Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 80: ระเบิดที่เตรียมไว้
ด้านโรมิเอลและอารันเน การต่อสู้ดุเดือดจนผืนดินบริเวณนั้นเละเทะไปหมด อารันเนใช้เวทสร้างโกเลมขึ้นจากหินและลาวา ลาวาโกเลมที่มีมีองค์ประกอบจากหินและหินเหลวควรจะเคลื่อนที่อย่างเชื่องช้า แต่เพราะวิชา “เชิดหุ่น” ของอารันเนมันจึงไม่เป็นเช่นนั้น
ลาวาโกเลมกว่าหนึ่งพันตัวโหมรุมโจมตีทางทุกด้าน ความร้อนจากร่างของพวกมันทำให้พลังเยือกแข็งของโรมิเอลทำงานได้ไม่เต็มที่ ครั้นจะสร้างโกเลมขึ้นมาต่อกรบ้าง เขาก็ไม่มีพลังเวทมนตร์มากพอจะเพิ่มจำนวนของมันให้เท่ากับอีกฝ่าย
…เราสร้างได้อย่างมากก็หลายสิบตัว…
“แกมีพลังของกลาเซีย แต่ก็ไม่ได้มีพลังเท่ากับเธอ” อารันเนหัวเราะเหมือนคนโรคจิต ตอนนี้เธอแน่ใจแล้วว่าโรมิเอลยังห่างชั้นกับตนเอง
โรมิเอลหลบการโจมตีและหนีขึ้นมาอยู่กลางอากาศ ลาวาโกเลมที่ถูกใยแมงมุมควบคุมเคลื่อนไหวได้เร็วแต่พวกมันก็มีขีดกำจัด เมื่อโรมิเอลใช้บรอลยกตัวขึ้นการโจมตีก็หยุดลงชั่วคราว
หยาดฝนโปรยปรายจากเบื้องบน และกลายเป็นละอองหิมะก่อนที่จะสัมผัสพื้นดินที่ร้อนระอุ โรมิเอลกำลังปรับสภาพของสนามรบให้เขาได้เปรียบมากขึ้น
“ฝน กับ ความเย็น ลูกเล่นมีแค่นี้เหรอ” อารันเนกลั้นขำไม่อยู่ เธอเคยเห็นวิชาสร้างน้ำของโรมิเอลมาแล้ว ต่อให้มันถูกนำมาใช้กับพลังครึ่ง ๆ กลาง ๆ ของกลาเซีย เธอก็ไม่คิดว่ามันจะน่ากลัวตรงไหน
โรมิเอลไม่เสียเวลาโต้ตอบ เขาเร่งสร้างมวลน้ำขึ้นในอากาศ จากนั้นหอกน้ำแข็งจำนวนนับไม่ถ้วนก็กระหน่ำลงมาแทนสายฝน ลาวาโกเลมบางส่วนถูกหอกน้ำแข็งยักษ์ทำลายไปและส่วนที่เหลือก็เริ่มถูกน้ำแข็งเกาะจนเคลื่อนไหวไม่ได้อีก แต่การโจมตีต่อเนื่องนี้เข้าไม่ถึงตัวอารันเน ก่อนหน้านี้เธอขึงตาข่ายเวทมนตร์ดักไว้กลางอากาศ จึงไม่มีหอกน้ำแข็งแม้แต่แท่งเดียวที่เล็ดรอดไปถึงเธอ
แล้วโรมิเอลก็ต้องตกใจเมื่อเห็นอารันเนวิ่งกลางอากาศและตรงดิ่งมาที่ตน เขาเพิ่งนึกได้ว่าหากสามารถยึดใยไว้ได้กลางอากาศ อารันเนเองก็ต้องเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระในอากาศด้วยเช่นกัน
แม้จะเป็นใยเวทมนตร์ที่ไม่มีอยู่จริง แต่พลังน้ำแข็งที่แย่งมาจากกลาเซียก็สามารถแข็งตัวจับรอบเส้นใยได้ พลังไม่คาดฝันทำให้โรมิเอลมองเห็นใยทั้งหมดได้อย่างชัดเจน
โรมิเอลวิ่งไปตามทางที่อารันเนสร้าง เมื่อไม่ต้องใช้บรอลเพื่อลอยตัวแล้ว เขาก็สามารถเปลี่ยนบรอลเป็นดาบคู่ได้ การต่อสู้บนใยแมงมุมที่มองแทบไม่เห็นจึงเริ่มขึ้น
ดาบคู่สะบัดไปมาอย่างคล่องแคล่ว ทักษะดาบที่เคี่ยวกรำมานับร้อยปีดุดันยิ่งขึ้นหลังจากศึกหนักที่ผ่านมา ดาบเพียงสองเล่มสามารถต่อกรอย่างสูสีกับขาทั้งแปดของศัตรู
อุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็ว พลังต้านทานความเย็นที่เขาได้มามีเพียงราวครึ่งหนึ่งของที่กลาเซียมี มันจึงไม่ได้ทำร้ายแค่ศัตรูแต่ยังส่งผลกับโรมิเอลเองด้วย
ถ้าอารันเนสังเกตสักนิด เขาจะรู้ว่านี่คือแผนการฆ่าตัวตาย โรมิเอลรู้แก่ใจตั้งแต่เริ่มว่าเขาไม่ได้มีโอกาสชนะมากนัก ทางเดียวที่เขาจะพลิกสถานการณ์ได้คือการเดิมพันด้วยทุกอย่างที่มี โรมิเอลฝืนดึงพลังเวทมนตร์ทั้งหมดออกมาและหวังว่ามันจะพาอารันเนไปก่อนตัวเขา
ฉัวะ!
แขนซ้ายหลุดลอยไปพร้อมกับดาบข้างหนึ่ง โรมิเอลถูกขาที่คมเหมือนใบมีดของอารันเนเล่นงาน ความเจ็บปวดไม่ได้ทำให้เขาถอยแม้แต่ก้าวเดียว แขนข้างเดียวยังคงเคลื่อนไหวต่อไปราวกับว่าเขาไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวด
อารันเนเคลื่อนไหวช้าลง ไอเย็นมีผลกับเธอมากกว่าที่เธอคาด ยิ่งเมื่อต้องปะทะกับดาบที่เต็มไปด้วยแรงอาฆาตเธอก็ยิ่งเคลื่อนไหวไม่ได้อย่างใจ
ฉึกกกกก
คราวนี้เป็นเป็นขาข้างหนึ่งที่แทงทะลุไหล่ โรมิเอลพยายามตัดมันออกแต่อารันเนเร็วกว่า ขาอีกหลายข้างพุ่งมาจากหลายทิศทาง ร่างของเขาถูกแทงซ้ำแล้วซ้ำอีก
ดาบในมือขวายังขยับอยู่ แม้ว่าร่างของเขาจะอยู่ในสภาพที่ไม่น่าจะเคลื่อนไหวได้แล้ว มันทำให้อารันเนต้องโจมตีซ้ำอีกหลายครั้ง
“ข้าคาดหวังกับเจ้ามากไปสินะ” อารันเนมองร่างที่พรุนไปทั้งตัวด้วยสายตาผิดหวัง เธอคิดว่าพลังของเขาอาจจะอันตราย แต่สุดท้ายในการปะทะโดยตรงเข้าก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเธอเลยแม้แต่น้อย นี่คือผลลัพธ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
“…” โรมิเอลพึมพำ เสียงของเขาเบามากจนเหมือนเสียงกระซิบ
“จะพูดสั่งเสียเรอะ เสียใจด้วยนะข้าไม่รับฝากอะไรให้หรอก”
“แกจบแล้ว”
“หาา” ตอนนั้นเองที่อารันเนเพิ่งเห็นสิ่งผิดปกติ ในร่างที่พรุนเป็นรังผึ้งของโรมิเอลมีแสงสะท้อนออกมา เธอพบว่ามีโลหะแปลกปลอมอยู่ในร่างด้วย
นี่เป็นเรื่องที่เกิดก่อนหน้านี้ไม่นานนัก โรมิเอลรู้สึกสนใจระเบิดที่โซนาตาใช้และเมื่อมารู้ภายหลังว่าผลงานเกือบทั้งหมดเป็นของพ่อบุญธรรมของโซนาตา เขาก็รอคอยเพื่อที่จะพบมาโดยตลอด
จนเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ สิ่งแรกที่เขาร้องขอก็คือ…
“ข้าอยากให้ใส่ระเบิดที่รุนแรงที่สุดในร่างของข้า”
“ฉันหูฝาดไปหรือเปล่า นายอยากให้ใส่ระเบิดในร่างเนี่ยนะ” ด็อกมาตกใจกับคำขอของสมาชิกใหม่ที่เพิ่งพบหน้า
“ใช่… ให้มันทำงานเมื่อข้าตาย เจ้าทำได้ใช่ไหม ข้าอยากแน่ใจว่าถ้าจะถูกฆ่า อย่างน้อยข้าจะสามารถเอาพวกมันไปด้วย”
“เรายังเหลือระเบิดร้ายแรงอีกลูก… แต่ว่า”
โรมิเอลจับแขนของด็อกมาไว้ไม่ยอมปล่อย สายตาของเขาบอกว่าเขาเอาจริงขนาดไหน เขาไม่ได้คิดจะไปตายแต่ต้องการแน่ใจว่าอย่างน้อยการตายของเขาจะไม่ไร้ค่า
“โรมิเอลไม่เคยขอร้องใครมาก่อน” บรอลช่วยพูด ถึงแม้ว่าเขาจะไม่เห็นด้วยกับความคิดนี้เลย แต่มันไม่มีประโยชน์ที่จะเกลี้ยกล่อมยามที่โรมิเอลตัดสินใจไปแล้ว
“งั้นก็ต้องรีบลงมือแล้วล่ะ” ด็อกมาถอนหายใจ
อารันเนควักเอาวัตถุแปลกปลอมออกจากอกของโรมิเอล ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากจนเกือบจะเหมือนภาพที่หยุดนิ่ง สัญชาตญาณบอกให้เธอขว้างมันออกไปให้ไกลที่สุด แต่ถึงแม้จะเร็วแต่ไหนระเบิดก็ทำงานไวกว่า ทันทีที่มันสัมผัสชีพจรของโรมิเอลไม่ได้ มันก็ทำงานทันที
มันคือระเบิดเทอร์โมนิวเคลียร์แบบย่อส่วน พลังของมันรุนแรงเท่ากับระเบิดไตรไนโตรโทลูอีนนับสิบล้านตันแต่ถูกบีบอัดไว้ในบริเวณแคบ ๆ ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในรัศมีถูกความร้อน แรงอัดและกัมมันตรังสีที่ตามมาทำลายสิ้น ไม่มีสิ่งมีชีวิตแบบใดที่จะรอดการโจมตีนี้ไปได้ แม้แต่เจ็ดปีศาจสงคราม
มันควรจะเป็นเช่นนั้น…
เปลวไฟยังคงลุกท่วมทั้งบริเวณ หินดินบางส่วนลุกไหม้ บางส่วนหลอมเหลวผสมไปกับธารลาวาที่เห็นได้ประปรายตั้งแต่ก่อนการระเบิด หมอกควันพิษยังฟุ้งกระจายอยู่ทั่วบริเวณหลุมลึกที่เกิดจากการระเบิด
อารันเนสูญเสียอวัยวะเกือบทั้งหมดไป ในเสี้ยวพริบตาที่ระเบิดเธอใช้พลังทั้งหมดไปกับการป้องกัน แต่ทั้งที่ทำขนาดนั้น เธอก็ยังบาดเจ็บสาหัส แขนทั้งคู่กับขาทั้งแปดแหลกกระจุยไปจนหมด ครึ่งร่างส่วนล่างที่เธอตัดสินใจลดพลังป้องกันแหลกกระจุยไปแล้ว ร่างท่อนบนยังคงลุกไหม้ อวัยวะภายในทั้งหมดกำลังจะหยุดทำงานในไม่ช้า
ที่ร้ายแรงยิ่งกว่าคือกัมมันตรังสีเข้มข้นที่ปนเปื้อนในร่างและยังลอยอบอวลอยู่โดยรอบ มันทำให้พลังฟื้นตัวของเธอเสียหายอย่างถาวร
เธอรู้ว่าตัวเองกำลังจะตาย แต่ก่อนที่หัวใจและสมองจะหยุดทำงาน อารันเนได้ใช้ไม้ตายสุดท้ายออกไปแล้ว มันเป็นโอกาสรอดสุดท้ายของเธอ
ก่อนหน้าการระเบิดเล็กน้อย การต่อสู้อีกแห่งได้จบลงไปแล้ว
บัลล็อคได้แสดงพลังที่แท้จริงของเขาออกมา ปีศาจครึ่งวัวครึ่งปลาหมึกไม่ได้เป็นพวกบ้ากล้ามไร้สมองอย่างที่กาเรนเคยปรามาสเอาไว้ เขาคือผู้เชี่ยวชาญการใช้เวทมิติ ด้วยการเปิดช่องมิติในขนาดแค่คน ๆ หนึ่งจะลอดผ่านได้ เขาใช้มันเป็นเครื่องมือในการส่งหนวดทั้งแปดไปโจมตีที่ใดก็ได้ในสนามรบ
ที่น่ากลัวกว่านั้นคือเขาสามารถเปิดช่องทางที่ว่าได้ถึงแปดช่องพร้อมกัน มันทำให้ทุกอย่างดูแย่ลงสำหรับกลุ่มอะบีส เวเนเจ็บหนักจากการโดนหนึ่งในหนวดโจมตีเพียงเฉี่ยวไป แขนข้างหนึ่งหัก อวัยวะภายในฉีกขาด เธอเกือบจะตายไปแล้วถ้าไม่ได้เวทรักษาของตนเองและผงรักษาของแฟรีประคองอาการเอาไว้
ไซเซอร์เองก็เป็นสัตว์ประหลาดเช่นกัน ร่างของเธอดูบอบบางแต่พลังที่มีกลับมหาศาล แขนเล็ก ๆ ของเธอมีพลังมากพอที่จะยกภูเขาได้ทั้งลูก เมื่อมาผสมรวมกับความเร็วมันก็ยิ่งเป็นการจับคู่กันที่น่าสยดสยองที่สุด
“พายุของยัยนี่เกะกะจังเลย หาทางทำอะไรสักอย่างสิ” อลินาบอกกับกาเรน ไม่ว่าจะการโจมตีแบบไหนก็ไปไม่ถึงไซเซอร์เพราะเกราะพายุที่เธอสร้างขึ้นปกป้องตัวเอง
“เจ้าพวกนี้ไม่เปิดช่องโหว่เลย” กาเรนหลบหนวดที่โผล่มาจากมุมอับ เขาไม่แน่ใจว่าตนจะหลบได้แบบนี้อีกนานแค่ไหน
กระสุนของอัลโตเป็นสิ่งเดียวที่ผ่านพายุของไซเซอร์ได้ ด้วยพลังของเขา แรงต้านและอากาศก็ไม่ใช่อุปสรรคที่มาขวางการยิงได้ กระสุนที่เขาเลือกใช้เป็นกระสุนชนิดพิเศษที่มีความรุนแรงกว่ากระสุนปืน .30-06 นับสิบเท่า มันมีความแรงกระสุนอยู่เกือบ 43000 นิวตันเมตร
ทั้งความแรง ความเร็วกระสุน และพลังทะลุทะลวงขนาดนี้หากสิ่งมีชีวิตทั่วไปถูกยิงก็คงไม่พ้นอวัยวะแหลกกระจุย แต่ทั้งที่เข้าที่หัวทุกนัด แต่ไซเซอร์ก็เพียงแค่ชะงักไป ที่พอจะเป็นหลักฐานว่าอัลโตไม่ได้ยิงพลาดก็มีแค่รอยแดงเป็นจ้ำ ๆ ที่หลงเหลืออยู่เท่านั้น
“มันเจ็บนะ” ไซเซอร์คลำหน้าผากและแก้มของเธอ
“ปีศาจ” อัลโตพึมพำ ถึงจะฟังดูแปลก ๆ เพราะอีกฝ่ายก็เป็นปีศาจตัวจริง
กาเรนพยายามวางระเบิดติดกับบัลล็อค มันอาจมีอานุภาพไม่ร้ายกาจเท่ากับระเบิดที่ฝังไว้ในร่างของโรมิเอล แต่เขาก็มั่นใจว่ามันควรจะสร้างความเสียหายให้อีกฝ่ายได้
บรึ้มมมม
หนึ่งในหนวดของบัลล็อคขาดกระเด็น มันเป็นความเสียหายแรกที่เกิดขึ้นกับบัลล็อค
ศัตรูดูไม่สนใจความเสียหายที่เกิดขึ้น บัลล็อคยอมรับว่าเขาประทับใจที่อาวุธของมนุษย์ทำได้ถึงขนาดนี้ แต่ของแบบนี้มันไม่สามารถฆ่าเขาได้ หนวดที่ถูกตัดขาดไปแล้วยังขยับได้อยู่และมันกำลังคลำหาร่างต้น
หนวดที่ขาดวิ่นกลับไปต่อกับร่างอีกครั้ง รอยไหม้และเศษเนื้อที่แหวะหวะฟื้นสภาพด้วยความเร็วสูง เพียงแค่อึดใจเดียวก็ไม่หลงเหลือร่องรอยว่ามันเคยขาดมาก่อน
…อย่างน้อยมันก็ไม่ได้ถึงขั้นแตะต้องไม่ได้… ทุกคนคิดแบบนั้น
บรึ้มมมม
เหมือนไม่รู้จักเข็ดหลาบ กาเรนแอบวางระเบิดเพื่อทำลายหนวดปลาหมึกอีกรอบ ความตั้งใจของเขาคือให้อลินาสลับที่หนวดที่ขาดเพื่อไม่ให้กลับไปหาต่อที่เดิมได้แต่พอคลายสายตาไปนิดเดียว หนวดก็หายไปแล้ว
“แกทำอะไรกับหนวดของข้า”
“อะ อ้าว” ทั้งกาเรนทั้งบัลล็อคทำหน้างงพอกัน และเมื่อหันไปมองอลินาที่กำลังรับมือกับไซเซอร์ เขาก็คิดว่าเธอไม่ใช่ตัวการแน่
“หนอยยย กล้ามาเล่นตลกกับข้าหรือ” บัลล็อคโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง หนวดของเขาสามารถงอกใหม่ได้ แต่มันต้องกินเวลานานหลายสัปดาห์กว่าจะเหมือนเดิม
บรึ้มมมม
ระเบิดถูกใช้อีกครั้ง ทั้งคู่ต่างก็สงสัยว่าครั้งก่อนเป็นฝีมือของอลินาจึงสู้พร้อมกับจับตาดูเธอไปด้วย แล้วในจังหวะที่ทั้งสองคลาดสายตาจากหนวดที่ขาด มันก็หายไปอีกครั้ง
“เฮ้ยยย” ทั้งกาเรนและบัลล็อคร้องประสานเสียง พวกเขาทั้งคู่ไม่ได้สังเกตว่าไม้เท้าของเวเนล้มกลิ้งอยู่แถวนั้น โดยที่เจ้าตัวไม่ได้อยู่ด้วย