Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 73: ระเบิด

บาจิล เคลาเดอร์
ภาพลวงตาหลายนาทีของกาเรน มันเกิดขึ้นชั่วพริบตาในโลกความจริง จังหวะที่วิลเลียมกำลังได้สติคืนมา มือของเคสเทรลก็จับอยู่ที่ศีรษะของเขาแล้ว
แทนที่จะหวาดกลัว เขากลับแสยะยิ้มเป็นครั้งสุดท้าย สำหรับไซเลนเซอร์ที่มีชีวิตอยู่ในสนามรบจนเหมือนเป็นบ้านหลังที่สอง สถานที่ตายแบบไหนจะดีไปกว่าได้ตายระหว่างปฏิบัติหน้าที่ล่ะ
ใบหน้าของเขาร่วงกราวเป็นฝุ่นผง ราวกับรูปปั้นที่ทำจากขี้เถ้า เพียงแค่การสัมผัสอย่างแผ่วเบามันก็แหลกสลายไปจนหมด
“เจ้าโง่เอ๊ย” เจลรัลเหล่มองอดีตเพื่อนร่วมรบอย่างไม่ไยดี เขาคาดหวังกับวิลเลียมจนเกินไปและไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะตายไปโดยที่ไม่สามารถแม้แต่ทำให้อีกฝ่ายบาดเจ็บด้วยซ้ำ
“ให้ช่วยไหม” เคสเทรลเดินเข้ามายืนข้างกาเรน เขาไม่บาดเจ็บก็จริงแต่ก็ใช้เรี่ยวแรงไปจนเหลือไม่ถึงครึ่ง
“ยังเหลือพวกมันอีกหลายคน นายไปช่วยอลินาเถอะ”
“ฉันไม่ใช่ผู้หญิงนะ ไม่ต้องมาทำเป็นเท่หรอก” เคสเทรลฝืนยิ้ม “อย่าตายนะเว้ย”
“อย่าแช่งกันสิฟะ ไสหัวไปเลยไป”
“จะดีเหรอ นี่เป็นโอกาสหนึ่งในร้อยที่พวกแกจะเอาชนะเจลรัลผู้นี้ได้เลยนะ”
เคสเทรลรู้ว่าเขาจะกลายเป็นตัวถ่วงจึงไม่ดันทุรังอยู่รอดูผล นอกจากนั้นเขายังห่วงด้านอลินาที่ต้องรับมือกับอีริธ อีวาและบาจิลถึงสามคน เขาออกวิ่งในขณะที่พยายามติดต่อกับสมาชิกทุกคนไปด้วย
“เคสเทรลเหรอ ด้านนายเป็นยังไงบ้าง” เสียงอลินาตอบกลับการติดต่อระยะไกล
“วิลเลียมเสร็จไปแล้ว กาเรนกำลังสู้กับเจลรัล น่าจะงานหนักเลย ทางเธอล่ะ”
“เมื่อกี้แย่เลยล่ะ พวกเราพยายามแยกสามคนนั้นออกจากกัน โชคดีที่ฉันหลอกให้อีริธติดอยู่ในห้องจำลองการต่อสู้ได้ แล้วก็สปีดกำลังพาพวกโซนาตากลับขึ้นมา”
“ดีเลย แล้วมีศัตรูซ่อนตัวจากเครื่องตรวจจับ แต่ฉันส่งพิกัดล่าสุดให้แล้วนะ”
“ขอบใจ นายน่าจะอยู่ใกล้กับบาจิลที่สุด ฝากจัดการหมอนั่นด้วยเลยก็แล้วกัน”
“ใช้งานกันหนักชะมัด”
“บ่นเหรอ”
“เอาเถอะ ฉันไม่อยากสู้กับผู้หญิง จัดการเจ้าบาจิลน่าจะดีกว่า”
“งั้นแค่นี้ก่อนนะ อ้ออ ทางกาเรนก็น่าจะเรียบร้อยเร็ว ๆ นี้แหละ”
“หืมมม” เคสเทรลไม่ทันได้ถามให้แน่ใจว่าอลินามั่นใจได้อย่างไร ต่อสัญญาณของอลินาถูกตัดไปก่อน เขาคิดแค่เพียงเสี้ยววินาทีและหยักยิ้มมุมปาก “แบบนี้นี่เอง หมอนั่นมาถึงแล้วสินะ”
แม้จะอยู่ในม่านหมอก ภาพลวงตาใช้กับเจลรัลไม่ได้ผล หลายครั้งหลายหนที่เขาสร้างกับดักขึ้นมา แต่เพียงเมื่อเจลรัลเข้าใกล้ ภาพลวงตาเหล่านั้นก็จะสลายไปแถมยังถูกดูดไปเป็นพลังงานเพิ่มให้กับเจลรัลอีก
“นายเองก็ใกล้จะหมดแรงแล้วสิ”
กาเรนเคยใช้ภาพลวงตาต่อสู้โดยไม่ได้หลับไม่ได้นอนถึงหกวันหกคืน ตอนนั้นเขาเหน็ดเหนื่อยจนแทบทรุดแต่ก็เทียบไม่ได้กับแค่ไม่กี่นาทีที่ต้องสู้กับไซเลนเซอร์ พลังต่อต้านที่มหาศาลก็หมายถึงเรี่ยวแรงที่ต้องใช้มากขึ้นเพื่อให้ทะลุพลังต่อต้านที่ว่า
…นี่ ถ้าได้ยินก็ไม่ต้องตอบนะ…
“…” กาเรนกระซิบกระซาบกับตัวเอง
เจลรัลไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมีลูกไม้แบบไหน แต่ไม่ว่าจะเตรียมอะไรไว้เขาก็พร้อมจะซัดมันให้กระเจิงด้วยเคียวพลังจิตของตน หมอกหนาบดบังจนแทบไม่เห็นอีกฝ่ายแต่เจลรัลก็ไม่ลังเล เขาหาร่างจริงของกาเรนพบภายในเวลาเสี้ยววินาที
“ตายซะเถอะ”
เขาเหวี่ยงเคียวยักษ์เป็นวงกว้าง ด้วยความเร็วและระยะประชิดแบบนี้กาเรนไม่มีทางหลบเลี่ยงแน่นอน หางตาของเจลรัลมองเห็นวัตถุบางอย่างพุ่งเข้ามาสวนทางกัน มันคือเคียวแบบเดียวกับเขา
เจลรัลวิเคราะห์ในเสี้ยววินาที มันมีตัวเลือกที่เป็นไปได้ไม่กี่อย่าง
หนึ่ง กาเรนโจมตีสวนมาด้วยภาพลวงตา ถ้าเป็นกรณีนี้เขาไม่ต้องทำอะไรเลยเพราะสนามพลังรอบตัวของเขาจะดูดซับพลังจิตทุกชนิดเอาไว้
สอง มันคือเคียวจริง กาเรนอาจจะแอบซ่อนอาวุธที่เหมือนกับเคียวพลังจิตของเขาไว้ และตั้งใจใช้ออกมาเพื่อให้เขาประหลาดใจ กรณีนี้เขาคิดว่าเป็นไปได้ยากเพราะถึงจะเห็นอาวุธของเขามาก่อนแต่การสร้างมันจนเหมือนขนาดนี้โดยหวังว่ามันจะทำให้เขาแปลกใจ มันดูตลกเกินไป ที่สำคัญเขาไม่คิดว่าเคียวธรรมดาจะทะลุผ่านสนามพลังเข้ามาได้
สาม มันคือภาพลวงตาผสม กาเรนใช้วัตถุอื่นโจมตีเข้ามาแต่ลวงตาว่ามันคือเคียวของเขา กรณีนี้หากมองจากนิสัยชอบทำให้อีกฝ่ายแปลกใจของกาเรน มันก็ดูไม่ผิดปกติมาก และมันก็ไม่ยุ่งยากเท่ากับการเตรียมอาวุธที่หน้าตาเหมือนกันด้วย แต่สุดท้ายวิธีนี้ก็ไม่แตกต่าง ไม่ว่าจะอาวุธแบบไหนมันก็ทำลายสนามพลังไม่ได้อยู่ดี
คำตอบจึงมีเพียงหนึ่งเดียว เจลรัลไม่ได้สนใจเลยแม้ว่าเคียวของศัตรูอาจจะเร็วกว่า เขาตกใจเล็กน้อยเมื่อรู้สึกถึงการสั่นไหวยามเมื่อเคียวของกาเรนแหวกเข้ามาในสนามพลัง แต่ดวงตาของเขาไม่ได้แม้แต่เหลือบมอง สายตายังคงจับจ้องไปที่ร่างของศัตรูที่เห็นชัดขึ้น
“ห๊ะ โซนาตา”
ฉึกก
เจลรัลขยับคอหลบในวินาทีสุดท้าย ถ้าเป็นไซเลนเซอร์ทั่วไปคออาจจะขาดกระเด็นไปแล้ว แต่เจลรัลก็รอดมาได้พร้อมกับแผลบาดลึกที่คอ
ศัตรูตรงหน้ากลับมาเป็นกาเรนอีกครั้ง มันทำให้เจลรัลสับสน เขาลืมคิดถึงความเป็นไปได้ว่าเมื่อครู่คือโซนาตาที่ถูกสลับที่กับกาเรนด้วยพลังของอลินา ใจที่เผลอคิดไปว่าถูกภาพลวงตาของกาเรนเล่นงาน ได้เปิดช่องว่างเล็ก ๆ ขึ้น มันทำให้กาเรนที่ถูกส่งกลับมาสามารถปิดบัญชี
สนามพลังหายไปพร้อมกับเคียวพลังจิต เจลรัลรู้ตัวแล้วว่าเขาพลาดแบบเดียวกับวิลเลียม เขาตั้งสมาธิเพื่อขจัดภาพลวงตาออกไป และเขาช้าไปเพียงเสี้ยวนาโนวินาที
หนึ่งหมัด สองหมัด ห้าหมัด น้ำหนักหมัดที่สามารถชกเหล็กหนักหลายตันปลิวได้ ประเคนใส่เจลรัลด้วยความเร็วสูง ร่างของเจลรัลควรจะกระเด็นไปแล้วแต่มันกลับถูกยึดไว้ด้วยโซ่ลวงตาที่โผล่ออกมาจากทั้งพื้นและเพดาน กาเรนชกต่อจนความเร็วเกินกว่าความเร็วเสียงและยังเร็วเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
เจลรัลเบ่งพลังและผลักเอาทั้งโซ่และกาเรนกระเด็นออกไปหมด แรงต้านของไซเลนเซอร์กลับคืนมาทำให้เขาหลุดจากภาพลวงตาได้ แต่อาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นไม่ได้หายไปด้วย เขาถูกกาเรนต่อยอยู่ฝ่ายเดียวจนอาการสาหัส
อ๊อกกก
เจลรัลกระอักเลือด เขาบาดเจ็บจนยืนแทบไม่อยู่แต่ทั้งที่เป็นแบบนั้น สนามพลังรอบตัวก็กลับมาพร้อมกับเคียวยักษ์
“ยังไม่ตายอีกเหรอ ตอนที่ถูกเคียวของโซนาตาบาดน่าจะโดนดูดพลังไปเยอะแล้วนะ”
“สะ… สารเลว ในการต่อสู้ตัวต่อตัว ทำไม กะ… แก”
“อย่าพูดเหมือนเป็นการดวลกันสิ” กาเรนหัวเราะ “นี่มันสงครามนะ ใครไปบอกตอนไหนว่าจะสู้กันตัวต่อตัว”
เหมือนเป็นแค่ข้อแก้ตัว แต่เจลรัลก็ยอบรับว่ากาเรนไม่ได้พูดผิด มันไม่มีกติกาใด ๆ มาตั้งแต่แรก เขาเองที่หลงเชื่อว่ามันคือการดวลตั้งแต่ตอนที่เคสเทรลปล่อยให้กาเรนสู้กับเขาตามลำพัง
กาเรนเห็นสภาพยับเยินของเจลรัลแต่ก็ไม่มีความสงสารให้ เขาแน่ใจว่าอีกฝ่ายไม่ได้ถอดเขี้ยวเล็บทิ้งเพียงเพราะบาดเจ็บหนัก จิตสังหารของเจลรัลรุนแรงยิ่งกว่าเมื่อครู่เสียด้วยซ้ำ แววตาของเขาไม่ใช่ของคนที่คิดว่าตัวเองแพ้ไปแล้ว
“ไม่มีทางแพ้ เจลรัลคนนี้ไม่มีทางแพ้”
เจลรัลกระโจนเข้ามา สนามพลังและเคียวพลังจิตของเขาแข็งแกร่งขึ้นอีกด้วยพลังฮึดที่ยิ่งกว่าเดิม กาเรนไม่ได้ตกใจ เขาชูสิ่งหนึ่งขึ้นเพื่อให้เจลรัลมองเห็นชัด มันได้ผลเจลรัลถึงกับชะงักเมื่อเห็นมัน
…ปุ่มกดระเบิด…
เจลรัลนึกขึ้นได้ ตอนที่กาเรนระดมหมัดใส่ตน เขาแอบติดระเบิดไว้ที่อกของเจลรัลและซ่อนมันเอาไว้ด้วยภาพลวงตา
ปุ่มถูกกดไปแล้ว แต่เจลรัลก็ยังดิ้นรนเฮือกสุดท้าย ระเบิดนี้คือระเบิดแรงสูงที่ด็อกมาสร้าง หากมันระเบิดในพื้นที่แคบ ๆ อย่างในสนามพลังของเขา อานุภาพของมันก็จะยิ่งรุนแรงกว่าเดิม
…จะปล่อยให้มันทำงานไม่ได้…
เจลรัลคว้าระเบิดเอาไว้และสร้างแบริเออร์ขนาดเล็กคลุมมันไว้อีกที วิธีการจะหยุดไม่ให้มันระเบิดเขาจนกระจุยก็มีเพียงการสร้างสนามพลังซ้อนขึ้นมาเพื่อกดมันเอาไว้ เจลรัลมั่นใจว่าเขาจะรอดไปได้จนกระทั่งวินาทีที่ระเบิดในมือหายไป
“ห๊ะ”
ระเบิดยังติดอยู่ที่อกของเขา เขาหยิบเอาความว่างเปล่าออกมาและสร้างสนามพลังคลุมสิ่งที่ไม่มีอะไรเลย เขาพยายามจะหยิบมันอีกครั้งแต่ก็สายไปแล้ว แรงระเบิดปะทุออกมา เปลวไฟและแรงดันมหาศาลอัดร่างของเขา กระดูกเสริมความทนทานที่แข็งยิ่งกว่าเหล็กกล้า แตกสลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย กล้ามเนื้อ ปอด หัวใจ ม้าม ตับ สมอง ทุกอวัยวะทุกส่วนถูกบดขยี้และเผาไหม้จนเละเทะ
สนามพลังกำลังหายไป แต่กาเรนก็ไม่ประมาท ระเบิดขนาดเบาอีกหลายลูกถูกโยนเข้าไปเพิ่ม มันเป็นอย่างที่คาดเจลรัลพยายามลุกขึ้นอีก แต่เขาสามารถเดินต่อมาได้อีกเพียงสองสามก้าวก่อนที่จะล้มลงไป
เช่นเดียวกับวิลเลียม สเปนเซอร์ พรรคพวกของอีริธอีกคน เจลรัล บาลิอาร์โดได้เสียชีวิตลง
เคสเทรลได้ยินเสียงระเบิดมาจากที่ไกล ๆ เขาเดาว่ามันคือฝีมือของกาเรนไม่ก็โซนาตา บางทีการต่อสู้กับเจลรัลอาจจะจบลงแล้ว แต่เคสเทรลไม่มีเวลาไปสนใจนักเพราะเบื้องหน้าของเขาคือไซเลนเซอร์อีกราย
เขาคือบาจิล เคลาเดอร์ หนุ่มแว่นท่าทางยียวน เขาแต่งตัวคล้ายกับโซนาตา แว่นตาสี่เหลี่ยมที่เป็นแค่อุปกรณ์ช่วยในการตรวจจับ ชุดไซเลนเซอร์ถูกทับด้วยเสื้อกาวน์สีขาว
เคสเทรลรู้จักบาจิลดีเพราะพวกเขาจบมาจากที่เดียวกัน นอกจากทักษะไซเลนเซอร์แล้วบาจิลยังมีความสนใจเกี่ยวกับการแพทย์ ในวิชาเรียนเสริมเขาเลือกทุกอย่างที่สามารถนำไปใช้เรียนต่อเกี่ยวกับทางการแพทย์ได้ และหลังจากจบโรงเรียนทหาร เขาก็เรียนจบหมอได้ภายในเวลาแค่ครึ่งปี
เขาเป็นอัจฉริยะ แต่สำหรับไซเลนเซอร์ที่ทุกคนต่างก็เป็นอัจฉริยะด้านใดด้านหนึ่ง มันไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดสักนิด แต่ถ้าจะมีสิ่งที่เคสเทรลสะดุดตาเกี่ยวกับเพื่อนร่วมรุ่นคนนี้ คงเป็นผลงานแข่งขันไซเลนเซอร์ที่เขาเป็นม้ามืดได้อันดับสูงทั้งที่ไม่ควรจะทำได้
“ยอมแพ้จ้า” บาจิลยกสองมือขึ้นทำท่ายอมแพ้
“ว่าไงนะ” เคสเทรลไม่ไว้ใจ การต่อสู้ยังไม่เริ่มด้วยซ้ำแต่อีกฝ่ายกลับยอมแพ้ไปซะก่อน
“ชนะนายได้ก็เท่านั้นแหละ เจลรัลกับวิลเลียมแพ้ไปแล้วใช่ไหม เหลือแค่ฉัน อีวาและคุณอีริธ ส่วนพวกนายยังอยู่กันครบแถมมีพรรคพวกใหม่ที่น่าจะเก่งด้วย ผลสรุปมันออกมาแล้ว”
“ก็เลยจะขอย้ายข้างเหรอ”
“ไม่ล่ะ” บาจิลหัวเราะ “ถึงจะไม่แน่ใจว่าจะกลับยุคเดิมได้ไหม ฉันก็ไม่อยากเป็นศัตรูกับจักรวรรดิ ที่สำคัญกว่านั้นฉันไม่คิดว่าพวกนายจะไว้ใจกันด้วย ดังนั้น อย่างน้อยก็ช่วงนี้ ขอเป็นนักโทษไปก่อนก็แล้วกัน”
“มั่นใจได้ยังไงว่าพวกเราจะไม่ฆ่านายทิ้งให้สิ้นเรื่องสิ้นราว”
“หมอนั่นไม่ให้ทำแบบนั้นหรอก” บาจิลยิ้มยียวน “ความสามารถฉันมีประโยชน์ หัวหน้าของพวกนายต้องอยากเก็บฉันไว้เผื่อว่าวันนึงฉันจะเปลี่ยนใจ”
“ฉันไม่จำเป็นต้องรายงานทุกอย่าง…” เคสเทรลตอบเสียงนิ่ง เฉพาะจิตสังหารของเขามันรุนแรงยิ่งกว่าของเจลรัลเสียอีก
“อย่าดีกว่านะ นายตอนนี้ชนะฉันไม่ได้หรอก”
เคสเทรลขยับเข้าไปใกล้ แผ่จิตสังหารออกมาแบบไม่คิดจะปิดบัง ส่วนอีกฝ่ายก็ยังมีทีท่าทีสบาย ๆ ไม่แม้แต่จะตั้งท่าต่อสู้
เคสเทรลรู้สึกมึนหัวขึ้นมากะหันทัน แขนขาของเขาไม่สามารถขยับได้อย่างใจคิด เขาตกใจที่ถูกเล่นงานโดยที่ไม่รู้ตัว ไม่มีการโจมตีใด ๆ ออกมาจากบาจิล ไม่มีแม้แต่ความรู้สึกคุกคาม