Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 55: อลินาปะทะร็อบ

ร็อบ โอลด์
อลินานำเรื่องที่ตนสัมผัสได้ถึงสายตาสอดแนมไปปรึกษากับด็อกมาอย่างจริงจังทั้งที่ตอนแรกนึกเกรงใจอยู่ นักวิทยาศาสตร์อัจฉริยะจึงแบ่งเวลามาสร้างอุปกรณ์ตรวจจับเพิ่มให้ มันคือโดรนหลายชนิดที่มีความสามารถในการตรวจจับหลายสิ่งด้วยวิธีการอันหลากหลาย ทั้งอินฟราเรด แรงสั่นสะเทือน สัญญาณชีพและคาร์บอนไดออกไซด์ นอกจากนั้นมันยังมีฟังก์ชันพิเศษที่อลินาขอไว้เพื่อใช้กับร๊อบโดยเฉพาะ
หลังปล่อยโดรนออกไป ในที่สุดมันก็เจอตัวร็อบและส่งพิกัดมาให้กับอลินา
เธอไม่ยอมปล่อยให้โอกาสนี้หลุดมือไป
ความสามารถของอลินาคือการสลับที่ แต่การจะใช้พลังนี้ได้เธอต้องรู้พิกัดที่แน่ชัดของวัตถุทั้งสองที่ต้องการสลับที่กัน การใช้งานความสามารถให้ได้ผลอย่างที่สุด เธอต้องมองเห็นหรือสัมผัสอีกอย่างหรืออีกคนได้ ซึ่งโดรนของด็อกมาได้ส่งพิกัดพร้อมสภาพแวดล้อมมาให้ ทำให้อลินามองเห็นร็อบอย่างชัดเจนราวกับว่าเขาอยู่ตรงหน้า
ลูกบอลขนาดเท่าลูกปิงปองตรงหน้าอลินาหายไป มันถูกสลับที่กับร่างของไซเลนเซอร์หนุ่มผู้อยู่ห่างออกไปสามกิโลเมตรกับอีกสี่สิบห้าเซนติเมตร ร่างของเขาถูกส่งมาในห้องปิดทึบที่อลินาเตรียมไว้ในสภาพที่ยืนหันหลังให้เธอ อลินาฉวยจังหวะนั้นโจมตีโดยไม่ยั้งมือ
กร๊อบบ
กำปั้นของอลินาเล่นงานกระดูกสันหลังของร็อบอย่างเหมาะเจาะ ถ้าเป็นคนทั่วไปการโจมตีนี้คงจะทะลุจากหลังทะลวงหัวใจและหน้าอกออกไปอีกฝั่ง แต่เพราะไซเลนเซอร์แบทเทิลสูทบวกกับร่างกายที่ทนทานเหนือมนุษย์ กำปั้นของเธอจึงเพียงสร้างความเสียหายเล็กน้อยให้อีกฝ่าย
อลินานึกถึงคำพูดของโซนาตา ในบรรดาไซเลนเซอร์ที่อยู่ฝ่ายอีริธ เขาสนใจอยากได้ตัวร็อบที่สุด เพราะเป็นไซเลนเซอร์จบใหม่ที่มีอายุเพียงสิบห้าปี โซนาตาเชื่อว่าหากมีโอกาสเกลี้ยกล่อม ร็อบอาจมีโอกาสย้ายมาอยู่กับเขาแทน
แต่อลินาไม่ยอมเสี่ยง ความสามารถเคลื่อนที่ได้ไวเท่าแสงเป็นความสามารถที่อันตรายเกินไป หากเธอไม่สามารถมั่นใจได้ว่าร็อบอยู่ฝ่ายเดียวกับตน เธอก็ไม่ปล่อยเขาไว้แน่
ร็อบต้องถูกเธอฆ่าที่นี่ และในตอนนี้
เร็วเท่าการตัดสินใจอย่างเด็ดขาด อลินาซัดร็อบจนกระเด็น เขาตีลังกาเพื่อตั้งหลัก แต่ยังไม่ทันที่เท้าจะถึงพื้น ร่างของเขาถูกสลับที่กับลูกบอลสีแดงของอลินาทำให้เสียหลักกะทันหัน ร็อบพยายามใช้นิ้วทั้งห้าแทงลงพื้นเพื่อยึดร่างตัวเองไว้ แต่ถูกอลินาเตะซ้ำในจุดเดิมอย่างไม่ทันตั้งตัว
อ๊อกกก
คราวนี้ร็อบฉวยโอกาสใช้ปืนยิงสวนออกไปก่อนจะเกิดการสลับที่ขึ้นอีก แม้จะเหมือนกับว่าเขายิงใส่อลินา แต่ความเป็นจริงแล้วเขาอาศัยแรงสะท้อนจากปืนเพื่อเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ของตนเองกลางอากาศ วิธีแบบนี้อาจจะหยุดอลินาไม่ให้ใช้พลังของเธอกับเขาได้ หากอีกฝ่ายอยู่ในระยะที่อลินามองไม่เห็น แต่ในเมื่อเป้าหมายเห็นชัดอยู่กับตา การเปลี่ยนตำแหน่งแทบไม่มีผลช่วยเขาได้
ร่างของเขาถูกสลับกับลูกบอลที่กระเด้งไปมาจากการปะทะกันของทั้งคู่
อลินาไม่ยอมให้เท้าของเขาได้แตะพื้นด้วยซ้ำ เพราะไม่อย่างนั้นอีกฝ่ายจะเริ่มเคลื่อนที่ด้วยความเร็วจนเธอมองไม่ทัน เธอเล่นงานเขาในสภาพที่ลอยอยู่เพื่อชิงความได้เปรียบ ร่างเพรียวชก เตะ ศอก และเข่าใส่ร็อบอีกหลายครั้งโดยไม่มีการชะงักงัน
กระดูกทั่วร่างของร็อบส่งเสียงดังเมื่อถูกปะทะ ต่อให้ถูกเสริมความแข็งแกร่งมาทั่วร่างแล้ว แต่มันยังเป็นชิ้นส่วนที่ประกอบด้วยสารชีวภาพของสิ่งมีชีวิต เมื่อถูกกระแทกด้วยความรุนแรงมหาศาลซ้ำอย่างต่อเนื่อง กระดูกบางส่วนเริ่มร้าว บางท่อนแตกหักสะบั้น
ลูกบอลจำนวนมหาศาลกระเด้งกระดอนไปมาทั่วบริเวณ มันทำจากวัสดุพิเศษที่ทั้งทนทานและยืดหยุ่น ทุกครั้งที่กระแทกลงพื้นมันกระเด็นขึ้นสูงและกระดอนไปมาหลายครั้งในทิศทางที่ยากจะคาดเดา เมื่อผสมกับพลังสลับที่ของอลินามันจึงกลายเป็นชัยภูมิที่เธอไร้พ่าย
ร็อบพยายามหลบหนีจากสถานการณ์เสียเปรียบโดยสิ้นเชิง เขารู้ว่าอลินาเองก็ไม่ได้สมบูรณ์แบบ เธอไม่มีทางใช้พลังอย่างต่อเนื่องโดยไม่พลาดเลยสักครั้ง เขาแค่ต้องรอจังหวะเพียงพริบตาที่เธอพลาดและสวนกลับ
กว่าสองชั่วโมง ร็อบยังหาโอกาสไม่ได้ เขาตกเป็นฝ่ายถูกโจมตีอยู่ฝั่งเดียว เขาเจ็บหนัก แต่ยังคงสติไว้ได้อย่างครบถ้วน อลินาคิดว่าถึงเวลาที่เธอควรจะเผด็จศึกได้แล้ว
เธอปล่อยให้ร็อบกระแทกพื้นเพื่อเตรียมโจมตีครั้งสุดท้าย
ทว่า…
เธอไม่รู้เลย อีกฝ่ายรอเวลานี้มาตลอด
ร่างของร็อบผลุบหายลงไปในพื้น เขาใช้ความเร็วสูงสร้างการสั่นไหวในระดับโมเลกุล มันดูคล้ายกับความสามารถของอัลโตที่ทำให้ทะลุผ่านวัตถุได้ ร่างของเขาเองก็จมลงไปแบบเดียวกันถ้าดูด้วยสายตาเพื่อเปรียบเทียบ
อลินาหายใจฟืดฟัดโกรธตัวเองที่เธอประมาทไป ร็อบคลาดสายตาไปได้ ซึ่งหมายความว่าความสามารถของเธอเองก็จะใช้ไม่ได้ด้วย เธอหันไปดูข้อมูลจากโดรนและพบว่าร็อบหนีออกไปจากห้องด้วยความเร็วเหนือแสงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทางอลินาจึงสลับตัวเองกับก้อนหินที่เธอเห็นร็อบ
ตอนนี้ เธออยู่ใกล้ร็อบแค่เอื้อม
แต่สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว ร็อบที่มีที่ยืน เขาโต้ตอบกลับมาทันทีที่เธอปรากฎตัวขึ้น ขาชกเธอด้วยความเร็วสูง
อลินาถูกหมัดนับหมื่นประเคนใส่จนทั่วร่าง ซึ่งถ้าเป็นปกติ หมัดของร็อบคงทำได้ถึงล้านครั้งและมันคงแรงพอที่จะบดขยี้ทั้งร่างเธอให้เป็นจุณ แต่เขาซึ่งกำลังบาดเจ็บอยู่ ไม่ได้มีความสามารถพอจะทำแบบนั้นได้ การโจมตีนี้แค่ทำให้อลินาบาดเจ็บเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ร็อบรู้ดีแก่ใจว่าหากไม่ใช้ความเร็วแสง เขาต้องถูกฆ่า
…ช่วยตายด้วยเถอะครับ…
เขาไม่ห่วงว่าร่างกายต้องรับภาระหนักแค่ไหน เขาจำเป็นต้องฝืนเพื่อให้ชนะศึกนี้
เขาพุ่งเข้าไป ร็อบไม่ทันเห็นว่าอลินากำลังแสยะยิ้มราวกับจะบอกว่าทุกอย่างเป็นไปตามที่เธอคิด ร่างของอลินาหายวับและโผล่พรึบมาในจุดที่ไม่ห่างไปจากเดิม ร็อบพยายามจะหยุดแต่ไม่ทันแล้วร่างของเขากำลังเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งความไวแสง
ไซเลนเซอร์หนุ่มคนนี้ยังขาดประสบการณ์ เขาไม่รู้ตัวว่าเสี้ยววินาทีที่ใช้ความสามารถ ตนเองจะเปิดเผยจุดอ่อนออกมา เขาสามารถเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเสียงได้อย่างต่อเนื่องจนเกือบจะกลายเป็นการเคลื่อนไหวปกติ แต่กับความเร็วแสงเขาต้องใช้สมาธิชั่วอึดใจ
อลินามองเห็นจังหวะนั้น เธอรู้ว่าเขากำลังทำอะไร โซนาตาเคยแอบรวบรวมข้อมูลของไซเลนเซอร์ที่มีหน้าที่บนยานของเขา และเธอเป็นคนหนึ่งที่ได้รับการแบ่งปันข้อมูล ร็อบเป็นหนึ่งในพวกเขารู้จุดอ่อนทั้งแต่แรก ความเร็วแสงของร็อบมีข้อจำกัดร้ายแรงอีกข้อคือเขาจะเคลื่อนที่เป็นเส้นตรงได้เท่านั้น
แสงเดินทางได้เร็วประมาณสามแสนกิโลเมตรต่อวินาที บางคนอาจจะสงสัยว่าหากเคลื่อนที่ได้ไวขนาดนั้น การโดนจำกัดว่าเป็นเส้นตรงมันจะเป็นจุดอ่อนร้ายแรงขนาดไหนกัน อลินาได้แสดงให้เห็นแล้วเธอทำได้เร็วกว่า การสลับที่คือพลังที่ทำให้ระยะทางเป็นศูนย์ นั่นคือในเวลาน้อยกว่าเสี้ยววินาที แต่อลินาก็เร็วกว่าร็อบ
เธอปรากฎร่างขึ้นในจุดที่ไม่ควรอยู่ พร้อมกับดาบความถี่สูงที่ยกขึ้น ร็อบไม่สามารถหยุดยั้งความเร็วของร่างได้ ความสามารถของเขากลายเป็นดาบสองคมย้อนกลับมาเล่นงานเขาเอง ร่างของเขาวิ่งผ่านวิถีดาบไป ศีรษะของเขาหลุดกระเด็นไปไกลตามแรงที่กระทำเพราะความเร็วแสงที่เกิดขึ้น
อลินาหายใจอย่างโล่ง กายเอน เข่าทรุดลงไปนั่งเพราะอาการบาดเจ็บ เธอเองก็โดนเข้าไปไม่ใช่น้อย
ร่างของร็อบไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว ความเร็วสุดท้ายพาร่างไร้ศีรษะกระเด็นหายไปด้วยกัน
…ยังเหลืออีกห้าคน จะชนะได้ไหมเนี่ย…
“เดดโคลด์เหรอ... เดดมาก่อนเลย พวกปีศาจนี่มันตั้งใจตั้งชื่อกันบ้างไหมเนี่ย” โซนาตาพูดขึ้นหลังจากเงียบไปพักใหญ่ สีหน้าของเขาไม่ได้เดือดร้อนกับสภาพรอบกายที่ไม่ธรรมดา
“มันก็พอกันนั่นแหละ ดูชื่อโปรเจคแต่ละอย่างของนายสิ”
“เลิกคุยเล่นกันซะที ข้าหิวแล้วนะ”
“เวเน เธอเพิ่งจะกินไปเองนะ” เจเนวีฟชะงักอย่างตกตะลึง เธอเพิ่งมอบอาหารที่ห่อเก็บเอาไว้เผื่อมีคนหิวระหว่างทางให้กับอีกฝ่ายไป เพราะอดสงสารไม่ได้หลังได้ยินเสียงท้องร้องที่ดังเข้าหู
“นั่นมันแค่ของรองท้อง” เวเนพูดอุบอิบ
“แซนวิชปลาเนื้อแน่น พอให้ผู้ชายกินกันสองคนเชียวนะ”
บทสนทนาของพวกโซนาตาทำให้กลุ่มพาลาดินและนักรบเคออสที่เดินตามทำสีหน้าไม่ถูก พวกเขากำลังขึ้นเหนือเพื่อเข้าสู้อาณาเขตของโคลดาเรีย อากาศแถวนี้ร้อนและเย็นรุนแรงสลับกันยิ่งกว่าพื้นที่ใกล้ประตู แต่ดูเหมือนพวกโซนาตาจะดูไม่ทุกข์ร้อนอะไร จึงสนทนากันด้วยหัวข้อของกินที่ไม่มีแก่นสาร
พรรคพวกยี่สิบคนที่เดินทางมาด้วยกัน พวกเขาเสียสมาชิกไปสองคนแล้ว รายแรกคือพาลาดินผู้ตกเป็นเหยื่อสเกเลตัน รายที่สองคือนักรบเคออสผู้โชคร้ายถูกวิญญาณในลอสวิลล์เล่นงาน และพวกเขาสังหรณ์ใจว่าจำนวนผู้โชคร้ายอาจไม่หยุดเพียงเท่านั้น จะต้องมีรายต่อไปอีกแน่ระหว่างการเดินทางที่ยังไม่สิ้นสุดนี้
“พวกทหารข้างหลังจะไม่ไหวเอานะ” อัลโตกระซิบกับโซนาตาที่พูดคุยไปตลอดทางแต่ไม่หยุดเดิน หรือมีท่าทีเหน็ดเหนื่อย
อัลโตหันไปมองสภาพแต่ละคนในคณะแล้วรู้สึกได้ว่ามันแย่กว่าที่คิด พวกเขาถูกบังคับให้ต้องเดินทางอย่างเร่งรีบ ซ้ำยังจมอยู่กับความกดดันเพราะตระหนักว่าปีศาจและเดวัลของโลกนี้สามารถฆ่าพวกตนได้อย่างง่ายดาย
“พวกนั้นเอง อาจดูแย่ แต่ก็อยากให้เรารีบตามเชอรีสให้ทัน” โซนาตาตอบ เขารู้ดีก่อนอัลโตจะเอ่ยปากออกมาว่าผู้ติดตามจะหมดสภาพในไม่ช้า
“เอาเหล้าให้หน่อย เดี๋ยวก็คึกขึ้นแล้วมั้ง” ดีวานเสนอ สมัยที่ยังเป็นแม่ทัพเอเทเซียเขาใช้วิธีนี้กับทหารในสังกัดตัวเองบ่อย ๆ ทุกครั้งที่ทหารรู้สึกเหนื่อยล้าเขาจะจัดงานเลี้ยงให้และมันมักจะได้ผลทุกครั้ง
“ดีวาน! ไม่ใช่ปัญหาทุกอย่างแก้ได้ด้วยของกินนะ” เวเนขัดคอ
“เวเน…” เจเนวีฟอยากขัดคอเพื่อนสนิท เธอคิดว่าคนเห็นแก่กินแบบเวเนไม่ควรพูดประโยคที่เพิ่งออกจากปากที่สุด
พวกเขาถกเถียงกันเรื่องการพักอยู่อีกพักใหญ่แล้วค่อยๆ เงียบเสียงลง เพราะถ้าให้ผู้ติดตามเห็นความหวังว่าจะได้พัก พวกเขาบางคนอาจจะจดจ่อกับข้อสรุปของการถกเถียง และคงท้อใจมากหากผู้นำในกลุ่มไม่ให้พักได้สักที
ที่สุดแล้วโซนาตาตัดสินใจให้ทุกคนโหวต มีตัวเลือกให้ระหว่างทุกคนรีบเร่งติดตามเชอรีสไป หรือพักก่อน
“เราจะพักเมื่อเจอจุดพักข้างหน้า” โซนาตารู้ผลโหวตและยอมรับการเลือกของคนส่วนใหญ่
น้ำเสียงของเขาแฝงความอ่อนใจ เขาไม่แน่ใจว่าเดดโคลด์ที่อยู่ในแผนที่ที่มาริโซลให้มา จะสามารถใช้เป็นที่พักได้อย่างที่คนรอบข้างต่างหวังไว้ จึงไม่ได้ระบุสถานที่ให้ชัดเจนว่าจุดพักที่ว่านั่นอยู่ที่ไหน
“ไหว พวกเรายังไหว” ทหารคนหนึ่งว่า สีหน้าซีดเซียวซ่อนความจริงที่ตรงกันข้ามกับคำพูดไว้ไม่มิด
“ฝืน แต่ตายขึ้นมา จะช่วยราชินีก็คงไม่ได้” โซนาตาตอบเสียงเย็น มันทำให้พวกทหารพูดไม่ออก
โซนาตาหวังว่าพวกเขาจะเจอที่พักโดยเร็ว เขาถอนหายใจแรงและออกเดินต่อ