Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 81: เจ็ดปีศาจสงคราม นูเอล วีลาและแฟงกัส

นูเอล
มันคือฝีมือของพวกแฟรีนั่นเอง พวกเขาและเธออาศัยจุดที่พวกตนถูกเมินให้เป็นประโยชน์ ในขณะที่เวเนซ่อนตัวอยู่ในหัวไม้เท้า เธอก็ใช้พวกแฟรีมาขโมยหนวดที่ถูกตัดกลับไปซ่อนในหมู่บ้านแฟรี
โชคดีที่หนวดที่ถูกนำไปอีกมิติ ได้ถูกตัดการเชื่อมต่อกับร่างต้นไปโดยปริยาย มันไม่อาละวาดจนทำให้ทั้งหมู่บ้านเละเทะ ปัญหาเดียวคือขนาดที่ไม่ธรรมดาของมันเมื่อเทียบกับพื้นที่เล็ก ๆ ในหมู่บ้าน
บัลล็อคและกาเรนเพิ่งรู้ตัวก็ในตอนที่หนวดที่สามถูกระเบิดไป คราวนี้พวกเขาเห็นจะจะว่าหนวดถูกพวกแฟรีแบกหายไปในหัวไม้เท้า บัลล็อคที่เชี่ยวชาญในเวทสายมิติเข้าใจได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น เขาแน่ใจว่าหัวไม้เท้าเชื่อมต่อกับมิติปิดกั้น และวิธีทำลายมันก็ง่ายดาย ก็แค่ต้องทำลายอัญมณีที่เป็นสื่อกลางนั่นเอง
แต่กาเรนก็ไม่ยอมให้เขาทำได้โดยง่าย เมื่อหนวดปลาหมึกเหลือเพียงห้าจากแปด กาเรนก็รับมือได้ดีขึ้นเท่าตัว นอกจากนั้นพลัง “มิราจ” ของเขา และ “สวิตช์อราวด์” ของอลินาก็ทำงานได้ดีขึ้นเมื่ออีกฝ่ายบาดเจ็บ
“ต้องจัดการยัยนั่นก่อน” ไซเซอร์ชี้ไปที่อลินา การเคลื่อนไหวที่คาดเดาได้ยากของเธอทำให้ฝ่ายที่ควรจะเหนือกว่าอย่างไซเซอร์และบัลล็อคปั่นป่วน
“แกก็รีบฆ่ามันซะสิ” บัลล็อคโบ้ยความรับผิดชอบไปให้ไซเซอร์
“แกเองก็เลิกเล่นกับเจ้าคนลวงโลกนั่นสักที”
ทั้งคู่เอาจริงมากขึ้น แต่ละคนเริ่มใช้พลังโดยไม่ยั้ง ไซเซอร์สร้างพายุระดับมหันตภัยที่ทำลายได้ทั้งประเทศและย่อพลังทำลายนั้นเหลือเพียงแค่เท่าลูกบอล ส่วนบัลล็อคเองก็ใช้เวทต้องห้าม “ประตูแห่งหายนะ” เวทที่สามารถปลดปล่อยสสารลึกลับที่ทำลายทุกอย่างได้เพียงการสัมผัส
ท่าไม้ตายของทั้งคู่บดขยี้ทุกอย่างที่อยู่ในระยะ พื้นดิน หิน ต้นไม้แห้ง ๆ เดวัลตัวน้อยใหญ่ที่อยู่ในบริเวณนั้น ไม่มีอะไรหรือใครจะรอดไปได้ สิ่งเดียวที่หลงเหลือไว้คือความย่อยยับ
“อย่าให้โดนเชียวล่ะ” อัลโตตะโกนเตือนเพื่อน ๆ แน่นอนว่าจากที่เห็นไม่มีใครอยากลอง
พลังทั้งสองแบบทำให้สนามรบเปลี่ยนรูปร่างไปอย่างสิ้นเชิง พื้นดินกลายเป็นหุบเหว แรงสั่นสะเทือนทำให้อากาศปั่นป่วน ทุกอย่างดูเลวร้ายและบ้าคลั่งเสียจนเนเธอร์เวิลด์ที่พวกอลินาผ่านมากลายเป็นสถานที่สงบสุขไปเลย
แล้วจังหวะที่บัลล็อครอคอยก็มาถึง ในที่สุดเขาก็เข้ามาอยู่ในระยะที่สามารถโจมตีอลินาได้ นอกจากนั้นมันยังเป็นจังหวะเดียวกับที่เธอใช้พลังสลับที่ช่วยกาเรนและเคสเทรล นี่คือช่วงเวลาเสี้ยววินาทีที่เธอไม่สามารถป้องกันตัวเองได้
ทั้งไซเซอร์และบัลล็อคเข้าใจแจ่มแจ้งว่าอลินาคือตัวปัญหาแท้จริง การสลับที่ของเธอได้จำกัดการเคลื่อนไหวของทั้งคู่ พวกเขาอาจจะถูกหลอกให้โจมตีใส่กัน หรือแม้แต่ถูกต้อนให้เปิดช่องว่างเมื่อใดก็ได้ หากสามารถจัดการกับอลินาได้ก็เหมือนว่าการต่อสู้ครั้งนี้จบลงแล้ว
กร๊อบบบ
ร่างของหญิงสาวกระเด็นไปไกลจากแรงฟาดของหนวดปลาหมึก เขารู้ว่าอลินาจะหนีไปได้หากการโจมตีนี้ยืดเยื้อ ทางออกของเขาคือการโจมตีเพียงครั้งเดียวให้แรงที่สุด ซึ่งมันก็ได้ผลเป็นอย่างดี ร่างบางถูกซัดจนลอยปลิวไป สติของเธอขาดวูบจากแรงปะทะที่แม้แต่เจ็ดปีศาจสงครามด้วยกันก็ต้องเจ็บหนัก
“อลินา” กาเรนตะโกนเรียกเพื่อนที่ถูกซัดหายไป
“กาเรน ระวัง” อัลโตตะโกนเตือน ขณะที่กำลังเสียสมาธิ เวทมิติของบัลล็อคก็เกือบจะถึงตัวกาเรนแล้ว อัลโตไม่เห็นว่าข้างหลังของเขาพายุระดับที่ทำลายทั้งประเทศได้กำลังจะเล่นงานเขาเช่นกัน
“เกมโอเวอร์” กาเรนพึมพำ
ร่างของอัลโตถูกสลับที่กับบัลล็อค พายุที่รุนแรงที่สุดที่ไซเซอร์สร้างพุ่งเข้าใบหน้าของเขาพอดี ส่วนร่างของไซเซอร์เองก็ถูกสลับที่กับกาเรน ด้วยความเร็วของเธอ ไซเซอร์ควรจะหนีได้พ้นแต่เพราะความตกใจเธอจึงช้าไปเพียงเสี้ยววินาที เวทมิติของบัลล็อคได้กลืนเอาครึ่งซ้ายของเธอเข้าไปแล้ว
แม้ว่าศีรษะจะถูกบดขยี้จนเละเทะแต่บัลล็อคยังไม่ตายในทันที เขาร่ายเวทเพื่อดูดเอาลูกบอลพายุของไซเซอร์เข้าไป แต่เวเนที่โผล่ออกมาได้ถูกจังหวะผนึกเวทของเขาไว้ได้พอดี
อ๊ากกกกก
จังหวะคือสิ่งที่สำคัญที่สุด แม้แต่คนที่อ่อนแอก็สามารถฆ่าคนที่แข็งแกร่งกว่าได้ หากเขาค้นพบจังหวะที่เหมาะสม เวเนคือเครื่องพิสูจน์สิ่งนี้ เธอรอคอยจังหวะที่สำคัญนี้มาตลอดและเธอก็ทำได้สำเร็จ
บัลล็อคที่เสียศีรษะไปล้มลงตามไซเซอร์ เพียงแค่ชั่วพริบตา การต่อสู้ครั้งนี้ก็จบลงแล้ว
“ทำไม… ผู้หญิงคนนั้น” ไซเซอร์ถามตัวเอง เธอไม่เข้าใจว่าทำไมอลินาที่ถูกซัดจนสลบไปแล้วถึงได้สลับที่ตนกับบัลล็อคได้ในวินาทีสุดท้าย
อัลโตที่เดินเข้ามาใกล้ช่วยไขข้อสงสัย เมื่อเขากลายร่างเป็นอลินา ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้กาเรนได้สร้างภาพลวงของทั้งสองสลับกัน เมื่ออัลโตถูกเล่นงานพวกเขาจึงเข้าใจผิดไปว่าสามารถจัดการกับอลินาได้แล้ว
“ข้าแพ้แล้วสินะ” ไซเซอร์ไม่ได้แสดงท่าทางเจ็บปวดออกมา แต่กาเรนแน่ใจว่าเธอกำลังเจ็บเจียนตาย
“อัลโตล่ะ” กาเรนถามอลินา เธอพยักหน้าตอบ
“เวเนกำลังดูอาการอยู่ แต่น่าจะไม่เป็นอะไรมาก หมอนั่นทำให้การโจมตีส่วนใหญ่ทะลุผ่านไป”
“โชคดีจริงที่ไม่มีใครเป็นอะไร” กาเรนพูดเสียงเศร้า ตาของเขายังจับจ้องไปที่ไซเซอร์ที่มีเพียงร่างครึ่งขวา
ทุกคนต่างรู้ว่าไซเซอร์คงไม่รอดแล้ว เธอไม่ได้มีพลังฟื้นตัวแบบบัลล็อค อีกไม่กี่นาทีข้างหน้าเธอกำลังจะจากไป พวกเขาจึงตัดสินใจปล่อยเธอไว้ให้เธอเผชิญกับชะตากรรมของตน
“ล่วงหน้ากันไปก่อนเถอะ” กาเรนพูดเสียงเรียบ ทุกคนเข้าใจว่าเขาคิดอะไรอยู่จึงไม่มีใครห้ามปราม ต่างคนต่างเดินจากไปเงียบ ๆ โดยทิ้งให้เขาอยู่ตรงนั้นกับไซเซอร์
“เจ้าจะอยู่สมน้ำหน้าข้าเหรอ” ไซเซอร์ถาม
“ฉันอยากอยู่เป็นเพื่อนเธอ” เขาตอบตามจริง
“แต่เราเป็นศัตรูกันนะ จะทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร”
กาเรนนั่งลงข้าง ๆ เขาจับมือของเธอไว้ “เจ็บไหม ถ้าทนไม่ไหว…”
“ไม่เป็นไร…” เธออยากพูดว่าขออยู่แบบนี้ต่อไปอีกสักพักแต่ก็ไม่สามารถพูดออกมาได้
…ขอบคุณนะ… มันคือประโยคสุดท้ายที่ไซเซอร์ไม่มีโอกาสได้บอกกับกาเรน
หลังจากใช้เวลาอยู่นาน ในที่สุดโซนาตา เจเนวีฟ เคสเทรล และดีวานก็ไล่ตามนูเอลและพวกจนทัน เชอรีสไม่ได้อยู่ที่นั่นแล้ว แต่ดูจากร่องรอยบาดแผลของฝ่ายนูเอล ทุกคนก็พอเดาได้ว่าการจัดการเชอรีสคงไม่ง่าย
“เจ้าพวกนี้รอดมาจากไซเซอร์และบัลล็อคได้ยังไง” แฟงกัสประหลาดใจและยิ่งประหลาดใจยิ่งขึ้นเมื่อพวกเขาไม่สามารถสัมผัสจิตของคนอื่นได้
“พวกนี้ไม่น่าจะฆ่าเจ็ดปีศาจสงครามได้ หรือว่าเสียงระเบิดนั่น” วีลาเดาจากเสียงระเบิดฝีมือโรมิเอล ซึ่งมันก็ไม่ได้ผิดนัก มันเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้จิตของอารันเนหายไป
“มันต้องใช้ลูกเล่นอยู่แล้ว มนุษย์ไม่มีทางชนะปีศาจได้” ปีศาจสุนัขเดินตรงเข้ามาหา
“ถ้ายอมรามือจากเชอรีส พวกเราจะปล่อยไปก็ได้” โซนาตาไม่ได้คิดว่ามันคือคำขู่ แต่เขาคิดว่ามันคือการเตือนเป็นครั้งสุดท้าย แน่นอนว่าน้ำใจของเขาให้ผลตรงกันข้ามมันทำให้แฟงกัสฉุนจนระงับไว้ไม่อยู่
“แฟงกัส ผู้นี้จะฆ่ามันเอง” มันเหมือนกับการประกาศมากกว่าขออนุญาตจากใคร
โซนาตาเดินเข้าไปใกล้ด้วยท่าทีที่สงบ “ขอถามอะไรหน่อย เลือดที่ติดอยู่ที่มือนายคือเลือดของเชอรีสหรือเปล่า”
“หา อะไรของแก… ก็ใช่อยู่หรอก มันเป็นเลือดของนังจิ้งจอ…”
ตู้มมม กำปั้นของโซนาตากระแทกเข้ากับใบหน้าของแฟงกัสเต็มหมัด แฟงกัสลอยถอยไปหลายก้าวแต่ไม่ใช่จากแรงชก เขาถอยออกไปจังหวะเดียวกันเพื่อลดแรงกระแทก
“ไอ้บ้านี่… อยากตายนักใช่ไหม” แฟงกัสขู่คำราม เขาเริ่มร่ายคาถาเพื่ออัญเชิญอะไรบางอย่างมา
“เอาล่ะ เหลืออีกสอง” โซนาตาเมินศัตรูตรงหน้า เขามองข้ามหัวแฟงกัสไปที่วีลาและนูเอลที่อยู่ด้านหลังแทน
วิญญาณจำนวนมากผุดขึ้นจากพื้นดิน ตอนแรกมันมีแค่หลักสิบ แต่แล้วจำนวนก็เริ่มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว วิญญาณเหล่านี้ไม่ใช่วิญญาณของมนุษย์หรือเผ่าปีศาจ มันคือวิญญาณของสัตว์ที่ตายด้วยความทุกข์ทรมาน
แฟงกัสคือผู้ใช้วิญญาณสัตว์นั่นเอง นอกจากสามารถรวบรวมวิญญาณจากสัตว์ทั่วทั้งทวีปโคลดาเรียได้แล้ว เขายังดูดกลืนบางส่วนเพื่อทำให้ตนเองเข้มแข็งขึ้นได้อีก ถ้ามีรวบรวมวิญญาณได้มากพอแม้แต่นูเอลเองก็รับมือเขาไม่ได้ง่าย
“นึกเสียใจซะเถอะที่ดันมาดูถูกข้าคนนี้”
“วิญญาณพวกนี้เกะกะจังเลย พอแฟงกัสตายจะหายไปด้วยหรือเปล่านะ” เจเนวีฟไม่ได้รู้สึกกลัววิญญาณสัตว์เหมือนที่เธอรู้สึกกับวิญญาณมนุษย์ แต่เธอรู้สึกไม่ดีเวลาเห็นวิญญาณพวกนี้ลอยไปลอยมาอยู่ใกล้ ๆ
“น่าจะหาย” ดีวานเดา “เหมือนวิญญาณที่เนโครแมนเซอร์เรียกมา พอเจ้าตัวตาย วิญญาณก็เป็นอิสระ”
“งั้นก็ไม่ต้องไปสนใจมัน” เคสเทรลขยับหมวกลงมาเล็กน้อย สายตาของเขาจับจ้องไปที่นูเอลและวีลา ไม่ใช่แค่โซนาตาเท่านั้นที่เมิน แต่พรรคพวกของเขาก็ทำเหมือนกับแฟงกัสไม่มีตัวตน
แฟงกัสที่โกรธจัดดูดกลืนวิญญาณทั้งหมดที่รวบรวมมาในครั้งเดียว เขากำลังขยายขนาดขึ้นกลายเป็นร่างยักษ์ ในใจหวังจะได้เห็นสีหน้าหวาดกลัวของพวกมนุษย์ที่บังอาจมาดูแคลนตน แต่แล้วก็ยิ่งต้องเดือดจัดขึ้นไปอีกเพราะไม่มีใครสนใจแม้แต่จะหันมามอง
ในตอนนั้นเองแฟงกัสก็พบสิ่งผิดปกติ ละอองโปร่งใสที่ไม่มีที่มาร่วงหล่นลงจากร่าง ความเจ็บปวดที่ร่างกึ่งวิญญาณของเขาไม่เคยรู้จักแพร่กระจายไปทั่วร่าง ทุกอณูในร่างกำลังส่งเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด
“เกิดอะไรขึ้นกับร่างของข้า” แฟงกัสตกใจกลัวสุดขีด เขามองมือตัวเองที่กำลังแตกสลายเป็นฝุ่นผง ในหัวเร่งคิดหาคำตอบแต่สิ่งเดียวที่นึกได้ก็คือ หมัดเพียงหมัดเดียวของโซนาตา
ทั้งที่แทบไม่ได้รับบาดเจ็บเลยด้วยซ้ำ แต่เขากำลังจะตายด้วยพลังลึกลับที่โซนาตาใช้
“เจ้าโง่… เตือนแล้วเตือนอีกว่าอย่าประมาทพวกนี้” วีลาส่ายหน้า “ถ้าไม่ลดพลังป้องกันก็ไม่เป็นแบบนี้หรอก”
“เดี๋ยวพวกแกสองคนก็จะได้ไปอยู่ด้วยกันแล้ว” เคสเทรลแผ่จิตสังหารรุนแรงใส่
“จะเป็นแบบนั้นแน่เหรอ” นูเอลไม่ยี่หระต่อคำขู่ เขาไม่สะทกสะท้านสักนิดแม้ว่าจะเพิ่งเสียกำลังรบไปอีกหนึ่ง
จากนั้นทั้งสองฝ่ายก็พุ่งเข้าปะทะกัน วีลาถูกเคสเทรลและเจเนวีฟกันเอาไว้เพื่อให้โซนาตาและดีวานสามารถรับมือกับนูเอลได้อย่างไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง
โซนาตาเคยถูกนูเอลเล่นงานมาแล้ว เขาจึงเตรียมพร้อมดีขึ้นในครั้งนี้ ชุดของเขาและอีกหลาย ๆ คนถูกติดตั้งอุปกรณ์พิเศษเพื่อดักจับสายฟ้า จากข้อมูลการต่อสู้ครั้งล่าสุดสายฟ้ามีกำลังไฟสูงกว่าสายฟ้าธรรมชาติสองเท่า แต่เขาไม่มีทางรู้เลยว่านั่นคือพลังสูงสุดของนูเอลหรือไม่ และอุปกรณ์ที่ด็อกมาสร้างจะสามารถต้านทานไว้ได้แค่ไหน
ส่วนดีวานเองเคยมีประสบการณ์รับมือกับเวทสายฟ้าเป็นอย่างดี สมัยที่ยังเป็นพาลาดินศักดิ์สิทธิ์เขาได้มีโอกาสซ้อมมือกับทีนาอยู่หลายครั้ง สิ่งที่เขาคิดว่าเป็นจุดที่รับมือยากที่สุดของเวทสายฟ้าก็คือความเร็วที่ยิ่งกว่าความเร็วเสียงมากนัก
วีลามีพลังส่วนหนึ่งคล้ายกับเชอรีส เธอถูกเรียกอีกชื่อว่า วีลาแห่งอัคคีภัย เพียงแค่หางทั้งสองของเธอโบกสะบัดเพลิงก็ก่อตัวขึ้นได้แม้จะไม่มีเชื้อเพลิงให้ลุกไหม้ แต่เธอไม่ได้เพียงแค่สร้างไฟขึ้นมาอย่างมั่วซั่ว ไฟของเธอเคลื่อนไหวไปมาเหมือนมีชีวิต และเธอกำลังควบคุมมันอยู่ด้วยวิชาที่เหมือนการร่ายรำ
“ยัยนี่ใช้ไฟด้วย สลับกันไหม” เจเนวีฟตะโกนถามดีวาน เรื่องไฟเป็นแค่ข้ออ้าง จริง ๆ แล้วเธอแค่อยากสู้ใกล้ ๆ กับโซนาตา
“ไม่ได้ ฉันต้องให้ดีวานช่วย” โซนาตาปฏิเสธโดยไม่ได้อธิบายให้กระจ่าง เขาประเมินแล้วว่าไฟของวีลามีอุณหภูมิแค่หลักพัน มันเทียบไม่ได้กับสายฟ้าของนูเอลที่สร้างความร้อนได้เกินหมื่นองศาเซลเซียส
เคสเทรลมองออกว่าการร่ายรำพัดของวีลาเกี่ยวเนื่องกับการควบคุมไฟ เขาพยายามหยุดเธอแต่ก็ไม่สำเร็จ การร่ายรำนี้เป็นทั้งการโจมตีและป้องกันในตัว นี่คืออาณาเขตที่เธอคือผู้ควบคุมทุกอย่าง