” เคสเทรลที่นั่งฟังอยู่ด้วยพูดขึ้นบ้าง “ดังนั้นถ้าเธอบอกว่าใช่ก็คงใช่แหละ”
“เห็นไหม หัดดูตัวอย่างหมอนี่บ้าง” อลินาได้พวกแล้ว เลยได้ทีโต้กาเรนกลับ
“ตัวอย่างอะไร อย่างเคสเทรล มันประเภทว่ายังไงก็ว่าตามกันอยู่แล้ว” กาเรนบ่นอุบอิบ เขารู้ดีว่าถึงเถียงไป สุดท้ายตนก็แพ้อยู่ดี จะอัลโต เคสเทรล หรือโซนาตา พอเป็นเขาที่ปะทะฝีปากกับอลินา พวกนั้นจะถือหางให้อลินากันหมด
ความกังวลของอลินาแท้ที่จริงแล้วไม่ได้เกิดจากความตื่นตระหนกไปเอง แต่มันเป็นเรื่องจริง ห่างออกมาจากอู่ต่อยานลำใหม่ สายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องพวกเขาผ่านกล้องส่องทางไกล
“พวกนั้นกำลังสร้างยานใหม่ครับ” เด็กหนุ่มรายงาน “จะให้ผมเข้าไปจัดการเลยไหมครับ”
“อย่า ถ้าเข้าไปตอนนี้อาจจะทำให้วุ่นวายก็ได้ รอให้มันสร้างให้เสร็จก่อน” อีริธอยู่ในสาย พวกเขาติดต่อกันในระยะไกล
“แล้วถ้าพวกนั้นสร้างไม่สำเร็จล่ะครับ”
“นั่นมันด็อกมา ดิอาลโนนะ พวกนั้นทำได้แน่ นายแค่ต้องรอ”
“แล้ว… ต้องรอถึงเมื่อไหร่ล่ะครับ” เด็กหนุ่มรู้สึกคันไม้คันมือจนแทบเกินทน
“นานแค่ไหนก็ต้องรอ ถ้าไม่มียานพวกเราก็กลับบ้านไม่ได้” พูดจบอีริธก็ตัดสายไป
เด็กหนุ่มยิ้มที่มุมปาก เพราะถึงจะไม่รู้ว่าตนต้องรอจนถึงเมื่อไหร่ แต่ความตื่นเต้นที่จะได้ประมือกับไซเลนเซอร์ชื่อดังระดับตำนานซึ่งเฝ้ามองอยู่นั้นท่วมท้นใจของเขา หากเขาเอาชนะคนใดคนหนึ่งในนั้นและกลับสู่ห้วงเวลาเดิมได้ ชื่อของไซเลนเซอร์ความเร็วแสง “ร็อบ โอลด์” จะต้องโด่งดังจนไม่มีใครไม่รู้จัก
เขาไม่รู้เลยว่าการรอคอยอาจจะจบเร็วกว่าที่คาด และเมื่อเวลาได้ประมือที่เฝ้ารอมาถึง เขาเองต่างหากต้องตกเป็นผู้ถูกล่า