Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 60: ทหารน่ะมีอยู่เพื่อปกป้องคนที่อ่อนแอ
เมื่อตกลงแผนกันได้ เวเนก็ใช้ “แฟรีวอล์ก” หายเข้าไปในไม้เท้าของเธอ ในโลกนั้นความเย็นจากภายนอกไม่สามารถส่งผลไปถึงเธอได้ แต่ระหว่างที่เจเนวีฟถือไม้เท้าให้เธอก็สามารถร่ายเวทออกมาจากในนั้น
เวเนบริกรรมคาถา เวทมนตร์บทนี้เป็นหนึ่งในเวทมนตร์ใหม่ที่เวเนเพิ่งเรียนรู้ตอนก่อนมาเนเธอร์เวิลด์ มันคือเวทมนตร์ที่เธอเคยปรามาสว่าไร้ประโยชน์และไม่สนใจอยากฝึกฝน
กลาเซียเองก็คงไม่คิดว่าจะมีใครใช้เวทมนตร์พิลึกแบบนั้น เวทมนตร์ของเฮอร์มิตคือเวทมนตร์ที่ส่งผลกับทั้งตนเองและคู่ต่อสู้ และเวทตัวนี้มีผลเพียงแค่ลดความสามารถในการต้านทานความเย็นแค่นั้น
“ไม่ว่าพวกเจ้าคิดจะทำอะไร ข้าบอกได้เลยว่ามันไร้ประโยชน์” กลาเซียว่าพร้อมกับกางสองมือออก ไอเย็นก่อตัวขึ้นอย่างฉับพลันที่สองฝ่ามือของเธอ
เจเนวีฟร่ายเวท “เลซเซอร์บลัดฮีท” ใส่ตนเองและพวกทหาร เวทมนตร์นี้เดิมทีเป็นเวทโจมตีเพื่อทำให้เลือดของศัตรูเดือดทะลักออกจากร่าง แต่ตอนนี้เธอใช้มันในระดับที่ต่ำลงกับพวกตัวเองเพื่อต้านทานความเย็นของกลาเซีย
ยิ่งเห็นก็ยิ่งชวนโมโห กลาเซียไม่เข้าใจว่าแวมไพร์อายุยังไม่ถึงร้อยปีกับมนุษย์อ่อนแอพวกนี้กำลังเล่นตลกอะไรกัน แค่การโจมตีครั้งเดียวของกลาเซียก็มากพอที่จะแช่แข็งทั้งดินแดนนี้ คนพวกนี้สู้โดยไม่รู้เรื่องแบบนั้นได้อย่างไร
“หืมมมม” กลาเซียรู้สึกบางอย่างผิดแผกไป
“เริ่มออกผลแล้วสินะ” เจเนวีฟฝืนยิ้ม เธอและพวกทหารเองก็กำลังแย่ มีแค่เวเนเท่านั้นที่ซ่อนตัวอย่างปลอดภัยในโลกของแฟรี
กลาเซียรับรู้ความรู้สึกประหลาดที่เธอเกือบจะลืมไปแล้ว มันคล้ายความรู้สึกของเวทแช่แข็งหัวใจที่โซนาตาย้อนใช้กับเธอ แต่มันเบาบางกว่ามาก
“เวทมนตร์คำสาปตอนแรกเหรอ ไม่ใช่มันมีอะไรมากกว่านั้น” กลาเซียพึมพำ
มือทั้งสองของเธอเริ่มรู้สึกถึงความเย็น ตอนนั้นถ้าเธอเปลี่ยนความสงสัยและหันไปเล่นงานพวกเจเนวีฟ การต่อสู้นี้อาจจะจบลงในทันที แต่เธอมัวแต่แปลกใจและงุนงงจนเผลอปล่อยให้เวลาผ่านไป ทุกเสี้ยววินาทีที่กลาเซียมัวแต่ชักช้า มันหมายถึงเวทมนตร์ของเวเนกำลังสำแดงฤทธิ์ พลังต้านทานความเย็นของเธอจากร้อยเปอร์เซ็นต์กลายเป็นเก้าสิบเก้าตั้งแต่เมื่อครู่และกำลังลดลงทีละนิดจนเธอแทบไม่รู้สึกตัว
“เร่งมือกว่านี้อีกเวเน” เจเนวีฟกระซิบกับหัวไม้เท้า แต่เธอก็รู้อยู่แก่ใจว่าเพื่อนกำลังพยายามอย่างสุดความสามารถแล้ว แต่อีกฝ่ายคือสุดยอดปีศาจที่มีระดับต่างกันอย่างลิบลับ เวเนต้องการเวลามากกว่านี้
เวทมนตร์คำสาปของเจเนวีฟเองก็ต้องใช้เวลาเช่นกัน เพราะกลาเซียแข็งแกร่งมาก เธอจึงไม่รู้ตัวว่าขณะนี้คำสาปกำลังกัดกินเธออยู่ เจเนวีฟแน่ใจว่าตอนนี้ศัตรูลดพลังลงไปมากกว่าหนึ่งในยี่สิบแล้ว
“ท่านเจเนวีฟ” พาลาดินรายหนึ่งกระซิบอย่างแผ่วเบา เขาถูกความเย็นเล่นงานจนใกล้ถึงขีดกำจัดแล้ว
“พวกเราคงไม่รอดแน่ อย่างน้อยขอใช้ชีวิตที่เหลือนี้…”
เจเนวีฟพูดไม่ออก เธออยากบอกให้พวกเขาถอยออกไป แต่ความเย็นที่มีกลาเซียเป็นศูนย์กลางแผ่ขยายออกไปโดยรอบ ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ไหนก็ไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้
“เรื่องอะไรจะตายเปล่า” นักรบเคออสคนนึงว่า เขาเริ่มก้าวไปข้างหน้าแม้จะถูกเจเนวีฟห้ามไว้ก็ตาม
“อย่าเข้าไป” แวมไพร์สาวร้องห้าม
“เพื่อเอเทเซีย… เพื่อประเทศของเรา” พาลาดินอีกคนย่ำหิมะก้าวไปข้างหน้าเช่นกัน
“เพื่อมนุษยชาติ ต้องล้มเจ้าปีศาจ… และช่วยท่านเชอรีส” แล้วพวกเขาก็เริ่มพูดแบบเดียวกัน ต่างคนต่างลุยหิมะสีขาวโพลนไปข้างหน้า
“อย่าาาา พวกท่านจะตายกันหมด”
“ทหารน่ะมีอยู่เพื่อปกป้องคนที่อ่อนแอ จะให้เด็กสาวสู้และหลบอยู่ข้างหลังได้ยังไง” พาลาดินคนสุดท้ายพึมพำ ความเย็นทำให้หูและจมูกของเขากำลังจะหลุดออกมา
…ไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจเลยสักนิด มนุษย์พวกนี้ไม่หวาดกลัวความตายเลยหรือ… กลาเซียเห็นสภาพทหารที่เดินเข้ามาทั้งที่กำลังจะตายก็หวั่นใจ บางคนถึงกับสูญเสียแขนและขาไปจากความเย็นจัด แต่พวกเขาก็ยังมุ่งหน้าเข้ามาหาเธอแม้จะต้องคลานมาก็ตาม
“เจ้าพวกโง่! ไม่เข้าใจอะไรเลยเรอะ แค่ความเย็นที่ออกมาจากร่างข้าพวกเจ้าก็แทบจะแข็งตายอยู่แล้ว อยากจะให้ข้าร่ายเวทจริง ๆ หรือไง”
“ถ้าไม่กลัวตายก็เอาสิ” เจเนวีฟสวน “ไม่รู้ตัวเลยสินะ ว่าตอนนี้เจ้าเองก็ร่ายเวทไม่ได้แล้ว”
“ว่าไงนะ”
“ดูที่มือตัวเองให้ดีสิ”
“หาาา” กลาเซียร้องลั่น เธอพบว่ามือทั้งคู่ของตนถูกแช่แข็งไปแล้ว ตอนนี้ความต้านทานของเธอเหลือเพียงเก้าในสิบเท่านั้น
แน่นอนว่าเจเนวีฟไม่ได้ต้องการให้กลาเซียลงมือจริง ๆ พลังของกลาเซียยังเหลือมากพอที่จะฆ่าทุกคนแม้แต่โซนาตาที่ล่วงหน้าไปแล้ว กลับกันเธออาจจะแค่เจ็บหนักจากเวทมนตร์ของตัวเอง นี่คือการเดิมพันของเจเนวีฟเพื่อซื้อเวลาต่อไปอีกสักนิด
“ดูเหมือนว่าข้าเองก็ถูกดูถูกอยู่สินะ” กลาเซียกัดฟันกรอด “นี่เจ้าคิดจริง ๆ หรือว่าข้าจะไม่กล้าโจมตีแม้ว่าตัวเองจะต้องเจ็บไปด้วย”
“แล้วกล้าไหมล่ะ” เจเนวีฟแกล้งยั่ว เธอไม่แสดงสีหน้าเลยทั้งที่ใจจริงกลัวจนแทบสิ้นลม
…อีกนิด เวเน ลดพลังป้องกันของยัยนี่อีกสักนิด…
“พอกันที พวกแกทั้งหมดได้เวลาตายแล้ว”
เจเนวีฟรู้สึกถึงพลังเวทมหาศาลและไอเย็นยะเยือกราวกับขุมนรกแห่งความเย็นอยู่เบื้องหน้า เธอควรจะรู้สึกหวาดกลัวและสิ้นหวังแต่ก็ไม่ บางอย่างบอกกับเธอว่าศึกครั้งนี้ยังไม่จบสิ้น
กลาเซียได้ยินเสียงของบางอย่างพุ่งมาจากระยะไกลพร้อมกับจิตสังหาร มันไกลเสียจนเธอเองก็มองไม่เห็นในตอนแรก เธอรู้แค่ว่ามันถูกเล็งมาที่เธอ เธอสร้างแท่งน้ำแข็งนับหมื่นชิ้นขึ้นในพริบตา แท่งน้ำแข็งแหลมเหมือนมีดทุกชิ้นลอยขึ้นไปหาวัตถุที่ลอยมาด้วยด้วยความเร็วที่ไม่ต่างกัน กลาเซียมั่นใจว่าไม่ว่าสิ่งที่พุ่งมาจะเป็นอะไร เธอก็สามารถหยุดมันได้
แต่มันไม่เป็นเช่นนั้น น้ำแข็งไม่แม้แต่จะชะลอให้มันช้าลง วัตถุลึกลับเหล่านี้คือกระสุนที่ได้รับความสามารถของอัลโต มันจึงทะลุผ่านแท่งน้ำแข็งไปได้ จากนั้นกระสุนนับสิบก็พุ่งเข้าใส่ร่างของเธอ
กระสุนเหล่านั้นถูกหยุดไว้ที่ผิวของกลาเซียเพราะอุณหภูมิติดลบ ต่อให้ทะลุทะลวงได้ทุกอย่างแต่หากมันยังเป็นสสารก็ย่อมต้องถูกหยุดด้วยศูนย์องศาสัมบูรณ์ กลาเซียยังไม่ทันได้ใช้เวลายินดีที่รอดมาได้ กระสุนชุดต่อก็พุ่งเข้ามาซ้ำ
อัลโตและดีวานยังมาไม่ถึงแต่เขาส่งการโจมตีพวกนี้มาก่อน เจเนวีฟและเวเนเองก็ไม่ยอมลดมือ คนหนึ่งร่ายเวทคำสาปซ้ำเพราะมันเพิ่งจะหมดฤทธิ์ไป ส่วนอีกคนก็ยังใช้เวทเฮอร์มิตลดความต้านทานความเย็นอย่างต่อเนื่อง
ทหารทุกรายสิ้นชีพไปจนหมดแล้ว แม้จะพยายามอย่างถึงที่สุดแต่พวกเขาก็ไปไม่ถึงร่างของกลาเซีย การเสียสละของทุกคนไม่ได้ไร้ค่าเพราะความกล้าหาญได้ถูกส่งต่อมาให้กับเวเนและเจเนวีฟแล้ว แรงฮึดนี้ทำให้พลังเวทของพวกเธอรุนแรงขึ้นอีก
“ข้าบอกแล้วว่าให้เลิกฝัน ลม ๆ แล้ง ๆ” กลาเซียตะโกน เธอเสียสมาธิไปเพียงชั่วครู่แล้วก็ต้องรู้สึกถึงแรงสะเทือนกระสุนอีกชุดอ้อมมาจากด้านหลัง แต่ก็เช่นเดิมมันถูกหยุดไว้ได้ด้วยเกราะของความเย็นจัด
…ยัยนี่ช้าลงแล้ว เกราะความเย็นที่เธอใช้ครั้งแล้วครั้งเล่ากำลังทำให้เธอบาดเจ็บ…
“ไอซ์โบลท์” ศรน้ำแข็งที่มีขนาดยักษ์ออกไปจากมือของกลาเซีย ถ้าไม่นับเวทหัวใจน้ำแข็ง นี่คือเวทมนตร์โจมตีครั้งแรกของเธอ กลาเซียพบว่าร่างของเธอได้รับผลกระทบจากความเย็นนี้ด้วย
ศรที่ใหญ่จนเกือบเท่ากับเสายักษ์ในวิหารถูกเบี่ยงวิถีออกไปก่อนที่จะถึงตัวเจเนวีฟเพียงนิดเดียว ผู้ที่หยุดมันไว้ด้วยเวทสายลมคือควินเนที่รอจังหวะอยู่แล้ว
“ข้าต้านไว้ได้ไม่นานนะ แฟรีอย่างพวกเราไม่ถูกกับความเย็นขนาดนี้”
“แฟรีงั้นเหรอ จะมีกี่ตัวก็เท่านั้นแหละ”
กลาเซียร่ายไอซ์โบลท์อีกแต่คราวนี้แทนที่จะพุ่งออกไปทันที ลูกศรน้ำแข็งยักษ์กลับปรากฏขึ้นเหนือศีรษะ มันเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็วจากหลักหน่วยเป็นสิบ ร้อย และเป็นพันในชั่วอึดใจ
“ข้าบอกแล้วว่า พวกเจ้าไม่สามารถทำอะไรได้”
“มันสายไปแล้วล่ะ เจ้าแพ้แล้ว” เจเนวีฟโกหกหน้าตาย เธอเองไม่เหลือหนทางอะไรอีกแล้ว แต่เธอเดาว่าถ้าโซนาตาอยู่ตรงนี้เขาจะ
พูดแบบนั้น
“ไอ้พวกสวะ จนป่านนี้ก็ยัง…” กลาเซียโมโหจนเลือดขึ้นหน้า เธอเร่งพลังความเย็นขึ้นโดยไม่สนว่าร่างของตัวเองก็จะถูกแช่แข็งไปด้วย
ศรน้ำแข็งยักษ์ทั้งหมดพุ่งเข้าใส่จุดเดียวกัน มันคือร่างของเจเนวีฟที่ไม่มีทางหนีไปไหนได้ เธอแสยะยิ้มอย่างอวดดี สมองบอกกับเธอว่าเธอทำดีที่สุดแล้ว แต่หัวใจยังเจ็บแปลบที่ไม่มีโอกาสได้แม้แต่บอกลาชายที่เธอหลงใหล
พรึ่บบบบ
ภาพที่เห็นคือสีแดงของเปลวเพลิงที่ถูกสาดไปจนทั่ว ศรยักษ์แตกสลายและระเหยไปจนหมด เงาของสองร่างปรากฏขึ้นข้างหน้าของเจเนวีฟที่เกือบทิ้งความหวังไปแล้ว
“ขอโทษที่มาช้า” ดีวานหันมาส่งยิ้มให้ เขาดูแตกต่างจากเดิมไปอีกขั้น
“อยากจะให้พักนะ แต่ดูท่าคงต้องให้พวกเธอช่วยอีกหน่อย” อัลโตเองดูโล่งใจที่เห็นเจเนวีฟและเวเนที่อยู่ในหัวไม้เท้าปลอดภัยดี แต่เขาก็สลดใจเพราะไม่เห็นทหารเหลือรอดแม้แต่คนเดียว
“ต่อให้บอกว่าไม่ต้องช่วย พวกเราก็ไม่เลิกหรอก” เจเนวีฟหัวเราะ “มาช่วยกันล้มยัยนี่กันเถอะ”
ด้านโซนาตา เขาถูกขัดขวางตลอดเส้นทางที่ไล่ตามเชอรีส ปีศาจทุกตนที่เข้ามาโจมตีเป็นพวกกึ่งสัตว์อสูร บ้างก็เป็นหมาป่า บ้างก็เป็นเสือ บ้างก็เป็นลิง แต่เขาฆ่าพวกมันทิ้งทั้งหมดอย่างรวดเร็วแต่กระนั่นเชอรีสก็ยังทิ้งห่างออกไปในระยะที่เขาไปไม่ถึงตัวเธอเสียที
…อีกนิดเท่านั้น…
…เชอรีส…
แล้วโซนาตาก็ถูกขัดขวางอีกจนได้ ศัตรูเป็นอีกกลุ่มที่ต่างจากเดิม พวกนี้ไม่ใช่ปีศาจจากโคลดาเรีย เขารู้ในทันทีว่าพวกมันมาจากเรวาเรนท์ นั่นเพราะกลุ่มอันเดดกลุ่มนี้มีผู้นำที่เขาคุ้นหน้าคุ้นตา
“ไบรเดน”
“เจ้าชายไบรเดน” อีกฝ่ายแก้
โซนาตาเกือบลืมใบหน้าของเขาไปแล้ว ชายที่อยู่ตรงหน้าคืออดีตเจ้าชายรัชทายาทของเอเทเซีย หลังจากเรวาเรนท์ที่นำโดยมาร์เคลล่มสลาย เขาก็ไม่รู้ชะตากรรมของคนผู้นี้เลย
“ก็อยากจะถามหรอกว่ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง แต่ไม่มีเวลาแล้ว ขอฆ่าทิ้งเลยแล้วกัน”
“ยังปากดีเหมือนเดิม” ไบรเดนกระแทกเสียง “ถ้าคิดว่าข้าเหมือนเดิมล่ะก็ เจ้าจะต้องเสียใจ เนเธอร์เวิลด์แห่งนี้ได้มอบพ...”
กร๊อบ
กำปั้นของโซนาตาอัดเข้ากับหน้าของไบรเดนอย่างจัง ไบรเดนเซถอยไปเพราะแรงหมัด แต่ขาเขาก็ยังยันพื้นไว้ได้ไม่ได้ล้มลงไป
“แกนี่… มือไวเหมือนเดิมเลยนะ” ไบรเดนหันมาแสยะยิ้ม
โซนาตาไม่ได้ยั้งมือเลย เขาตั้งใจต่อยแรงพอให้หัวอีกฝ่ายหลุดกระเด็น แต่ไบรเดนแค่บาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้น
“แกก็ยังดีแค่หน้าหนาเหมือนเดิม”
เมื่อรู้ว่าจัดการไม่ได้โดยง่าย โซนาตาเข้าเล่นงานลูกน้องของไบรเดนแทน เขาแย่งดาบจากเดธไนท์รายหนึ่งมาและใช้มันจัดการกับอีกราย เดธไนท์กลุ่มนี้แข็งแกร่งกว่าที่เขาเคยปะทะด้วยตอนอยู่ในซีน แต่โดยรวมแล้วพวกมันก็แค่มีพลังและความเร็วที่เพิ่มขึ้น ระดับเลเวลและทักษะแทบไม่ต่างจากเดิม
เขาจัดการกับเดธไนท์หกรายในแค่ไม่กี่อึดใจ พวกที่เหลือใช้การโจมตีต่อเนื่อง ทั้งร่วมกันบุกและต้านจนโซนาตาเสียจังหวะไปบ้าง แต่แล้วเขาก็ใช้ทักษะของมันเองจัดการกับพวกที่เหลือจนหมด
“ครอสซิงคัทโธรท” โซนาตาใช้ดาบสองมือตัดหัวรายสุดท้ายขาด เดิมทีพลังความมืดใช้กับปีศาจได้ผลน้อยหรือบางชนิดก็ไม่ได้ผลเลย แต่วิชาตัดคอระดับสูงของเดธไนท์ถูกสร้างมาเพื่อฆ่าพวกปีศาจด้วยกัน มันจึงเหมาะอย่างยิ่งกับการใช้สังหารพวกอันเดด
ไบรเดนตกใจจนแทบทำดาบหลุดมือ กี่ครั้งกี่หนที่เขาคิดว่าตัวเองแข็งแกร่งขึ้นแต่ชายคนนี้ก็ยังเหนือกว่า
“ต่อให้ตามนางจิ้งจอกไปตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว นอกจากข้าก็ยังมีคนอื่นอีกที่ถูกส่งมาจากเนรอส”
“พวกเรวาเรนท์ต้องการอะไรกันแน่”
“แกยังไม่รู้ความลับของยัยนั่นเหรอ” ไบรเดนยิ้มมุมปาก เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าโซนาตาตามเขาไม่ทัน
“อยากจะว่าอะไรก็ว่ามา ฉันไม่อยากเสียเวลากับแกมากไปกว่านี้แล้ว”
“ดาร์คสแลช” แทนคำตอบ ไบรเดนโจมตีใส่โซนาตาด้วยคลื่นดาบที่ฉาบด้วยไอความมืดเข้มข้น ถึงจะกระชั้นชิดแต่โซนาตากระโดดหลบได้ไม่ยากเย็นซึ่งไบรเดนก็รู้อยู่แล้ว เขาแค่ต้องการช่องว่างเพื่อจะหนีเท่านั้น
“เตรียมตัวรับศพยัยเชอรีสกลับไปได้เลย เรวาเรนท์ของเราไม่ปล่อยเธอแน่” อดีตเจ้าชายหัวเราะทิ้งท้าย
“หมอนี่ เก่งขึ้นก็จริงแต่กลับดูทุเรศยิ่งกว่าเดิมอีก” โซนาตาพึมพำ
โซนาตาจะวิ่งตามไปปิดบัญชีไบรเดนก็คงไม่ยาก แต่อีกฝ่ายวิ่งไปอีกทางและเขาก็เสียเวลามากเกินไปแล้ว ตอนนี้เรวาเรนท์ไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลใจเท่าการกลายสภาพของเชอรีส ไม่มีอะไรบอกได้เลยว่าเธอจะกลายเป็นสามหางเมื่อไหร่ และเขาในตอนนั้นจะหยุดเชอรีสได้หรือไม่