Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 62: บ้านใหม่ของกลุ่มอะบีส มิเนอร์วา
กลาเซียตั้งใจปิดบัญชีทั้งคู่ทิ้ง เธอสร้างหิมะขึ้นปกคลุมตนเอง หิมะปริมาณเท่ากับภูเขาน้ำแข็งทำให้สะพานยักษ์ถูกทำลายลง โรมิเอลกับโซนาตาเกือบถูกกลืนไปในหิมะที่เธอสร้างขึ้น
ต่อจากนั้นเพียงแค่ไม่กี่อึดใจต่อมา สัตว์ประหลาดที่มีร่างของของกลาเซียเป็นแกนกลางก็ลืมตาขึ้น มันคือโกเลมหิมะที่มีขนาดสูงเสียดฟ้า
ย้อนเวลากลับไปเล็กน้อย ด็อกมาได้เรียกทุกคนมารวมตัวกันเพื่อเป็นสักขีพยานในการทดลองเดินเครื่องเต็มระบบครั้งแรกของยานลำใหม่
“มิเนอร์วา” ด็อกมากระแอมเรียกให้ทุกคนหันมาสนใจ “พวกเราตั้งชื่อให้เธอว่ามิเนอร์วา”
“เทพีของโรมัน เทพแห่งปัญญา ยุทธศาสตร์อะไรพวกนี้แหละ เป็นเทพเดียวกับแพลลัสอะธีนาของกรีก” อลินาอธิบายให้กาเรนผู้ที่ทิ้งความรู้ของโลกยุคเก่าไปจนเกือบหมดแล้ว เพราะเอาแต่นอนหลับในคาบเรียน
“ตำนานว่าไว้ว่าอะธีนาเกิดจากศีรษะของเทพเจ้าซูส เดิมทีเซคเตอร์วันก็มีชื่อเล่นว่าหัวของนางฟ้าอยู่แล้ว ยานที่เกิดใหม่จากหัวของนางฟ้าก็เลยเป็นมิเนอร์วาก็แล้วกัน”
“ฟังเหตุผลแล้วเหมือนแถชอบกลเนอะ” กาเรนหันไปกระซิบกับพวกสาว ๆ แน่นอนว่าทุกคนแกล้งทำเป็นเมินเขา
“เอาล่ะ อย่าเสียเวลาเลย เริ่มกันเถอะ” พูดจบด็อกมาก็สั่งเดินเครื่อง หน้าจอโฮโลแกรมแสดงค่าต่าง ๆ ปรากฏขึ้นรอบห้องพร้อมกับภาพทิวทัศน์ภายนอก ระบบต่าง ๆ ได้รับพลังงานเข้าไปหล่อเลี้ยงและเริ่มหน้าที่ของมัน แสงไฟถูกเปิดจนสว่างไสว ระบบกรองอากาศและปรับความดันส่งเสียงดังขึ้นในครู่แรกก่อนที่จะเบาเสียงลงจนแทบไม่ได้ยิน
“พลังงานมีแค่สิบสี่เปอร์เซ็นต์ จะดำเนินการต่อไหมคะ” เสียงระบบปัญญาประดิษฐ์แองจีดังขึ้นเป็นครั้งแรก หลังจากที่ด็อกมาเพิ่งรีบูตระบบของเธอใหม่
“ต่อได้เลย เราแค่ทดสอบเดินเครื่อง”
“เครื่องยนต์ทั้งหมดทำงานได้สมบูรณ์ ระบบสื่อสารทุกส่วนออนไลน์แล้ว ระบบอาวุธออนไลน์”
“ระบบยังชีพพื้นฐาน ฟอกอากาศ ควบคุมอุณหภูมิ ป้องกันรังสีอันตราย ควบคุมแรงดึงดูด รวมถึงระบบสร้างอาหารและน้ำสำหรับลูกเรือสมบูรณ์แล้ว”
กาเรนเดินเข้าไปชะโงกดูจอมากมายที่ปรากฏขึ้น ส่วนใหญ่เป็นข้อมูลเกี่ยวกับสถานะยานทั้งภายในและภายนอก
“ถึงจะเป็นคุณก็เถอะ แต่เวลาสั้น ๆ แค่นี้ แถมไม่มีอู่ต่อยานที่มีอุปกรณ์พร้อมด้วย ทำได้ขนาดนี้เลยหรือเนี่ย”
“ยังไม่สมบูรณ์หรอก มีห้องหลายห้องที่ยังไม่พร้อมใช้งาน และส่วนสำคัญที่สุดก็ยังต้องใช้เวลาอีก” ด็อกมาไม่ได้อธิบายเพราะเข้าใจว่าทุกคนรู้ว่าเขาพูดถึงไทม์แมชชีนนั่นเอง จนบัดนี้โซนาตาก็ยังส่งข้อมูลปรับปรุงมาเรื่อย ๆ ถึงตัวทฤษฎีจะนิ่งแล้วแต่การสร้างขึ้นมาก็ยังไม่ง่าย
ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่น ด็อกมาทดสอบหลาย ๆ ระบบเพื่อให้แน่ใจว่าทำงานได้อย่างไร้ปัญหา สำหรับระบบตรวจจับและระบบอาวุธ ด็อกมาใช้วิธีส่งโดรนที่ไม่ใช้แล้วออกมาเพื่อให้ยานค้นหาและทำลายอัตโนมัติ ซึ่งการทดสอบนี้ดำเนินไปอย่างไม่ติดขัดปัญหาใด ๆ
“เดี๋ยวจะพาไปดูห้องอื่นนอกจากห้องบังคับการนะคะ” มินอาเมื่อเห็นว่าการทดสอบทุกอย่างจบลงแล้ว ก็เชิญพวกอลินาไปชมส่วนอื่นของยาน นอกจากกลุ่มที่มีหน้าที่ในการสร้างยานแล้วคนอื่น ๆ อย่างอลินาก็เพิ่งเห็นยานจากภายนอกเท่านั้น
“ดีเลย ฉันอยากเห็นแล้วว่าห้องของมินอา เมลิสซาและเอลลีอยู่ที่ไหน” กาเรนพยักหน้าหงึก ๆ ผลของการยิงมุกไม่ดูที่ทางคือสายตาที่มองมาอย่างระอาใจจากบรรดาสาว ๆ
ห้องแรกที่มินอาพาทุกคนไปคือห้องประหลาดที่อยู่ในโซนชั้นกลางของยาน เป็นห้องปิดทึบเกือบทั้งสี่ด้านยกเว้นทางเข้าที่ต้องผ่านระบบรักษาความปลอดภัยส่วนกลางและห้องที่มีกับดัก
“เดี๋ยวนะ… นี่มันห้องขังนี่” อลินาขมวดคิ้ว เธอไม่เข้าใจว่าทำไมมินอาถึงเริ่มแนะนำจากห้องนี้
“เผื่อว่าคุณกาเรนจะต้องใช้มัน เลยพามาให้ดูเพื่อให้คุ้นเคยไว้”
“เอ่ออ…” กาเรนเกาคางแกรก ๆ เขาไม่แน่ใจว่ามินอาล้อเล่นหรือเอาจริง
“ห้องตรงกลางจะเป็นห้องควบคุมหลัก เราจะใช้ระบบอัตโนมัติทั้งหมด มีทั้งหุ่นพัศดีและหุ่นผู้คุมทั่วไป ห้องถัดไปจะเป็นทางเดินเต็มไปด้วยกับดักในกรณีที่เกิดปัญหาขึ้น และจากนั้นก็เป็นห้องขังค่ะ”
“ทำไมดูจริงจังกับการขังคนขนาดนี้ นักโทษสักคนก็ไม่มี” เคสเทรลว่าขึ้น
“ไม่ได้เต็มที่อะไรเลยค่ะ นี่ยังน้อยไปด้วยซ้ำ เราไม่มีห้องอาหารสำหรับนักโทษ ห้องน้ำเองก็มีขนาดเล็กและแบ่งแค่หญิงกับชายเท่านั้น มีอะไรอีกมากที่ควรมี เช่น ห้องนันทนาการ แต่เพราะพื้นที่ยานมีจำกัดเราจึงใส่มาแค่นี้”
“นี่ก็มากไป เยอะแล้วแม่คุณ!” กาเรนร้องลั่น
หลังจากจบการเยี่ยมชมห้องขัง มินอาก็พาทุกคนไปบริเวณห้องพักของลูกเรือ ห้องพักถูกแบ่งออกเป็นหลายระดับเริ่มตั้งแต่ห้องรวมสำหรับลูกเรือทั่วไป ในหนึ่งห้องจะรองรับคนได้ห้าสิบคน
“ห้องนี้เป็นของทหารระดับล่างสุด หรือในกรณีที่ต้องอพยพคนเป็นจำนวนมาก เรามีห้องแบบนี้อยู่ยี่สิบห้อง แต่เนื่องจากตอนนี้สมาชิกของกลุ่มอะบีสมียังไม่ถึงหลักร้อย ห้องพวกนี้จึงยังไม่เปิดใช้งานค่ะ”
“เฮ้ย นี่มันห้องโล่ง ๆ เลยนี่ ข้าวของเฟอร์นิเจอร์อะไรก็ไม่มีสักชิ้น” กาเรนแอบยื่นหน้าเข้าไปมองหนึ่งในห้องที่ว่า
“ก็บอกแล้วยังไงคะว่า ยังไม่ใช้ เรามีเวลาจำกัดไม่ว่างมาทำให้เสร็จแม้แต่ห้องที่ยังไม่ได้ใช้หรอกค่ะ” มินอาเสียงเขียวใส่ ดูเหมือนเธอจะหงุดหงิดเวลาเห็นอะไรไม่เรียบร้อยแต่ตนเองก็ทำอะไรไม่ได้
ในบริเวณต่อมาคือห้องพักของทหารระดับสูงไล่ขึ้นมา ห้องกลุ่มนี้เริ่มเป็นห้องสำหรับครอบครัวและห้องเดี่ยว จากที่มินอาอธิบาย สมาชิกส่วนใหญ่ไม่ว่าจะกำลังรบหรือฝ่ายห้องวิจัยจะอยู่ที่นี่
“งั้นห้องมินอา เมลิสซา…” กาเรนหันไปถามแต่ไม่มีใครสนใจ ทุกคนกำลังตามมินอาไปโซนต่อไปแล้ว
พวกเขาขึ้นลิฟต์กลับมาที่สะพานเดินเรืออีกครั้ง ในห้องนี้นอกจากเป็นห้องควบคุมการทำงานหลักทั้งระบบของมิเนอร์วาแล้วมันยังมีประตูใหญ่อยู่ด้านหลังอีกด้วย
“ห้องส่วนตัวของพวกระดับบริหารสินะ” เคสเทรลทักขึ้น เขาเดาได้เพราะเซคเตอร์วันก็ออกแบบมาคล้ายแบบนี้
ทางเดินสั้น ๆ เชื่อมต่อไปยังห้องโถงขนาดใหญ่ ราวกับห้องรับรองของโรงแรมห้าดาว ที่นี่มีโต๊ะประชาสัมพันธ์ บริเวณที่นั่งพักผ่อนหย่อนใจ เคาน์เตอร์บาร์ บริเวณสำหรับออกกำลังกาย ซุ้มอาหาร มินอาบอกว่าที่นี่เหมือนกับย่อส่วนห้องหลาย ๆ ห้องในมิเนอร์วาเอาไว้เพื่อให้สมาชิกระดับสูงสามารถเข้าถึงบริการต่าง ๆ ได้รวดเร็วขึ้น
“งั้นประตูกับลิฟต์พวกนั้นก็คงเป็นทางไปห้องพักระดับสูงสินะ” อลินาชี้ไปที่ลิฟต์สองตัวทางซ้ายขวา และบรรดาประตูที่รายล้อมอยู่รอบห้องโถง
“ใช่แล้วล่ะ” ด็อกมาตอบให้แทน “มีทั้งลิฟต์ที่พาไปห้องพักวีไอพี และห้องเตรียมเผื่อไว้สำหรับในอนาคตหลาย ๆ ห้อง”
“ไม่อยากเสียเวลาขึ้นลงลิฟต์ ถ้าห้องข้างหลังสุดคือห้องโซนาตา จะนอนที่ห้องโถงนี่เลยก็ได้” เคสเทรลเอ่ยเสียงเรียบ
“ฉันก็ด้วย หมอนั่นยิ่งประมาทอยู่ เฝ้าอยู่ข้างหน้าห้องนี่แหละดีแล้ว” อลินาก็เอากับเขาด้วย ทั้งที่สำหรับการย้ายที่ไปมาในยานสามารถทำได้ในพริบตา
“อา… แต่ฉันอยากอยู่โซนเดียวกับพวกเด็ก ๆ นะ พวกเขาจะได้อุ่นใจยังไงว่ามีไซเลนเซอร์อยู่ใกล้” กาเรนเป็นคนเดียวที่ขอแยกออกไป แน่นอนว่าก็เพื่อจะได้ใกล้ชิดกับพวกรุ่นน้องสาว ๆ นั่นเอง
“ไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นหรอกค่ะ” มินอาชี้แจง “ในบรรดาห้องที่รายล้อมห้องนี้ไม่ได้เป็นห้องส่วนกลางทั้งหมด ท่านด็อกมาเตรียมส่วนหนึ่งเป็นห้องพักให้พวกคุณแล้วค่ะ”
กาเรนมีสีหน้าผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด เขาวาดฝันว่าทุกเช้าตื่นมาจะสิ่งแรกที่จะได้ทำคือการเคาะห้องสาว ๆ เพื่อทักทายบ้าง ชวนไปดื่มกาแฟบ้าง แต่สุดท้ายก็โดนบังคับให้ต้องมาเกาะติดกับไซเลนเซอร์ด้วยกันเหมือนเดิม
“ยังไงก็ยังอยู่ยานลำเดียวกันไม่ใช่เหรอ” เคสเทรลหันไปบอกเพื่อน
“นายไม่เข้าใจ… นายไม่เคยอยากนอนใกล้ ๆ สาวหรอก”
“ทำไมจะไม่เข้าใจ ฉันก็เป็นผู้ชายนะ” เคสเทรลพูดไปแบบนั้นเอง ที่ผ่านมาก็จริงอย่างที่กาเรนว่าไว้ เขาไม่ค่อยสนใจเรื่องแบบนั้น “แล้วอย่างเจเนวีฟกับเวเนล่ะ สองคนนั้นก็พักที่นี่ไม่ใช่เหรอ”
“ก็บอกแล้วว่านายไม่เข้าใจ เวเนน่ะมีแต่พวกโลลิคอนอย่างอัลโตเท่านั้นแหละที่ชอบ ส่วนเจเนวีฟนี่อะไรก็ดีหรอก แต่ดันติดแต่โซนาตา”
…ถ้าใช้เรื่องติดโซนาตาเป็นประเด็น มินอาก็เป็นหนึ่งในนั้นนะ… เคสเทรลคิดแต่เขาไม่ได้พูดออกไป
คนที่ถูกเคสเทรลนินทาในใจพาเดินวนรอบ ๆ ห้องโถงและชั้นล่างจนทั่ว ที่นี่นอกจากห้องพักวีไอพีแล้วก็มีแค่ห้องเก็บหุ่นรับใช้ ในแต่ละห้องมีขนาดราวสองเท่าของห้องเดี่ยวทั่วไป มันถูกตกแต่งอย่างวิจิตรตระการตา แต่ละห้องถูกแบ่งออกเป็นสัดส่วน มีทั้งห้องรับแขก ห้องนอน ห้องน้ำสองห้องและครัว
“เราใช้แปลนห้องในโรมแรมแห่งหนึ่งเป็นต้นแบบค่ะ เครื่องเรือนเองก็ถูกสร้างขึ้นมาให้เหมือน ต่างกันแค่เราดัดแปลงเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ข้าวของเสียหายถ้าได้รับแรงสั่นสะเทือน”
“เหมือนอะพาร์ตเมนต์มากกว่าห้องลูกเรือใช่ไหม” ด็อกมาหัวเราะร่วน “อยากทำให้ใหญ่กว่านี้นะ แต่เรามีเวลาจำกัด”
“นี่ก็ใหญ่เกินไปแล้ว นี่ไม่ใช่เรือสำราญนะ” อลินาอยากบ่นมากกว่านี้แต่เธอยอมรับว่าชอบการตกแต่งในห้องนี้มาก มันดูหรูหรา สวยงาม และสะดวกสบายจนทำให้ไม่อยากกลับไปนอนกลางดินกินกลางทรายอีกเลย
“ในส่วนของห้องพักก็จะจบลงที่ตรงนี้ค่ะ เดี๋ยวเราจะไปดูโซนอื่นต่อนะคะ”
“อ้าว แล้วห้องผู้บัญชาการล่ะ” อลินาคว้าแขนมินอาไว้เมื่อเธอทำท่าจะเดินพากลับ ทั้งที่ห้องที่หลาย ๆ คนอยากเห็นคือห้องของโซนาตา
“เพนท์เฮาส์ขนาดเล็กสินะ” กาเรนยืนอึ้งอยู่หน้าประตูสองชั้นที่เป็นทางเข้าสู่ห้องส่วนตัวของโซนาตา ห้องของผู้บริหารว่าอลังการแล้ว ห้องของโซนาตายิ่งหนักกว่า มันมีกระทั่งโดมแก้วอยู่กลางห้อง
ต่างจากห้องอื่น ห้องของโซนาตาเป็นรูปโดม เมื่อเข้ามาแล้วจะมีโดมแก้วอยู่ตรงกลางอีกที มันคือห้องแช่น้ำร้อนที่เลียนแบบออนเซ็น ข้างในนอกจากจะมีน้ำร้อนที่ระดับความลึกลดหลั่นลงไปก็ยังมีต้นไม้และโขดหินจำลองอยู่รายล้อม เป็นสถานที่ที่ดูผิดที่ผิดทางเป็นที่สุด
อลินาแหงนมองดูชั้นลอยของห้อง ห้องนี้ไม่ใช่แค่ความกว้างแต่ความสูงก็มากกว่าห้องอื่น ส่วนหนึ่งเพราะกลางห้องมีพื้นที่ออนเซ็นกับโดมแก้วและอีกส่วนก็เพราะว่าห้องนอนจริง ๆ ของโซนาตาอยู่ที่ชั้นลอยข้างบน
“ห้องนี้มัน…” อลินาทำหน้าครุ่นคิด “พวกนายว่าไหมว่ามันคุ้น ๆ”
“อื้ม ถึงหมอนั่นจะมีห้องหรูแบบนี้ไม่รู้กี่ร้อยกี่พันห้องก็เถอะ แต่ไอ้ที่มีออนเซ็นรูปโดมอยู่กลางห้องนี่…”
“กำลังนึกอยู่เลยว่าคิดไปเองหรือเปล่า นี่มันเหมือนห้องพักสมัยหมอนั่นเรียนที่อัลเทอันนี่หว่า”
“งั้นเราไปกันต่อเลยไหมคะ” มินอาคะยั้นคะยอ ดูเหมือนเธอไม่ค่อยอยากแนะนำห้องนี้นัก
“โอ้โห เหมือนจริงด้วย ดูนี่สิ ที่ชั้นลอยมีห้องน้ำแยกด้วย” อลินาถือวิสาสะขึ้นไปสำรวจ