Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 99: อดีตของแต่ละคน
เจเนวีฟกลับไปร่วมสำรวจกับเวเนอีกครั้งหลังจากที่เธอเจรจากับโซนาตาแล้ว เธอยอมรับว่าพ่ายแพ้มินอาและเอลลีในเรื่องที่โซนาตามองเธอเป็นเพียงน้องสาว แต่เธอคิดว่าตัวเองยังไม่แพ้ในเรื่องความทุ่มเทที่มีให้เขา
เธอถึงกับยอมกลายเป็นแวมไพร์เพื่อโซนาตา เจเนวีฟเชื่อว่าแค่เฉพาะตรงจุดนี้เธอก็ยังถือไพ่เหนือกว่า และโซนาตาจะต้องใจอ่อนกับเธอสักวัน
เจเนวีฟไม่รู้ว่า มินอาและเอลลีเองก็กำลังสละตัวเองอยู่เช่นกัน หลายวันที่ผ่านมาทั้งคู่ไม่ได้ย่างกรายออกจากห้องทดลองเลย ไม่แม้กระทั่งเพื่อไปหาของกินหรือนอน มินอาทุ่มเทแรงกายแรงใจกับการดัดแปลงเอลลีเพื่อให้เธอสามารถทำหน้าที่คุ้มกันโซนาตาได้อย่างที่เอลลีเองหวังไว้
โซนาตาเคยทำการทดลองหลายแบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของมนุษย์ หนึ่งในนั้นคือโปรเจคลับเพื่อสร้างไซเลนเซอร์เทียม
การฝึกฝนไซเลนเซอร์โดยปกติจะเริ่มจากเลือกคนที่มีพรสวรรค์สูงตั้งแต่แรก รวมทั้งต้องผ่านการดัดแปลงและฝึกฝนอย่างหนัก จริงอยู่ที่ผลลัพธ์นั้นออกมาคุ้มค่าแต่พวกเขาก็มีปัญหาในเรื่องของจำนวนที่ไม่เคยเพียงพอกับความต้องการ
แล้วอะไรคือสาเหตุให้โปรเจคนี้กลายเป็นโปรเจคลับที่โซนาตาต้องทำลับหลังจักรวรรดิล่ะ มันมีอยู่สองเหตุผลด้วยกัน
หนึ่ง พวกดราโกเนียนเชื่อในความสมบูรณ์แบบของ “ผู้ถูกเลือก” พวกเขาเชื่อว่าการทำซ้ำเหมาะกับการใช้กับเหล่าทหารเลวที่มีคุณค่าต่ำ แต่สำหรับไซเลนเซอร์ที่เป็นชนชั้นผู้นำที่มีอำนาจรองลงมาจากพวกเขา การผลิตซ้ำรังแต่จะทำให้คุณภาพนั้นลดลง
ซึ่งมันก็ไม่ใช่จะไร้เหตุผล หากมีไซเลนเซอร์ที่มีพลังแบบเดียวกันเต็มไปหมด นั่นหมายความว่าศัตรูก็จะสามารถรับมือได้ง่ายขึ้น และก็มีแนวโน้มว่าคนเหล่านั้นอาจจะมีวิธีคิดและการรับมือกับปัญหาที่เหมือนกันด้วย
สอง พวกดราโกเนียนไม่ไว้ใจมนุษย์ พวกเขาคิดว่าหากไซเลนเซอร์สามารถเพิ่มจำนวนได้เร็วจนเกินต่อการควบคุม วันหนึ่งพวกเขาจะควบคุมคนเหล่านี้ได้ยาก
ทั้งสองคือเหตุผลหลักที่โซนาตาต้องซุกซ่อนโปรเจคนี้เอาไว้ และแม้แต่ตอนนี้มันก็ยังต้องการปรับปรุงอีกมากเพราะ “บางอย่าง” ที่เขาเตรียมเอาไว้ยังไม่ได้มาอยู่ในมืออย่างครบถ้วน
นอกจากโซนาตาก็ไม่มีใครรู้ว่าสองสาวมินอาและเอลลีหายไปไหน ความจริงก็คือทั้งคู่กำลังหลับใหลอยู่ในแคปซูลปรับสภาพและรอที่จะตื่นขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับความสามารถใหม่
โซนาตาไล่นิ้วไปตามรายชื่อของ “ทักษะ” ที่เขาได้รวบรวมมา บางส่วนเป็นความสามารถที่เขาหามาได้ด้วยเส้นสาย เงินทองหรือสายสัมพันธ์และอีกไม่น้อยที่ได้มาโดยที่เจ้าของความสามารถเหล่านี้ไม่เต็มใจ
…สตีลมายด์ อินฟิลเทรท สวิตช์อราวด์ มิราจ เทิร์นทูดัส… ทั้งห้าคือทักษะไซเลนเซอร์ของสมาชิกปัจจุบันที่นับรวมโซนาตาเข้าไปด้วย
…แอบโซลูทซีโร อนาเธอร์มี ซีเครทไฮด์เอาท์ โปรโตคอล…
ทักษะอีกเกือบสิบชนิดที่โซนาตารวบรวมมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้และมารวมกับทักษะของเชลยอย่างอีริธ บาจิลและอีวา
โซนาตาไม่ได้ถามและก็ไม่ได้เลือกทักษะเหล่านี้ให้กับมินอาและเอลลี เขาปล่อยให้ทั้งคู่ตัดสินใจด้วยตนเอง เขาก็เพียงแค่รอลุ้นว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นเช่นไร
เมื่อจัดการกับธุระของสองสาวแล้วโซนาตาจึงมีเวลากลับมาอ่านหนังสืออีกครั้ง เนื้อหาในนิยายช่วงนี้เกี่ยวข้องกับการผจญภัยของคนทั้งสี่ที่โคจรมาพบกัน และเรื่องราวในอดีตของแต่ละคน
พวกเขานั่งล้อมวงกันรอบกองไฟ บทสนทนาตอนแรกเป็นเรื่องสถานการณ์ที่ทั้งทวีปกำลังเผชิญอยู่ แต่จากนั้นชินาก็จุดประเด็นใหม่ขึ้นมา เธอถามกราเทียและคนอื่น ๆ ถึงแรงจูงใจของเธอ
กราเทียอิดออดในตอนแรก แต่เมื่อถูกตื้อมากเข้าเธอก็ยอมปริปาก กราเทียเล่าว่าหากมองผิวเผินบางคนอาจจะเชื่อว่าเธอมีชีวิตที่สมบูรณ์แบบ เธอเป็นสาวงาม เต็มเปี่ยมไปด้วยรูปโฉม ยศศักดิ์ ทรัพยสมบัติและความรู้ เป็นทั้งเจ้าหญิงของเรฟลินตัน คู่หมั้นและว่าที่ราชินีของเอเทเซีย รวมถึงว่าที่นักบวชระดับสูงของอัลกราด
แต่เซกัน ทอลโด และชินาเรียนรู้ว่าทั้งหมดเป็นแค่เปลือกนอกของกราเทีย เจ้าหญิงองค์นี้โหยหาความรักจากผู้อื่นโดยเฉพาะความรักจากผู้เป็นพ่อ
คาร์ฟาพ่อของกราเทียคือผู้ปกครองที่ชาวเมืองรักใคร่ แต่เขาไม่ใช่พ่อที่ดีนัก คาร์ฟาวาดฝันเอาไว้ว่าอยากมีลูกชายมาเป็นผู้สืบทอดของตน แต่ก็เขาต้องผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า หลังจากที่กราเทียถือกำเนิดขึ้นมาภรรยาของเขาก็เสียชีวิตไปพร้อมกับลูกชายที่ไม่มีโอกาสลืมตาดูโลก
เจ้าเมืองแห่งเรฟลินตันพยายามมีลูกอีกหลายครั้งกับภรรยารอง ๆ แต่ผลก็ออกมาไม่แตกต่าง มันทำให้กราเทียมีน้องสาวตามมาอีกสี่คน กับน้องชายหนึ่งคนที่เกิดมาพร้อมกับร่างกายไม่แข็งแรง
และไม่กี่ปีก่อนหน้านี้ น้องชายผู้เป็นความหวังเดียวก็จากไปก่อนวัยอันควร
กราเทียรู้อยู่แก่ใจ ไม่ว่าจะพยายยามพิสูจน์ตนขนาดไหน มันก็เปล่าประโยชน์ เธอรู้ว่าพ่อจะไม่มีวันภูมิใจในตัวเธอหรือน้อง ๆ ที่เลือกไม่ได้ที่เกิดมาเป็นหญิง
ปมที่มีกับพ่อไม่ใช่ความโชคร้ายทั้งหมดของเธอ ในวันที่กราเทียได้พบหน้าคู่หมั้น เธอก็ฝากหัวใจไว้กับเขาด้วยความหวังว่ามันจะเยียวยาความรู้สึกที่พ่อไม่มีทางเติมเต็มให้เธอได้… แต่สิ่งที่ได้กลับมาจากเจ้าชายเลกัน กราเทียไม่สามารถพูดได้เต็มปากว่ามันคือสิ่งที่เธอหวังไว้
กราเทียเข้าใจว่าทำไมบ่อยครั้งเธอถึงหงุดหงิดที่เห็นหน้าของเซกัน เขามีดวงตาแบบเดียวกับพี่ชาย และดวงตาคู่นั้นมองเธออย่างอ่อนโยนเสมอมา มันทำให้เธอเจ็บปวดเพราะเธอรู้ว่าเลกันไม่มีทางมองเธอด้วยสายตาแบบเดียวกัน
ถัดมาคืออดีตของทอลโด เขาเคยเล่าให้ทุกคนฟังเกี่ยวกับเรื่องราวหลังจากเขาเข้ามาเป็นพวกเฟท แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเล่าที่มาของตนก่อนหน้านั้นอย่างละเอียด
เช่นเดียวกับทอลเดนบรรพบุรุษของเขา ทอลโดถูกเรียกว่า “เจ้าหมาป่า” จากวิชาดาบ อาวุธที่สืบทอดมา และทักษะในการเลี้ยงและควบคุมหมาป่าหรือเดวัลสายพันธุ์ใกล้เคียงกับสุนัข
ทอลโดไม่เคยเชื่อใจในตัวมนุษย์ด้วยกัน สำหรับเขาแล้วมนุษย์นั้นถูกล่อลวงด้วยผลประโยชน์ได้ง่ายและพร้อมจะหักหลังได้เมื่อมีโอกาส
ทหารรับจ้างนอกจากงานทำหน้าที่แทนทหารให้กับประเทศที่ว่าจ้างแล้ว บ่อยครั้งที่พวกเขาก็รับงานคุ้มกันหรืองานอื่น ๆ ด้วย ในครั้งนั้นทอลโดก็ได้รับงานคุ้มกันขบวนสินค้าพร้อมกับฝูงหมาป่าที่เขาเลี้ยงเอาไว้
ทุกอย่างควรจะเป็นไปอย่างราบรื่น ถ้าไม่ใช่ว่ามันคือหลุมพรางตั้งแต่แรก สินค้าทั้งหมดคือเพื่อนร่วมอาชีพที่เคยมีความแค้นกับเขา และนาทีที่พวกโจรบุกเข้ามาทอลโดก็พบความจริงว่าศัตรูทั้งหมดคือพวกเดียวกัน
สิ่งที่เจ็บแสบที่สุดไม่ใช่เรื่องที่เขาถูกหลอกมาฆ่า แต่เป็นเรื่องที่เขาพบว่าเพื่อนของเขาอยู่เบื้องหลังทั้งหมด ไทเลอร์คือตัวกลางที่คอยหางานมาให้และยังสนิทกันจนเคยช่วยดูหมาป่าให้เขาเป็นบางครั้งบางคราว
“อย่าโกรธกันเลยนะพวก” ไทเลอร์ที่แอบปะปนมากับพวกที่ปลอมเป็นโจรว่าขึ้น
“ทำไมกัน ข้าอุตส่าห์คิดว่าเจ้าคือเพื่อน” ทอลโดตัดพ้อ
“ขอโทษนะ พวกนี้ก็เพื่อนเหมือนกัน แถมยังเป็นเพื่อนที่จ่ายค่าแรงก้อนโตให้ด้วย”
มันเป็นวันที่ทอลโดเกือบจะชะตาขาด เขารอดมาได้ด้วยเหตุผลเดียวคือฝูงหมาป่าทั้งสิบเจ็ดตัวที่ไม่ยอมทิ้งเขา ทีละตัว ๆ หมาป่าที่เหมือนกับครอบครัวของเขากำลังถูกฆ่า
มันเจ็บยิ่งกว่าเอามีดมากรีดหัวใจ ภาพในอดีตของฝูงหมาป่าที่เขาเคยผ่านความยากลำบากมาด้วยกันย้อนกลับมาทุกครั้งที่พวกมันถูกฆ่า ทอลโดเองก็ตอบโต้อย่างไม่ยั้งมือ
ศพของทั้งมนุษย์และหมาป่ากลาดเกลื่อนไปทั่วบริเวณ แม้ว่าจำนวนของฝ่ายมนุษย์จะเยอะกว่าเกือบสามเท่าแต่มันก็ไม่ได้ทำให้ความโกรธแค้นของเขาหายไป ทอลโดไม่ได้อยากใช้ชีวิตแลกชีวิต และเขายอมแลกแม้แต่ชีวิตของตัวเองหากมันจะช่วยให้ฝูงของเขารอด
แต่มันก็เป็นไปไม่ได้…
ทอลโดเล่าเรื่องนี้โดยไม่แสดงออกทางสีหน้าหรือน้ำเสียง แต่ทุกคนสัมผัสได้ว่าเขาเจ็บปวดแค่ไหน เขาพยายามเยียวยาบาดแผลนี้แต่ผลลัพธ์กลับยิ่งเลวร้ายเมื่อมาถูกเฟทหลอกลวงซ้ำ
“ข้ามันโง่เอง ถูกหลอกซ้ำแล้วซ้ำเล่า” ทอลโดรำพึง
เซกันไม่ได้พูดปลอบทั้งที่ใจอยากพูด ทอลโดเกลียดเขาอย่างกับอะไรดี เซกันเดาว่ายิ่งเขาพูดมากมันยิ่งจะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกแย่ยิ่งกว่าเดิม
“แล้วเจ้าล่ะ อยากจะเล่าอะไรให้ฟังไหม” กราเทียหันไปถามชินาผู้เป็นต้นเรื่อง
“ข้าก็อยากเล่านะ แต่ชีวิตข้าราบรื่นจนไม่รู้จะเล่าอะไรเลยล่ะ”
“อย่ามาขี้โกง เล่าเรื่องของเจ้ามาซะดี ๆ”
แล้วชินาก็เล่าบ้าง เธอเป็นลูกพ่อค้าที่มีฐานะปานกลาง เธอใช้เวลาในวัยเด็กไปกับการช่วยงานที่บ้านและศึกษางานของช่างในตำนาน และบางครั้งพ่อของเธอก็อนุญาตให้นำของที่เธอประดิษฐ์ขึ้นมาขายในร้านด้วย
“ไม่เห็นมีปมหรืออะไรเลย” กราเทียตีหน้ายุ่ง
“ก็บอกแล้วว่าไม่มี” ชินายักไหล่
“แล้วตอนนี้คุณพ่อคุณแม่ของคุณก็ยังเปิดร้านอยู่เหรอครับ”
“อ๋ออ ตายไปหมดแล้วล่ะ เรื่องเกิดขึ้นสองสามปีก่อน ข้าก็เลยใช้โอกาสนั้นขายทุกอย่างและเปลี่ยนมันมาเป็นทุนในการเดินทางนี่ไงล่ะ”
“เดี๋ยวสิ… คงไม่ใช่…” ทอลโดรู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่าง
“อื้อ ถูกลูกหลงจากการปราบปรามพวกเฟทนี่แหละ” ชินาตอบทั้งรอยยิ้ม
“นี่มันไม่ใช่เรื่องที่ควรเล่าแบบมีความสุขไม่ใช่เหรอ”
“ทำไมล่ะ ก็ตอนนี้ข้าไม่ได้กำลังเศร้านี่”
ยิ่งพูดมันก็ยิ่งทำให้ทุกคนงงกันไปหมด ชินาเลยต้องอธิบายต่อ “ข้าไม่ได้แค้นเคืองใครนะ ทุกคนเกิดมาก็ต้องตาย ท่านพ่อท่านแม่ข้าเองก็คงไม่ติดใจอะไรหรอก พวกท่านใช้ชีวิตในแบบที่พวกท่านอยากใช้แล้ว ส่วนข้าเองก็กำลังทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำเช่นกัน”
เป็นคำตอบที่ทุกคนไม่คิดว่าจะได้ยินจากปากของผู้หญิงที่ดูเหมือนไม่ใส่ใจอะไร จะว่าฟังดูเป็นปรัชญาการใช้ชีวิตที่ลึกซึ้งก็ว่าได้ หรือจะมองว่าเธอก็แค่ชุ่ยก็คงว่าได้เช่นกัน
ไม่เคยจมอยู่กับความแค้น เป็นอิสระจากทุกแนวคิด สิ่งเดียวที่ชินามุ่งไปคือเส้นทางความฝันที่เธอเลือก
“พอจะเข้าใจแล้ว ว่าทำไมเธอถึงไม่อยากได้หัวหมอนี่” ทอลโดเหล่ไปทางเซกัน ทางเซกันรู้สึกเสียวสันหลังวูบเพราะจิตสังหารนั้นไม่ได้ล้อเล่นสักนิด หากเห็นช่องว่างเมื่อไหร่หัวเขาพร้อมจะถูกเด็ดได้ทุกเมื่อ
“อ๋ออ เรื่องนั้นเพราะหมอนี่หล่อกระชากใจด้วยแหละ” พูดจบชินาก็หันไปส่งตาเยิ้มให้กับเซกัน