Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 83: สองทางเลือก
การต่อสู้ระหว่างพวกโซนาตากับพวกนูเอลหนักหนากว่าที่คาด ศัตรูทั้งสองต่างจากแฟงกัสถึงพวกเขาจะดูแคลนมนุษย์แต่ไม่ได้ประมาท ทั้งคู่ดึงพลังสูงสุดมาใช้ตั้งแต่เริ่ม และนั่นคือช่วงเวลาที่โซนาตาตระหนักถึงความจริงกว่าพวกเขาเป็นศัตรูที่ควรจะหลีกเลี่ยง
“น่าทึ่ง” นูเอลสร้างสายฟ้าที่รุนแรงที่สุดและปล่อยมันใส่โซนาตากับดีวานครั้งแล้วครั้งเล่า แต่แม้จะทำขนาดนี้พวกเขาก็ยังคงรอดอยู่
เครื่องดักจับสายฟ้าพังไปเรียบร้อยแล้ว แต่สองสหายต่างวัยและต่างยุคก็จับทางได้แล้วเช่นกัน พวกเขาอาศัยสัญชาตญาณที่ยิ่งกว่าสัตว์ป่าและการวิเคราะห์ล่วงหน้าหลบเลี่ยงทุกการโจมตีอย่างฉิวเฉียด
อลินา กาเรน เวเน และอัลโตวิ่งเข้าสู่สมรภูมิด้วยความร้อนใจ แต่เมื่อพบว่าเพื่อนทั้งสี่ไม่ได้บาดเจ็บหนักพวกเขาก็เบาใจขึ้น
อัลโตไม่รอให้อีกฝ่ายรู้ตัว เขาสาดกระสุนใส่วีลาไปหลายนัด ส่วนอลินาและกาเรนก็ถูกส่งเข้าประชิดศัตรูผ่านการสลับที่กับกระสุน วีลาตกใจที่เห็นพวกเขาโผล่มาอย่างกะทันหันแต่เธอก็ยังปัดป้องการโจมตีไว้ได้
ทุกคนปล่อยให้โซนาตาและดีวานรับมือกับนูเอลต่อไป พวกเขาต่างรุมเข้าโจมตีวีลาจากทุกด้าน เป้าหมายคือการกำจัดเธอให้เร็วที่สุดเพื่อที่จะได้ไปช่วยโซนาตาต่อ
แต่มันไม่ง่ายนัก วีลาได้แสดงความน่ากลัวของเจ็ดปีศาจสงครามให้ประจักษ์ ระบำพัดของเธอสะท้อนทุกการโจมตีออกไป ในขณะที่ไฟของเธอก็ทำหน้าที่โจมตีแทน
“ยัยนี่เก่งกว่าไซเซอร์กับเจ้าวัวปลาหมึกเยอะเลย” กาเรนบ่นหลังจากที่เขาเกือบถูกย่างสดแต่รอดมาได้เพราะได้เจเนวีฟดึงออกมา
“ไม่ได้เก่งกว่าหรอก” อลินาตอบ เธอมั่นใจแบบนั้น สิ่งเดียวที่แตกต่างจากปีศาจตนอื่นคือวีลาไม่ได้ออมมือเลย เธอไม่ได้เห็นว่าพวกอลินาเป็นเหยื่อ แต่ยอมรับว่าพวกเขาก็เป็นผู้ล่าเช่นกัน และเธอพร้อมจะทุ่มกำลังทั้งหมดเพื่อสังหารพวกเขา
“ยังไงน้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ เธอรับมือแบบนี้ได้อีกไม่นานหรอก” อัลโตพูดให้กำลังใจกับทุกคน
“แต่ทางนั้นใช้ไฟนะ แถมไฟเยอะมากด้วย” เวเนอดขัดคอไม่ได้
การต่อสู้ดำเนินต่อไปอีกหลายชั่วโมง ทีละเล็กทีละน้อย ดีวานได้พัฒนาตนเองจนพูดได้เต็มปากว่าไม่ต่างจากไซเลนเซอร์แล้ว การโจมตีประสานของเขาและโซนาตาสร้างบาดแผลแรกให้กับนูเอลเมื่อไม่กี่นาทีก่อน
มันไม่ใช่รอยแผลที่ได้มาโดยไม่มีอะไรแลกเปลี่ยน ทั้งโซนาตาและดีวานเองก็ถูกสายฟ้าเล่นงานไปหลายครั้ง ต้องขอบคุณเวทมนตร์ “กิกะฮีล” ของดีวานและยาฟื้นพลังเวทที่เขาพกพามามากมาย
แต่ศัตรูของพวกเขาก็ไม่ได้อ่อนแอขนาดที่จะใช้วิธีการเดิม ๆ รับมือได้ นูเอลซึมซับการเคลื่อนไหวของทั้งคู่ไว้จนหมด มันกลายเป็นการแข่งขันว่าฝ่ายใดจะพัฒนาตัวเองในระหว่างต่อสู้ได้ดีกว่ากัน
ด้านวีลา เธอไม่ยอมเปิดช่องเลยแม้แต่น้อยนิด พลังสลับที่ ภาพลวงตา เวทมนตร์ทั่วไป ล้วนใช้กับเธอไม่ได้ผล เธอตั้งสมาธิอย่างแนวแน่กับการต้านทาน แม้แต่เคสเทรลที่เข้าประชิดเธอได้ เขาก็ไม่สามารถแม้แต่ทำให้พัดกระดาษของเธอสลายไป
แล้วการต่อสู้ที่ดำเนินต่อเนื่องมายาวนานก็ต้องหยุดชะงักลง ปีศาจแมวที่มีใบหน้ามนุษย์โผล่ขึ้นกลางวงโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย มันไม่ได้สนใจกลุ่มอะบีสหรือสภาพแวดล้อมที่ลุกเป็นไฟและเดินดุ่ม ๆ เข้าไปหาวีลาผู้เป็นนาย
“ข้ามารายงาน กองทัพโคลดาเรียเคลื่อนไหวแล้วขอรับ”
“ขอเวลานอก” วีลาหันไปบอกพวกอลินา คำพูดประหลาดของเธอทำให้ทั้งนูเอลและพวกโซนาตาหยุดมือ จากนั้นเธอก็เริ่มคุยกับลูกน้อง “แล้วปีศาจจิ้งจอกล่ะ”
“ล่าสุดนางกลายเป็นเจ็ดหาง นางเร็วขึ้นจนพวกเราตามไม่ทัน” ปีศาจแมวหน้าคนรายงานต่อ
“อีกไม่นาน นางก็คงจะเจอกับกองทัพที่ลงมารับสินะ”
“พวกเราแน่ใจว่า… น่าจะไม่เกินหนึ่งชั่วยาม”
“คุยจบหรือยัง ขอโทษนะ พวกเรากำลังรีบ” อลินาร้อนรน เธอได้ยินแล้วก็ยิ่งแน่ใจว่าเวลาไม่เหลือแล้ว การต่อสู้นี้ต้องจบโดยเร็วที่สุด ไม่เช่นกันโคลดาเรียจะได้ตัวเชอรีสไป
“ข้าพอแล้ว” วีลายักไหล่ “แล้วเจ้าล่ะ นูเอล จะยังสู้ต่อไหม”
นูเอลนิ่งไปครู่หนึ่ง เขายังเชื่อว่าสุดท้ายเขาและวีลาเป็นฝ่ายที่ได้รับชัยชนะ แต่มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเอาชนะและตามไปสังหารเชอรีสได้ทันภายในหนึ่งชั่วยาม
“ทั้งพวกข้าและพวกเจ้า… พวกเราทุกคนพ่ายแพ้แล้ว”
“พูดอะไรของแก” ดีวานถามเสียงดัง
“เวลาไม่พอ… เป้าหมายของข้าหรือของเจ้าก็ล้มเหลวกันทั้งคู่ ไม่ว่าจะฆ่าหรือจะช่วย พวกเราไปไม่ทันแล้ว”
“งั้นก็หลีกทางไปซะ ถ้าหยุดสู้ตอนนี้พวกฉันยังอาจจะไปทัน” โซนาตาเสนอ
“หรือไม่ก็พวกแกนั่นแหละที่ยอมถอยไปซะ พวกข้าจะได้ไปฆ่านางจิ้งจอกทัน” นูเอลตอบ
“ระหว่างภารกิจไม่สำเร็จแต่รอดชีวิต กับไม่สำเร็จและยังอาจถูกฆ่าด้วย พวกแกเลือกอย่างหลังสินะ” เคสเทรลพูดกดดัน เขาก็ไม่แน่ใจว่าการพูดแบบนี้จะทำให้อีกฝ่ายคิดได้หรือกระตุ้นให้พวกเขาโกรธ
วีลาได้ฟังแล้วหัวเราะชอบใจ เธอหันไปพูดกับนูเอล “เจ้ามนุษย์นี่พูดมีประเด็นน่าสนใจ จริงอย่างที่ว่าข้าเองก็ไม่อยากมาตายอย่างไร้ประโยชน์ที่นี่”
นูเอลไม่ได้ตอบ เขาไม่แปลกใจที่เธอว่าแบบนั้น
“ถือว่าครั้งนี้เสมอก็แล้วกัน ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้เจอกันอีกหรือไม่ แต่ถ้ามีก็คงได้สนุกด้วยกันอีก” พูดจบวีลาโบกพัดกระดาษร่ายรำ ร่างของเธอกลายเป็นเปลวไฟจากนั้นก็หายวับไปพร้อมกับเจ้าแมวหน้ามนุษย์
“ฉันมีสองทางเลือกให้… อย่างแรกถอยไป หรือไม่ก็มาช่วยพวกเราจับตัวเชอรีสแทน” โซนาตาเกลี้ยกล่อมเป็นหนสุดท้าย แต่เขาสังหรณ์ใจว่ามันจะไม่ได้ผล
“ข้าก็มีสองทางให้… ยอมแพ้ซะและช่วยข้าสังหารนางจิ้งจอก หรือไม่ก็ถูกข้าฆ่าตายให้หมดที่ตรงนี้และเราก็ล้มเหลวด้วยกันทั้งสองฝ่าย”
“ไอ้บ้านี่พูดไม่รู้เรื่องแฮะ” อลินาฉุนขึ้นมา
“ข้าถอยไม่ได้แล้ว” นูเอลแสยะยิ้ม
“งั้นก็รีบมาจบกันเถอะ” โซนาตาท้าทาย “อย่ามามัวเสียเวลาอีกเลย มาใช้ทุกอย่างที่มีฆ่ามันกันเถอะ”
“โจมตีครั้งสุดท้าย…”
“…ใช่ ไม่ใครก็ใครต้องตาย” โซนาตาต่อประโยคให้จบ
เคสเทรล อลินาและอีกหลาย ๆ คนกำลังจะล้อมวงเข้าไป แต่โซนาตายกมือห้าม เขาต้องการดวลตัวต่อตัวกับนูเอล “ไม่ต้องห่วง มันจะจบในเร็ว ๆ นี้แหละ”
แล้วสองฝ่ายก็พุ่งเข้าใส่กัน นูเอลใช้เวทอัญเชิญหอกคู่มือออกมา มันคืออาวุธระดับตำนานที่สามารถดูดกลืนสายฟ้าและเปลี่ยนเป็นพลังโจมตี เขาถ่ายเทพลังมหาศาลของตนลงในนั้นจนหมด มันกลายเป็นการโจมตีขนาดที่สามารถทำให้เกาะทั้งเกาะถูกลบหายไปจากแผนที่ได้
โซนาตาชักดาบดำออกมา ไม่มีลูกเล่นหรือการโกหกใด ๆ เขาตั้งใจปะทะกับพลังของนูเอลอย่างตรงไปตรงมา
“หยุดเถอะครับ” เสียงชายหนุ่มที่ไม่รู้จักดังขึ้น
“เสียงนี้…” โซนาตาพบว่าเวลากำลังช้า และหยุดนิ่งในระยะที่ตัวเขาและนูเอลกำลังจะฟาดฟันอาวุธเข้าใส่กัน
“ได้โปรด…” เสียงนั้นดังขึ้นอีก
“นาย… เจ้าของดาบคนก่อนสินะ” โซนาตาเริ่มนึกออกว่าเขาเคยได้ยินเสียงนี้มาก่อน
ภาพนูเอลและบรรยากาศโดยรอบหายไป โซนาตาพบว่าเขาอยู่ในสถานที่อื่นแล้ว ที่นี่ไม่มีอะไรเลย พื้นดิน ท้องฟ้า ทุกอย่างเป็นสีดำสนิท สิ่งเดียวที่เขามองเห็นทั้งที่ไม่มีแหล่งกำเนิดแสงใด ๆ คือแผ่นหลังของชายผู้เป็นเจ้าของเสียงรบกวน
“ไม่อยากทำร้ายใครอีก ได้โปรดหยุดเถอะครับ” ชายที่หันหลังให้พูดด้วยเสียงสั่นเครือ
“ถ้าไม่ฆ่าก็จะถูกฆ่า” โซนาตาลั่นใส่ ถึงเขาจะเดาว่านี่คือการพูดคุยในโลกของจิตแต่เขาก็ไม่อยากเสียเวลาอยู่ที่นี่
“แต่ถ้าฆ่า ก็จะถูกแก้แค้น เมื่อถูกแก้แค้นก็ต้องตอบโต้ เป็นวังวนที่ไม่มีวันจบสิ้น” ชายหนุ่มผู้มืดมนเอ่ยต่อ
“จบหรือไม่ก็ช่างสิ บางครั้งคนเราก็ต้องสู้แม้จะรู้ว่ามันจะนำปัญหาที่ร้ายแรงยิ่งกว่ามา”
“คุณไม่กลัวเลยเหรอครับ”
โซนาตาสัมผัสความเจ็บปวดของเขาได้ มันคือความเศร้าสุดแสนสาหัสแบบที่เขาไม่เคยพบเจอมากก่อน เขาจินตนาการไม่ออกเลยว่าชายหนุ่มตรงหน้าเคยผ่านอะไรมาบ้าง จากความหงุดหงิดในตอนแรก เขาเริ่มรู้สึกเห็นใจอีกฝ่ายแทน
“กลัวสิ แต่ฉันกลัวว่าถ้านิ่งเฉยแล้วเสียสิ่งสำคัญไป มันจะยิ่งแย่กว่า”
“…” อดีตเจ้าของดาบไม่ได้ตอบ ดูเหมือนคำพูดของโซนาตาจะทำให้เขาคิดอะไรบางอย่างได้
“แต่ฉันคนเดียวอาจจะทำไม่ได้” โซนาตายื่นมือไปจับไหล่อีกฝ่าย “ฉันอยากให้นายช่วย”
ชายหนุ่มเหลียวกลับมามองด้วยสายตาที่เศร้าสร้อย เขาไม่ได้ตอบรับด้วยคำพูด แต่โซนาตาแน่ใจว่าเขาตัดสินใจได้แล้ว สายตาของเขาบอกแบบนั้น
ดาบจันทราฮาร์เบลคือชื่อที่แท้จริงของดาบดำที่โซนาตากำลังเหวี่ยงสะบัด เขารู้ชื่อนี้จากใครอีกคนที่เป็นผู้สร้างดาบเล่มนี้
เพียงแค่ชั่วพริบตาก่อนการปะทะ นูเอลก็รู้สึกถึงพลังมหาศาลที่ซุกซ่อนอยู่ในดาบดำ ทั้งหอกระดับตำนานที่ไม่เคยบินเคยงอ ทั้งร่างกายที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเหล็กกล้า ทั้งสองอย่างถูกฟันขาดสะบั้นไปพร้อมกัน
…พลังนี่มัน…
…เหมือนกับพลังของเซลซารอส พลังที่เขาชิงมาจากเทพปีศาจ…
ร่างครึ่งล่างของนูเอลตกลงไปในร่องลึกและจมลงสู่ธารหินหนืด ส่วนหนึ่งแม้จะตกลงบนพื้นแต่สภาพก็ไม่ได้ดีไปกว่ากัน พลังความมืดกำลังลุกลามไปทั่วร่างส่วนที่เหลืออย่างรวดเร็วจากรอยแผลที่ถูกตัด
โซนาตาไม่ได้อยู่รอดูวาระสุดท้ายของนูเอล เหตุเพราะการแสดงความเห็นใจเมื่ออีกฝ่ายไม่ได้ร้องขออาจจะเป็นการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีได้ ทุกคนเดินจากออกมาอย่างเงียบ ๆ และปล่อยให้นูเอลอยู่กับวาระสุดท้ายตามลำพัง