Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 68: ศึกระหว่างไซเลนเซอร์

เจลรัล บาลิอาร์โด
ก่อนหน้าที่โรมิเอลถูกมัดมือชกดึงเข้ากลุ่ม ในยานมิเนอร์วาได้เกิดสงครามขึ้นระหว่างไซเลนเซอร์สองฝ่าย กลุ่มแรกมีเคสเทรลผู้ใช้พลังย่อยสลายและกาเรนผู้ใช้ภาพมายา กับกลุ่มสอง เจลรัลและวิลเลียมที่พลังยังไม่แน่ชัด
เคสเทรลและกาเรนถือว่าเป็นคนดังแม้จะเป็นในหมู่ไซเลนเซอร์ด้วยกันเอง ทั้งคู่อยู่ในกลุ่มของโซนาตาตั้งแต่สมัยเรียนและเคยฝากผลงานร่วมกันมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง พวกเขาเคยแม้แต่เป็นตัวแทนของโรงเรียนเข้าร่วมการแข่งขันกับโรงเรียนอื่น นั่นทำให้ข้อมูลของทั้งคู่เป็นสิ่งที่สืบค้นได้ไม่ยากเลย
เจลรัลเป็นกรณีที่คล้ายกัน เขาเองก็เป็นคนดังเพราะเป็นถึงศิษย์เอกของไซเลนเซอร์ในตำนานอย่างอีริธ คนส่วนใหญ่จึงเคยรู้ระแคะระคายเกี่ยวกับความสามารถของเขา แต่ก็ว่ากันว่ามันเป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น เจลรัลยังไม่เคยแสดงพลังที่แท้จริงของเขาออกมาเลย
วิลเลียมนั้นแตกต่างกัน ในสมัยเรียนเขาไม่ได้มีชื่อเสียงหรือความโดดเด่นเท่าพวกโซนาตา พลังของเขาถูกขัดเกลาเพิ่มขึ้นในภายหลังผ่านประสบการณ์ต่อสู้จริงนับสิบปี
“เจลรัลดูดพลังได้ ถ้าเข้าใกล้ เราจะเสียกำลังไป และถ้ายิ่งถูกจับก็จะเสียพลังเร็วขึ้น”
“แบบเดียวกับนายสินะ พลังลักษณะนี้ถ้าไม่แตะตัวก็มีผลน้อย” กาเรนว่าพลางกระโดดหลบกระสุนไปพลาง อีกฝ่ายเองก็กำลังคุมเชิงอยู่จึงไม่ได้ผลีผลามเข้ามาปะทะ
“ปัญหาคือเจ้าวิลเลียม เจ้านั่นทำอะไรได้กันแน่”
“ฉันว่า เจ้าวิลเลียม สเปนเซอร์นี่จะทำอะไรได้ก็ไม่อันตรายเท่าเจลรัลหรอก เห็นการเคลื่อนไหวนั่นไหม นั่นมันไม่ใช่คนแล้ว”
วิลเลียมคิ้วกระตุกเพราะถูกดูแคลน เขาเป็นรุ่นพี่ของพวกนี้หลายปีและเคยผ่านสมรภูมิมามากกว่าหลายเท่า พอถูกมองข้ามหัวก็เลยรู้สึกฉุนขึ้นมา
แทนที่จะเสียเวลาต่อล้อต่อเถียง วิลเลียมแสดงพลังของเขาให้ดูแทน ลูกเต๋าขนาดใหญ่ราวลูกฟุตบอลปรากฏขึ้นกลางอากาศ ไม่ใช่ลูกเดียวแต่มีถึงสามลูกพร้อมกัน ในขณะที่เคสเทรลและกาเรนยังสงสัยว่ามันคืออะไร ลูกเต๋าทั้งหมดก็ถูกทอยออกไปบนพื้น
“แมลง ไฟ แล้วก็น้ำแข็ง ก็ไม่เลว” วิลเลียมมองหน้าของลูกเต๋า แทนที่มันจะเป็นตัวเลขแต่ละหน้ากลับเป็นสัญลักษณ์ต่าง ๆ แทน และหน้าที่ออกสำหรับคราวนี้คือสัญลักษณ์ของแมลงชนิดหนึ่ง สัญลักษณ์เปลวเพลิง และ สัญลักษณ์รูปเกล็ดหิมะ
แล้วสิ่งมีชีวิตลึกลับก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า มันคือแมลงที่คล้ายกับตัวต่อครึ่งหนึ่งของร่างประกอบด้วยไฟที่ลุกโชน ส่วนอีกครึ่งก็มีไอเย็นจัดแผ่ออกมา
“สายซัมมอน ระวังมอนสเตอร์ที่เจ้านี่เรียกออกมานะ” กาเรนว่าพร้อมกระโดดหลบแมลงประหลาดบินตรงเข้าใส่เขา
“ไม่ใช่” เคสเทรลเห็นวิลเลียมทอยลูกเต๋าอีกครั้ง คราวนี้วิลเลียมได้กึ่งดาบกึ่งปืนที่มีกระแสไฟวิ่งอยู่รอบ ๆ “ผลของมันเปลี่ยนไปตามหน้าของลูกเต๋า”
เจลรัลยิ้มมุมปากเมื่อเห็นสองสหายกำลังถูกวิลเลียมเล่นงาน บางทีการต่อสู้ครั้งนี้อาจจะจบเร็วกว่าที่คิดโดยที่เขาไม่จำเป็นต้องลงมือเลยก็ได้
ลูกเต๋าถูกทอยออกมาเพิ่ม คราวนี้มันกลายเป็นสัตว์ที่ผสมลักษณะของสัตว์ถึงสามชนิด ลำตัวเหมือนงู หัวเหมือนม้า และมีปีกเหมือนค้างคาว
ทั้งสัตว์ประหลาด ทั้งวิลเลียมที่ถืออาวุธพิเศษ ต่างเข้าไปฟาดฟันกับเคสเทรลและกาเรนในระยะประชิด ยิ่งเห็นอีกฝ่ายสู้ไปถอยไป เขาก็ยิ่งได้ใจ วิลเลียมทอยลูกเต๋าออกเพิ่มอีกหลายครั้ง และทุกครั้งกองทัพของเขาก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้น
กาเรนและเคสเทรลถูกบีบให้ต้องสู้แยกจากกัน ทั้งคู่แทบไม่มีจังหวะโต้ตอบกลับได้ แต่ละคนต่างก็ทำได้แค่ปัดป้องและหลบอย่างเฉียดฉิว
วิลเลียมรุกไล่อยากไม่ยั้งมือ เขาสามารถใช้อาวุธทุกชนิดได้อย่างคล่องแคล่ว แม้ว่ามันจะเป็นอาวุธผสมที่ดูประหลาดแค่ไหนก็ตาม ส่วนสัตว์ประหลาดที่ถูกเรียกออกมาก็แข็งแกร่งกว่าสัตว์ทั่วไปมาก มันมีอันตรายไม่ได้แตกต่างจากระดับของเดวัลในเนเธอร์เวิลด์เลย
วิลเลียมเข้าใจดีว่าเขาไม่ควรเข้าใกล้เคสเทรล ส่วนกาเรนนั้นตรงกันข้าม พลังจู่โจมด้วยภาพลวงตาจำเป็นต้องใช้สมาธิมากขึ้นเพื่อให้ทะลุผ่านการป้องกันทางจิตของไซเลนเซอร์ ยิ่งก่อกวนด้วยการสู้ระยะประชิดเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งมั่นใจว่ากาเรนจะไม่สามารถใช้พลังของตนได้
“วิลเลียมถอยออกมา”
โดยไม่มีความลังเล แม้จะรู้สึกว่าตนได้เปรียบอยู่แต่วิลเลียมก็เชื่อคำสั่งของเจลรัล วิลเลียมถอยออกมาตั้งหลักพร้อมกับบรรดาสัตว์ประหลาดของตน
“พวกนี้ทำเป็นว่าถูกไล่ต้อน แต่ไม่ได้รับบาดเจ็บเลยสักนิด”
“เจ้ากาเรน ฉันจะจัดการเอง นายรับมือเคสเทรลไป”
วิลเลียมพยักหน้า เขาปล่อยให้เจลรัลสู้กับกาเรนแทน เจลรัลนอกจากมีพลังต่อต้านสูงความสามารถของเขาก็ยังผนึกการโจมตีของกาเรนได้อย่างดี เพียงแค่เข้าใกล้พลังงานของกาเรนก็เริ่มถูกดูดมาให้กับเจลรัล
“ภาพลวงตาของนาย ใช้ไม่ได้ผลหรอก” เจลรัลหลบหนามที่พุ่งออกมาจากพื้น เขารู้ว่ามันเป็นภาพลวงตา แต่ภาพลวงตาเหล่านี้ถูกส่งเข้าสมองโดยตรงและมันทำให้เกิดความเสียหายได้จริง
เจลรัลควรจะตามต่อแต่เขาก็ผงะและถอยออกมา “กลิ่นนี่… ไฮโดรเจนไซยาไนด์”
“ไซเลนเซอร์รู้จักกลิ่นของมันก็ไม่แปลก และเพราะรู้นี่แหละภาพลวงตาถึงได้ผล”
“แต่แก๊สพิษแค่นี้ก็ทำอะไรไซเลนเซอร์ไม่ได้หรอก”
“จะเป็นแบบนั้นแน่เหรอ” กาเรนหัวเราะ “แก๊สพิษทุกชนิดฆ่าไซเลนเซอร์ในทันทีไม่ได้ แต่มันทำให้อ่อนแอลงอย่างแน่นอน และแค่มันทำให้นายเคลื่อนไหวยากขึ้นฉันก็ได้เปรียบแล้ว”
“ที่สำคัญคือ ในภาพลวงตาก็อาจจะมีของจริงปะปนอยู่ด้วยก็ได้” เจลรัลคาดเดา แต่กาเรนก็รู้แต่แรกแล้วว่าเขาดูออก จริงหรือเท็จก็ยากที่จะแยกแยะนี่แหละคือความน่ากลัวของภาพลวงตา
วิลเลียมจดจ่อกับการดวลกับเคสเทรล เขาไม่ใช่ไซเลนเซอร์ที่เด่นด้านพลังต้านทานจึงประเมินระยะเวลาหากถูกเคสเทรลคว้าตัวเอาไว้ได้
หนึ่งวินาทีคือ “ระยะปลอดภัย” ของเขา ถ้าเป็นสิ่งของหรือแม้สิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์เคสเทรลก็สามารถย่อยสลายทั้งร่างได้ไม่ยากเย็น ระยะปลอดภัยนี้ไม่เท่ากันในไซเลนเซอร์แต่ละคน วิลเลียมคาดว่าโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ราววินาทีครึ่งถึงสองวินาที และในกรณีพวกที่พลังต้านทานสูงอย่างโซนาตาอาจจะทะลุไปถึงสี่วินาทีได้เลย
ระยะอันตรายคือสี่วินาที ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเขาจะต้องไม่ปล่อยให้เคสเทรลแตะตัวเขาได้ถึงเวลานี้ มันจะส่งผลร้ายแรงต่ออวัยวะทั้งภายนอกและภายใน ในกรณีที่ถูกเล่นงานอวัยวะสำคัญเช่นสมองหรือหัวใจแค่สี่วินาทีนี้ก็สามารถทำให้ฆ่าเขาได้
หกวินาทีคือระยะเวลาต้องห้าม ไม่ว่าจะเป็นการสัมผัสที่อวัยวะสำคัญหรือไม่ เวลาขนาดนี้พลังของเคสเทรลและแผ่ขยายไปจนทั่วร่าง นั่นคือก็ต่อให้ถูกสัมผัสแค่ปลายเท้า หกวินาทีก็มากพอที่จะทำลายไปจนถึงศีรษะของเขานั่นเอง
แต่ทั้งหมดที่ว่ามาเป็นสิ่งที่วิลเลียมจะไม่ยอมให้เกิดขึ้น สัตว์ซัมมอนและอาวุธที่เขาเรียกมาผ่านความสามารถพิเศษสามารถเรียกออกมาได้อีกหลังจากถูกทำลายไป ที่เขาต้องทำก็มีเพียงทำให้แน่ใจว่าตนเองยังเหลือพลังมากพอที่จะใช้มันอย่างต่อเนื่อง
…จับจังหวะได้แล้ว… วิลเลียมเคยเห็นภาพการต่อสู้ของเคสเทรลมาก่อน เขาจึงใช้เวลาไม่นานซึมซับจังหวะของคู่ต่อสู้
เคสเทรลรวดเร็วกว่าแต่เมื่อถูกอ่านทางออกมันก็ไม่ใช่เรื่องยาก วิลเลียมรอจนแน่ใจว่าเขามีจังหวะเผด็จศึกได้เขาใช้สัตว์ซัมมอนสร้างช่องว่างและอาศัยช่วงพริบตานั้นฟันดาบลงบนคอของเคสเทรล
วิลเลียมแน่ใจมันเป็นจังหวะที่สมบูรณ์แบบ ดาบถูกถ่ายพลังจิตลงไปแล้ว ไม่ว่าอีกฝ่ายจะทำอะไรมันก็ไร้ค่า มันเฉือนเข้าไปที่ท้ายทอยของเคสเทรล และตัดผ่านกระดูกคอของเขาไป
…เรียบร้อย…
“คงไม่ได้คิดไปว่าเรียบร้อยแล้วหรอกนะ” เสียงกระซิบมาจากด้านหลัง
วิลเลียมกระโดดหลบทันทีแต่ว่าอีกฝ่ายก็คว้าไหล่ไว้
“เทิร์นทูดัสต์” เคสเทรลใช้พลังย่อยสลาย วิลเลียมสะบัดออกในทันที
มันเกิดขึ้นในช่วงพริบตาแต่พลังถูกใช้ออกไปแล้ว ความเจ็บปวดแล่นจากไหล่ขวาและลามไปทั่วร่าง ราวกับผิวแห้งและหลุดร่อนออกไปเอง ไหล่ขวาของวิลเลียมแหว่งหายไปอย่างน่าสยดสยอง
“อ๊ากกกก” เขาหวีดร้อง ในหัวสับสนไปหมด วิลเลียมแน่ใจว่าเขาสะบัดหลุดในเวลาไม่ถึงศูนย์จุดหนึ่งวินาที มันประหลาดมากที่ความเสียหายหลงเหลืออยู่ขนาดนี้
…ทำไม เจ้าพวกนี้แข็งแกร่งกว่าข้อมูลที่มีงั้นเหรอ…
วิลเลียมรู้สึกว่าถูกคว้าท่อนแขนอีกข้าง เขาพยายามสะบัดแต่ไม่หลุด คราวนี้มันไม่ใช่สัมผัสจากเทิร์นทูดัสต์ เจ้าของมือปริศนาเขย่าร่างของเขาแต่ไม่ให้ความรู้สึกถึงเจตนาร้าย
แล้ววิลเลียมก็พบว่าชายที่ปลุกให้เขาได้สติคือเจลรัลนั่นเอง เขาไม่เข้าใจว่าเจรรัลที่กำลังสู้ติดพันกันกาเรนมาโผล่อยู่ข้าง ๆ ได้อย่างไร แถมจุดที่เขายืนอยู่ก็เปลี่ยนไปด้วย
“ได้สติหรือยัง นายโดนภาพลวงตานะ” เจลรัลส่งเสียงดุด้วยความไม่พอใจ
“หา! พลังของกาเรนน่ะเหรอ ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน” วิลเลียมสำรวจตัวเองและพบว่าไหล่ที่ถูกเล่นงานกลับมาเป็นปกติแล้ว การโจมตีนั้นก็ไม่ได้เกิดขึ้นจริง
“คงไม่ได้บอกคนอื่นสินะ” กาเรนทวนประโยค “ก็ตั้งแต่นายพูดประโยคนี้แหละ”
วิลเลียมหน้าซีด เขาคิดในใจว่าประโยคนั้นมันตั้งแต่ก่อนที่จะสู้กันเลยไม่ใช่เหรอ นั่นแสดงว่าที่ผ่านมาทั้งหมดคือภาพลวงที่ถูกกาเรนสร้างขึ้น
“หึ ๆ ๆ” สองสหายหัวเราะอย่างชั่วร้าย วิลเลียมและเจลรัลแน่ใจว่าพวกเขามีความลับที่ไม่ได้บอก อะไรคือสาเหตุที่ไซเลนเซอร์ระดับพื้น ๆ แบบทั้งคู่สามารถใช้ความสามารถกับเขาได้โดยที่เขาไม่รู้ตัว
“ถอยก่อน” เจลรัลเอ่ยเสียงเครียด
“แต่ว่า…”
“พวกเราประเมินพวกนี้พลาดไปไกล”
“แต่ข้อมูลนั้นคุณอีริธให้เรามาเองนะ มันต้องถูกตรวจสอบแล้วสิ”
“ข้อมูล” เจลรัลขมวดคิ้ว “ข้อมูลอะไร”
“หาาา ก็ข้อมูลการต่อสู้ของพวกนี้ยังไง คุณเองก็ดูอยู่ด้วยกันไม่ใช่เหรอ ทั้งคลิปการต่อสู้เก่า ๆ ทั้งข้อมูลทางการแพทย์ คุณยังบอกเลยว่าสองคนนี้เป็นพวกฝีมือธรรมดาแต่อาศัยเกาะโซนาตาสร้างชื่อ”
สีหน้างงงวยของเจลรัลทำให้วิลเลียมต้องอ้าปากค้าง เขาไม่รู้เรื่องที่ว่ามาสักนิด จริงอยู่ที่เจลรัลเคยเห็นข้อมูลของเคสเทรลและกาเรนมาก่อน แต่เขาไม่ได้ดูพร้อมกับวิลเลียม และก็ไม่เคยประเมินพวกนี้ไว้ต่ำเลยสักนิด
“ที่ตอนนั้นคุณหัวเราะเยาะเจ้าสองคนนี่… ก็เป็นภาพลวงตาเหรอ” วิลเลียมเริ่มเสียขวัญ เขาไม่แน่ใจแล้วว่าอะไรจริงอะไรเท็จ แม้แต่ในขณะที่กำลังพูดอยู่ตอนนี้เขาก็ไม่แน่ใจว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ และยิ่งเกิดความวิตกขึ้นการจะถูกพลังอย่างภาพลวงตาเล่นงานซ้ำก็ยิ่งง่ายดาย
…งงล่ะสิ แต่ฉันไม่บอกหรอกนะว่าทำได้ยังไง…
กาเรนยังคงหัวเราะอย่างน่าหมั่นไส้ เขาไม่คิดจะเฉลยว่ามันก็เป็นผลมาจากภาพลวงตาเช่นกัน กาเรนสามารถใช้ภาพลวงตาชั้นสูงสร้างประสบการณ์ปลอมเพื่อหลอกอีกฝ่ายได้ โซนาตาแน่ใจว่าสักวันตนและไซเลนเซอร์กลุ่มนี้จะต้องมีปัญหากัน เขาจึงฝากให้กาเรนวางยาหลายคนเอาไว้แล้ว และเหยื่อที่ดีที่สุดก็คือไซเลนเซอร์ที่มีพลังต้านทานต่ำแบบวิลเลียมนี่เอง
วิลเลียมถูกข้อมูลบิดเบือนทำให้เชื่อว่ากาเรนและเคสเทรลอันตรายน้อยกว่าที่เป็นเท่าตัว น่าเสียดายที่เขาดันมาพร้อมกับตัวอันตรายของจริงอย่างเจลรัล มันเลยทำให้พวกกาเรนยังปิดบัญชีเขาไม่ได้
“ถ้าสู้ต่อ ฉันน่าจะจัดการพวกมันได้ แต่นายคงไม่รอดแน่” เจลรัลบอกตามตรง อีกฝ่ายได้เกิดความเสียหายในจิตใจไปแล้ว และของแบบนี้มันไม่ได้หายไปได้โดยง่าย วิลเลียมเชื่อไปแล้วว่าตนเป็นคนละชั้นกับกาเรนและเคสเทรล
“ถอยก่อนก็ได้…” ทั้งแค้นทั้งอับอาย แต่มันคือการตัดสินใจที่ฉลาดที่สุดในตอนนี้ วิลเลียมบอกกับตัวเองว่าครั้งหน้าเขาจะไม่มีวันผิดพลาดซ้ำสอง
แต่เคสเทรลและกาเรนไม่ยอมให้ศัตรูกลับไปโดยง่าย พวกเขาเปิดฉากรุกไล่อย่างหนักหน่วง โดยเฉพาะกับวิลเลียมที่กลายเป็นจุดอ่อน เขาถูกภาพลวงโจมตีซ้ำจนเคสเทรลเข้าประชิดได้ ถ้าไม่ติดที่กำแพงพลังจิตของเจลรัลมาขวางไว้ วิลเลียมคงต้องเจ็บหนักอย่างแน่นอน