Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 79: โกหกสินะ
บัลล็อคที่ตัวใหญ่เทอะทะรวดเร็วจนเกือบมองตามไม่ทัน ส่วนไซเซอร์นั้นไม่ต้องพูดถึง เธอเร็วจนเห็นร่างแยกออกเป็นหลายร่าง และมันก็ยิ่งเร็วขึ้นอีกเมื่อเธอใช้กระแสลมช่วย
การประสานงานของกลุ่มอะบีสทำได้ดีกว่า ทุกคนรู้หน้าที่และจุดแข็งจุดอ่อนของกันและกันเป็นอย่างดี แม้แต่พวกอลินา เคสเทรล และ กาเรนที่เคยฝึกร่วมกับพวกดีวานมาไม่นาน พวกเขาก็สามารถผสานการโจมตีได้ราวกับรู้จักกันมานานแล้ว
ตรงกันข้ามกับพวกเจ็ดปีศาจสงคราม แม้พวกเขาจะเคยทำงานให้กับโคลดาเรียมาตั้งแต่เมื่อหลายพันปีก่อน แต่ต่างคนต่างถือทิฐิและคิดว่าตนเหนือกว่าอีกฝ่าย พวกเขาไม่เคยแม้แต่จะพยายามร่วมมือกัน
“ระวังลมของแกหน่อย” บัลล็อคตะคอกใส่ไซเซอร์ กำแพงลมของเธอทำให้การโจมตีของเขาพลาดไป
“หนวดปลาหมึกของแกก็เกะกะ” ไซเซอร์ตะโกนกลับ ไม่มีใครยอมให้กัน
ผืนแผ่นดินสะเทือนลั่นจากพลังของทั้งคู่ การโจมตีแต่ละครั้งเป็นสิ่งที่ก้าวล้ำกฏแห่งธรรมชาติไปแล้ว ทุกการโจมตีสามารถป่นภูเขา แยกสายน้ำ หรือแม้แต่สร้างความเสียหายให้กับมิติ พวกเขาคือตัวตนที่แม้แต่ปีศาจด้วยกันยังต้องหวั่นเกรง
แค่ไม่กี่วินาที เวเนและเจเนวีฟก็กระหนักได้ว่าพวกเธอกำลังหลงเข้ามาในการต่อสู้ของพวกเหนือมนุษย์ เวทมนตร์ของทั้งคู่ไม่มีเวทใดที่ได้ผลกับศัตรูระดับนี้ พวกเธอทำไม่ได้แม้แต่สะกิดอีกฝ่าย
“ไม่ต้องกังวลไป” อัลโตเดาได้ว่าพวกเธอกำลังตึงเครียดจึงเข้ามาปลอบ “พวกเธอคอยหลบให้ได้ตลอดก็พอ พอพวกมันอ่อนแรงลงเวทมนตร์ต้องใช้ได้ผลแน่”
“ไม่ต้องให้นายมาปลอบหรอกย่ะ” เวเนทำเป็นโวยวาย แต่เธอดีใจเป็นที่สุดที่นาน ๆ ทีเขาก็แสดงความเป็นห่วงเป็นใยออกมาตรง ๆ
ด้านโรมิเอลการต่อสู้ยังไม่เริ่ม ต่างฝ่ายต่างรอดูเชิงกันอยู่ อารันเนใช้ใยขนาดเล็กที่มองไม่เห็นติดไว้กับตัวเจเนวีฟ แม้ว่าจะออกห่างมาไกลแล้ว แต่อารันเนก็สามารถรับรู้สถานการณ์ทุกอย่างได้ผ่านแรงสั่นสะเทือนที่ใยส่งมา
“พรรคพวกของแกกำลังแย่แล้วนะ อีกฝ่ายคือบัลล็อคกับไซเซอร์ สองคนนั้นยั้งมือไม่เป็นด้วย”
“พรรคพวก?” โรมิเอลยกยิ้ม “พวกนั้นแค่เพื่อนร่วมงาน หลังจากฆ่าพวกแกหมดแล้วข้าก็ไม่มีธุระอะไรกับพวกนั้นอีก”
“เพื่อน และครอบครัวของเราถูกพวกแกฆ่าตายไปนานแล้ว” บรอลพูดบ้าง
“ข้าจำไม่เห็นได้”
“กรีนเกรฟ… จำชื่อหมู่บ้านนี้ได้ไหม ปัจจุบันมันคือเมืองเดดโคลด์”
อารันเนนิ่งไปพักใหญ่กว่าที่เธอจำเริ่มระลึกได้ มันเป็นเรื่องเนิ่นนานตั้งแต่สมัยที่เธอยังทำงานรับใช้โคลดาเรีย เธอจำรายละเอียดไม่ได้มากเพราะเหตุการณ์แบบเดียวกันเกิดขึ้นนับสิบนับร้อยครั้ง กรีนเกรฟมันก็แค่เหตุการณ์เล็ก ๆ สำหรับเธอ
“อุตส่าห์รอดตายมาได้ ยังจะเอาชีวิตมาทิ้งอีกนะ” อารันเนหัวเราะลั่น “ปีศาจน่ะเป็นสิ่งมีชีวิตที่สนใจแต่ตัวเองกันทั้งนั้น แก้แค้นให้เพื่อน ให้คนในครอบครัว ไร้สาระเสียจริง”
“ส่วนแกก็จะตายเพราะเรื่องไร้สาระนี่แหละ”
โรมิเอลหลบใยแมงมุมที่พุ่งมาจากด้านหลังได้ราวกับมองเห็น เขารู้ว่าระหว่างที่กำลังคุยอารันเนแอบวางกับดักใยแมงมุมไว้ทั่ว ใยแมงมุมเวทของเธอสามารถขึงไว้ระหว่างอากาศและอากาศ ต่อให้ต้องสู้กันในที่โล่งกว้างแบบนี้ก็ไม่ได้ทำให้เธอเสียเปรียบเลย
ปลายผมของโรมิเอลถูกตัดเพียงแค่เขาเฉียดเข้ากับใยแมงมุม นี่คือหนึ่งในอาวุธอันตรายที่เคยเล่นงานเขาและโซนาตาจนย่ำแย่ เส้นใยที่คมกริบและบางจนมองไม่เห็น
ขาแมงมุมทั้งแปด ใยที่เหมือนใบมีด ใยเหนียวที่ตัดไม่ขาด ใยเวทมนตร์สารพัดธาตุ กับดักที่เกิดจากการประยุกต์การใช้ใยหลายแบบเข้าด้วยกัน อารันเนมีอาวุธมากมายที่เธอแน่ใจว่าสามารถจัดการกับโรมิเอลได้
โรมิเอลเองก็ไม่ยอมเป็นเหยื่อให้เคี้ยวง่าย ๆ เขาสะสมอาวุธผ่านการดูดกลืนปีศาจมากมาย และหนึ่งในนั้นก็คือพลังของ “กลาเซีย” หนึ่งในเจ็ดปีศาจสงครามเช่นเดียวกับอารันเน
ใยนับร้อยที่ถูกขึงไว้ถูกไอเย็นของโรมิเอลทำเอาเสื่อมสภาพ ไม่ว่าจะมองเห็นหรือไม่ น้ำแข็งได้เกาะจับทุกเส้นใยไว้หมดแล้ว แม้แต่เส้นใยที่ผนึกธาตุไฟไว้ก็ไม่อาจเลี่ยงไปได้
“ไม่ใช่เวทมนตร์น้ำแข็งทั่วไป ทำไมแกมีพลังของกลาเซียได้” อารันเนรู้สึกสับสน เธอสัมผัสเวทมนตร์ของกลาเซียผ่านทางโรมิเอลได้
อารันเนไม่อยากยอมรับแต่เธอรู้สึกได้ว่าภายในร่างของปีศาจดวงตาสีแดงมีพลังมหาศาลอัดแน่นอยู่ เธอสังหรณ์ใจว่าหากไม่เอาจริงตั้งแต่เริ่ม บางทีอาจจะเป็นเธอเองที่เป็นฝ่ายเสียทีก็ได้
นูเอล แฟงกัส และ วีลาวิ่งไล่เชอรีสจนทัน แฟนกัสและวีลาแข่งกันว่าใครจะฆ่าเธอได้ก่อนกัน ทั้งคู่กระโจนเข้าไปด้วยความประมาทและถูกทั้งหกกระแทกจนกระเด็นไปคนละทาง
เชอรีสเติบโตขึ้นอีกขั้น ตอนนี้เธอกลายเป็นร่างหกหางไปแล้ว
“แข็งแกร่งขึ้นอีกแล้ว” นูเอลพึมพำ เธอแตกต่างจากครั้งล่าสุดที่เจอมาก ถ้าเธอยังไม่หยุดเพิ่มพลังกว่านี้ เขาเองก็ไม่แน่ใจว่าจะจัดการเธอได้หรือไม่
แฟงกัสและวีลารู้สึกเสียหน้าที่ถูกเด็กเมื่อวานซีนแถมยังเป็นลูกเสี้ยวปีศาจเล่นงานจนล้มกลิ้งไม่เป็นท่า ทั้งคู่ย้อนกลับมาพร้อมกับความโกรธแค้น
สามต่อหนึ่งกับคู่ต่อสู้ระดับเจ็ดปีศาจสงคราม แม้แต่เชอรีสที่มีหกหางก็ยังไม่มีโอกาสชนะ เธอรับรู้โดยสัญชาตญาณว่าอีกฝ่ายไม่ใช่เหยื่อแต่เป็นผู้ล่า จากเดิมที่ตั้งใจจะปักหลักสู้ เชอรีสวิ่งหนีไปด้วยความเร็วสุดฝีเท้า แล้วเกมวิ่งไล่จับก็เริ่มขึ้น
โซนาตาเป็นห่วงเชอรีสจนไม่สามารถทุ่มสมาธิกับบัลล็อคและไซเซอร์ได้อย่างเต็มที่ กาเรนเข้าใจความรู้สึกนี้ดีเพราะถ้าเป็นสาว ๆ ที่เขาหมายตาอยู่เขาก็คงตกอยู่ในสถานการณ์ไม่แตกต่างกัน
“ล่วงหน้าไปก่อนเถอะ”
“เราต้องล้มสองคนนี้ก่อน”
“ตรงนี้แค่ฉัน กาเรน กับอีกคนสองคนก็พอแล้ว นายพาคนที่เหลือไปช่วยเถอะ” อลินาเองก็เข้าใจสิ่งที่กาเรนบอก การที่ทุกคนอยู่ตรงนี้อาจจะทำให้ชนะได้ง่ายขึ้นแต่ถ้าสุดท้ายเชอรีสถูกฆ่ามันก็จะไร้ประโยชน์
“เดี๋ยวสิ ฉันด้วยเรอะ” กาเรนประท้วงเพราะรู้แน่ว่าโซนาตาคงพาเจเนวีฟไปด้วย
“นายน่ะเงียบไปเถอะ”
เป็นอย่างที่กาเรนคาดไว้ โซนาตาพาเจเนวีฟ ดีวานและเคสเทรลไปด้วย ทางเขาจึงเหลือแค่ตนเอง อลินา อัลโตและเวเน
“เมื่อกี้ตั้งหลายคนยังไม่แย่เลย นี่เหลือแค่สี่คนจะไหวเหรอ” ไซเซอร์ยิ้มเยาะ เธอปล่อยให้พวกโซนาตาผ่านไปโดยไม่ขัดขวาง เพราะคิดว่าไม่ว่าจะถูกเธอและบัลล็อคฆ่าทิ้งทั้งหมดตรงนี้ หรือไปหาเรื่องจนถูกนูเอลฆ่า ผลลัพธ์มันก็ไม่ได้แตกต่างกัน
“หน้าตาก็น่ารักดีอยู่หรอก” กาเรนถอนหายใจ เขาไม่ได้พูดประโยคต่อมาว่า “แต่ปากไม่สร้างสรรค์ซะเลย”
“…” ไซเซอร์นิ่งอึ้งไป “พูดว่าไงนะ ขะ ข้าน่ะเหรอ”
“หืมมม มีอะไรเหรอ”
“อย่ามาแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้นะ เมื่อกี้แกพูดว่าอะไรนะ”
“น่ารักน่ะเหรอ” กาเรนเกาคางใช้ความคิด หรือว่าจะเป็นประโยคก่อนหน้านั้น
“บ้า” เธอหน้าแดง “ข้าไม่ดีใจกับคำชมแบบนั้นหรอกนะ”
“ยัยนี่น่าจะมีปัญหาที่สมอง เริ่มจัดการกับเธอก็แล้วกัน” อลินากระซิบด้วยความดังที่ไซเซอร์ได้ยินอย่างชัดเจน แน่นอนว่ามันทำให้ไซเซอร์ยัวะขึ้นมาทันที
ยกสองเริ่มขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องมีการลั่นระฆัง จำนวนคนหายไปครึ่งแต่ทั้งสี่กลับรับมือได้แทบไม่ต่างจากเดิม เวเนหาจังหวะใช้เวทมนตร์เสริมพลังทุกคนและเฝ้ารอจังหวะที่อีกฝ่ายลดการป้องกันเพื่อจะใช้เวทมนตร์เฮอร์มิต อัลโตสาดกระสุนไปที่ทั้งคู่ กระสุนทุกนัดได้รับความสามารถอินฟิลเทรทมันจึงสามารถทะลวงผ่านผิวหนังหนาและแข็งของบัลล็อคได้
พลังของกาเรนใช้กับเจ็ดปีศาจสงครามได้ยากพอ ๆ กับใช้กับไซเลนเซอร์ด้วยกัน ปีศาจเหล่านี้ไม่ได้มีทักษะต้านทางเวทโดยตรง แต่ด้วยระดับที่สูงผิดปกติมันจึงทำให้พวกเขามีพลังต้านทานโดยธรรมชาติ ภาพลวงตาของเขาจึงจะได้ผลด้วยเงื่อนไขเดียวกับเวเน พวกเขาจำเป็นต้องทำให้อีกฝ่ายอ่อนแอลงก่อน
คนที่เป็นผู้เล่นตัวสำคัญที่สุดในสนามคงหนีไม่พ้นอลินา เธอควบคุมสถานการณ์ได้ราวกับควบคุมตัวหมากบนกระดาน เธอรู้ว่าควรจะวางลูกบอลของเธอไว้ที่ตรงไหน ควรจะเอาเพื่อนหลบออกมาหรือย้ายไปตรงไหน การเคลื่อนไหวที่มีทั้งหลอกล่อ ป้องกัน และสวนกลับ ทั้งหมดเป็นสิ่งที่ทำให้ไซเซอร์และบัลล็อคมองเธอว่าแตกต่างจากคนอื่น
ทั้งสองเป็นพวกใช้พลังที่เหนือกว่าห้ำหั่นกดหัวศัตรูจนจมดิน พวกเขาไม่ชินกับศัตรูที่มีลูกเล่นแบบนี้จึงไม่รู้ตัวว่าคนที่รับหน้าที่หนักที่สุดไม่ได้มีเพียงอลินา ทุกคนต่างต้องตอบสนองต่อการสลับที่ในพริบตา พวกเขาจำเป็นต้องเข้าใจเจตนาที่อลินาสลับที่ตนเองในเวลาเพียงเสี้ยววินาที ซึ่งทุกคนก็ทำได้ดีอย่างไร้ที่ติ
กาเรนไม่สามารถส่งข้อมูลลวงเข้าสู่สมองอีกฝ่ายได้ แต่ถ้าเป็นแค่ ภาพ กลิ่น เสียง ในพื้นที่จำกัดเขายังคงทำได้ดี กาเรนสร้างตัวปลอมทั้งกลุ่มขึ้น ในขณะเดียวกันเขาที่สัมผัสร่างจริงของศัตรูได้ก็ใช้ภาพลวงตาลบร่างแยกของไซเซอร์ออกไป
“เฮ้ย เกิดอะไรขึ้นกับร่างแยกของข้า” ไซเซอร์ร้องเสียงหลง วิชาของเธอไม่ใช่เวทมนตร์แต่คือเคลื่อนที่ไปมาด้วยความเร็วสูงจนเกิดภาพติดตา มันไม่ควรจะถูกลบหายไปได้ไม่ว่าจะด้วยเวทมนตร์ใด เธอไม่ได้คิดไปถึงขั้นที่ว่าจะมีใครสร้างภาพลวงเพื่อลบภาพติดตาอีกต่อหนึ่ง
“พวกเราจับทางเธอได้แล้ว ฉันไม่อยากทำอะไรคนน่ารัก ดังนั้นยอมแพ้ก่อนจะเจ็บตัวดีกว่า” กาเรนสู้ไปด้วยเจรจาไปด้วย
ไซเซอร์หน้าแดงก่ำ แต่มันไม่ได้มาจากความโกรธที่ถูกดูหมิ่น “กะ ก็บอกแล้วว่าอย่ามาหลอกให้ยากเลย ข้าเนี่ยนะน่ารัก ไม่เห็นมีใครเคยพูดแบบนี้เลย”
“น่ารักสิ น่ารักมาก ๆ ด้วย ถ้ามีแฟนน่ารักขนาดนี้นี่หลงตายเลย ไม่สิ บางทีคนในโลกนี้อาจจะไม่เข้าใจความงามแบบนี้ก็ได้ น่าเสียดายจริง ๆ ที่เราอยู่คนละฝ่ายกัน”
“อะ เอ๋ งะ งั้นเหรอ ไม่ใช่ว่าข้าชอบคำชมเด็ก ๆ แบบนี้หรอกนะ แต่เจ้าคิดแบบนั้นจริง ๆ เหรอ”
…ได้ยินว่ามีอายุเป็นพัน ๆ ปี แต่ดูเหมือนเธอคนนี้จะไม่ค่อยมีประสบการณ์สินะ…
กาเรนแอบหัวเราะชั่วร้ายในใจ บางทีถ้าเขาเกลี้ยกล่อมดี ๆ เธออาจจะยอมรามือไปเอง หรือโชคดีกว่านั้นเธออาจจะยอมย้ายข้างเลยก็ได้
“ฉันเห็นปีศาจมาไม่น้อยนะ บอกได้เลยว่าเธอน่ะมีบางอย่างที่แตกต่างจากคนอื่น”
“อะไร” ไซเซอร์เสียงอ่อนลง “ข้ามีอะไรไม่เหมือนคนอื่น อย่ามาพูดเหมือนรู้ดีเลย”
“ก็ใช่ ฉันอาจจะอวดดีไปหน่อยที่พูดเหมือนเข้าอกเข้าใจเธอทั้งที่เพิ่งเจอหน้ากัน แต่ฉันมันก็เหมือนรักแรกพบนั่นแหละ ของแบบนี้ไม่มีเหตุผลหรอก ฉันก็แค่เชื่อว่าฉันรู้จัก… ไม่สิ อยากใช้เวลาต่อจากนี้รู้จักเธอมากขึ้น”
“แก… หน้าไม่อาย ทำไมพูดเรื่องแบบนี้ออกมาได้ง่ายดาย” ไซเซอร์กำลังบิดไปมา
…ปีศาจตนนี้น่าจะเจอเรื่องคล้าย ๆ กับเชอรีส เธอมีพลังที่แข็งแกร่งเกินไปแม้แต่ในหมู่ปีศาจด้วยกัน ผู้คนคงจะคอยหลบหน้าหลบตา ผู้ชายที่กล้าคุยกันเธอก็คงจะมีแต่พวกหยาบคายแบบเจ็ดปีศาจสงครามคนอื่น ชักเข้าใจแล้วล่ะว่าทำไมถึงอยู่มาเป็นพัน ๆ ปีโดยไร้ประสบการณ์ขนาดนี้…
“ขอโทษนะถ้าทำให้ลำบากใจ แต่ถ้าเธอให้โอกาสล่ะก็ ฉัน…” กาเรนจะเปิดปากป้อนคำหวานต่อ แต่อลินาพูดแทรกก่อนที่เขาจะได้พูดจบ
“อย่าไปเชื่อเลย หมอนี่พูดแบบนี้กันผู้หญิงทุกคนนั่นแหละ”
“อ้าว เฮ่ยยย” กาเรนร้องเสียงหลง
“เจ้า… โกหกเรอะ” ไซเซอร์ดูสับสน “โกหกจริง ๆ สินะ”
“หมอนี่ชอบหน้าสวย ทรงโต เอวคอด อย่างเธอน่ะ ทั้งเตี้ย ทั้งแบน ซึนเดเระ ไม่ใช่สเปคของมันเลย”
“นี่เธออยู่ฝ่ายไหนกันแน่ฟะ” กาเรนประท้วง “อีกนิดเดียว ยัยนี่ก็จะหลงคารมแล้วนะว้อย”
“โกหก…. โกหกสินะ” ไซเซอร์โกรธจนตัวสั่น ถ้าตาไม่ฝาดไปกาเรนแน่ใจว่าเขาเห็นน้ำตาปริ่มในดวงตาของเธอด้วย ในตอนนั้นช่วยไม่ได้เลยที่เขาจะคิดว่า
…ตูโดนฆ่าแน่…